tuk...tuk more than one or cannot run
<<
มิถุนายน 2556
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
18 มิถุนายน 2556

เพื่อนนำเที่ยวกรุงเทพ ฯ ตอน 2 ... ตอนจบ











ต่อจาก " เพื่อนนำเที่ยวกรุงเทพ ฯ ตอน 1"




ทางไปบ้านหม้อ

วังบ้านหม้อ อยู่อีกฝั่งของคูเมืองเดิม ตรงข้ามศาลเจ้าพ่อหอกลอง

เป็นที่ประทับของ

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากุญชร กรมพระพิทักษเทเวศร์

พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

เช่นเดียวกับ รัชกาลที่ 3 รัชกาลที่ 4 และพระปิ่นเกล้า

ทรงเป็นต้นราชสกุล กุญชร

รับราชการที่กรมม้า และกรมคชบาล







ศาลเจ้าพ่อหอกลอง

เดิมเป็นวังท้ายหับเผยวัง 1

เป็นที่ประทับของ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระพิพิธโภคภูเบนทร์

พระนามเดิม พระองค์เจ้าชายพนมวัน

พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

กับเจ้าจอมมารดาศิลา

เช่นเดียวกับพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระพิทักษ์เทเวศร์ ต้นราชสกุลกุญชร

ทรงกำกับดูแลกรมพระนครบาล ในสมัยรัชกาลที่ 2

และทรงกำกับดูแลกรมพระคชบาลในสมัยรัชกาลที่ 3


หับเผย แปลว่าคุก

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

หับเผย อยู่บริเวณหน้าวัดพระเชตุพน หรือวัดโพธิ์

ระหว่างกรมการรักษาดินแดนกับสวนสราญรมย์

เรียกคุกหรือหับเผยหน้าวัดโพธิ์

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

มีการสร้างคุกมหันตโทษบริเวณถนนมหาไชย ตำบลสามยอด

แทนหับเผยหรือคุกหน้าวัดโพธิ์ จึงได้รื้อไป

* แผนที่ประมาณตามที่อ่านมา อาจไม่ถูกต้องแท้จริง *







กรมที่ดิน







ตึกเก่า บนถนนอัษฎางค์ ตรงข้ามกรมที่ดิน







ตึกแถวห้องสุดปลายแถว เหนือหลังตาตึกทำลวดลายสวย







ไทรริมน้ำ







เมื่อก่อนสองข้างทางรถสองแถวขนผักทั้งนั้น รถเข็นผักก็ขวักไขว้ไปหมด







ปากคลองตลาดมุ่งไปสะพานพุทธ

เดาว่าไกด์คงพามาดูคูเมืองเดิมของกรุงธนบุรี

สะพานนี้เป็นสะพานสุดท้ายก่อนคูเมืองเดิมจะลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

คือ ปากคลอง

มีตลาด จึง เรียก ปากคลองตลาด








ชื่อสะพานเจริญรัช

หัวสะพานมีตัวเลข ๓๑


เป็นสะพานแรกที่สร้างขึ้น ของสะพานชุด " เจริญ " ที่มี 6 สะพาน

ที่รัชกาลที่ 6 โปรดเกล้าให้สร้างขึ้นเป็นอนุสรณ์

ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ปีที่ 31 - 36


ครั้งแรกในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2454

ขณะทรงเจริญพระชนมพรรษา 31 พรรษา

จึงชื่อ "สะพานเจริญรัช 31"







ทั้งซ้ายและขวา ปากคลองตลาด







โรงพักพระราชวัง ซ้ายไปท่าเตียน ขวาไปโรงเรียนวัดราชบพิตร

โรงพัก เดิมอยู่ในตลาดท่าเตียน

ตรงข้ามกับโบสถ์พระนอนวัดพระเชตุพน ทางตะวันตกเฉียงเหนือของวัด

ชื่อโรงพักท่าเตียน

พ.ศ. 2457 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

ได้ย้ายมาอยู่ในที่ปัจจุบันนี้







ตั้งอยู่ที่ตึกสุนันทาลัย

เป็นอาคารที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเป็นอนุสรณ์สถาน

แสดงความอาลัยรักถึงพระมเหสี

สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี

ซึ่งเสด็จสวรรคตด้วยอุบัติเหตุเรือพระที่นั่งล่ม







วังจักรพงษ์

จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ

สมเด็จพระอนุชาธิราช ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

โปรดให้สร้างวังจักรพงษ์ขึ้น

ประทานให้เป็นวังที่ประทับของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์

