tuk...tuk more than one or cannot run
<<
พฤษภาคม 2561
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
17 พฤษภาคม 2561

พิษณุโลก ... วัดห้วยแก้ว ที่บางกระทุ่ม



บางกระทุ่ม และกระทุ่มแบน จำสลับกันเสมอ

กระทุ่มเป็นชื่อต้นไม้ชนิดหนึ่ง บางแสดงว่าแถบนี้มีต้นกระทุ่มมากเป็นดง

ปัจจุบันมีชื่อทางกล้วยตาก

ตั้งใจไปชมศาลาการเปรียญหลังนี้ ที่วัดห้วยแก้ว อ.บางกระทุ่ม พิษณุโลก








เดินทางตอนดอกเหลือปรีดินาธรเหลืองสะพรั่ง บนเส้นทางพิจิตร - บางกระทุ่ม

หลังจากที่ได้แวะดื่มน้ำมะนาวแก้ร้อนที่ตลาดวังกรด







ดูจากกูเกิลสตรีทวิวมาก่อน จึงตรงเข้าไปยังวัดห้วยแก้วถูกทางแม่ทางเลี้ยวจะเล็ก

ได้ตื่นตากับศาลาการเปรียญไม้สักทรงไทย 2 ชั้น สร้างมาตั้งแต่ปี 2551














ชั้นบน








ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยแกะสลักด้วยไม้







ประตูเมรุก็สวย







วิหารพระนอน














หลังวิหารพระนอน พระปรางค์หลวงพ่อธรรมจักร

ภายในปรางค์ประดิษฐานพระพุทธรูปยืน หรือหลวงพ่อธรรมจักร

ตามแบบพระประธานในวิหารด้านทิศตะวันออกหรือพระอัฏฐารส

วัดพระศรีรัตนธาตุมหาวิหาร อ.เมือง พิษณุโลก








และที่น่าสนใจที่สุดของเราคือโบสถ์เก่า








รูปปั้นตำรวจด้านหน้าโบสถ์ !!!














