tuk...tuk more than one or cannot run
<<
พฤศจิกายน 2557
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
28 พฤศจิกายน 2557

สุโขทัย - ไปทุ่งเสลี่ยม ตอน 4 เมืองโบราณบางขลัง



จากทุ่งเสลียม ไปต่อที่เมืองโบราณบางขลัง

การเดินทาง หลงเหมือนเดิม เพราะ gps จากมือถือ 3G หมด

ต้องเลี้ยวออกจากถนน ทุ่งเสลียม - สวรรคโลก ที่โรงเรียนชัยมงคลวิทยา

เลาะตะวันออกของแม่น้ำมอก จนเห็นป้ายวัดท่าวิเศษ

ก็ข้ามแม่น้ำมาวิ่งอีกฝั่งของแม่น้ำ

ต้องระวังหลุม โอ๊ยวิ่งจนเหนื่อยทั้งคนขับคนดูทาง

แล้วก็เห็นเจดีย์พุ่มข้าวบิณฑ์

คือวัดใหญ่ชัยมงคล

อันเป็นที่ประดิษฐ์พระบรมธาตุประจำเมืองด้านตะวันออกของคูเมืองบางขลัง








ขุดแต่งพบว่ามีการก่อสร้าง 2 ระยะ

ระยะแรก

พบเพียงฐานเขียงซ้อนกัน 2 ชั้น

ที่พังทลายมาเป็นลักษณะ เจดีย์พุ่มข้าวบิณฑ์

เทียบลักษณะบูรณะ กับวัดสวนแก้วอุทยานน้อย ที่ศรีสัชนาลัย

เจดีย์รายสี่มุมของเจดีย์ประธานเป็นศิลาแลง

กำแพงแก้วศิลาแลง ... พุทธศตวรรษที่ 19-20








ระยะที่สอง

วิหารและเจดีย์รายสร้างด้วยอิฐ

บางก้อนพบตัวเลขแบบอยุธยา ... พุทธศตวรรษที่ 21-22









ลำน้ำแม่มอก

ตอนที่ผ่านเขตอำเภอทุ่งเสลี่ยมลงมา

เรียกลำน้ำ 'ฝากระดาน' มาแต่โบราณ

เป็นที่ตั้งของเมืองบางขลัง

มีเส้นทางโบราณ คือถนนพระร่วง ผ่าน

ถนนพระร่วง ... เป็นถนนที่เป็นคันดินของคลอง

ตั้งแต่ กำแพงเพชร - สุโขทัย - ศรีสัชนาลัย

โดย ดูจากโบราณสถานตามรายทาง

ซึ่งที่ริมฝั่งน้ำยมไม่มีโบราณสถาน จึงไม่น่าเป็นเส้นทางเดินทาง














เมืองบางขลัง

อยู่ตรงกลางระหว่างเมืองศรีสัชนาลัยกับเมืองสุโขทัย








เป็นเมืองที่ร่วมสมัย ศรีสัชนาลัย สุโขทัย (ก่อนพ่อขุนศรีอินทราทิตย์)


ปรากฎอยู่ในจารึกวัดศรีชุม

ว่าเมืองบางฉลังหรือบางขลัง

พ่อขุนผาเมืองร่วมกับพ่อขุนบางกลางหาว

นำไพร่พลจากเมืองบางยางกับเมืองราด

พ่อขุนบางกลางหาวยึดเมืองศรีสัชนาลัยได้

และพ่อขุนผาเมืองยึดได้เมืองบางขลัง

จากนั้นพ่อขุนบางกลางหาวใช้เมืองบางขลังหรือบางฉมังเป็นฐานกำลัง

สู้รบกับขอมสบาดโขลญลำพงตีเมืองสุโขทัยคืนแต่ไม่สำเร็จ

จึงร้องขอให้พ่อขุนผาเมืองยกทัพไปตีสุโขทัย

และขับไล่ขอมสบาดโขลญลำพงจนสำเร็จ

ตั้งพ่อขุนบางกลางหาว เป็นพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ครองสุโขทัย



