space
space
space
<<
เมษายน 2556
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
space
space
16 เมษายน 2556
space
space
space

เมษายน ๒๕๕๖ ๑๖ หยุดชดเชยวันสงกรานต์และฝนตก
ว่างเว้นจากเขียนบล็อกไปนานเกือบสามเดือนมั้ง เขียนครั้งสุดท้ายตอนปลายเดือนมกราคมต้นปีที่ผ่านมา วันนี้ว่างๆ เลยมานั่งเขียน งง เหมือนกัน ลืมไปว่าเขียนตรงไหน เพราะว่าไม่ได้เข้ามาเขียนนานจนเกือบลืม จำได้ว่าช่วงที่หยุดยาว ตอนนั้นตลาดอยู่ในภาวะขาลง แต่ ณ วันนี้ ตลาดอยู่ในภาวะทรุดตัวอย่างต่อเนื่อง ไม่แตกต่างอะไรกันเลย พรุ่งนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง ยังไม่รู้ว่าปิดตลาดมาหลายวันกับช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา

ปรับเปลี่ยนขนาดมิเตอร์ไฟฟ้าที่บ้าน จาก ๕ แอมป์ เป็นขนาด ๑๕ แอมป์ เพื่อที่จะติดตั้งเครื่องปรับอากาศจำนวน ๒ ตัว ขนาด ๑๒,๐๐๐ บีทียู ใช้เวลาในการดำเนินมิเตอร์ไฟฟ้าอยู่สามอาทิตย์ได้ ถึงได้มาเปลี่ยนมิเตอร์ให้ใหม่ แล้วก็ต้นเดือนเมษายนก็ไปรูดซื้อแอร์ ผ่อนชำระ ศูนย์เปอร์เซนต์ จำนวน ๑๐ เดือน มีนาปีหน้าโน้นล่ะ ผ่อนหมด ค่าไฟเดือนนี่ไม่รู้จะเท่าไหร่ ใช้มาตั้งแต่วันที่ ๒ เมษายน แต่ไม่ได้เปิดทั้งวันหรอก แค่เปิดเวลานอนกลางคืน ไม่เต็มคืน ลุกขึ้นมาปิดก่อนจะสว่าง แต่ว่าขนาดบีทียูมันเยอะ น่าจะกินไว้อยู่เหมือนกัน ไม่เกินวันศุกร์นี้ล่ะ ค่าไฟคงมา รอลุ้นค่าไฟ จะเกินสองพันบาทมั้ย

หยุดสงกรานต์ปีนี้ไม่ได้ไปไหนเลย อยู่บ้าน เพราะก่อนจะสงกรานต์ไปงานแต่งงานของเพื่อนที่อยู่เชียงของ จังหวัดเชียงราย ตอนไปขึ้นเครื่องไป ไปดอนเมืองครั้งแรกของชีวิต หาทางเข้าไม่เจอ เดินหาอยู่นั่นล่ะ งง มาก ไม่รู้จะไปทางไหน แต่หาทางเจอก็เพราะถามเค้า ใช้เวลาเดินทางจากดอนเมืองไปเชียงราย แค่ชั่วโมงกว่าๆ นอนไม่ทันหลับเลยถึงเชียงรายแล้ว นั่งอยู่ดอนเมืองดีๆ ไปลงอีกทีเชียงรายแล้ว ใช้บัตรเครดิตจองตั๋วไปสองที่นั่ง มีค่าธรรมเนียมช่องทางการชำระเงินสามสิบกว่าบาท ไม่เป็นไร ถือว่าเป็นความสะดวกที่เราไม่ต้องไปจ่ายที่ธนาคาร แค่นั่งคลิกหน้าจอเท่านั้น

