tuk...tuk more than one or cannot run
<<
กุมภาพันธ์ 2558
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
26 กุมภาพันธ์ 2558

เที่ยวอยุธยากับ ตุ๊ก-ตุ๊ก ... ตอน 8 วัดหน้าพระเมรุ




ตำนานว่าพระองค์อินทร์ พระโอรสสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ

ทรงสร้างขึ้นในรัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 (พระเชษฐา)

เมื่อ พ.ศ.2047

พระราชทานนามว่า "วัดพระเมรุราชิการาม"









หน้าบันของพระอุโบสถ

เป็นไม้แกะสลักปิดทองรูปพระนารายณ์ทรงครุฑ

แสดงว่าพระมหากษัตริย์ทรงสร้างหรือทรงบูรณะวัดนี้ ถือเป็นเป็นวัดหลวง

ตามคตินิยมในสมัยโบราณว่า

พระมหากษัตริย์ทรงเป็นสมมติเทพ เป็นพระนารายณ์อวตารมา

ถ้าไม่มีเตนท์หรือป้ายจะดูสวยกว่านี้แน่ ๆ














เนื่องจากอีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำลพบุรีเดิมหรือคลองเมืองปัจจุบัน

ตรงข้ามวัดเป็นวังหลวง

พม่าจึงมาตั้งทัพอยู่ที่นี่ จึงเป็นวัดเดียวที่ไม่ถูกเผา




















ในปฐมโพธิกาล

มีพระมหากษัตริย์ครองเมืองปัญจาลนคร

ทรงพระนามว่า พญาชมพูบดี

ทรงมีของวิเศษ 3 อย่าง คือ ศรวิเศษ(วิษสร) ฉลองพระบาทแก้ว และจักรแก้ว

กษัตริย์เมืองอื่นต่างยอมเป็นเมืองขึ้น

เพราะหากทรงอยากได้ราชสมบัติของกษัตริย์องค์ใด

ก็ทรงใช้วิษสรไปร้อยพระกรรณ (หู)