จารึกวัดป่ามะม่วงก็ระบุว่า

พระยาลิไทยเป็นกษัตริย์องค์ที 6 แห่งอาณาจักรสุโขทัยนั้น

เดิมทรงปกครองเมืองศรีสัชนาลัย ในฐานะองค์อุปราช แห่ง เมืองสุโขทัย

เมื่อพระยาเลอไทยเสด็จสวรรคตใน พ.ศ. 1884

พระยางั่วนำถุมได้ขึ้นครองราชย์จนเสด็จสวรรคตในพ.ศ. 1890

พระยาลิไทยโดยต้องใช้กำลังทหารเข้ามายึดอำนาจ

เพราะที่สุโขทัยเกิดการกบฏการสืบราชบัลลังก์

พระยาลิไทยยกทัพมาแย่งชิงราชสมบัติได้ และขึ้นครองราชย์ใน พ.ศ. 1890

ทรงพระนามว่า พระศรีสุริยพงศ์รามมหาธรรมราชาธิราช

ในศิลาจารึกมักเรียกพระนามเดิมว่า "พญาลิไทย"

หรือเรียกย่อว่า พระมหาธรรมราชาที่ 1


จากตำนานการสร้างพระธาตุดอยสุเทพเล่าว่า

พระมหาสุมนเถรเจ้าแห่งสุโขทัย เกิดนิมิตฝันอันประหลาดว่า

พระบรมธาตุของพระพุทธเจ้า

ซึ่งพระเจ้าธรรมาอโศกราชให้อัญเชิญมาบรรจุไว้ ณ พระเจดีย์เมืองปางจานั้น

(สันนิษฐานว่า เมืองบางจา คือ บางจาลัง หรือ เมืองบางฉลัง หรือ เมืองบางขลัง เพราะ คนเหนือ ออกเสียง ช เป็น จ ... ช้าง เป็น จ้าง)

บัดนี้พระเจดีย์นั้นหักพังเสียแล้ว ที่ข้างเจดีย์มีกอดอกเข็มกอหนึ่ง

มีลักษณะเป็นรูปม้านั่ง เป็นที่สถิตของพระบรมธาตุ

ขอให้ท่านไปขุดเอาพระบรมธาตุองค์นี้มาเสีย

พระสุมนเถรเจ้า จึงให้ผู้จะขุดพระบรมธาตุที่ข้างกอเข็มนั้น

ต่อมา ในสมัยพระเจ้ากือนา แห่งราชวงศ์มังรายที่ 6

ขึ้นครองนครเชียงใหม่ พ.ศ. 1910

ได้นิมนต์พระสุมนเถรเจ้า มาประกาศศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ที่เมืองเชียงใหม่

เพราะมีพระวินัยดี

ทางสุโขทัยก็ยินยอมให้พระสุมนเถรเจ้ามาพร้อมกับพระธาตุนั้น

องค์หนึ่งบรรจุที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ

อีกองค์บรรจุที่วัดบุปผาราม หรือวัดสวนดอก

ก่อนการบูรณะวัดสวนดอกโดยครูบาศรีวิชัย

เจดีย์รายองค์หนึ่งของเจดีย์วัดสวนดอกเป็นทรงพุ่มข้าวบิณฑ์








เมืองบางขลังถูกเลือนหายไปจากประวัติศาสตร์

อาจมีแค่อิฐที่วัดใหญ่ชัยมงคลบอกว่ามีการก่อสร้างวัดในช่วงอยุธยา

ต่อผู้คนอพยพออกไป เมื่อไหน อย่างไร ไม่มีใครทราบ ... หรือหนีภัยสงคราม

เหลือเพียงโบราณสถานร้าง

ต่อมามีคนจากที่อื่นเข้ามาอาศัยอยู่ อาจมาจากเถิน

ผ่านลงมาทางประตูหอรบ กำแพงล้านนา สู่ทุ่งเสลียม


โบราณสถานร้างหนึ่งในนั้นคือวัดโบสถ์

ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองบางขลัง ด้านตะวันตกเฉียงใต้

ย้อนไปเมื่อปีพ.ศ.2450

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธสยามมงกุฏราชกุมาร

เสด็จประพาสเมืองบางขลัง

ได้พระราชนิพนธ์ถึงมณฑปไว้อย่างละเอียด

ซึ่งกรมศิลปากรได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์ ตามพระราชนิพนธ์ของพระองค์ดังนี้


วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ขี่ช้างออกจากตำบลหนองยาวเวลาประมาณ 4 โมงเช้า