จิตรกรรมฝาผนัง ด้านหน้าเป็นพระพุทธรูปยืน


























หลวงพ่อท่านกำลังจะไปทำพิธีบวชพระที่โบสถ์ใหม่

เห็นเราเดินถ่ายรูปรอบโบสถ์ ก็เข้ามาถามไถ่

ท่านก็เมตตาให้พระเอากุญแจมาไขให้เข้าไปภายใน

ปัจจุบันทางวัดได้ถอนเสมาย้ายไปที่โบสถ์ใหม่ที่ด้านหลังแล้ว

โบสถ์เก่าก็จะเก็บรักษาเป็นโบราณสถาน

จากภาพจิตรกรรมฝาผนังระบุปีที่วาดภาพเก่าที่สุดคือ พ.ศ. 2489








*ภาพด้านหลัง ขวามือของพระประธาน*

ด้านล่างเขียนว่า ชั้นที่ 1 จาตุมหา ภชิกรยืน 500 ปี ทิพย์บริวาร

จาตุมหาราชิกา เป็นสวรรค์ชั้นที่ 1 จัดอยู่ในกามภพ เป็นปรโลกฝ่ายสุคติภูมิ








เขียนว่า

สวรรค์ชั้นที่ 2 ชื่อดาวดึงส์ อายุยืนพันปีทิพย์ พระเจดีย์จุฬามณีอยู่ชั้นที่ 2








*ด้านหลังพระประธาน ตรงกลาง*

เขียนว่า สวรรค์ชั้น 4 ชั้นดุสิต และชั้น 5 นิมมานนรดี

ชั้น 6 อาจเป็นวิมานแถวบนสุด








*ภาพด้านหลัง ขวามือของพระประธาน*

พระมาลัยและนรกภูมิ

พระมาลัยเป็นพระอริยะที่มีฤทธิ์มาก รองจากพระโมคคลานะ

เคยโปรดสัตว์ในนรกภูมิ ได้เห็นว่านรกเป็นอย่างไร

เคยไปไหว้เจดีย์จุฬามณี เห็นว่าสวรรค์เป็นอย่างไร

นำเรื่องสวรรค์ และนรกมาสั่งสอน








*ผนังด้านขวามือของพระประธาน ... ทิศใต้ ... เป็นภาพพระพุทธประวัติ*

ด้านบนเหนือหน้าต่าง

ประสูติ








เจ้าชายประทับนั่งขัดสมาธิอยู่ใต้ต้นชมพูพฤกษ์ หรือ ต้นหว้า

ขณะที่พระราชบิดาทรงทำพระราชพิธีพระนังคัลแรกนาขวัญ โดยเสด็จแรกนาด้วยพระองค์เอง

พระสหาย พระพี่เลี้ยง และมหาดเล็กไม่ได้อยู่เฝ้าเพราะไปชมพระราชพิธีแรกนา

เจ้าชายได้รับความวิเวกก็เกิดเป็นสมาธิขั้นแรกที่เรียกว่า ปฐมฌาน

แรกนาเสร็จตอนบ่าย เงาไม้ยังอยู่ที่เดิมเหมือนเวลาเที่ยงวัน ไม่คล้อยตามตะวัน








พราหมณ์โกณฑัญญะ ทายว่าพระราชกุมารนี้

ถ้าอยู่ในเพศฆราวาส จะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ

ถ้าออกบวชจะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นศาสดาเอกในโลก








เจ้าชายสิทธัตถะเรียนศิลปวิทยาที่ วิศวามิตรจนจบ

เจ้าชายได้แสดงความสามารถที่เรียนมา โดยยิง สหัสถามธนู

แปลว่า ธนูที่มีน้ำหนัก ขนาดที่คนจำนวนหนึ่งพันคนจึงจะยกขึ้นได้

ทรงยิงขนหางทรายจามรีในระยะหนึ่งโยชน์ ขาดตรงกลางพอดี

พระญาติวงศ์จึงยอมถวายพระนางพิมพายโสธรา เพื่อคัดเลือกและอภิเษกเป็นพระชายา








เจ้าชายสิทธัตถะทรงทอดพระเนตร คนแก่ ตนเจ็บ คนตาย จึงหนีเพื่อออกบวช








พระสิทธัตถะหนีไปบวช เทวดาเปิดประตูเมืองให้ พญามารห้ามแต่ยั้งไม่ได้








ด้านล่างระหว่างช่องหน้าต่าง

ที่อุรุเวลาเสนานิคม

นางสุชาดาบวงสรวงขอบุตรชายต่อเทวดาประจำต้นไทร เมื่อสมประสงต์ ได้นำข้าวมธุปายาสถวาย

แม้ท่านสิทธัตถะจะปฏิเสธว่าไม่ใช่ แต่นางยังยืนยันถวายข้าวนั้น

เมื่อฉันแล้วได้นำถาดไปอธิษฐานแล้วลอยไปในแม่น้ำเนรัญชรา เพื่อเสี่ยงทายว่าจะตรัสรู้ได้หรือไม่

ชณะกำลังบำเพ็ญเพียรมีฝนตก พญานาคมาจึวแผ่พังพานบังฝนให้








ธิดาพญามารยั่วยวน








มารมาขอที่ประทับใต้ต้นโพธิ์คืน พระองค์จึงเอามือชี้ที่ดิน ปรากฏพระแม่ธรณีหลั่งน้ำท่วมหมูมาร








ยมกปาฏิหาริย์ ที่ต้นมะม่วง

ยมก แปลว่าคู่หรือสอง

เพราะมีลัทธิต่าง ๆ อวดอ้างว่าตนเป็นอรหันต์

เพราะเศรษฐีผู้หนึ่งต้องการทราบว่าใครเป็นอรหันต์จึงนำบาตรไม้แก่นจันทน์แขวนที่ปลายไผ่สูง 15 เมตร ซึ่งไม่มีใครเอาลงมาได้

เพราะชาวเมืองดูหมิ่นพระพุทธศาสนา ว่าไม่มีพระอรหันต์ในโลก พระมหาโมคคัลลานะจึงให้พระปิณโฑลภารทวาช แสดงอิทฤทธิ์ไปเอาลงมาได้

เพราะพระพุทธองค์เห็นว่าไม่ควร จึงบัญญัติสิกขาบท

ห้ามภิกษุแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหารย์ หากฝ่าฝืนต้องอาบัติทุกกฎ

ห้ามใช้บาตรไม้ หากภิกษุใช้ ต้องอาบัติทุกกฎ

เพราะเดียรถีย์ทราบว่าพระพุทธองค์ห้ามภิกษุแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหารย์ จึงท้าทาย

พระพระเจ้าพิมพิสารกังวลใจ พระพุทธองค์จึงตรัสว่า สวนผลไม้ที่ห้ามไม่ให้คนอื่นเด็ดไปกินไม่ได้ห้ามเจ้าของไม่ได้เด็ดกิน

เพราะพระพุทธองค์ตรัสว่าจะใช้ต้นมะม่วงแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหารย์ เดียรถีย์จึงโค่นต้นมะม่วงหมดเมือง

เพราะมีผู้นำผลมะม่วงสุกมาถวาย พระพุทธองค์

ทรงฉันเสร็จแล้วรับสั่งให้ปลูกเมล็ดลงดิน

พระองค์ทรงใช้น้ำที่ล้างพระหัตถ์รด เม็ดมะม่วงก็เจริญเติบโตออกผลเต็มต้น

ทรงเนรมิตจงกรมแก้วในอากาศเหนือต้นมะม่วง แล้วเสด็จขึ้นสู่ที่จงกรมนั้น

ทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์ (อ่านว่า ยะ - มะ - กะ - ปา - ติ - หาน) คือ

มีท่อน้ำและท่อไฟพุ่งมา จากส่วนต่าง ๆ ของพระวรกายสลับกันไป

มีพระรูปของพระองค์ออกมาเป็นคู่ ๆ








ทรงโปรดพระพุทธมารดา








*ภาพบนผนังตรงข้ามพระประธาน*

ทรงผบวช








ชาวเมืองต่างโจษจันกันถึงนักบวชหนุ่มผู้ทรงความสง่างาม ผิดจากนักบวชอื่น

พระเจ้าพิมพิสารกษัตริย์แห่งแคว้นมคธ จึงทรงสั่งให้เจ้าพนักงานไปสืบความดู








พระมหาบุรุษทรงรับอาหารบิณฑบาตพอควรจากชาวเมืองแล้ว

ทรงเสวยอาหารที่คละระคนปนกันทุกชนิดในบาตร

พระเจ้าพิมพิสารเสด็จไปเฝ้าและตรัสเชิญพระมหาบุรุษให้เสด็จอยู่ครองเมืองด้วยกัน

พระมหาบุรุษทรงปฏิเสธและทรงแจ้งถึงความแน่วแน่ในพระทัยจะแสวงหาความตรัสรู้

พระเจ้าพิมพิสารจึงตรัสขอปฏิญาณว่า ถ้าได้ตรัสรู้แล้วขอให้เสด็จมาโปรด

พระมหาบุรุษทรงรับปฏิญาณนั้น








ช้างปาลิไลยกะ ละจากฝูงช้างมาจากป่ามาปฏิบัติองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