เอามาหมอบกราบแทบพระบาทให้เป็นเมืองขึ้น


วันหนึ่งเป็นวันพระจันทร์เต็มดวง

ทรงทอดพระเนตรเห็นดวงจันทร์ส่องสว่าง ท่ามกลางหมู่ดาว ในท้องฟ้า

ทรงคิดว่าพระองค์ก็ควรจะมีเดชานุภาพกว่ากษัตริย์ทั้งหมดในชมพูทวีป

เหมือนดวงจันทร์ ส่องสว่างกลบรัศมีล่วงดาวทั้งหลาย


จึงทรงฉลองพระบาทแก้วเหาะไปในอากาศ

ทอดพระเนตรดูเมืองทั้งหลายในชมพูทวีป

เมื่อมาถึงเมืองราชคฤห์ เห็นยอดปราสาทสูงเด่นสวยงาม ก็เกิดความริษยา

จึงยกพระบาทขึ้นกระทืบเพื่อจะให้หักทลายลง

แต่ด้วยที่พระเจ้าพิมพิสารเป็นพระอริยสาวก

ยอดปราสาทก็ไม่รู้สึกกระเทือน

แต่พระบาทของพญาชมพูบดีกลับแตก พระโลหิตไหลออกโทรมพระบาท

พญาชมพูบดีจึงชักพระแสงขรรค์ออกฟันจนสุดพระกำลัง

ยอดปราสาทก็ไม่หวั่นไหว แต่พระแสงขรรค์กลับบิดงอ

พญาชมพูบดีทรงทวีความโกรธขึ้นเป็นอันมาก

รีบเสด็จกลับถึงพระนครแล้วก็ทรงใช้วิษสรให้ไปเอากษัตริย์ในนครราชคฤห์มา

วิษสรจากแล่งแล่นออกไปในอากาศโดยเร็ว

ส่งเสียงร้องกัมปนาทอย่างน่ากลัว

พระเจ้าพิมพิสารได้ทรงสดับเสียงก็ตกพระทัย

รีบเสด็จออกจากปราสาทไปเฝ้าพระพุทธเจ้าที่พระเวฬุวันวิหารแต่เช้าตรู่


เมื่อวิษสรมาถึงปราสาทหาพระเจ้าพิมพิสารไม่เจอ

ก็ทำลายฉัตร แล้วตามไปยังพระเวฬุวันวิหาร

แผดเสียงสะเทือนสะท้านน่าสะพึงกลัว

พระพุทธเจ้าก็ทรงนิรมิตรพุทธจักร

ให้ออกไปขับไล่ ทุบวิษสรให้สิ้นฤทธิ์แล้วก็กลับคืน

และวิษสรพ่ายแพ้พุทธจักร ก็รีบหนีคืนเข้าแล่งศรพญาชมพูบดี


พญาชมพูบดี จึงถอดฉลองพระบาทแก้วออกทั้งคู่

สั่งให้ออกไปมัดพระเจ้าพิมพิสารเอาตัวมา

พระบาทแก้วทั้งคู่ ได้กลายเป็นพญานาค

แผ่พังพานเลื้อยแล่นไปในอากาศ ร้องส่งเสียงดังสนั่นเหมือนฟ้าร้อง

เมื่อถึงเมืองราชคฤห์ หาพระเจ้าพิมพิสารไม่เจอ

ก็ทำลายราชบัลลังก์ แล้วตามไปยังพระเวฬุวันวิหาร

พระพุทธเจ้าก็ทรงนิรมิตรพญาครุฑ

ให้ออกไปขับไล่นาคราชทั้งคู่ให้กลับคืนไปยังปัญจาลนคร


พระพุทธเจ้าทรงพิจารณาดูอุปนิสัยของพญาชมพูบดี

ทรงเห็นว่าควรจะบรรลุพระอริยผลชั้นสูงได้

จึงตรัสเรียกพระอินทร์ให้ลงมาเฝ้า

ทรงแจ้งพระประสงค์จะทรมานพญาชมพูบดี

ผู้มีพระทัยหลงใหลในราชสมบัติของพระมหากษัตริย์

โดยพระองค์จะนิรมิตรพระองค์เป็นพระเจ้าราชาธิราช

ให้พระสงฆ์เป็นเสวกามาตย์ราชบริพาร

ให้พระเวฬุวันวิหารกลายเป็นพระราชนิเวศสถานไปชั่วขณะหนึ่ง

ขอให้พระอินทร์เป็นราชทูตไปเอาตัวพญาชมพูบดีมาเฝ้ายังพระเวฬุวันวิหาร


พระอินทร์ก็จำแลงเพศเป็นราชทูตที่สง่างามด้วยอาภรณ์งามวิจิตร

สูงด้วยค่ามากกว่าเครื่องอาภรณ์ของพญาชมพูบดี

แล้วเสด็จเข้าไปยืนปรากฏพระกายที่ปราสาทหน้าพระพักตร์พญาชมพูบดี

ในท่ามกลางอำมาตย์ราชบริพารที่เฝ้าแหนกันอยู่พร้อมพรั่ง

ทรงทูลว่า

ดูก่อนพญาชมพูบดี บัดนี้พระเจ้าราชาธิราชเจ้านายของข้าพเจ้า

มีพระบัญชาให้ข้าพเจ้าเชิญตัวท่านไปในวันนี้

พญาชมพูบดีทรงพระพิโรธด้วยเห็นราชทูตเจรจาไม่เคารพนบนอบ