ไปกันสองคนกับเพื่อนนัดเจอกันที่ดอนเมือง ไกลมากเชียงของ อยู่ติดกับน้ำโขง ออกจากตัวอำเภอไปไม่ไกลก็ถึงแม่น้ำโขง เรากลับมาดูแผนที่ในเนต เกือบสุดเขตประเทศ เพื่อนดีใจมากกับการไปงานแต่งงานของเค้า แม้จะไปกันแค่สองคนก็ตามเถอะ ลงจากเครื่องได้ก็นั่งรถรับจ้างให้มาส่งที่ขนส่งเก่าเชียงราย เค้าคิดค่ารับจ้าง ๒๐๐ บาทถ้วน ก็คือแท็กซี่นั่นล่ะ ยี่สิบนาทีถึง แล้วก็มานั่งรถประจำทางไปเชียงของอีก แต่บ้านของเพื่อนถึงก่อนอำเภอเชียงของประมาณเจ็ดกิโลได้มั้ง ไปถึงบ้านเค้า กำลังจัดดอกไม้ ซุ้มประตู ซุ้มพิธีสมรส ดอกไม้เต็มบ้านไปหมดเลย แต่เราหิวมาก นั่งกินข้าวกับเพื่อนสองคน ไม่สนใจใคร เพราะความหิว แล้วก็ร้อน แถมเพลียจากการนั่งรถประจำทางวิ่งสองชั่วโมงกว่าๆ จากเชียงรายมาเชียงของ ร้อนก็ร้อน

นั่งมองสองข้างทางที่รถวิ่งผ่านไปทางชันไหล่เขา พื้นที่นาบ้าง ส่วนมากภูเขาจะโล้นๆ เหมือนสนามกอลฟ์ เพราะมันเป็นหน้าแล้ง แต่ว่าสวยดีนะ เค้าก็จัดเตรียมอะไรต่างๆ ของเค้ากันไป ดึกๆ เราก็นอนพักกับเพื่อน แต่ว่ากลางคืนกับเช้ามืดจะเย็นๆ นิดหน่อย เย็นเหมือนหน้าหนาวแถวภาคกลางนี่ล่ะ พอสายๆ ก็ร้อนเหมือนกัน แต่ไม่มากเท่าบ้านเรา นอนหลับเป็นตายกับเพื่อนสองคน มาตื่นอีกทีตอนตีอะไรก็ไม่รู้ เพราะได้ยินเสียงคนครัวเค้ามาทำกับข้าว ได้ยินเสียงสับหมู หลังจากนั้นก็นอนไม่หลับ แล้วก็มาเรียกเพื่อนให้ตื่นเพราะตีห้ากว่าๆ แล้ว ให้ไปเป็นเพื่อนเจ้าสาวไปแต่งหน้า แต่งชุด ที่ร้านเสริมสวย ส่วนเราก็นอนหลับอุตุในที่นอนต่อไป แต่ก็บอกเพื่อนไว้แล้วล่ะ ถ้าตอนเช้าไม่ตื่นนะ เอาเท้าเขี่ยเราได้เลย

ตื่นมาล้างหน้าแปรงฟัน แต่ไม่ได้อาบน้ำหรอก เพราะหาผ้าเช็ดตัวไม่เจอ ไม่รู้เพื่อนเค้าไปตากไว้ให้ที่ไหน ไม่มีผ้าเช็ดตัว เลยไม่สะดวกไม่อาบ ใส่เสื้อสีชมพู เพราะเป็นงานแต่งของเพื่อน จนเพื่อนมาจากร้านแต่งหน้า แต่งตัว ก็มารอเพื่อนที่ไปเป็นเพื่อนอาบน้ำแต่งตัวอีก ถึงได้กินข้าวพร้อมกัน เรากับเพื่อนใส่สีชมพู บ่าวสาวเค้าใส่ชุดสีครีมออกเหลืองนวลๆ เค้าแต่งกันแบบทางเหนือ มีขันโตก เรากับเพื่อนก็ไปมัดแขนให้เพื่อนบ่าวสาว เสร็จพิธีตรงนั้น เค้าก็กินเลี้ยงโต๊ะนอกบ้าน เรากับเพื่อนก็เดินช่วยอีกตามเคย เราถือถุงของชำร่วย เพื่อนเราถือขันใส่ซองที่เค้ามาช่วยงาน ไม่มีใครช่วย เรากับเพื่อนก็ต้องอาสาทำหน้าแทนช่วยเพื่อนไป เดินไปเดินมา หลายโต๊ะ ร้อนก็ร้อน เหนื่อยด้วย สุดท้ายครบหมดทุกโต๊ะ ถึงได้หยุดพัก เที่ยงพอดี หิวข้าว มานั่งข้าวกับเพื่อนสองคนหลังบ้าน