พระอินทร์ดีดพิณ ... เตือนให้เดินทางสายกลาง

พระมหาบุรุษทรงรับหญ้าคา 8 กำที่พราหมณ์โสตถิยะถวาย ทรงนำไปปูเป็นอาสนะประทับที่โคนต้นพระศรีมหาโพธิ์

ปัญจวัคคีหนีไป คิดว่าพระองค์ละความเพียรแล้ว








ด้านล่างข้างประตู

พระเจ้าพิมพิสารทรงถวายเวฬุวันนาราม แด่พระพุทธเจ้าแล้ว

แต่ไม่ได้ทรงอุทิศส่วนกุศลใดๆ ในครั้งนั้น

พวกเปรตซึ่งเมื่อเป็นมนุษย์ได้ทุจริตคอรัปชั่น เคยเป็นพระญาติของพระเจ้าพิมพิสาร

มาคอยรับส่วนบุญที่จากพระเจ้าพิมพิสาร แต่เมื่อผิดหวัง

รุ่งขึ้นพระเจ้าพิมพิสารจึงเสด็จไปเฝ้าพระพุทธเจ้า เมื่อทราบความ

จึงทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ถวายอาหารและจีวรแก่พระพุทธเจ้าและพระสงฆ์

แล้วทรงหลั่งน้ำ ทักษิโณทก ... ทักษิณา คือของที่มาทำบุญ , อุทก คือน้ำ

หมายถึงการหลั่งน้ำเพื่อยกให้ คือการกรวดน้ำว่า

อิทัง (บุญนี้) เม (ของข้าพเจ้า) ญาตีนัง (แก่ญาติทั้งหลาย) โหตุ (จงมี)








นายจุนทะได้ถวายสูกรมัททวะ ให้พระพุทธเจ้า








*ผนังด้านซ้ายมือของพระประธาน ... ทิศเหนือ ... เป็นภาพทศชาติชาดก*

เริ่มจากด้านนอกเข้าไปหาพระประธาน ภาพขวามาก่อนภาพซ้าย


ชาติที่ 1 เตมิยชาดก ทรงบำเพ็ญเนกขัมมบารมี หมายถึง การออกบวช

ทรงเสวยพระชาติเป็นเตมิยราชกุมาร เห็นการปกครองต้องสั่งลงโทษผู้คน

จึงแสร้งทำเป็นใบ้ เพื่อจะได้ไม่ต้องเสวยราชสมบัติ จะได้ออกบวช


ชาติที่ 2 มหาชนกชาดก ทรงบำเพ็ญวิริยบารมี

ทรงเสวยพระชาติเป็นมหาชนกชาดก เดินทางไปค้าขายแล้วเรือแตก ทรงว่ายน้ำในมหาสมุทรถึง 7 วัน ไม่ยอมแพ้

นางเมขลาลองใจว่าให้พระองค์ยอมตายเสีย พระองค์ไม่ทรงฟัง

นางเมขลาเห็นเลื่อมใสในความพยายาม จึงอุ้มพระองค์เหาะไปส่งที่ฝั่ง








ชาติที่ 3 สุวรรณสามชาดก ทรงบำเพ็ญเมตตาบารมี

ทรงเสวยพระชาติสุวรรรณสามดาบส เลี้ยงดูบิดามารดาผู้ตาบอด

เพราะเป็นผู้เมตตาใจดี หมู่เนื้อก็เดินตามไปในที่ต่างๆ

อปิลยักษ์ยิงธนูล่าเนื้อพลาดไปถูกสุวรรรณสาม

จึงไปจูงมารดาบิดาของสุวรรณสามมา

มารดาบิดาของสุวรรณสามก็ตั้งสัจจกิริยาคุณความดีของสุวรรณสาม ขอให้พิษของศรหมดไป

สุวรรณสามก็ฟื้นคืน และเทศสอนว่า ผู้ใดเลี้ยงมารดาบิดาโดยธรรม แม้เทวดาก็ย่อมรักษาผู้นั้น


ชาติที่ 4 เนมิราชชาดก ทรงบำเพ็ญอธิฏฐานบารมี คือความตั้งใจมั่นคง

เสวยพระชาติเป็นพระเนมิราช โอรสเจ้าเมืองมิถิลา

โปรดการบริจาคทานและรักษาพรหมจรรย์

พระอินทร์ทรงให้พระมาตุลีนำทิพยรถมารับไปเที่ยวเมืองสวรรค์ และเมืองนรก

แล้วเชิญให้ครองเมืองสวรรค์ ก็ไม่ทรงรับ เมื่อทรงชราก็ออกผนวช








ชาติที่ 5 มโหสถชาดก ทรงบำเพ็ญปัญญาบารมี

เสวยพระชาติเป็นมโหสธบัณฑิต ได้ใช้ปัญญาเข้าแก้ไขปัญหา

ภาพหญิงบนต้นมะเดื่อคืออุทุมพรเทวี ตามชื่อของต้นมะเดื่อ

พระนางเป็นธิดาของอาจารย์ทิศาปาโมกข์

ตามธรรมเนียมอาจารย์จะยกธิดาให้เป็นภรรยาแก่ศิษย์คนโตเมื่อเรียนจบ

แต่เพราะเป็นกาลกิณีไม่คู่ควรจึงร่วมห้องกันไม่ได้ อึดอัดจนสามีนั้นคิดหนีตลอดเวลา

วันหนึ่งสามีปีนขึ้นไปเก็บผลมะเดื่อ ภริยาอยู่โคนต้นร้องขอกินบ้าง สามีบอกให้ขึ้นไปเก็บเอง