ก็ร้องตวาด แล้วทรงขว้างจักรแก้วให้ไปประหารชีวิตทันที


พระอินทร์ก็ทรงขว้างจักรของพระองค์ออกไป

ทำลายจักรของพญาชมพูบดีให้พ่าย

แล้วกระชากพระบาทพญาชมพูบดีให้ตกจากพระแท่นที่ประทับ ลากไปตามพื้น

ทั้งกลับกลายเป็นเปลวไฟเผาปราสาท

พญาชมพูบดีก็ยอมพ่ายแพ้แก่ราชทูต รับจะทำตามประสงค์ทุกประการ

ต่อนั้นพระอินทร์ก็เรียกจักรของพระองค์กลับคืน

ทันใดนั้นเปลวเพลิงที่ลุกลามไหม้ปราสาทก็ดับลงทันที

ไม่มีสิ่งใดเสียหาย ทุกสิ่งคงตั้งอยู่เป็นปกติ

พญาชมพูบดีขอผัดสัก 1 เดือนก่อนจึงจะไป

แต่พระอินทร์ไม่ยินยอม ผ่อนให้เตรียมตัวได้ 3 วัน

ถ้าพญาชมพูบดีบิดพริ้ว ต้องให้มาตามก็จะเผาเมืองเสียให้ราบ


พระพุทธเจ้าได้ทรงนิรมิตรพระเวฬุวันวิหาร

เป็นพระราชนิเวศน์พร้อมปราสาทกำแพงแก้ว 7 ชั้น

วิจิตรพิศดารเพียบพร้อมด้วยตลาดบก ตลาดน้ำ งดงามไม่มีนครใดเสมอ

ทรงให้พระอัครสาวกและพระมหาสาวกนิรมิตรกายเป็นเสนาบดีผู้ใหญ่

เข้าเฝ้าประจำอยู่ในตำแหน่ง

เพื่อต้อนรับพญาชมพูบดีผู้มัวเมาในราชสมบัติ


ครั้นถึงวันกำหนดนัดหมาย

พญาชมพูบดีเดินทางมาถึงชานพระนครที่นิรมิตรแต่เช้า โดยช้าง

แล้วโดยเสด็จดำเนินตามมาฆสามเณรเข้าพระนคร

ขณะที่เสด็จเข้าพระนคร

ทรงทอดพระเนตร

เห็นท้าวจตุโลกบาลคุมทหารพร้อมศาสตราวุธรักษาพระนครก็เกรงขามพระทัย

เห็นสรรพวัตถุนานาประการในตลาดก็ตลึงแลด้วยความพอพระทัย

เห็นแม่ค้าทั้งหลายสวย อาภรณ์วิจิตร พูดจาไพเราะ ทำให้เพลิดเพลิน

มาฆสามเณรต้องคอยเตือนให้รีบเสด็จทุกระยะ


จนบรรลุถึงที่ประทับของพระพุทธองค์

ทรงนิรมิตรรูปพระโฉมงามดุจท้าวมหาพรหม

คือ ฉัพพรรณรังสี พระรัศมีหกประการ

1.สีนีละ - สีเขียวเหมือนดอกอัญชัน

2.สีปีตะ - สีเหลืองเหมือนหรดาลทอง

3.สีโรหิตะ - สีแดงเหมือนแสงตะวันอ่อน

4.สีโอทาตะ - สีขาวเงินยวง

5.สีมัญเชฏฐะ - สีแสดเหมือนหงอนไก่

6.สีประภัสสร - สีเลื่อมพรายเหมือนแก้วผลึก


ประทับอยู่บนรัตนบัลลังก์

ในท่ามกลางมุขอำมาตย์ราชเสนาบดี

พร้อมพหลโยธีเฝ้าอยู่ในหน้าที่ มือถือศัตราวุธอยู่พร้อมสรรพ


ก็เกรงกลัวแทบว่าชีวิตจะออกจากร่างทรุดพระองค์ลงนั่ง

แต่ยังไม่ยอมถวายบังคม ด้วยอำนาจมานะทิฏฐิอันแรงกล้า

พระพุทธเจ้าทรงให้โอกาสแสดงฤทธิ์เดช

พญาชมพูบดีก็แสดงจักรแก้ววิษสรและฉลองพระบาทแก้ว

ออกประทุษร้ายพระพุทธเจ้า


พระพุทธเจ้าทรงนิรมิตรจักรเพชรทำลายล้างอาวุธวิเศษให้ปราชัย

ให้พญาชมพูบดีสลดใจยอมเกรงพระบารมี


ต่อนั้นพระผู้มีพระภาคก็ตรัสธรรมเทศนา

ชำระอกุศลจิตของพญาชมพูบดีให้ผ่องใสด้วยอนุปุพพิกถา

คือถ้อยคำที่กล่าวโดยลำดับตั้งแต่เบื้องต้นขึ้นไป 5 ขั้นคือ

1 ทานกถา ถ้อยคำที่พรรณานาทาน

2 สีลกถา ถ้อยคำที่พรรณนาศีล

3 สัคคกถา ถ้อยคำที่พรรณนาสวรรค์

4 กามาทีนวกถา ถ้อยคำที่พรรณนาอาทีนพคือโทษของกาม

5 เนมขัมมานิสังสกถา ถ้อยคำที่พรรณนาอานิสงส์ของเนกขัมมะ คือ การออกจากกาม