เดินเข้าในป่าประมาณ 68 เส้น

ผ่านวัดร้างวัดหนึ่งราษฎรเรียกชื่อว่า วัดป่าแดงใต้

โบสถ์ตั้งอยู่ริมทางที่ไป

เป็นโบสถ์ย่อม ๆ ก่อด้วยอิฐมีเสาแลง

แต่เห็นไม่เป็นที่สำคัญจึงมิได้แวะเข้าไปดู


ต่อไป เดินทางไปได้ประมาณ 110 เส้น ข้ามเข้าแดนเมืองสวรรคโลก

เวลาเที่ยงถึงวัดร้างเรียกตามชาวบ้านว่า วัดโบสถ์

ถนนพระร่วงจากหนองยาวมาจนถึงวัดโบสถ์นี้เกือบจะไม่แลเห็นเลย

แต่ยังมีทิวไม้มาพอสันนิษฐานเป็นเค้าได้

และเขาว่าที่ถนนนั้นยังรู้สึกได้ว่าแน่กว่าที่ข้าง ๆ ถนน

ตัววัดโบสถ์เองนั้นก็เป็นที่น่าดูยิ่ง

ยังมีสิ่งที่เป็นชิ้นควรดูเหลืออยู่ชิ้นหนึ่งคือ








มณฑป มีกำแพงล้อมรอบ

มณฑปนั้นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ด้านละ 5 วา

ในนั้นพิจารณาดูเห็นท่าทางจะมีพระพุทธรูปนั่ง

มีพระเจดีย์เล็ก ๆ ก่อไว้ในลานรอบมณฑป








กำแพงแก้วที่ล้อมรอบลานนั้นทำด้วยแลงเป็นก้อนกลม หรือแปดเหลี่ยม

ปักยึดกันทำนองรั้วเพนียด แล้วมีแลงแท่งยาว ๆ พาดเป็นพนัก

พนักทำเป็นรูปหลังเจียดตัดยอด คะเนว่าสูงประมาณ 2 สูง

แต่เดี๋ยวนี้ดินสูงขึ้นมาเสียมากแล้ว

ที่สังเกตุได้ว่ากำแพงแก้วเคยสูงกว่าเดี๋ยวนี้คือ ดูประตู

ซึ่งมีอยู่สองประตู ทางด้านหน้าวิหารกับด้านหลัง

ด้านหน้าพังเสียแล้ว แต่ด้านหลังศิลาทับครอบบนประตูยังวางอยู่ตามที่

ประตูด้านหลังนี้เวลานี้คนธรรมดาจะลอดต้องก้ม

จึงต้องเข้าใจว่าแต่เดิมต้องสูงกว่านี้








ศิลาแลงก้อนที่ทับบนกรอบประตูนั้นใหญ่

พอใช้เป็นรูปหลังเจียดตัดเหมือนที่พาดบนกำแพงแก้ว

วัดดู ได้ความว่าศิลาก้อนนั้นยาว 6 ศอกคืบ 10 นิ้ว กว้าง 2 ศอก 6 นิ้ว

หนาแต่ล่างที่พาดอยู่กับเสาจนถึงยอดศอกคืบ

หลังเจียดข้าง ๆ กว้างข้างละ 1 ศอก

บนสันที่ตัดกว้าง 1 ศอก

เสาที่รับแท่งศิลาใหญ่วัดนี้โดยรอบ 6 ศอก

ทางสูงวัดได้ไม่แน่นอนเพราะไม่รู้ว่าดินพูนขึ้นมาเสียเท่าไร








ศิลาเสาทั้งสองคู่นั้นเป็นแลงทั้งแท่งไม่ใช่ตัดต่อกัน

เพราะฉะนั้นก็ต้องนับว่าแท่งใหญ่








อยู่บนลานภายในร่วมกำแพงแก้วนั้นประมาณ 13 วา สี่เหลี่ยมจัตุรัส

มณฑปตั้งอยู่ตรงกลาง














ข้างหน้ามณฑปนอกกำแพงแก้วออกไปมีสระลึกและเขื่องอยู่มีน้ำขัง

พิจารณาดูก็เห็นว่าวัดนี้ไม่ใช่วัดเล็ก

จึงทำให้เป็นที่พิศวงว่า

เหตุไฉนวัดที่ทำด้วยฝีมือดีและซึ่งเข้าใจว่าต้องใช้กำลังคนมากเช่นนี้

จึงมาตั้งอยู่ในกลางป่า

สืบดูก็ได้ความว่า ทางทิศตะวันออกของวัดนี้

ที่ริมน้ำฝากระดานมีตำบลหนึ่ง เรียกว่า เมืองบางขลัง

ห่างจากวัดโบสถ์ระยะประมาณ 70 เส้น แต่ไม่มีคูมีเทินอะไรเหลืออยู่"