ตลอดจนเป็นที่ประทับพักผ่อนรับรองพระอาคันตุกะ

เป็นท่าเรือส่วนพระองค์

นอกเหนือจากวังที่ประทับ คือ วังปารุสกวัน

โดยเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถฯ จะทรงเรียกบ้านหลังนี้ว่า วังท่าเตียน







ตลาดท่าเตียน

ท่าเตียนเป็นชุมชนมาตั้งสมัยอยุธยา เรียก ชุมชนบางกอก

เป็นตลาดท้ายสนมหรือตลาดท้ายวังในสมัยรัตนโกสินทร์

เป็นเมืองท่าที่สำคัญในการคมนาคมทางน้ำ รวมทั้งไปต่างประเทศ

ชื่อ สันนิษฐานว่า

ในสมัยรัชกาลที่ 4 เกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ จนราบเตียนโล่ง

ทำให้มีชื่อว่า “ท่าเตียน”

หรือ

ชาวญวนที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในพระนคร และธนบุรี

เห็นว่าคล้ายกับฮาเตียน ( เมืองบันทายมาศ ) ในเวียดนาม

จึงเรียกบริเวณนั้นว่า ฮาเตียน

เพี้ยนเป็นสำเนียงไทยว่า “ท่าเตียน”

หรือ

ยักษ์วัดโพธิ์ ( วัดพนะเชตุพน ) กับยักษ์วัดแจ้ง ( วัดอรุณ )

เป็นเพื่อนรักกันมาก

วันหนึ่งทางฝ่ายยักษ์วัดโพธิ์ ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปขอยืมเงินจากยักษ์วัดแจ้ง

พอถึงวันคืนเงิน ยักษ์วัดโพธิ์กลับเบี้ยว

ยักษ์วัดแจ้งจึงมาทวงและได้ต่อสู้กันจนที่นี่ราบเลี่ยนเตียนโล่ง



เป็นแหล่งกำเนิดเพลง "เพลงลาวดวงเดือน"

เดิมชื่อว่า เพลง"ลาวดำเนินเกวียน"

พระนิพนธ์ของ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นพิไชยมหินทโรดม

พระนามเดิมว่าพระองค์เจ้าชายเพ็ญพัฒนพงศ์

พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

และท่าเตียนนี้เคยเป็นที่ประทับ

ครั้งหนึ่งกรมหมื่นพิไชยมหินทโรดม ได้เสด็จไปยังเชียงใหม่

เกิดชอบพอกับเจ้าหญิงชมชื่น

พระธิดาองค์โตของเจ้าหลวงอินทวโรรสสุริยะวงศ์ เจ้าครองนครเชียงใหม่

ทรงโปรดให้ข้าหลวงใหญ่มณฑลพายัพเป็นเฒ่าแก่เจรจาสู่ขอ แตถูกทัดทาน

ไม่ได้สมรสกัน ทำให้พระองค์โศกเศร้ามาก

และได้ทรงพระนิพนธ์เพลงนี้ขึ้นเพื่อเป็นการระลึกถึงเจ้าหญิงชมชื่น

แต่เนื้อเพลงมีคำว่าดวงเดือนอยู่หลายคำ

จึงได้เรียกเพี้ยนกันมาจนกลายเป็นชื่อเพลง "ลาวดวงเดือน"







300 เมตร สุดซอยธนาคารกรุงไทย สาขาท่าเตียน







รั้วสีขาว ป้อมวิไชยประสิทธิ์

อยู่ปากคลองบางกอกใหญ่

เดิมสร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

ชื่อป้อมบางกอก หรือ ป้อมวิไชยเยนทร์

ตามชื่อของเจ้าพระยาวิชเยนทร์ (คอนสแตนติน ฟอลคอน)

ผู้กราบบังคมทูลให้สร้างป้อมนี้ เพื่อป้องกันเรือรบของฮอลันดา

และมีป้อมที่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาด้านทิศตะวันออก