พอนางจึงปีนขึ้นไป สามีก็โดดลงมา แล้วเอาหนามมาวางสุมโคนมะเดื่อแล้วหนีไป

พระเจ้าวิเทหราชเสด็จผ่านมา ก็เกิดชอบพอเมื่อถามว่าไม่มีใครเป็นเจ้าของ

จึงรับนางมาแต่งตั้งให้เป็นพระมเหสี


ชาติที่ 6 ภูริทัตชาดก ทรงบำเพ็ญศีลบารมี

เสวยพระชาติ เป็นพญานาค ชื่อว่าภูริทัต รักษาศีลอยู่ที่จอมปลวก

ถูกพราหมณ์หมองูจับตัวใส่กระบุง เพื่อนำไปแสดงหาเงิน ได้รับความทุกข์ทรมาน

แต่ก็ไม่ต่อสู้เพื่อไม่ให้ศีลจะขาด สุดท้ายพี่ชายมาช่วย








ชาติที่ 7 จันทกุมารชาดก ทรงบำเพ็ญขันติบารมี

เสวยพระชาติเป็นพระจันทกุมาร ราชโอรสของพระเจ้าเอกราชแห่งเมืองปุปผวดี

ถุูกพระราชบิดานำไปบูชายัญพร้อมพี่น้อง ตามคำทำนายฝันของขัณฑหาลปุโรหิต

แต่พระอินทร์ลงมาหักฉัตรเพื่อทำลายพิธี

มีขันติอดทน ไม่โกรธในพระราชบิดาและขัณฑหาลปุโรหิต

แต่ในรูป พระอินทร์ปราบขัณฑหาลปุโรหิต


ชาติที่ 8 มหานารทกัสสปชาดก ทรงบำเพ็ญอุเบกขาบารมี

คือความวางเฉยแบบกลางๆ ไม่เอนเอียงไปโดย เพราะชอบ เพราะเกลียด เพราะหลงเพราะกลัว

เสวยพระชาติเป็นพระพรหม ชื่อ พรหมนารท

พระเจ้าอังคติราชพระธิดาเป็นผู้ใฝ่ในกุศล และการให้ทาน

วันหนึ่งมีเปลือยกราบทูลพระเจ้าอังคติราชว่า

บาปบุญไม่มี โลกหน้าไม่มี ทานหรือผลทานไม่มี ความเพียรไม่มี อำนาจจะทำให้คนดีหรือชั่ว

คนโง่เป็นผู้ให้ คนฉลาดเป็นผู้รับ

ทรงเชื่อ

ละเว้นการทำทาน ทรงเพลินอยู่กับความสุข ไม่สนใจราชการแผ่นดิน

พระธิดาจึงตั้งสัตยาธิษฐานให้เทวดามาช่วยพระบิดาให้หลุดพ้นจากมิฉาทิฐิ

พระนารท จึงแปลงกายเป็นนักบวชหาบสาแหรกประดับมุกดา

ข้างหนึ่งบรรจุภาชนะทองคำ อีกข้างหนึ่งบรรจุคนโทแก้วประพาฬ

เหาะลงมายังที่ประทับของพระเจ้าอังคติราช

แล้วทูลว่า พระองค์มาจากเทวโลก

เพราะได้บำเพ็ญธรรม 4 ประการ คือ

สัจจะ ความซื่อสัตย์ จริงต่อความเป็นมนุษย์ของตน
ทมะ บังคับตัวเองเพื่อลดและละกิเลส และรักษาสัจจะ
ขันติ การอดทนอดกลั้นต่อการบีบบังคับของกิเสส
จาคะ บริจาคสิ่งที่ไม่ควรมีอยู่ในตน โดยเฉพาะกิเลส

พระเจ้าอังคติราชจึงสำนึกในพระทัย ละจากมิจฉาทิฐิและตั้งมั่นอยู่ในสัมมาทิฐิ

ปกครองอาณาประชาราษฎร์ด้วยทศพิธราชธรรมต่อไป








ชาติที่ 9 วิธุรชาดก ทรงบำเพ็ญสัจจบารมี และ ปัญญาอุปบารมี

เสวยพระชาติเป็นวิธุรบัณฑิต เป็นผู้ถวายคำแนะนำประจำราชสำนัก

ปุณณกยักษ์มาท้าพระเจ้าธนัญชัยโกรัพยะเล่นสกา

มีทรัพย์สินมาเดิมพันกับทุกอย่างยกเว้นกายของพระเจ้าธนัญชัยโกรัพยะ ราชสมบัติ และพระมเหสี