หลังจากที่กรมศิลปากรได้ขุดแต่งเรียบร้อยแล้ว

มณฑปแห่งนี้จึงมีรูปร่างเหมือนกับพระราชนิพนธ์

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

นอกจากนี้นักโบราณคดีพบไหสังคโลกบรรจุอัฐิและอังคาร

ฝังอยู่ใต้พื้นศิลาแลงถึง 200 ไห

ส่วนกำแพงของวัด

เหมือนกับกำแพงวัดพระศรีรัตนมหาธาตุเชลียง ราชวรวิหาร เมืองสวรรคโลกเก่า








อุโบสถโบราณอยู่ด้านทิศตะวันออกของสระน้ำโบราณ

ที่สร้างอาคารทับบนซากโบสถ์เก่า














และเศษใบเสมากองหน้าโบสถ์














เตาเผาโบราณ














บ่อน้ำพญานาค

เนื่องจากมีคนเห็นลูกไฟผุดขึ้นมาจากบ่อน้ำ

เจ้าอาวาสเกรงว่าทางวัดจะถูกครหาหาเงินเข้าวัดโดยอาศัยความเชื่อชาวบ้าน

จึงมีการปิดบ่อน้ำ








จากพระราชนิพนธ์จะพบว่าภายในมณฑปมีพระพุทธรูปนั่ง

ซึ่งทราบภายหลัง คือ

หลวงพ่อคง หลวงพ่ออยู่ หลวงพ่อมั่น และพระร่วงนำทาง



ภาพจากเน็ท





เจ้าอาวาสวัดบ้านซ่านได้ทำพิธีอัญเชิญพระพุทธรูปสำริด 3 องค์

และพระร่วงนำทาง 1 องค์

จากวัดโบสถ์เมืองบางขลังไป

ประดิษฐานยัง วิหารหลวงพ่อสามพี่น้อง

วัดบ้านซ่าน ต.บ้านซ่าน อ.ศรีสำโรง

ซึ่งขณะนั้นวัดโบสถ์ยังเป็นวัดร้างอยู่








การเคลื่อนย้ายพระพุทธรูปทั้ง 4 องค์

เกิดปาฎิหาริย์คือ

แม้คนจำนวนมากที่ช่วยกันแต่ก็ไม่สามารถเคลื่อยย้ายออกไปได้

จึงมีการบวงสรวงและอธิษฐานว่า

"จะหาปี่พาทย์แห่ประโคมหลวงพ่อมายังเมืองบางขลังทุกปี"

จึงสามารถเคลื่อนย้ายได้


ในวันวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ของทุกปี วันตรุษไทย

ซึ่งเป็นวันเปลี่ยน ปีนักษัตร แบบโบราณ

หรือประมาณเดือน มีนาคม-เมษายน ของทุกปี

(ถ้า จุลศักราช จะเปลี่ยนในวันเถลิงศก หรือประมาณวันที่ 15-17 เมษายน)


ชาวบ้านจะยึดประเพณีสรงน้ำแล้วแห่พระพุทธรูป 3 พี่น้องและพระร่วงนำทาง

มายังดินแดนต่อเมืองบางขลัง

โดยไม่ยอมแห่มาถึงวัดโบสถ์เมืองบางขลัง

เพราะความเชื่อที่เกรงว่าท่านจะไม่ยอมกลับมาที่วัดบ้านซ่านอีก








ราวปีพ.ศ. 2530

ชาวเมืองบางขลังฝันว่ามีพระพุทธรูปถูกฝังอยู่ใต้ดิน

ติดกับพื้นที่ วัดโบสถ์ เมืองบางขลัง

เมื่อขุดก็พบ พระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย ร่วมสมัยศิลปสุโขทัย

อายุราวพุทธศตวรรษที่ 18 ประทับนั่งบนฐานสำเภาสังฆาฏิเขี้ยวตะขาบ

ชาวบ้านเรียกว่า หลวงพ่อขาว เพราะครั้งแรกที่ขุดพบเป็นพระพุทธรูปสีขาว

จึงนำมาประดิษฐานไว้ที่วัดโบสถ์

ปัจจุบันประดิษฐาน ในพระอุโบสถหลังใหม่

หลวงพ่อขาวเนรมิต (พระศรีสุรีย์มงคลพลญาณ)