บริเวณที่ตั้งของโรงเรียนราชินี

แต่ได้รื้อออกไปในรัชสมัยสมเด็จพระเพทราชา

ต่อมาเมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี

ได้ทรงสร้างพระราชวังขึ้นบริเวณป้อมนี้

พร้อมกับปรับปรุงป้อมพระราชทานนามว่า "ป้อมวิไชยประสิทธ์"

ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของกองทัพเรือไทย


วัดถัดไปที่เห็นคือวัดกัลยาณมิตร

ในสมัยรัชกาลที่ 3

เจ้าพระยานิกรณ์บดินทร์ (เจ้าสัวโต) ต้นสกุลกัลยาณมิตร

อุทิศบ้านเรือนและชื้อที่ดินบริเวณใกล้เคียง

ที่เดิมเป็นหมู่บ้านที่พำนักของพระภิกษุจีน

แล้วสร้างวัดถวายเป็นพระอารามหลวง

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

ทรงพระราชทานนามอันเป็นสิริมงคลว่า วัดกัลยาณมิตร







ออกจากซอยธนาคารกรุงไทย ไปวัดโพธิ์







ทางเข้าวัดโพธิ์ด้านหลัง







วัดโพธิ์ด้านข้าง








ศาลาไม้เก่าในสวนวังสราญรมย์

วังสราญรมย์

สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ให้เป็นที่ประทับชั่วคราว ของเจ้านาย

เมื่อแรกออกจากวังหลวง ก่อนที่วังประทับถาวรจะก่อสร้างแล้วเสร็จ

เป็นบ้านพักรับรองพระราชอาคันตุกะ

เคยใช้เป็นที่ทำการของกระทรวงการต่างประเทศ







พระที่นั่งสุทไธสวรรยปราสาท

ตั้งอยู่บนกำแพงพระบรมมหาราชวังด้านทิศตะวันออก

ระหว่างประตูเทวาพิทักษ์ กับประตูศักดิ์ไชยสิทธิ์

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงสร้างขึ้น

เดิมเรียกว่า "พลับพลาสูง"

สำหรับประทับทอดพระเนตรกระบวนแห่

ในการพระราชพิธีสระสนามใหญ่

คือ การเดินช้าง เดินม้า ราชพาหนะ ออกมารับประพรมน้ำมนต์

หรือ จะเรียกว่าเป็นการสวนสนามจตุรงคเสนา

ซึ่งมีริ้วขบวนประกอบด้วยพลเดินเท้า กระบวนช้าง กระบวนม้า และกระบวนรถ

เดินขบวนผ่านหน้าที่ประทับรับประพรมน้ำมนต์ เพื่อชัยมงคลก็ได้

และทอดพระเนตรการฝึกช้าง


ต่อมาพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

โปรดเกล้าฯ ให้รื้อและสร้างใหม่เป็นปราสาท

พระราชทานนามว่า "พระที่นั่งสุทไธสวรรย์"


ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ทรงบูรณปฏิสังขรณ์

และพระราชทานนามใหม่ว่า "พระที่นั่งสุทไธสวรรยปราสาท"


ในรัชกาลปัจจุบันโปรดให้ต่อพระเฉลียงไม้ทางด้านตะวันออกทำเป็นสีหบัญชร

เพื่อเป็นที่สำหรับเสด็จพระราชดำเนินออกให้ราษฎรเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท







ประตูเทวาพิทักษ์







พระอัษฎามหาเจดีย์ หรือ พระปรางค์ 8 องค์ ( อัษฎา= 8 )

เป็นชื่อตามมติของ

คณะกรรมการอำนวยการปฏิสังขรณ์วัดพระศรีรัตน ศาสดาราม

เมื่อฉลองพระนครครบ 200 ปี

ตามชื่อที่ปรากฏในการบูรณปฏิสังขรณ์สมัย รัชกาลที่ 3

ของพระศรีภูริปรีชา ว่า

วัตถุประสงค์ในการสร้างพระมหาเจดีย์เพื่ออุทิศ

เป็น

พระพุทธเจดีย์องค์หนึ่ง

พระธรรมเจดีย์องค์หนึ่ง

พระปัจเจกเจดีย์องค์หนึ่ง

... เป็นพระพุทธเจ้า ที่ตรัสรู้อริยสัจ 4 ด้วยพระองค์เองเช่นเดียวกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

แต่ มิได้ทรงประกาศพระศาสนา

จึงไม่มีสาวกพุทธบริษัทเหมือนอย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ...