ยักษ์ชนะก็ขอวิธุรบัณฑิต วิธุรบันฑิตก็ตัดสินให้รักษาสัตย์ คือตนเองยอมไปกับยักษ์

ยักษ์นำหัวใจวิธุรบัณฑิต ไปให้ภรรยาพญานาคเพื่อแลกกับธิดา

วิธรบัณฑิตได้แสดงธรรมของคนดีให้ยักษ์และพญานาค

ในที่สุดก็ได้กลับมาสู่กรุงอินทปัตถ์








ชาติที่ 10 เวสสันตรชาดก ทรงบำเพ็ญทานอุปบารมี

เสวยพระชาติเป็นพระเวสสันดร ทรงบริจาคทานทั้งหมด







ด้านล่างข้างหน้าต่าง

ทรงเสด็จปรินิพพาน








พระสรีระไม่มีใครติดไฟได้ เพราะรอพระมหากัสสปะ และพระสาวกอีก 500 รูป

เมื่อพระกราบถวายบังคม พระบาทจะทะลุโลงออกมา แล้วไฟจะลุกไหม้เอง








เจ้าผู้ครองแคว้นต่าง ๆ ได้ยกทัพมามาล้อมเมืองกุสินารา 8 กองทัพ เพื่อแย่งชิงพระบรมสารีริกธาตุ

จึงใหัโทณพราหมณ์เป็นผู้เจรจาแบ่งพระบรมสารีริกธาตุให้เป็น 8 ส่วน และพระอังคารธาตอีก 1 ส่วน

ให้พระเจ้าอชาตศัตรู กษัตริย์มคธเมืองราชคฤห์, กษัตริย์ลิจฉวีเมืองเวสาลี, กษัตริย์ศากยะเมืองกบิลพัสดุ์, กษัตริย์ถูลีเมืองอัลกัปปะ, กษัตริย์โกลิยะเมืองรามคาม, พราหมณ์ผู้ครองเมืองเวฏฐทีปกะ, กษัตริย์มัลละเมืองปาวา, กษัตริย์มัลละเมืองกุสินารา และกษัตริย์โมลิยะเมืองปิปผลิวัน








เรื่องพระอุปคุต

เริ่มต้นจากภาพล่าง ขึ้นบน

พระเจ้าอโศกจะจัดงานฉลองสมโภช พระสถูปเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุทั้งหมดที่สร้าง ตลอด 7 ปี 7 เดือน 7 วัน

จึงใคร่จะอาราธนาพระสงฆ์ที่ทรงอิทธิฤทธิ์ มาคุ้มครองงาน ไม่ให้มารมากวน

คณะสงฆ์จึงส่งพระสองรูปไปอาราธนาพระอุปคุตเถระที่สะดือทะเล

พระอุปคุตเถระได้รับนิมนต์ ก็เดินทางมายังที่คณะสงฆ์


พระเจ้าอโศกทดสอบฤทธิ์พระเถระ โดยปล่อยช้างตกมันให้เข้าทำร้ายพระอุปคุต

พระอุปคุตสะกดช้างให้หยุดนิ่ง พระเจ้าอโศกก็ทรงเลื่อมใส

จึงเสด็จไปขอขมาพระอุปคุต

พระอุปคุตให้อภัยทั้งพระเจ้าอโศกและพญาคชสาร








ภาพล่างก่อน

พญามารเข้ามาในงาน บันดาลให้เกิดลมพายุ แปลงร่างเป็นสัตว์ป่า และสัตว์หิมพานต์ พระอุปคุตกำราบได้หมด

ภาพบนพระอุปคุตเนรมิตร่างหมาเน่า เอาประคตจากเอวผูกหมาเน่าคล้องคอพญามารไว้


สำทับว่าไม่ว่าใครนอกจากท่าน จะเอาหมาเน่านออกจากคอพญามารไม่ได้

พญามารก็ออกมาจากบริเวณงานด้วยความอับอาย ไปขอพระอินทร์ พระอินทร์ก็ช่วยไม่ได้

จึงกลับไขอขมาพระอุปตุต อ้อนวอนให้ช่วยเอาซากหมาเน่าออกจากคอ

ท่านยังเกรงพญามารจะมารบกวนอีก จึงเอาร่างหมาเน่าทิ้งเหว

แล้วเนรมิตสายประคตพันพญามารไว้กับภูเขา จนกว่างานจะจบ 7 ปี 7 เดือน 7 วัน








พญามารในอดีตชาติเคยมีจิตตั้งมั่น ที่จะบำเพ็ญเพียรให้ได้เป็นพระพุทธเจ้า

แต่ที่ขัดขวางพระสมณโคดมเพราะความริษยา ที่พระองค์ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าก่อน

พระอุปคุตเห็นว่าพญามารสิ้นพยศแล้วจึงแก้โซ่ให้พญามารเป็นอิสระ

พร้อมทั้งขอขมาพญามาร และว่าท่านอยากให้พญามารระลึกได้ถึงพุทธภูมิ ที่เคยปรารถนา

แล้วขอให้พญามารเนรมิตกายเป็นพระพุทธองค์ เพื่อจะได้เห็นเป็นพุทธานุสติ

พญามารเนรมิตกายเป็นพระพุทธเจ้า พร้อมทั้งสาวก

พระเถระและบรรดาพุทธบริษัทก็ลืมตัวพากันถวายนมัสการ








พญามารตกใจรีบคืนร่างเดิม กลัวจะมีบาปหนัก

แต่พระอุปคุตกล่าวว่า

ทุกคนกราบไหว้พระพุทธเจ้า พญามารก็ไม่บาปแต่ได้กุศลมากกว่า








ทีแรกว่าจะลงแป๊บเดียวก็เสร็จ ไป ๆ มามา ใช้เวลาไป 6 วันเต็ม

ค้นเรื่องมาเล่าภาพรอบโบสถ์ เพราะอยากรู้

เดินทางต่อไปพิษณุโลกค่ะ








เห็นนาแบบนี้จะชื่นใจเสมอ








พักที่โรงแรมมนต์ระวีพาวิลเลี่ยนรีสอร์ท

สองเตียง 450 บาท














ฝั่งตรงข้ามบนถนนสิงหวัฒน์มี ร้านข้าวแกงสกุลเงิน กับร้านเจ๊วรรณ ให้ทานตอนเช้าด้วยค่ะ










Create Date : 17 พฤษภาคม 2561
Last Update : 7 มกราคม 2562 13:53:44 น. 34 comments
Counter : 127 Pageviews.  

