bloggang.com mainmenu search
วันที่ 4 ของทริปนี้แล้วนะคะ เข้าเช็คอินที่นันตราคีรีเรียบร้อยแล้ว เดินเล่นสำรวจพอเป็นพิธีแล้ว...ไปเที่ยววัดภูเก็ตกันค่ะ

เข้ามาทางหมู่บ้าน วัดภูเก็ตอยู่ฝั่งตรงข้ามโน่นเลย



ชาวบ้านกำลังทยอยเอาฟ่อนข้าวป้อนเครื่องนวด



เฮินโบราณ แวะดูหน่อยเนาะ



มีขายของที่ระลึก ข้างบนขึ้นไปเดินชมได้ค่ะ







กะละแมไทลื้อ เค้าว่าอร่อย ซื้อกินก็ได้ ซื้อฝากก็ดี



กำลังแพคใส่ถุงเลย พี่เค้าเรียกชิมด้วยค่ะ 



ที่ตำข้าว



ก่อนถึงวัด ได้แวะอีก...ร้านขายผ้าทอไทลื้อ เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้วยค่ะ





ที่จอดรถจะมีอยู่สองที่ ที่แรกอยู่ติดถนน อีกที่จะอยู่บริเวณวัด ต้องขับรถขึ้นเนิน ทางชันแต่เป็นระยะทางสั้น ๆ 
ถ้ามีผู้สูงอายุ หรือ สุขภาพไม่ดีไปด้วยแนะนำให้จอดข้างวัด จะได้ไม่ต้องเดินขึ้นบันได



วันนี้เรามาอีกทาง ต้องเดินขึ้นบันไดไป แต่อยู่ใกล้ทุ่งนา 



เดี๋ยวเดินเล่นแถวนี้ก่อน ค่อยขึ้นไปวัดเนาะ



เพิ่งเคยเห็นเค้าเกี่ยวข้าวในระยะใกล้ ๆ รถเกี่ยวข้าวแบบเดินตาม (วางราย)





16.12 น. เวลานี้คงไม่ได้กินกาแฟแล้วล่ะ เราสั่งอโวคาโดปั่น น้อง poongie สั่งน้ำเสาวรส











มาช่วงนี้ ไม่ได้มีนาเขียว ๆ ให้ดู แต่ก็ได้บรรยากาศอีกแบบ





4 โมงกว่าแล้ว ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวแล้วค่ะ





หุ่นไล่กา 





ไปค่ะ บริหารหัวเข่ากัน





วัดภูเก็ต ตั้งชื่อตามหมู่บ้านที่ชื่อว่า หมู่บ้านเก็ต เนื่องจากวัดตั้งอยู่บนเนินเขา ซึ่งทางเหนือ เรียกว่า "ดอย" หรือ "ภู"
จึงตั้งชื่อว่า "วัดภูเก็ต" หมายถึง วัดบ้านเก็ตที่อยู่บนภู หรือ ดอย


 



ประดิษฐาน "หลวงพ่อแสนปัว หรือ หลวงพ่อพุทธเมตตา" ที่ศักดิ์สิทธิ์ หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก




ภาพจิตรกรรมฝาผนัง













หน้าวัด ใกล้ทางเข้าอีกทางที่ติดกับถนนค่ะ





จุดเด่นของวัด คือ มีระเบียงชมวิวด้านหลังวัด ติดกับทุ่งนาที่กว้างไกล ฉากหลัง เป็นแนวเขาวนอุทยานดอยภูคา ในยามเช้าวัดภูเก็ตเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่งดงามอีกแห่งหนึ่ง  ด้านล่างวัดมีธารน้ำไหลผ่าน ซึ่งเป็นน้ำซับซึมมาจากใต้ดินไหลรินรวมกันเป็นลำธารให้ฝูงปลาและสัตว์น้ำอยู่อาศัย  ทางวัดได้จัดให้เป็นเขตอภัยทานให้นักท่องเที่ยว สามารถให้อาหารจากลานข้างบน ผ่านท่อไหลลงไปให้กับฝูงปลาได้ และสามารถมองเห็นฝูงปลาที่อยู่ด้านล่างได้อย่างชัดเจน