เมืองไหนที่

ไม่ต้องยิ่งใหญ่ ไม่ต้องรวย แค่เพียงพอ

ก็ไม่มีใครอยากได้ ไม่ต้องหนีภัยสงคราม

พลเมืองอยู่มาตลอด

ก็ไม่มีโบราณสถานร้าง


เมืองไหนที่

ร่ำรวย ยิ่งใหญ่

มีแต่คนอยากครอบครอง จึงต้องหนีภัยสงคราม

พลเมืองทิ้งเมือง หรือ ถูกกวาดต้อน

ก็มีโบราณสถานร้าง


น่าคิดว่าอุทยานประวัติศาสตร์ทั้งหลายนั้นคือมหานครในอดีต









Create Date : 28 พฤศจิกายน 2557
Last Update : 7 มกราคม 2562 14:55:39 น. 30 comments
Counter : 129 Pageviews.  

 
เย้... คนแรก
ตามมาเที่ยวต่อค่ะคุณตุ๊ก
แต่ขอลงชื่อไว้ก่อนนะ
วันนี้หมดตัวอีกแล้วค่ะ
ปล.ปากหม้อยังไม่หมดค่ะ ยังเหลืออีกสองบล็อกค่ะ
คนละสี คนละไส้ พร้อมเสิร์ฟจ้ะ


โดย: เนินน้ำ วันที่: 28 พฤศจิกายน 2557 เวลา:16:14:31 น.  

 
ได้ยินชื่อมานานแล้วค่ะทุ่งเสลี่ยม อยากไป ขอเกาะล้อพลางๆ


โดย: sawkitty วันที่: 28 พฤศจิกายน 2557 เวลา:16:20:11 น.  

 
ตามมาเที่ยวครับ
เจดีย์รายองค์หนึ่งของเจดีย์วัดสวนดอกเป็นทรงพุ่มข้าวบิณฑ์
คงเอาแบบสร้างจากที่นี้
tuk-tuk@korat Travel Blog


โดย: moresaw วันที่: 28 พฤศจิกายน 2557 เวลา:16:23:42 น.  

 
ดูรูปก่อนค่ะพี่ตุ๊ก ค่อยมาอ่านเนื้อเรื่องนะ
รูปสวยๆหลายมุมเลยค่ะ
แปะโหวตจองที่ไว้ก่อนน๊าา..



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
phunsud Food Blog ดู Blog
ร่มไม้เย็น Book Blog ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 28 พฤศจิกายน 2557 เวลา:16:44:08 น.  

 
ขอบพระคุณสำหรับคำอวยพรมากๆนะคะ

แวะเข้ามาโหวต Travel Blog ให้คะ

เย็นแล้ว อย่าลืมหาอะไรทานด้วยนะคะ



โดย: Chic Bossy วันที่: 28 พฤศจิกายน 2557 เวลา:17:50:01 น.  

 
พระราชนิพนธ์ รัชกาลที่ 6 ละเอียดมากค่ะ

หลวงพ่อขาว พระพักตร์งามมากค่ะพี่ตุ๊ก ร่วมสมัยศิลปสุโขทัย แบบนี้เอง

..มหานครที่เคยรุ่งเรือง แล้ววันหนึ่งก็เป็นโบราณสถานร้าง เมืองร้างไป


*** ความรู้ใหม่ค่ะพี่ตุ๊ก ดอกขาไก่ กับต้อยติ่งเทศ อันเดียวกัน ขอบคุณค่ะ


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 28 พฤศจิกายน 2557 เวลา:18:35:12 น.  

 
เจดีย์ในภาพ
ถือว่าสวยแปลกตาเลยครับพี่ตุ๊ก

ปกติทางเหนือเรา
แทบไม่มีให้เห็นเจดีย์ทรงนี้เลยครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 28 พฤศจิกายน 2557 เวลา:20:05:25 น.  

 
thx u crab


โดย: Kavanich96 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2557 เวลา:3:11:50 น.  

 
เสาร์สวัสดีค่ะพี่ตุ๊ก


บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น




โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 29 พฤศจิกายน 2557 เวลา:5:32:27 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่ตุ๊ก



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 29 พฤศจิกายน 2557 เวลา:6:43:08 น.  