อาหารกลางวัน มีแกงออมกระดูกหมู แกงขนุน ลาบ ปลานึ่ง ข้าวเหนียว เป็นอาหารพื้นบ้าน เราก็กินไม่ค่อยถูกปากเท่าไหร่ ไม่เหมือนอาหารภาคกลางบ้านเรา อ๋อเย็นวันแรกที่ไปถึงบ้านเค้า เค้าทำขนมจีนน้ำเงี้ยว แต่เส้นขนมจีนหมด เค้าใส่เส้นก๋วยเตี๋ยวให้เราแทน กินดอกงิ้วด้วย ที่เค้าใส่ในน้ำเงี้ยว เราว่ามันเหมือนก๋วยเตี๋ยวน้ำตกมากเลย กินไปถ้วยเดียว เพราะมันแปลกๆ หรือว่าเราไม่เคยกินก็ไม่รู้ เพื่อนเราไม่กินหมู เลยต้องกินปลาแทน แต่เราก็กินได้ ช่วงบ่ายๆ หลังจากคนทยอยกลับจากโต๊ะ เพื่อนเราก็เลยให้คนรู้จักพาไปจองตั๋วรถกลับบ้าน ตอนกลับนั่งรถทัวร์กลับกันสอง ไปซื้อตั๋วตอนบ่ายสองโมงที่เชียงของ รถออกตอนบ่ายสามโมง ต้องรีบกลับมาเตรียมตัวไปขึ้นรถกลับอีก ไม่มีเวลาได้นั่งคุยกับบ่าวสาวกันหรอก เพื่อนเค้าก็ยุ่งๆ ต้อนรับแขก

เรากับเพื่อนก็สาละวนกันเก็บของใส่กระเป๋าเตรียมเดินทาง เพื่อนได้อาบน้ำ เราไม่ได้อาบน้ำหรอก จำได้ว่าอาบครั้งสุดท้ายคืนวันแรกที่ไปถึง วันรุ่งขึ้นเป็นวันแต่ง เราก็ไม่ได้อาบ จนเย็นนั่งรถกลับก็ไม่ได้อาบ ทรหดจริงๆ เลย ได้ร่ำลาเพื่อนบ่าวสาว เรากับเพื่อนได้รับเกียรติจากบ่าวสาวอย่างมากเลย พ่อแม่บ่าวสาวญาติๆ ของเค้ามาส่งเรากันที่หน้าบ้านของเค้ากันหมดทุกคน เห็นแล้วเราก็ซื้งใจ นี่เรากับเพื่อน เป็นแค่เพื่อนของเจ้าสาวนะ เค้ายังมาส่งเรากับเพื่อน เจ้าสาวเพื่อนเราสิคงปลืมใจไม่แพ้กันล่ะ เพราะเราไปกันสองคนได้ช่วยเพื่อนในงานอะไรตั้งเยอะเลย เสร็จแล้วภาระส่งเพื่อนเข้าหอ ออกเรือน แต่เรากับเพื่อนนี่สิยังไม่มีวี่แวว ว่าจะได้คู่กับเค้าบ้างเลย

บ่ายสามโมงขึ้นรถทัวร์นั่งรถกลับหมอชิต รถวิ่งออกมาผ่านอำเภอพญาเม็งราย อำเภอป่าแดด แล้วก็มาที่พะเยาว์ แล้วก็แพร่ ถึงแพร่ตอนสามทุ่มครึ่งเค้าแวะให้กินข้าว เข้าห้องน้ำ จากนั้นมาเรากับเพื่อนก็นอนไม่รู้เรื่องเลย มาตื่นอีกทีตอนใกล้จะถึงรังสิต เพราะคนรถเค้าประกาศรังสิตเตรียมตัวลงได้ นั่งรถกันมา ปวดขา ขาบวมเลย เปลี่ยนท่านั่งแล้วก็ยังไม่หาย รถมาถึงหมอชิตตอนตีสี่กว่าๆ งัวเงียลงจากรถกันสองคนกับเพื่อน งง เป็นไก่ตาแตก เพราะมันเป็นที่จอดรถสายเหนือ ทุกทีจะค้นเคยกับที่จอดรถสายอีสาน แต่ก็อาศัยเดินตามเค้ากันไปสองคน จนถึง บขส. นั่งรอรถเมลล์ เกือบตีห้า เพื่อนได้กลับก่อน เพราะรถเมลล์ของเพื่อนมาก่อน เรานั่งรออยู่คนเดียวเกือบหกโมงเช้า รถเมลล์ถึงเข้ามา นั่งอยู่ใน บขส ตั้งแต่ท้องฟ้ามืด จนออกจาก บขส ที่หมอชิด ฟ้าก็สางแล้ว ความมืดหายไปเลย เชื่อเลยนั่งรอตั้งแต่ฟ้ายังมืดอยู่เลย จนฟ้าสางถึงได้ออกจากหมอชิต มาสายใต้