พระสาวกเจดีย์องค์หนึ่ง

พระภิกขุนีสาวกเจดีย์องค์หนึ่ง

พระชาฎกโพธิสัตว์องค์หนึ่ง

พระสงฆเจดีย์องค์หนึ่ง

และพระยาจักรเจดีย์องค์หนึ่ง ?







ศาลหลักเมือง และ และศาลาว่าการกลาโหม







พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง







ปราสาทพระเทพบิดร

สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

เดิมชื่อว่า พุทธปรางค์ปราสาท

มีพระราชประสงค์จะอัญเชิญพระแก้วมรกตมาไว้

แต่เมื่อสร้างเสร็จเห็นว่าคับแคบไม่เหมาะแก่การพระราชพิธี

จึงมิได้อัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐานดังพระราชดำริ







เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1

สถาปนากรุงเทพฯ เป็นราชธานี

พระองค์ได้โปรดเกล้าให้ตั้งการพระราชพิธียกเสาหลักเมือง

เพื่อเป็นหลักชัยอันสำคัญ







เมื่อรัชกาลที่ 4 เสด็จขึ้นครองราชย์

ทรงพระราชดำริว่าหลักเมืองชำรุดทรุดโทรมมาก

และเมื่อทรงตรวจดวงพระชะตาของพระองค์

พบว่าเป็นอริแก่ลัคนาดวงเมืองกรุงเทพฯ

จึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้

แปลงศาลหลักเมืองให้เป็นรูปปรางค์

ถอนเสาหลักเมืองเดิมและประดิษฐานเสาหลักเมืองใหม่

และพร้อมบรรจุชะตาพระนครให้มีสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคล มีอุดมมงคลฤกษ์