 
มาอ่าน และชื่นชมที่คุณตุ๊กเพียรพยายามเขียนคำอธิบายภาพอย่างละเอียด ราวกับได้ไปยืนชมด้วยตัวเอง
คราวหน้าไปบางกระทุ่มจะพยายามแวะไปชมด้วยตัวเองให้ได้ค่ะ
ป้าแอ๊ดมีวัดประจำตระกูลอยู่ที่บางกระทุ่มค่ะ คุณปู่คุณย่าเป็นคนที่นั่น มีเจดีย์บรรจุอัฐิทุกคนในตระกูลอยู่ที่ วัดบางกระทุ่มค่ะ
คนละวัดกับวัดนี้นะคะ
ขอบคุณค่ะ อ่านบล็อกนี้แล้วชื่นใจจริงๆ
คิดถึงคุณตุ๊กนะคะ


โดย: ป้าแอ๊ด (ช่างเสื้อสมัครเล่น ) วันที่: 17 พฤษภาคม 2561 เวลา:8:34:34 น.  

 
ที่พัก ราคาน่าคบ สะอาด... หันต้องนาสี
เหลืองหลังเก็บเกี่ยว กาว่า กำลังรอเก็บ
งามแต้ ๆ ผมก็ชอบครับคุณตุ๊ก

ไปบางกระทุ่ม ผมก็ชอบซื้อกล้วยตาก..ที่นั่น
มีโรงเรือนตากแดด..สะอาด ถ้าในเมือง
พิดโลกทำแถมแบบเนาะคล้ายเตาอบ..

...

หันวัดคิดว่าวัดใหม่ อ้าวเป็นวัดเก่า มีภาพ
พศ.2489 ตวย..เอะ งั้นเฮาก็ แก่แล้วเนาะ
555

ผมเกยอ่าน พระไตรปิฏก.. หลายครั้ง เลย
ฮู้ตี่มา ของ ศิล ที่พระพุทธองค์ กำหนดไว้
อ๋อ เป็นแบบนี้เอง

v


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 17 พฤษภาคม 2561 เวลา:9:12:42 น.  

 
สวัสดีมีสุขค่ะ

วัดบางกระทุ่ม...ภาพวาดสวยงามค่ะ
ข้อมูลแน่นปึ้กเลย เยี่ยมที่สุดค่ะ

รายชื่อผู้คนที่อยู่ใต้ภาพคืออะไรคะ...บริจาค?
มีการเล่นเงาด้วย

แถวๆบ้านมีนักท่องเที่ยวชาวจีนมาโพสท์ท่าพรีเว็ดดิ้งบนเมรุเลย...อดขำไม่ได้
คงเห็นว่าสวยแปลกดี



โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 17 พฤษภาคม 2561 เวลา:9:31:53 น.  

 

ตาลาย เขียนวัดห้วยแก้ว กลายเป็นวัดบางกระทุ่มไปซะแล้ว

สงสัยเจอภาพหมาเน่ารอบคอพญามาร


โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 17 พฤษภาคม 2561 เวลา:9:34:21 น.  

 
สีสันโดดเด่นมากครับ
นี่ถ้าเป็นวันที่ฟ้าสีฟ้าน่าจะสวยงามขึ้นไปอีกครับ


โดย: เป็ดสวรรค์ วันที่: 17 พฤษภาคม 2561 เวลา:12:00:25 น.  

 
เมื่อไม่นานมานี้ครับ ตกลงไป ม่องเท่งเลย สาวออฟฟิศคนนึง


โดย: เป็ดสวรรค์ วันที่: 17 พฤษภาคม 2561 เวลา:14:15:13 น.  

 
ศาลาการเปรียญสีสันงดงามมากค่ะ
ภาพจิตรกรรมฝาผนังบอกเล่าเรื่องราวได้ดีเลยนะคะ
ขอบคุณที่ค้นคว้ามาให้อ่านด้วยค่ะ


โดย: ALDI วันที่: 17 พฤษภาคม 2561 เวลา:17:21:52 น.  

 




นาน ๆ ที แวบมาทักทายครับ คุณตุ๊ก

มีความสุขมาก ๆ นะครับ รักษาสุขภาพ


โดย: เซียนกระบี่ลุ่มแม่น้ำวัง วันที่: 17 พฤษภาคม 2561 เวลา:18:09:49 น.  

 
เวลาจินไปแอ่ววัดเก่า
กะชอบดูจิตรกรรมฝาผนังวัดเจ้า
แต่ละโบสถ์สวยงามแตกต่างกันไป
และที่เหมือนกันแทบจะทุก ๆ ที่ที่เคยเห็น

เรื่องราวที่เอามาวาดในผนังโบสถ์
หรือพระวิหาร เป็นเรื่องราวของพระเวชสันดรชาดก

แต่โบสถ์ที่ปี้ตุ๊กเล่าหื้อฟังนี้
ครบทั้ง 11 ชาติเลยนะเจ้า

จินจำได้แต่ชาติที่ 10 พระเวสันดรชาดก
กับชาติที่ 11 เจ้า ก่อนหน้านั้นจินจำบะได้เลย
ต้องเปิดปั๊กกะตืนเอา แหะ แหะ

พระมาลัย นี่จินก่อกะหามาฮู้ทีหลังบะเมินมานิว่า
บะใจ๊พระเชื่อมาลัย แต่เป็นพระที่ไปโปรดสัตว์นรก
เพื่อคนที่ตกนรกได้รู้บาปบุญ ดีชั่ว
ตอนแรกคิดว่า พระชื่อ มาลัย คนเดียวที่ลงไปโปรดสัตว์นรก
ตอนแรกเข้าใจมาตลอดว่า พระที่ไปโปรดสัตว์นรก ชื่อมาลัย 555




โดย: JinnyTent วันที่: 17 พฤษภาคม 2561 เวลา:18:29:18 น.  