เพื่อนเค้าไม่ได้กลับบ้าน แต่เค้าแวะค้างบ้านเพื่อนของเค้าอีกทีหนึ่ง แต่เราสิเดินทางกลับบ้าน ถึงสายใต้เกือบๆ เจ็ดโมงเช้าแล้วล่ะ นั่งกลับมาบ้านเรา กันแค่สี่คน รวมคนขับรถ เด็กรถ เป็นหกคนพอดี กลับถึงบ้านเราสองโมงครึ่งเกือบๆ สามโมงเช้า เสร็จสิ้นกับการเดินทางไปเชียงของจังหวัดเชียงราย กับงานแต่งของเพื่อนสาว เพื่อนเราเอง ตอนไปขึ้นเครื่องไปอย่างไฮโซ แต่ตอนกลับ กลับอย่างโลโซ นั่งรถตั้งแต่บ่ายสามโมงถึงหมอชิตตอนตีสี่ หนึ่งคืนเต็มๆ กับการเดินทางด้วยรถทัวร์ เรากับเพื่อนนี่ขำกันจะตาย ทรหดกันสองคน แต่ไม่เป็นไรเพื่อเพื่อน งานแบบนี้ไม่ได้มีกันบ่อย ถ้าเราว่างเราก็จะไปเสมอสำหรับเพื่อนของเรา

หยุดสงกรานต์ปีนี้เราก็อยู่บ้าน หยุดนานหลายวันเหมือนกัน แต่ว่าพรุ่งนี้ก็จะทำงานตามปกติอีกแล้วล่ะ ชีวิตมีอะไรให้ฟันฝ่า เดินไปข้างหน้าอีกตลอดเวลา บางครั้งก็เหนื่อย ก็ท้อเหมือนกัน แต่ก็ต้องอดทน แต่สิ่งหนึ่งที่ได้รับความสบายก็คือ นอนกลางคืนไม่ร้อนแล้ว นอนหลับสบายมากเลย ไม่กระสับสาย เพราะมีเครื่องปรับอากาศให้เรานอนเย็นๆ ทุกคืนแล้ว เดี๋ยวนี้ไม่อยากออกไปไหนเลยถ้าไม่จำเป็น อยากนอนแต่บ้านอย่างเดียว เพราะมันสบายดี อยู่ที่ไหนก็ไม่สบายเท่ากับการอยู่บ้านเราเอง ดีที่สุด

แต่ก็ยังไม่รู้ว่า จะต้องเดินทางไปส่งเพื่อนเข้าหอ ออกเรือน ใครกันอีก และที่ไหนกันบ้าง ยังไม่รู้ แต่เราบอกเพื่อนไว้แล้ว ให้บอกเราล่วงหน้าหนึ่งเดือน เราจะได้ลางานได้ ถ้าเราไปได้เราจะไปส่งเพื่อน ถ้าเพื่อนบอกเรานะ แต่ถ้าเพื่อนไม่บอก เราก็คงไม่ไป เพราะว่าเราไม่รู้ แต่เราไปมาสองงานแล้วนะ งานแรกที่ร้อยเอ็ด และล่าสุดงานที่สองที่เชียงของจังหวัดเชียงราย

นั่งเขียนมายาวนานเลย หิวแล้วล่ะ ไปกินข้าวก่อนดีกว่า ไว้ค่อยมาเขียนใหม่ ไปล่ะ


Create Date : 16 เมษายน 2556
Last Update : 16 เมษายน 2556 20:16:45 น. 0 comments
Counter : 472 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
space

bothlitle
Location :
ราชบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]









space
space
space
space
[Add bothlitle's blog to your web]
space
space
space
space
space