เสาเดิมครั้งรัชกาลที่ 1 คือต้นสูง

แกนในเป็นเสาไม้ชัยพฤกษ์ มีไม้จันทน์ประดับนอก ลงรักปิดทอง

หัวเสาเป็นทรงบัวตูม ภายในกลวงสำหรับบรรจุชะตาพระนคร

ดวงนี้อยู่ใจกลางยันต์สุริยาทรงกลด จารึกในแผ่นทอง เงิน นาก

ได้ทำพิธีถอนเสาแล้ว แต่หาที่เก็บที่เหมาะสมไม่ได้ จึงคงไว้

เสาพระหลักเมืองครั้งรัชกาลที่ 4

คือต้นที่มีส่วนสูงทอนลงมา

แกนในเป็นเสาไม้สัก มีไม้ชัยพฤกษ์ประดับนอก

หัวเสาเป็นรูปยอดเม็ดทรงมัณฑ์ เป็นต้นที่สถิตประทับของพระหลักเมือง

ดังนั้นเสาหลักเมืองจึงมีสองต้น







เทพารักษ์ ผู้พิทักษ์ให้ความร่มเย็นแก่แผ่นดินและประชาราษฎร์ 5 องค์

* พระเสื้อเมือง ถือจักร และกระบอง ป้องกันศัตรูรุกราน คงเปรียบดั่งเป็นเสื้อ*

* พระทรงเมือง ถือสังข์ และกระบอง ดูแลทุกข์สุข ของประชาชน คงเปรียบดั่งประทับอยู่*

* พระกาฬไชยศรี เป็นบริวารของพระยม มีสี่กร

กรหนึ่งถือดวงไฟหมายถึงดวงวิญญาณ กรหนึ่งถือบ่วงบาศใช้จับดวงวิญญาณ

ขี่นกเค้าแมวเป็นพาหนะ นำวิญญาณของมนุษย์ผู้ทำบาปไปสู่ยมโลก*

*เจ้าพ่อเจตคุปต์ เป็นบริวารพระยม ถือปากกา ม้วนกระดาษ

มีหน้าที่จดความชั่วร้ายของชาวเมืองที่ตายแล้ว เสนอพระยม*

*เจ้าพ่อหอกลอง ดูแลรับผิดชอบเหตุการณ์ต่าง ๆ อันเกิดขึ้น *



















นักท่องเที่ยวเยอะมาก ๆที่มองเห็นจะมีคนไทย คือเพื่อน เจ้าหน้าที่วัด และไกด์











































สนามหลวง







ซ้ายมองไม่เห็นสนามหลวง

กลางอาคารศาลฎีกา

ขวาหน้าหลักเมือง

ขวาหลังอาคารอัยการสูงสุด







ลิเกในศาลหลักเมือง







ปัจจุบันย้ายไปอยู่ตลิ่งชันทางไปพุทธมณฑล



***


ขอบคุณนะเพื่อน ที่ถ่ายส่งมาให้

ในคราวที่เพื่อนมีโอกาสได้ไปเดินชมถิ่นที่เคยเนา

หากเพื่อนไม่เล่าถึงสถานที่ต่าง ๆ เราก็คงไม่รู้จัก

ดังนั้นสิ่งดีดีที่เพื่อนบล็อกแก้งได้อ่านนี้

ก็เพราะเพื่อน " เฉลิมชัย " ได้พาเที่ยว



***




Create Date : 18 มิถุนายน 2556
Last Update : 2 กรกฎาคม 2556 9:11:03 น. 33 comments
Counter : 3921 Pageviews.  

 
สวัสดีครับพี่ตุ๊ก





โดย: กะว่าก๋า วันที่: 18 มิถุนายน 2556 เวลา:7:35:40 น.  

 
กรุงเทพฯ ก็มีของดีๆ ให้ชมเยอะไม่แพ้จังหวัดอื่น

แถมอยู่ใกล้อีก ไม่ต้องเดินทางไกล

ว่าแล้ว ต้องหาเวลาไปเดินเล่นเกาะรัตนโกสินทร์อีกซะแล้ว


โดย: 3KKK วันที่: 18 มิถุนายน 2556 เวลา:9:05:27 น.  

 
แวะทักทายเช้าวันทำงานคะ มีความสุขทุก ๆ วันนะคะ


โดย: kor_pink วันที่: 18 มิถุนายน 2556 เวลา:9:07:39 น.  

 



ปอป้าขอกราบขอบพระคุณในน้ำใจไมตรีที่มอบให้ตลอดเวลาที่ผ่านมา
ไม่ว่าจะเป็นเวลาที่เจ็บป่วย และที่สำคัญในเวลาที่สูญเสียลูกชายอันเป็นที่รัก

ความปรารถนาดีและกำลังใจจากทุกท่านจะดำรงอยู่ในหัวใจของปอป้าตลอดไป...ค่ะ




โดย: พรหมญาณี วันที่: 18 มิถุนายน 2556 เวลา:13:00:52 น.  

 
มาเที่ยวกรุงเทพฯแถวนี้ เกือบจะใกล้บ้านเค็งมากเลยอ่ะ แล้วแถวนี้เค็งนั่งรถเมล์ผ่านบ่อย ไปวัดพระแก้ว บางลำพู
แอบสงสัยนะคะ ทำไมไกด์ เพื่อนคุณตุ๊ก พามาแถวนี้แหละคะ
หรือว่าคุณตุ๊กรีเควสมาวัดพระแก้วหรือป่ะ เห็นรูปแล้วก็คิดถึงบ้านจังคะ ขอบคุณคุณตุ๊ก ที่นำภาพใกล้ ๆ บ้านมาให้ดู ดูไปยิ้มไปกับสถานที่คุ้นเคยที่อยู่มา 40 ปี แม่เจ้า รู้อายุเลยอ่ะ 5555

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต

tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 3 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
*
*
มาแว้วหายศีระษะไปฉามวัน ติดภาระกิจกู้ชาติ 555 กลับมาดังเดิมแว้วคะ คิดถึงสวดดดด เจง เจง ไม่ได้โม้ กร๊ากกกก นี่น้ำลายบูดมากเลยน๊า ไม่เชื่อดมเด๊ะ 555 จบข่าว


โดย: ลงสะพาน...เลี้ยวขวา วันที่: 18 มิถุนายน 2556 เวลา:13:39:57 น.  