ฝั่งนี้ยังมีทุ่งนาเขียว ๆ อยู่บ้าง 









อยู่ข้างล่างว่าสวยแล้ว มองมุมบนยิ่งสวยเลยเนอะ















เราหมุนไปหมุนมาแถวนี้พอสมควร 

















16.58 น. นักท่องเที่ยวบางตาแล้ว พระ เณร ทำความสะอาดกวาดลานวัด







บ้านนี้มีกังหันลมด้วย



ซูมเข้าซูมออกอยู่นี่แหละ 107











17.06 น. สมควรแก่เวลาแล้ว



ไปแล้วค่ะ



ผ่านเฮินโบราณอีกรอบ



ระหว่างทางจะกลับที่พักค่ะ









17.19 น. สะดุดตากับโบสถ์สีขาว เลยแวะค่ะ



วัดเฮี้ย เป็นวัดขนาดเล็ก ไม่ได้มีชื่อเสียงหรือได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยว โบสถ์สีขาวประดับด้วยกระจกเงาสไตล์ล้านนา





ประตูและหน้าต่างประดับด้วยเงินที่มีลวดลายสวยงาม







ภาพจิตรกรรมฝาผนังสีสันสวยสดงดงามบอกเล่าเรื่องราวประวัดของวัดเฮี้ย











"เฮี้ย" เป็นชื่อของไผ่ชนิดหนึ่งที่สมัยก่อนบริเวณนี้มีขึ้นเยอะ ประกอบกับบริเวณนี้เป็นลำห้วย ชาวบ้านจึงเรียกลำห้วยนี้ว่า "ห้วยเฮี้ย" เป็นชื่อ เพื่อบ่งบอกสถานที่ ต่อมาเมื่อมีการสร้างวัดในบริเวณเดียวกัน จึงเรียกวัดนี้ว่า "วัดเฮี้ย" ตามชื่อเรียกของสถานที่นั่นเอง







ดีใจที่ได้แวะค่ะ







17.28 น.



กลับถึงที่พักได้เวลามื้อเย็นพอดี เราฝากท้อง มื้อเย็นที่นี่เลยค่ะ



ห้องอาหารอยู่ชั้นบน อาคารที่เช็คอินเข้าพัก







ใช้คูปองส่วนลดค่าอาหารจากโครงการ  "เราเที่ยวด้วยกัน" เหลือต้องจ่าย 387 บาท



อร่อย อิ่ม จุกมากค่ะ



จะไม่จุกได้ไง กิน 2 คน มีสับปะรดภูแลล้างปาก เค้าขายโลละ 30 บาท ปอก หั่นให้คิดค่าบริการนิดหน่อยค่ะ



พรุ่งนี้เช้าเราจะมากินอาหารเช้าห้องชั้นล่างค่ะ



เดินอุ้มท้องจุก ๆ กลับที่พัก อาบน้ำพักผ่อนค่ะ


 

163 ความเดิม 163

ณ น่าน ~~~~ วัดภูมินทร์
ณ น่าน ~~~~ วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร, โฮงเจ้าฟองคำ
ณ น่าน ~~~~ วัดอรัญญาวาส, วัดมิ่งเมือง
ณ น่าน ~~~~ วัดศรีพันต้น, วัดหัวข่วง
ณ น่าน ~~~~ วัดพระธาตุเขาน้อย, วัดพระธาตุแช่แห้ง
ณ น่าน ~~~~ ระหว่างทางไปบ่อเกลือ
ณ น่าน ~~~~ โค้งเลข 3, ละลานตา@บ่อเกลือ
ณ น่าน ~~~~ บ้านสะปัน
ณ น่าน ~~~~ บ่อเกลือภูเขาโบราณ, เส้นทางไปปัว

Create Date :04 กุมภาพันธ์ 2564 Last Update :4 กุมภาพันธ์ 2564 15:46:29 น. Counter : 1048 Pageviews. Comments :0