 
ตามมาเที่ยวค่า


โดย: บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน วันที่: 29 พฤศจิกายน 2557 เวลา:8:23:16 น.  

 
คิดถึงทุ่งเสลี่ยม เคยไปที่นั่นประมาณอาทิตย์หนึ่ง ภาพยามเย็น ระหว่างเส้นทางสุโขทัย-ทุงเสลี่ยมสวยมากครับ

tuk-tuk@korat Travel Blog


โดย: Insignia_Museum วันที่: 29 พฤศจิกายน 2557 เวลา:8:48:25 น.  

 
น่าคิดเหมือนกันนะครับว่า ถ้ายังอยู่รอดมาถึงทุกวันนีี้มันจะยิ่งใหญ่ขนาดไหน


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 29 พฤศจิกายน 2557 เวลา:16:28:10 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับ เพื่อน ๆ และคุณเชาวรัตน์ เทศศิริ และคุณตุ๊ก ๆ โคราช เห็นนาม
สกุลเทศศิริ แล้วผมจำได้เลยครับ... ขอแถลงไข 555

ผมชื่อจริง ไมตรี บุญสงค์ เคยเป็นสมุห์บัญชี บ.ไทยสมุทร หน้า สิ่นหมิน เมื่อหลาย
สิบปีก่อน....
เคยไปเม้นท์ที่ห้องคุณตุ๊ก ว่ารู้จักกับสถิตย์ สะท้านไตรภพ ๆ พาผมขึ้นสามล้อไป
ส่ง ร.พ.พุทธชินราชเพราะเป็นใข้จับสั่น รู้สึกขอบคุณๆสถิตย์ตลอดเวลา

ผมเห็นนามสกุล เทศศิริ จำได้ แต่ชักสับสนอีกแหละ ว่าสถิตย์ เทศศิริหรือสะท้านฯ
แน่ 555 คุณสถิตย์สูงโย่งโกะมาก ๆ มีบ้านอยู่ถนนไป แถวคลังน้ำมัน ข้างทาง
รถไฟ หลังบ้านเป็นคูน้ำกว้าง ผักตบเต็ม บางทีชาวบ้านบอกว่า เห็นจระเข้ด้วย
ผมน่าจะไปบ้านหลังนั้นครั้งเดียว.
ระยะนั้น มีเพื่อนเช่น เผอิญ ไทยโกษา ปรีดี มีลือพร จงกล ศรีแก้ว กับอีกหลายคน
ฉอ..ขายหวย สมบัติ แซ่อั้ง.. จ่าดำ แสงซื่อ
ถามแม่บ้านแหะ ๆ ภรรยา..ว่าคุณสถิตย์ชื่อเล่นว่าอ๊อด ใช่เปล่า... เขาจำไม่ได้แต่
ว่าน้องสาวสถิตย์ชื่อ อิ๊ด หรือไงนี่แหละครับ เขาเป็นเพื่อนกัน
ผมอยู่สาขาพิดโลก 4 ปีกว่า แล้วย้ายเข้า กท. อุบล สุรินทร์ แล้วอีกเยอะเลย
แต่คนละบริษัท. นาน ๆ กลับมาพิดโลก แต่บ้านยังอยู่ที่เดิม โคกมะตูม
ุคุณเชาวรัตน์ กับผมถ้าพบกัน คงจะจำกันได้นิดหน่อย เพราะหน้าตาเปลี่ยนไป
เยอะ(ผมนะครับ) ดูภาพข้างบนที่ยืนกับกลุ่มเพื่อน ๆ ครูสมาธิ ด้วยกัน นั่น
และใช่เลย
อีกอย่างหน้าผมโหลมาก ๆ ตอนที่อยู่พิดโลก มีคนหน้าตาเหมือนกันยังกะฝาแผด
ก็ ผช.นายคลังน้ำมัน ขี่เวสป้าเหมือนกันแต่คนละสี เราทั้งสองเคยเจอกันจัง ๆ ได้
แต่ทักทาย อมยิ้มกัน.. ผมยังคิดเคยว่า เอ...พ่อ ตู ไปใข่ทิ้งไว้ที่ไหนมั้ง 555

ถ้ายังไง คุณเชาวรัตน์ ทิ้งเบอร์โทร..ให้ผมไว้ด้วย จะได้ติดต่อกัน ถ้าไม่สดวกเข้าใน
เฟชบุค ในนาม "ไวน์กับตูน ปาย" แล้วเขียนเบอร์โทรไว้ในข้อความได้ครับ
ขอบอกว่า ดีใจมาก ๆ ที่มีคนรู้จัก จำกันได้...