 
ผมยังไจ้บ่าจ้างเลยครับปี้ตุ๊ก 555
GPS ก่ดูบ่าเป๋นครับ 555




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 18 มิถุนายน 2556 เวลา:13:41:45 น.  

 
ตามพี่ตุ๊กเที่ยวกรุงเทพด้วยค่ะ

จากที่บ้าน พี่ตุ๊กความจำเยี่ยมสุดๆ
น้ำตกถ้าขับเข้ามาอยู่ทางขวามือจริงๆ ค่ะ
ไหลแรงมากๆ สมกับเป็นที่มาของชื่อเลยนะคะ




โดย: Sweety-around-the-world วันที่: 18 มิถุนายน 2556 เวลา:14:06:19 น.  

 
สวัสดีวันอังคารค่าพี่ตุ๊ก

ขนมอร่อยค่าถ้าคนชอบทานกาแฟต้องถูกใจแน่ๆเลยค่า

กรุงเทพเรานี่ความจริงเป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยว มากเลยน้าค้า ขนาดฝรั่งยังมาเที่ยวเยะอะแยะไปหมด

ขอบคุณสำหรับรีวิวดีๆค่าพี่ตุ๊ก

มีความสุขทั้งวันน้าค้า


โดย: tayya tatar วันที่: 18 มิถุนายน 2556 เวลา:14:08:04 น.  

 
สวัสดีครับพี่ตุ๊ก
เดินตามทั้งเมื่ิอยทั้งเพลินตาเลย
แถวปากคลองตลาดนี้ฝรั่งเดินเยอะนะครับ




โดย: moresaw วันที่: 18 มิถุนายน 2556 เวลา:15:01:04 น.  

 
ตอนที่ 1และ2 นี้เดินวันเดียวเลยหรือครับ


โดย: moresaw วันที่: 18 มิถุนายน 2556 เวลา:15:10:40 น.  

 
~ อ่านประวัติข้างบนแล้วทึ่งกับพี่ค่ะ มากๆๆ ~


โดย: ~ ริมน้ำ_voUฟ้า ~ IP: 171.6.209.177 วันที่: 18 มิถุนายน 2556 เวลา:15:19:05 น.  

 
กลับมาลงชื่อเที่ยวแล้วค่ะ ^^
ไม่ได้ตามหลายวันคงพลาดหลายบล็อคแล้วแน่ๆเลยค่ะพี่ตุ๊ก แล้วนุ่นค่อยตามเก็บของเบล็อคเก่าตอนที่ไม่อยู่นะคะ



โดย: lovereason วันที่: 18 มิถุนายน 2556 เวลา:15:27:50 น.  

 
อ๋อ ไกด์ไปธุระ อย่างนี้ต้องมีบล๊อกเที่ยงกรุงอีกชิมิ ถามอีกแระ 555

กรุงเทพ รถติดอย่างเดียวเยอะ


โดย: ลงสะพาน...เลี้ยวขวา วันที่: 18 มิถุนายน 2556 เวลา:15:52:41 น.  

 
ปีก่อนโน้น..ไปขับวนหลงทางแถวๆนั้นแหละ
จะหาที่จอดรถเพื่อเข้าไปชมวัดพระแก้ว

นึกๆแล้วขำตัวเอง

สมัยมีตลาดนัดสนามหลวง นั่งรถเมล์มาออกบ่อย...


โดย: wicsir วันที่: 18 มิถุนายน 2556 เวลา:16:08:10 น.  

 
เที่ยวกรุงกันต่อค่ะ
ตามเก็บความรู้ด้วยค่ะพี่ตุ๊ก
ช่างศิลป์ของไทยเนี่ยฝีมือดีจริงๆ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ลงสะพาน...เลี้ยวขวา Food Blog ดู Blog
พรไม้หอม Health Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 3 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 18 มิถุนายน 2556 เวลา:16:49:50 น.  

 
ตามเข้ากรุงด้วยคนค่ะ ไม่ได้ไปมาปีนึงพอดี


โดย: sawkitty วันที่: 18 มิถุนายน 2556 เวลา:18:49:23 น.  

 
ผมไปตั้งหลายวัน ยังเที่ยวไม่ถึงไหนเลยครับ


โดย: ปลายแป้นพิมพ์ วันที่: 18 มิถุนายน 2556 เวลา:20:06:41 น.  