 
เป็นศาลาการเปรียญที่ใหญ่โตมโหระทึกมากครับพี่ตุ๊ก
สวยงามทั้งรูปทรงอาคาร
และการตกแต่งภายในเลยครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 17 พฤษภาคม 2561 เวลา:19:57:40 น.  

 
สวัสดี จ้ะ น้องตุ๊ก

บล็อกนี้ได้ความรู้ เกี่ยวกับ วัดห้วยแก้ว
จ.พิษณุโลกมากมายเลยจ้ะ
ความรู้เกี่ยวกับพุทธประวัติที่เขียนเป็น
จิตรกรรมฝาผนังด้วย ละเอียดมาก จ้ะ

โหวดหมวด ท่องเที่ยว จ้ะ


โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 17 พฤษภาคม 2561 เวลา:21:16:12 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
ข้อมูลจากภาพฝาผนังเยอะมากเดี๋ยวดึกๆน้องกลับมาอ่านใหม่ค่ะพี่ตุ๊ก


โดย: ล้งเล้งลัลล้า วันที่: 17 พฤษภาคม 2561 เวลา:22:06:34 น.  

 
มาเที่ยวไหว้พระด้วยครับ พี่ตุ๊ก ไว้จะตามไปบ้างครับ
ศาลาการเปรียญไม้สวยงามมากครับ
ไปพิษณุโลกผมพักที่ทอแสงรีสอร์ท คืนละ 350 บาท มีอาหารเช้า(ปาท่องโก๋+กาแฟ) และล้างรถให้ด้วย



โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 17 พฤษภาคม 2561 เวลา:22:08:27 น.  

 
ตื่นตากับศาลาการเปรียญไม้สักหลังใหญ่ค่ะพี่ตุ๊ก
งดงามมากนะคะ
ภาพจิตรกรรมฝาผนังก็ทรงคุณค่า
เป็นวัดอีกแห่งที่น่าไปเยือนมากค่ะ

ขอบคุณพี่ตุ๊กที่พาเที่ยวนะคะ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจด้วยค่ะพี่ตุ๊ก


โดย: Sweet_pills วันที่: 17 พฤษภาคม 2561 เวลา:22:09:40 น.  

 
วัดสวยค่ะ ยังไมาเคยไปเลย ขอบตุณที่เก็บภาพมาให้ชมค่า


โดย: บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน วันที่: 17 พฤษภาคม 2561 เวลา:22:25:37 น.  

 
ศาลาการเปรียญสวยครับ ใช้ไม้ทั้งหลังเลย สร้างมาไม่นานเท่าไหร่นะครับ ประมาณ 10 ปีเห็นจะได้

สงสัยว่าทำไมเค้าต้องมีรูปปั้นตำรวจด้วย

ภาพที่ฝาผนังเรียกได้ว่าเราได้รู้เรื่องราวทางพุทธศาสนาแบบคร่าวๆ เลย

ที่พักราคาถูกดีครับ

สุดยอดเลยทุ่มเทมากจริงๆ ในการหาข้อมูล


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 17 พฤษภาคม 2561 เวลา:22:39:11 น.  

 
ขอบคุณที่แบ่งปัน


โดย: Kavanich96 วันที่: 18 พฤษภาคม 2561 เวลา:3:01:27 น.  

 
เอนทรี่นี้ของพี่ตุ๊ก ... ดีต่อใจมากค่ะ

ขอบคุณพี่ตุ๊กค่ะ


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 18 พฤษภาคม 2561 เวลา:5:32:48 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับพี่ตุ๊ก

โหวตครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 18 พฤษภาคม 2561 เวลา:6:46:53 น.  

 
ศาลาการเปรียญสวยมากๆ ประตูยิ่งใหญ่เลยค่ะ

รูปปั้นตำรวจ มีแบบนี้ด้วย ^^

ท่านก็เมตตาให้พระเอากุญแจมาไขให้เข้าไปภายใน โห..ดีจังค่ะ จิตรกรรมฝาผนังด้านในเก่าเลยนะคะ






โดย: kae+aoe วันที่: 18 พฤษภาคม 2561 เวลา:9:10:35 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
เรียวรุ้ง Literature Blog ดู Blog
The Kop Civil Movie Blog ดู Blog
ตุ๊กจ้ะ Parenting Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
ตามพี่ตุ๊กมาเที่ยวด้วยคนค่ะ


โดย: เกศสุริยง วันที่: 18 พฤษภาคม 2561 เวลา:11:18:42 น.  

 
ศาลาการเปรียญสีสันเด่นตามากค่ะ
ชอบจิตรกรรมฝาผนังค่ะ มีเรื่องราวที่น่าสนใจมากๆ

ลงชื่อไว้ก่อน
ขอบคุณที่แวะชมดอกไม้ค่ะ




โดย: mambymam วันที่: 18 พฤษภาคม 2561 เวลา:17:44:47 น.  

