bloggang.com mainmenu search

วังช้างอยุธยา แล เพนียด เป็นหนึ่งในสถานที่ดูแลและจัดแสดงช้างของมูลนิธิพระคชบาล บริเวณเพนียดภายในวังช้างแห่งนี้แต่เดิมเป็นที่ตั้งของกรมพระคชบาลสำหรับฝึกช้างหลวงที่ใช้ออกศึกในช่วงอยุธยาจวบจนกลางรัตโนโกสินทร์ ในสมัยอยุธยา สมเด็จพระเพทราชา ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์บ้านพลูหลวงก็เคยดำรงตำแหน่งเจ้ากรมพระคชบาลอยู่ที่นี่ ในสมัยรัชกาลที่ 5 กรมพระคชบาลแห่งนี้เคยมีช้างจำนวน 40,000 เชือก และในสมัยรัชกาลที่ 6 กรมพระคชบาลเคยส่งช้างไปช่วยรบในสงครามโลกครั้งที่ 1

หลังจากนั้นกรมพระคชบาลได้ถูกยุบลง แต่ที่นี่ยังมีช้างบ้านที่ควาญช้างจัดการดูแลกันเอง ปางช้างแห่งนี้ถูกจัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2540 โดยได้รับการสนับสนุนจากกรมศิลปากรและกรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยภายใต้ชื่อ “ปางช้างอยุธยา แล เพนียด” แต่เนื่องจากกรมศิลปากรเห็นว่าสถานที่แห่งนี้อยู่ในเกาะเมืองอยุธยาซึ่งเป็นพื้นที่มรดกโลก จึงเปลี่ยนชื่อเป็น “วังช้างอยุธยา แล เพนียด”

คุณลายทองเหรียญ มีพันธุ ได้เปิดมูลนิธิพระคชบาลขึ้นโดยมีภารกิจหลักในการฟื้นฟูวิธีฝึกช้างและการอยู่ร่วมกับช้างตามตำราหลวง ตลอดจนติดต่อควาญช้างเร่ให้นำช้างมาอยู่ที่นี่เป็นหลักแหล่ง ภายในวังช้างอยุธยา แลเพนียด มีตั้งแต่การเลี้ยงดูช้างตั้งแต่ช้างเด็กไปจนถึงช้างโต โดยมีกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับช้าง มีการฝึกให้ต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วย การแสดงความสามารถ  เช่น  สวัสดี  ออกเสียง  การนั่งกับพื้น  ยืนสองขา  เดินสองขา  สามขา เป็นต้น



นั่งช้างชมโบราณสถาน ได้แก่ ศาลหลักเมือง วัดพระราม คุ้มขุนแผน วิหารพระมงคลบพิตร อนุสาวรีย์พระเจ้าอู่ทอง บึงพระราม






















ใครจะนั่งช้างเที่ยว มาขึ้นตรงนี้ล่ะค่ะ











คุ้มขุนแผน





ช่วงเย็น เกือบ 5 โมงเย็น ช้างทยอยกันขึ้นรถกลับค่ะ













รับรางวัลจากนักท่องเที่ยว









ศาลหลักเมือง ปิดแล้วค่ะ













16.56 น. จุดหมายสุดท้ายของทริปวันนี้ ก่อนกลับบ้าน - วัดไชยวัฒนาราม




 

วัดไชยวัฒนาราม สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2173 โดยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นบนที่ ที่เป็นบ้านเดิมของพระองค์เพื่ออุทิศพระราชกุศลถวายพระราชมารดา แต่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงสันนิษฐานว่า วัดนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะเหนือนครละแวกโดยจำลองแบบมาจากปราสาทนครวัด

วัดไชยวัฒนารามเป็นวัดหลวงที่บำเพ็ญพระราชกุศลของพระมหากษัตริย์สืบต่อมาหลังจากนั้นทุกพระองค์ จึงได้รับการปฏิสังขรณ์สืบต่อมาทุกรัชสมัย เป็นสถานที่ถวายพระเพลิงศพพระบรมวงศานุวงศ์เกือบทุกพระองค์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศสิ้นพระชนม์ก็ได้ถวายพระเพลิงที่วัดนี้







ปรางค์ประธาน ตั้งอยู่บริเวณตรงกลางของพื้นที่ฐานประทักษิณ ซึ่งฐานประทักษิณได้ยกสูงขึ้นมาจากพื้น มีลักษณะเป็นปรางค์ จัตุรมุข มุขด้านตะวันออก จะเจาะมุขทะลุเข้าสู่เรือนธาตุ ซึ่งภายในจะประดิษฐาน พระพุทธรูปนั่ง (ปัจจุบันไม่พบแล้ว)



ยอดขององค์ปรางค์ ทำเป็นรัดประคดซ้อนกัน 7 ชั้นแต่ละชั้น เป็นลวดลาย ใบขนุน กลีบขนุน ส่วนบนสุดเป็นทรงดอกบัวตูม ปรางค์แบบนี้มีลักษณะเหมือนปรางค์ในสมัยอยุธยาตอนต้น ซึ่งวัดไชยวัฒนาราม สร้างในสมัยอยุธยาตอนกลาง จึงอาจกล่าวได้ว่าเป็นการนำเอาพระปรางค์ที่นิยมสร้างในสมัยอยุธยาตอนต้นมาก่อสร้างอีกครั้ง



พระตำหนักสิริยาลัย อยู่ฝั่งตรงข้ามวัดไชยวัฒนาราม



เรือนำเที่ยว จอดรอนักท่องเที่ยวริมน้ำ





ต้นไม้ใหญ่ริมน้ำ

























ระเบียงคด คือส่วนที่เชื่อมต่อ ระหว่างเมรุแต่ละเมรุเอาไว้ โดยรอบฐานประทักษิณ แต่เดิมจะมีหลังคารอบ ๆ ที่บริเวณระเบียงคด มีพระพุทธรูปปางมารวิชัยประดิษฐานอยู่ รวมทั้งหมด 120 องค์ แกนในทำจากไม้ พอกปูนทีละชั้นจนได้สัดส่วน ส่วนนิ้วใช้โลหะสำริด ดัดขึ้นรูป ปัจจุบันเหลือที่ยังมีพระเศียร อยู่ 2 องค์









ปรางค์บริวาร คือปรางค์องค์เล็กลงมาที่อยู่รายล้อมปรางค์ประธาน มีทั้งหมด 4 องค์ลักษณะจะเพรียวกว่า ปรางค์ประธานเมรุ คืออาคารทรงยอดแหลมที่อยู่รายรอบระเบียงคด ทั้ง 8 ทิศ ภายในคูหาจะประดิษฐานพระพุทธรูปทรงเครื่อง ปางมารวิชัย เอาไว้ที่เมรุทิศ เมรุละ 1 องค์ เมรุมุม เมรุละ 2 องค์ภายในคูหา มีภาพจิตรกรรมฝาผนัง หลงเหลือร่องรอยอยู่เล็กน้อย















จากกระแสออเจ้า บุพเพสันนิวาส มีร้านให้เช่าชุดไทยแถวหน้าวัดเยอะเลยค่ะ

















สวยดีค่ะ เข้ากับบรรยากาศดีเนาะ

















17.50 น. จะรอตะวันตกดินก็ไม่ไหวแล้วค่ะ กลับบ้านก่อน



18.07 น. เดินทางกลับบ้าน 

Create Date :12 พฤศจิกายน 2563 Last Update :12 พฤศจิกายน 2563 19:05:10 น. Counter : 1152 Pageviews. Comments :0