 
สวัสดีครับคุณค รู


ตามมาเรียนประวัติศาสตร์ครับ

หลายที่เคยไปมาแล้วตอนเป็นเด็กไม่เกินสิบขวบ ตอนนี้ลืมหมดแล้ว ไปก็ไม่ถูกด้วยจนกระทั่งมาเห็นแผนที่นี่ก็เลยพอเดาได้บ้างครับ

อยากไปจริง ๆแต่เวลาหายากและท่าจะร้อนมั่ก มั่กนะปัจจุบัน

ตอนนี้อายุซึ่งเป็นเพียงตัวเลข แต่เป็นตัวเลขที่น่าเป็นห่วงอ่ะ ดูตามน้องตุ๊กจากบล็อคดีกว่า น้องเราทั้งเก่งทั้งแข็งแรง ความจำยังเป็นเลิศอีกต่างหาก

แล้วจะตามมาเที่ยวต่อไปนะคร้าบบบบ


โดย: find me pr วันที่: 18 มิถุนายน 2556 เวลา:20:21:49 น.  

 
มาตามเที่ยวตอนจบ โหวตไปเร็ยยยยย

ของเรามีช่อเดียว มีห้าหกดอกเหมือนกัน
แต่ไม่สามัคคีกันบานอ่ะ บานทีละดอกซะงั้น



โดย: nulaw.m (คนบ้า(น)ป่า ) วันที่: 18 มิถุนายน 2556 เวลา:21:12:56 น.  

 
สมัยเรียนบางกอก
ชอบสะพานหัวช้างมาก
ใกล้กับหอพักที่เรียน
ชอบมาเดินกับเพื่อนรุ่นพี่
ได้ข่าวว่าตอนนี้ทำงานที่เชียงใหม่
ไม่เจอนานโขตั้งแต่จบ


โดย: ravio วันที่: 18 มิถุนายน 2556 เวลา:21:49:28 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับคุณตุ็ก
มาแถวนี้เห็นสวนวังสราญรมย์แล้วคิดถึงสมัยที่จัดเวทีประกวดนางสาวไทยที่นี่เนาะ


โดย: ลุงกล้วย วันที่: 19 มิถุนายน 2556 เวลา:6:06:17 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ กับเช้าวันพุธกลางสัปดาห์ ...คะ คุณตุ๊ก
... อย่าลืมทานอาหารเช้านะคะ
- Have a nice day - คะ. (^o^)/





โดย: ลงสะพาน...เลี้ยวขวา วันที่: 19 มิถุนายน 2556 เวลา:6:12:20 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
tui/Laksi Food Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog


โดย: ลุงกล้วย วันที่: 19 มิถุนายน 2556 เวลา:6:16:10 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่ตุ๊ก







โดย: กะว่าก๋า วันที่: 19 มิถุนายน 2556 เวลา:6:38:06 น.  

 
สวัสดีครับคุณตุ๊ก

อ.เต๊ะ นับถือจริงๆ ถ้าทุกที่ ที่เล่ามานี่
คุณตุ๊กไปเดินเที่ยวในวันเดียว
เพราะแต่ละที่นี่เดินชมนู่นนี่ วนเวียนไปมา
รวมๆกันเป็นระยะทาง ก็น่าจะหลายกิโลอยู่
เป็น อ.เต๊ะ กลับมาคงปวดขา เดินไม่เป็นสักวัน2วัน แหงๆ555
ตามคุณตุ๊กไปเที่ยวแล้ว ถ้ามีโอกาสก็อยากไปเดินรำลึกถึงความหลังสักครั้งเหมือนกันครับ

กดไลค์ให้ก่อนนะครับ


โดย: multiple วันที่: 19 มิถุนายน 2556 เวลา:6:40:00 น.  

 
thx u crab


โดย: Kavanich96 วันที่: 19 มิถุนายน 2556 เวลา:7:46:37 น.  

 
ชอบค่ะพี่ตุ๊ก
ไปกรุงเทพก็บ่อย
แต่ไม่เคยมีโอกาสแบบนี้มั่งเลยอะ


โดย: mutcha_nu วันที่: 19 มิถุนายน 2556 เวลา:8:29:45 น.  