 
ตกมาทีก็สนุกสนานกันครับ
คนทำงานมาเหงื่อท่วมท่วมแล้วฝนตกนี่
กลิ่นระทวยฤทัยมากครับ


โดย: เป็ดสวรรค์ วันที่: 18 พฤษภาคม 2561 เวลา:17:47:45 น.  

 
ขอบคุณนะคะสำหรับคำอวยพร


โดย: maistyle วันที่: 18 พฤษภาคม 2561 เวลา:17:52:37 น.  

 


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 18 พฤษภาคม 2561 เวลา:19:30:21 น.  

 
สวัสดีครับคุณตุ๊ก

ผมชอบมากครับ กล้วยตากบางกระทุ่ม
พิษณุโลก

แต่กระทุ่มแบน อยู่ที่สมุทรสาคร ขึ้นชื่อเรื่องเครื่องเบญจรงค์

วัดห้วยแก้วที่บางกระทุ่ม ก็สวยงามมากครับ


โดย: ทองกาญจนา วันที่: 18 พฤษภาคม 2561 เวลา:19:50:26 น.  

 
อ๋อออ กล้วยตากบางกระทุ่มคืออย่างนี้นี่เองค่ะ

ส่วนที่เที่ยวยังไม่เคยไปเลยค่ะพี่ตุ๊ก

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
kae+aoe Parenting Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Literature Blog ดู Blog
The Kop Civil Movie Blog ดู Blog
ตุ๊กจ้ะ Parenting Blog ดู Blog
บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน Review Food Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 18 พฤษภาคม 2561 เวลา:21:12:18 น.  

 
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog
ขอบคุณที่พาไปเที่ยวค่ะพี่ตุ๊ก



โดย: หอมกร วันที่: 18 พฤษภาคม 2561 เวลา:21:26:41 น.  

 
สวัสดีครับพี่ตุ๊ก
ศาลาการเปรียญเป็นไม้ซึ่งแตกต่างจากที่อื่นมากๆครับ ดูวิจิตรบรรจงและสวยงามไปอีกแบบ และผมก็เพิ่งเคยเห็นโบสถ์ที่มีตำรวจอยู่ข้างหน้า ปกติจะเห็นเป็นพวกยักษ์หรือเทพเสียมากกว่าครับ

อ่านข้อมูลของจิตรกรรมฝาผนังแล้วเหมือนได้กลับไปเรียนวิชาพระพุทธศาสนาตอนช่วงมัธยมเลย แต่ว่าจำเนื้อหาได้ไม่แม่นแล้วครับ เเค่คุ้นๆ ส่วนทศชาติชาดกเคยได้อ่านหรือดูจริงๆแค่ไม่กี่เรื่องเอง จำได้ว่ามีมโหสถชาดกเป็นละครช่องเจ็ด เวสสันดรชาดกเป็นเนื้อหาในบทเรียน มหาชนกชาดกเป็นหนังสือภาพประกอบ และภูริทัตชาดกเคยอ่านตอนหาข้อมูลเกี่ยวกับพญานาคครับ


โดย: ruennara วันที่: 19 พฤษภาคม 2561 เวลา:2:01:28 น.  

 
เป็นวัดที่สวยงามมากค่ะ
โดยเฉพาะจิตรกรรมฝาผนัง มีเรื่องราวมากมายให้ชม


โดย: ข้ามขอบฟ้า วันที่: 19 พฤษภาคม 2561 เวลา:3:03:47 น.  

 
ส่งกำลังใจค่ะ



โดย: mambymam วันที่: 19 พฤษภาคม 2561 เวลา:5:30:55 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับพี่ตุ๊ก



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 19 พฤษภาคม 2561 เวลา:6:43:32 น.  

 
ตามมาเที่ยวด้วยคนค่ะพี่ตุ๊ก


โดย: Blog pu IP: 125.26.149.158 วันที่: 19 พฤษภาคม 2561 เวลา:12:13:10 น.  

 
บ้านเกิดเลยค่ะ พิษณุโลกเนี่ย เห็นแล้วคิดถึง


โดย: ตุ๊กจ้ะ วันที่: 19 พฤษภาคม 2561 เวลา:14:03:32 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tuk-tuk@korat
Location :
นครราชสีมา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 136 คน [?]




งานหลักคืองานอดิเรก

10 บล็อกล่าสุด


It's Sad to Belong - England Dan and John Ford Coley ... ความหมาย


แวะพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอินทร์บุรี และวัดดอกไม้ สิงห์บุรี บนเส้นทาง โคราช - เชียงใหม่


Breaking Up Is Hard To Do ... ความหมาย


Exchange Of Hearts - David Slater ... ความหมาย


แวะวัดสุทธาวาส สิงห์บุรี บนเส้นทาง โคราช - เชียงใหม่


Happier - Ed Sheeran ... ความหมาย


วัดยางกวง ... วัดเก่าเมืองเชียงใหม่


Falling Slowly - Glen Hansard, Marketa Irglova ... ความหมาย


ขับรถชมประเทศไทย - ไปเขาค้อ


A World Without Love - Peter and Gordon ... ความหมาย


แวะโบราณสถานวัดเกาะกลาง อำเภอป่าซาง ลำพูน







ของแต่งบล็อกจาก
ป้าเก๋า "ชมพร"
คุณญามี่
คุณ Rainfall in August
ขอบคุณค่ะ

[Add tuk-tuk@korat's blog to your web]