พญาชมพูบดีมีเกิดศรัทราขอบรรพชาอุปสมบท

พระพุทธเจ้าจึงให้ ทุกสิ่งที่นิรมิตรกลับเป็นอย่างเดิม

ทรงประทานเอหิภิกขุอุปสัมปทาให้พญาชมพูบดี

อุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์ ทรงจตุปาริสุทธิศีลในพระพุทธศาสนา











ในพระอุโบสถประดิษฐาน

พระพุทธนิมิตวิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญ์บรมไตรโลกนาถ

เป็นปางทรมานพระยามหาชมพู

คือ

นั่งขัดสมาธิ

พระหัตถ์ซ้ายวางหงายบนพระเพลา (ตัก)

พระหัตถ์ขวาวางคว่ำบนพระชานุ (เข่า)

ทรงเครื่องต้นอย่างพระมหากษัตริย์

หล่อสำริดขนาดใหญ่ที่สุดที่ปรากฏ

เป็นรูปแบบของพระพุทธรูปที่นิยม

ในสมัยอยุธยาตอนกลางต่อลงมาจนถึงสมัยรันตโกสินทร์ตอนต้น








ทางทิศตะวันออกของพระอุโบสถมีวิหารน้อยหรือวิหารเขียน

สร้างขึ้นโดยพระยาชัยวิชิต (เผือก) ในสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

ประดิษฐานพระพุทธรูปแบบทวาราวดีขนาดใหญ่ หลวงพ่อคันธารราฐ

เป็นพระพุทธรูปศิลา ประทับนั่งห้อยพระบาท

ซึ่งอัญเชิญมาจากวัดมหาธาตุ อยุธยา

เชื่อกันว่า

แต่เดิมคงประดิษฐานอยู่ที่ทุ่งพระเมรุ จังหวัดนครปฐม

ได้ย้ายมายังวัดมหาธาตุ อยุธยา ราวรัชกาลสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ









ภาพจากเวป





ปิดท้ายด้วยบานประตูวิหารน้อย










ขอบคุณของแต่งบล็อกจากคุณชมพรค่ะ





Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2558
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2558 16:32:51 น. 25 comments
Counter : 1865 Pageviews.  

 
วัดในดวงใจอันดับ 1 ของอุ้มเลยค่ะพี่
ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกก


โดย: อุ้มสี วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:21:09:43 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: **mp5** วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:0:21:46 น.  

 
เห็นด้วยเลยค่ะว่าด้านหน้าของพระอุโบสถ
ไม่น่ามีอย่างอื่นมาบังความงดงามเลย
น่าจะสร้างไว้ด้านข้างนะคะ


โดย: ปลาทอง9 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:2:23:17 น.  

 
thx u crab


โดย: Kavanich96 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:3:54:13 น.  

 
ได้ตามไปเที่ยวด้วย ได้อ่านประวัติด้วย ชอบจังค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
เตยจ๋า Topical Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog



โดย: ALDI วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:4:09:08 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่ตุ๊ก

บานประตูสวยอลังมากๆเลยครับ
งานละเอียดมาก



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:6:11:36 น.  