ผมนำมาแปะให้คุณตุ๊กเห็นครับ.. นาน ๆ จะได้
เห็นเพื่อนเก่ามาเม้นท์


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 29 พฤศจิกายน 2557 เวลา:18:55:06 น.  

 
สวัสดีวันหยุดค่ะ
ตามมาส่งกำลังใจจ้า..
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กะว่าก๋า Dharma Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog


โดย: เนินน้ำ วันที่: 30 พฤศจิกายน 2557 เวลา:11:30:18 น.  

 
เวลาอ่านพระราชนิพนธิ์ในรัชกาลที่ 5 6 จะรู้ว่าท่านมีความเข้าใจในศิลปะไทยเป็นเลิศ ทั้งที่เรานึกว่าท่านน่าจะเรียนแบบตะวันตกมาหลังรัชกาลที่ที่ 4

ภาคเหนือตอนล่างเป็นเมืองแล้งน้ำ ถนนพระร่วงเป็นการสร้างคลองชลประทานดึงน้ำไปจากลำน้ำปิงที่กำแพงเพชร ถ้าจำไม่ผิด ดังนั้นถ้าอาณาจักรเสื่อมระบบชลประทานก็ไร้การดูแล ประชาชนก็อยู่ไม่ได้

เพราะอยุธยาไม่สนใจเมืองบริวาร แค่ต้องการรักษาเมืองหลักอย่างสวรรคโลก กำแพงเพชร พิษณุโลกก็พอต้านศึกล้านนา พม่าแล้ว

พระสุโขทัยนี่ดูอย่างไรก็งาม เล่ากันว่าสมัยนั้นพระพุทธรูปนี่เกลื่อนระเบียงคตเลย ปัจจุบันก็อัญเชิญไปต่างประเทศหรือบ้านผู้มีบารมีเสียหมดแล้ว


โดย: ปลาทอง สมองน้อย วันที่: 30 พฤศจิกายน 2557 เวลา:16:18:44 น.  

 
บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
ตามมาเที่ยวด้วยคนนะขอรับ


โดย: ขุนเพชรขุนราม วันที่: 1 ธันวาคม 2557 เวลา:1:11:53 น.  

 
ก้มลงกราบด้วยความเคารพยามเที่ยงคะ

หาอะไรทานด้วยนะคะ


โดย: Chic Bossy วันที่: 1 ธันวาคม 2557 เวลา:12:25:07 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ที่เห็นและเป็นมา Music Blog ดู Blog
jamaica Home & Garden Blog ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Hobby Blog ดู Blog
pantawan Health Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


อ่านแล้วดูภาพประกอบและนึกภาพตามไป


โบราณสถานเหล่านี้ในอดีตคงจะงดงามมากทีเดียว








โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 2 ธันวาคม 2557 เวลา:19:19:28 น.  

 

สวัสดีครับพี่ตุ๊ก ช่วงนี้ไม่ค่อยได้มาดูพี่ตุ๊กพาเที่ยวเลยครับ ยุ่งๆน่ะครับ ได้แค่แอบมาอัพบล๊อกแล้วก็หาย :D

เวลาเที่ยวโบราณสถานผมมักจะเรียบร้อยเป็นพิเศษครับ เกรงใจสถานที่ (ในรูปวัดโบสถ์ที่พี่ถ่ายมาก็พอจะรู้สึกได้ครับ ^^')

ดูแลสุขภาพด้วยครับ

เนินน้ำ Food Blog ดู Blog
pantawan Health Blog ดู Blog
คนบ้า(น)ป่า Home & Garden Blog ดู Blog
lovereason Literature Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog




โดย: Karz วันที่: 3 ธันวาคม 2557 เวลา:12:49:12 น.  

 
อำเภอเล็กๆแต่มีประวัติศาสตร์น่าสนใจเยะครับ
ผมไม่เคยแวะครับ แวะแต่อุทยานประวัติศาสตร์ตรับ


โดย: คนโคราช (Ni.Somsak ) วันที่: 3 ธันวาคม 2557 เวลา:14:28:57 น.  