 
เดินเที่ยวในบางกอก คุ้มจริงๆ เลย....


โดย: เหนือฟ้า พาไป วันที่: 19 มิถุนายน 2556 เวลา:12:08:25 น.  

 
ขอบคุณ คุณเฉลิมชัยด้วยค่ะ ละเอียดมากค่ะพี่ตุ๊ก

สะพานเฉลิมรัช คิดในใจ...แล้วพี่ตุ๊กก็ไม่พลาด

พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท ได้รู้ชื่อซักทีค่ะ ผ่านไปมาบ่อยมาก คิดว่าน่าจะมีความสำคัญอะไรซักอย่าง หนูไม่รู้จะหาคีย์เวิร์ดจากกูเกิ้ลว่าอะไร (ทำไมไม่นึกถึงชื่อประตูเข้าวัดพระแก้ว...นะคะ เอ๋ออีกแล้วค่ะ)

ยังไม่ได้ซื้อเตาอบเลยค่ะพีุ่ตุ๊ก หนูยังไม่ได้ไปห้างฯ วันนี้ลองทำ //www.maesalim.com/desserts/vanilla-panna-cotta/ ออกมาหน้าตาคนละเรื่องกับของเค้าเลยค่ะ กำลังแช่ตู้เย็นรอเซ็ตตัว เดี๋ยวลุ้นรสชาติอีกที สู้ตายค่ะ


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 19 มิถุนายน 2556 เวลา:17:03:20 น.  

 
แวะมาชมกรุงยามสาย บรรยากาศศาลหลักเมืองคนเยอะมาก แต่สนามหลวงบรรยากาศยามเช้า จะเงียบ ๆ ไม่พลุกพล่าน ดูแล้วร่มรื่นสบายตาด้วยสีเขียว ๆ ค่ะ


โดย: tummydeday วันที่: 20 มิถุนายน 2556 เวลา:9:40:10 น.  

 
สุโขทัย4-15ตั้ง

เที่ยวไป ได้ความรู้
ตามมาอ่านต่อตอนที่ ๒ ครับ

ถ้าเราได้รู้ประวัติความเป็นมา
ของสถานที่มาก่อน
ก็ช่วยให้เที่ยวได้สนุก
ไม่น่าเบื่อ

วันนี้ได้ความรู้มากครับ


โดย: หมุนตามไมล์ วันที่: 22 มิถุนายน 2556 เวลา:11:24:39 น.  

 

Like ให้เป็นคนที่ 5
ตามมาเบิ่งเมืองกรุงด้วยคนนะคะ


โดย: อุ้มสี วันที่: 24 มิถุนายน 2556 เวลา:20:11:44 น.  

 
Create Date : 18 มิถุนายน 2556
Last Update : 18 มิถุนายน 2556 9:07:51 น. 32 comments
Counter : 362 Pageviews.



โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 2 กรกฎาคม 2556 เวลา:9:10:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tuk-tuk@korat
Location :
นครราชสีมา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 136 คน [?]




งานหลักคืองานอดิเรก

10 บล็อกล่าสุด


It's Sad to Belong - England Dan and John Ford Coley ... ความหมาย


แวะพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอินทร์บุรี และวัดดอกไม้ สิงห์บุรี บนเส้นทาง โคราช - เชียงใหม่


Breaking Up Is Hard To Do ... ความหมาย


Exchange Of Hearts - David Slater ... ความหมาย


แวะวัดสุทธาวาส สิงห์บุรี บนเส้นทาง โคราช - เชียงใหม่


Happier - Ed Sheeran ... ความหมาย


วัดยางกวง ... วัดเก่าเมืองเชียงใหม่


Falling Slowly - Glen Hansard, Marketa Irglova ... ความหมาย


ขับรถชมประเทศไทย - ไปเขาค้อ


A World Without Love - Peter and Gordon ... ความหมาย


แวะโบราณสถานวัดเกาะกลาง อำเภอป่าซาง ลำพูน







ของแต่งบล็อกจาก
ป้าเก๋า "ชมพร"
คุณญามี่
คุณ Rainfall in August
ขอบคุณค่ะ

[Add tuk-tuk@korat's blog to your web]