 
ทักทายยามเช้าคะ
ขอบคุณที่อยู่เป็นเพื่อนกันนะคะ

วัดหน้าพระเมรุเป็นวันหนึ่งที่ชอบไปไห้วพระค่ะ อันนี้ความรู้สึกส่วนตัวนะคะ รู้สึกว่าไห้วพระวัดนี้แล้วศัตรูแคล้วคาดคะ



คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ tuk-tuk@korat เรียบร้อยแล้วนะคะ


โดย: blog pu วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:9:18:33 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณตุ๊ก

หนทางมันยาวไกลเหลือเกินกว่าจะมาถึงบ้านคุณตุ๊กได้ อิอิ
มาแล้วก็ต้องใช้เวลาให้คุ้มค่า นั่งอ่านประวัติความเป็นมาจนเพลินไปเลย
ไปเที่ยวมาหลายครั้งแต่ไม่เคยรู้เลยว่าวัดนี้เค้ามีท้องเรื่องมาอย่างไร
เพิ่งกระจ่างใจเต็ม ๆ ก็วันนี้เองค่ะ ขอบคุณที่นำมาให้หูตากระจ่างกันนะคะ
อ่านเสร็จชักงงค่ะ เพราะปกตะเราก็โหวตกันในหัวข้อ Travel มาตลอด
แต่งานนี้ความรู้เต็ม ๆ ชัด ๆ เอ..เอาไงดี ครั้งแรกใส่ความรู้เลยค่ะ
แล้วก้อมาเปลี่ยนใจภายหลังว่า concept blog ของคุณตุ๊กคือพาเที่ยวนี่นา
อย่ากระนั้นเลยเปลี่ยนกลับไปตามเดิมละกัน แฮะ ๆ
ว่าแล้วก้อแปะหัวใจ กดไลค์ และโหวตนะคะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog




โดย: พรหมญาณี วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:9:56:33 น.  

 
ประวัติศาสตร์ละเอียดกว่าคนอยุธยาเอง
ไม่ทราบว่าติดตามชมถ่ายทอดกอล์ฟฮอนด้า
ทางช่อง7สีไหมครับ มิเชล วีไม่อยู่ในกลุ่มผู้นำ
หรือชอบเล่นเองดีกว่า ผมก็ดูตามประสาคนชอบ
กีฬานั่นแหละครับ


โดย: คนโคราช (Ni.Somsak ) วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:10:23:30 น.  

 
เห็นบานประตูไม้นี่หัวใจละลายเลยทีเดียว

เคยสงสัยว่าเป็นพระเก่าแล้วมาเติมเครื่องทรงหรือเปล่า
แต่จากที่เห็นพระแบบเดียวกันที่วัดปทุมคงคา คิดว่า

พระปางนี้จะหน้าเหลี่ยม เหตุผลก็คือเพื่อให้พระพักตร์สอดรับกับมงกุฏ ถ้าปั้นพระพักติ์กลมนี่จะดูไม่จืดเลยทีเดียว

ดังนั้นส่วนตัวเชื่อว่า น่าจะปั้นใหม่ทั้งองค์


โดย: ผู้ชายในสายลมหนาว วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:10:23:50 น.  

 
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ tuk-tuk@korat เรียบร้อยแล้วนะคะ


โดย: ริมน้ำ_VOUฟ้า (rimnam_kobfa ) วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:11:55:25 น.  

 
วันนี้ มาแปะหัวใจน้อยๆ ให้แล้วนะคะ


โดย: หน่อยอิง วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:12:37:57 น.  

 
เติมหัวใจให้กับหัวใจบิ๊ก บิ๊ก ค่ะ


คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ tuk-tuk@korat เรียบร้อยแล้วนะคะ


โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:12:38:23 น.  

 
ไปวัดไหน เจอเต็นท์หลังใหญ่ๆ วางนี่ หามุมแล้วมุมอีกค่ะ ไม่รู้จะหลบยังไง

วัดนี้หนูเคยไปครั้งเดียวค่ะ

หนูชอบ พระคันธารราฐ ภาพจากเว็บ ดูงาม และขลังกว่านะคะ



โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:16:02:06 น.  

 
มาฟังเรื่องเล่าจากคุณตุ๊กครับ
ยังจำบรรยากาศภายในพระอุโบสถวัดหน้าพระเมรุได้ครับ




โดย: Insignia_Museum วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:21:27:40 น.  