 
ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
toor36 Cartoon Blog ดู Blog
kae+aoe Parenting Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog

เพิ่งจะได้มาดูบ้านให้ แต่ก็โอเชนะ ว่าแต่
กลับมาแล้วมั้ง



โดย: nulaw.m (คนบ้า(น)ป่า ) วันที่: 4 ธันวาคม 2557 เวลา:14:18:44 น.  

 
กราบสวัสดีวันพ่อแห่งชาติคะ

มีความสุข ความเจริญนะคะ


โดย: Chic Bossy วันที่: 5 ธันวาคม 2557 เวลา:14:57:04 น.  

 
แฟนชอบเที่ยวศูนย์การค้า
ผมกับลูกชอบเที่ยงชมของเก่า
ลำบากเหมือนกันเวลาเดินทาง
แต่ก็พบกันครึ่งทางได้


โดย: ravio วันที่: 5 ธันวาคม 2557 เวลา:21:17:13 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่ตุ๊ก



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 6 ธันวาคม 2557 เวลา:6:30:24 น.  

 
ทักทายในวันหยุดค่ะคุณตุ๊ก


ขอบคุณสำหรับโหวตค่ะ


หน้านี้วางไว้หลายวันอยู่นะคะ


โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 6 ธันวาคม 2557 เวลา:15:50:55 น.  

 
สวัสดียามค่ำคืน ดวงดาวเต็มท้องฟ้าคะ

หลับฝันดีนะคะ



โดย: Chic Bossy วันที่: 6 ธันวาคม 2557 เวลา:20:54:41 น.  

 
วัดใหญ่ชัยมงคลที่นีน่าจะเกิดก่อนวัดใหญ่ชัยมงคลที่อยุธยาไหมครับ ก่อนเกิดสุโขทัยพอทราบไหมครับว่าเปนดินแดนใครอยู่มาก่อน เพราะตำนานเชียงใหม่นั้นลั๊วะอยู่มาก่อน


โดย: surya21 IP: 171.98.134.200 วันที่: 5 มกราคม 2558 เวลา:19:46:33 น.  

 
ชุมชนวัดใหญ่ชัยมงคล อ.ทุ่งเสลี่ยม แต่เดิมคือคนที่มาจาก บ้านไร่ อ.ศรีสำโรง มาเลี้ยงวัวบ้าง มาหาของป่าบ้าง มาล่าลิงลมบ้าง เมื่อก่อนแถวๆวัดใหญ่มีลิงลมเยอะ กอไผ่ก็มาก จึงทำที่พักแรมสำหรับเลี้ยงวัว ทำไร่ทำนาจนเติบโตเป็นชุมชน จะใช้ภาษาสุโขทัยในการสื่อสาร ไม่เหมือนบ้านท่าวิเศษ(หมู่บ้านติดกันทางทิศเหนือ)ที่พูดภาษาเหนือเพราะส่วนใหญ่น่าจะอพยพมาจากทางอ.เถิน ลำปาง


โดย: คนที่เกิดในหมู่บ้าน IP: 110.78.152.71 วันที่: 11 เมษายน 2559 เวลา:16:50:35 น.  

 
ขอบคุณค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 11 เมษายน 2559 เวลา:22:19:47 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tuk-tuk@korat
Location :
นครราชสีมา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 136 คน [?]




งานหลักคืองานอดิเรก

10 บล็อกล่าสุด


It's Sad to Belong - England Dan and John Ford Coley ... ความหมาย


แวะพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอินทร์บุรี และวัดดอกไม้ สิงห์บุรี บนเส้นทาง โคราช - เชียงใหม่


Breaking Up Is Hard To Do ... ความหมาย


Exchange Of Hearts - David Slater ... ความหมาย


แวะวัดสุทธาวาส สิงห์บุรี บนเส้นทาง โคราช - เชียงใหม่


Happier - Ed Sheeran ... ความหมาย


วัดยางกวง ... วัดเก่าเมืองเชียงใหม่


Falling Slowly - Glen Hansard, Marketa Irglova ... ความหมาย


ขับรถชมประเทศไทย - ไปเขาค้อ


A World Without Love - Peter and Gordon ... ความหมาย


แวะโบราณสถานวัดเกาะกลาง อำเภอป่าซาง ลำพูน







ของแต่งบล็อกจาก
ป้าเก๋า "ชมพร"
คุณญามี่
คุณ Rainfall in August
ขอบคุณค่ะ

[Add tuk-tuk@korat's blog to your web]