 
องค์พระงดงามมากค่ะ

คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ tuk-tuk@korat เรียบร้อยแล้วนะคะ

ตามมาแปะหัวใจให้ด้วยค่ะ


โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:21:58:15 น.  

 
อยุธยาวัดเยอะมากก น่าไปจังค่ะ

คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ tuk-tuk@korat เรียบร้อยแล้วนะคะ


โดย: สมาชิกหมายเลข 861805 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:22:35:45 น.  

 
ยุดยาต้องมาวัด ตลาดน้ำ ก๋วยเตี๋ยวเรือ เย็นๆ กุ้งเผาค่า อิอิ
ท่องไว้แค่นี้สำหรับจังหวัดนี้เลยค่า



แปะๆค่าา


คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ tuk-tuk@korat เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลือ อีก 8 ดวง สำหรับวันนี้ค่ะ


โดย: Rinsa Yoyolive วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:22:51:42 น.  

 
สวยมากครับ เคยไปเมื่อหลายปีก่อน อยากกลับไปอีก
ขอบคุณสำหรับคำอวยพรปีใหม่ครับ


โดย: tuiontour วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:23:00:24 น.  

 
วัดนี้ไม่เคยไปครับ ขนาดไปอยุธยามาหลายครั้ง แต่ที่นี่ไม่เคยไป จริงๆ ตอนแรกผมไม่แน่ใจ แต่พอมีแผนที่ให้ดูก็จำได้เลย ว่าแถบบนๆ ไม่เคยไปจริงๆ

บ้านนี้หัวใจใหญ่มาก มาแปะเพิ่มให้ใหญ่ขึ้นไปอีก

+


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:23:40:29 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่ตุ๊ก


คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ tuk-tuk@korat เรียบร้อยแล้วนะคะ

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น





โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:5:10:28 น.  

 
แปะวันสิ้นเดือนจร้า
ใจหายแว้บ ยี่สิบแปดก็หมดเดียนแระ
---------------------------------
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ tuk-tuk@korat เรียบร้อยแล้วนะคะ


โดย: smack วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:7:39:15 น.  

 
เดี๋ยวนี้วัดที่อยุธยาหลายวัดชอบทำเต้นท์มาตั้งหน้าวัดเพื่อความสะดวกแก่ญาติโยมเวลามาไหว้พระ แต่มันเสียบรรยากาศครับ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:7:55:07 น.  

 
แวะมาแปะใจค่า
วันนี้เคยไปบ่อย ๆ ค่า


โดย: บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:8:06:35 น.  

 
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog


ตามคุณตุ๊กๆมาเที่ยวอยุธยา ชมวัดเก่าแก่ที่สวยงามและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ค่ะ


โดย: ดอยสะเก็ด วันที่: 1 มีนาคม 2558 เวลา:14:02:24 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tuk-tuk@korat
Location :
นครราชสีมา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 136 คน [?]




งานหลักคืองานอดิเรก

10 บล็อกล่าสุด


Breaking Up Is Hard To Do ... ความหมาย


Exchange Of Hearts - David Slater ... ความหมาย


แวะวัดสุทธาวาส สิงห์บุรี บนเส้นทาง โคราช - เชียงใหม่


Happier - Ed Sheeran ... ความหมาย


วัดยางกวง ... วัดเก่าเมืองเชียงใหม่


Falling Slowly - Glen Hansard, Marketa Irglova ... ความหมาย


ขับรถชมประเทศไทย - ไปเขาค้อ


A World Without Love - Peter and Gordon ... ความหมาย


แวะโบราณสถานวัดเกาะกลาง อำเภอป่าซาง ลำพูน


Just So You Know - Jesse McCartney ... ความหมาย


ภาพถ่ายในอดีต ... ในหลวงอานันทมหิดล




https://www.iltelaiodipenelope.it/materiale_grafico/img/mini_gif/kd63.gif
ของแต่งบล็อกจาก
ป้าเก๋า "ชมพร"
คุณญามี่
คุณ Rainfall in August
ขอบคุณค่ะ

[Add tuk-tuk@korat's blog to your web]