YOU are not afraid. You think YOU are afraid. ~Shantimayi~
เป็นอะไรไป

นี่เราเป็นอะไรไป
ทำไมอ่อนไหว และขี้เกียจได้อย่างน่าเชื่อ
คิดๆอะไรในหัว อยู่ๆน้ำตาก็ไหล
(กระแดะเป็นนางเอกมิวสิคอีกแล้ว)
หรือคิดอะไรบางอย่างก็หัวเราะขึ้นมาไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
คล้ายๆคนโรคจิตเนอะ

ความรู้สึกแบบนี้ ไม่เคยเป็นมาก่อน
ความรู้สึกว่า มันไม่รู้จะอยู่ไปเพื่ออะไร
เพื่ออะไร เพื่อใคร หรือ เพื่อรออะไร
วันแต่ละวันไม่ได้รอคอยอะไรเลย
สัปดาห์หนึ่งๆผ่านไป ก็ไม่มีอะไรใหม่ๆเกิดขึ้นมา

วันจันทร์อีกแล้ว ถึงวันอังคารอีกแล้วหรือนี่
พรุ่งนี้วันศุกร์ ไม่ชอบวันศุกร์เลย
โอ๊ย...วันเสาร์อีกแล้ว เกลียดวันเสาร์
เหมือนกับว่าไม่ได้รอคอยอะไรดีๆเลย
มีแต่ความไม่ชอบ ไม่หวัง ไม่อยากได้
ไม่อยากให้มันมาถึง ไม่อยากพบไม่อยากเจอ
แต่ก็อยากให้เวลานี้มันผ่านไปเร็วๆ

เด็กๆ ยังเคยรอ เคยหวัง
สอบอีก 2 วันก็ปิดเทอมแล้ว
พรุ่งนี้วันเสาร์แล้ว เย้!
วันจันทร์หน้าจะมีการแสดงที่โรงเรียน
วันพรุ่งนี้ไปทัศนศึกษาที่ Dream World
อยากกลับบ้านเร็วๆ จะได้ไปดูเปาบุ้นจิ้นต่อ

เมื่อไม่นานมานี้ก็ยังคงมีอะไรให้รอ...บ้าง
อยากให้ถึงสิ้นเดือนเร็วๆ จะได้ได้เงินเดือน
อยากให้ถึงเดือนหน้าเร็วๆจะได้เริ่มซ้อมการแสดง
อยากให้ถึงตอนเย็นเร็วๆ จะได้เจอคนคนนั้น
อยากให้ถึงเที่ยงคืนเร็วๆ เขาอาจจะโทร.มา

แต่ช่วงนี้มันขาดหายไปหมด
มันไม่อยากอยู่กับปัจจุบัน
มันไม่อยากให้ถึงอนาคต

มันเหมือนเป็นหลุมดำของชีวิต
มันน่ากลัว ลึกลับ ไม่รู้อะไรอยู่ข้างใน
ไม่รู้ว่าทำไมอยู่ดีๆก็อ่อนแอขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ
ไม่ใช่ร่างกายอ่อนแอ หรือไปเศร้าเสียใจ
แต่มันไร้จุดมุ่งหมาย และไร้ซึ่งการควบคุม
จิตสำนึกอ่อนแอ คือ ความไร้ซึ่งระเบียบวินัยในชีวิต
บางทีนี่อาจจะเป็นอะไรที่เขาเรียกว่า ความสับสน

ไม่รู้จะไปทางไหน ไม่รู้จะหันไปหาใคร
ไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่นี้ทำไปเพื่ออะไร
และไม่รู้ว่าจริงๆแล้วต้องการทำอะไร

มันคงน่าขำถ้าจะพูดว่า....เหนื่อยแทบขาดใจ
ทั้งสอบ ทั้งรายงาน ทั้งงานที่ต้องทำ
ทำไมเราทำตัวเด็กๆขนาดนี้ ทำไมไม่อดทนเลย
ยังมีคนลำบาก เหน็ดเหนื่อยกว่าเราอีกตั้งมากมาย
แต่ยิ่งคิดอย่างนี้ ยิ่งเกลียดตัวเอง

แต่ละคืนอยากจะหลับไปบนตักแม่
อยากขดตัวซุกลงไปบนโซฟา จนพ่อต้องอุ้มไปนอน
อยากเป็นเด็กๆ....
ไม่อยากต้องนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ทำงาน
อยู่กับความเงียบ ความมืด ที่น่ากลัว
ที่มักจะพาให้เราต้องคิดถึง และรอคอยใครบางคน
จนสุดท้าย ที่ปลอบใจสุดท้ายคือ....ตู้เย็น
ฟังดูขำ แต่มันเป็นเรื่องขำๆที่ทรมาน

ขออนุญาตใช้พื้นที่นี้
ละเมอถึงวันเก่าๆของชีวิต
ถ้าเผื่อ...ต้องมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น
อย่างน้อยก็ไม่เสียใจว่า...
เราได้มีโอกาสทบทวนสิ่งที่ดีๆเหล่านั้นแล้ว




จำที่นั่งริมน้ำตรงนั้นได้มั้ย
เราเป็นเพื่อนที่ชอบเดินจับมือกัน
ทั้งๆที่มือสากด้วยกันทั้งคู่ เราสากกว่าหน่อย
ที่ค่ายทิวไผ่งามน่ะ....คิดถึงจังนะ
สายน้ำนิ่งๆ กับผักตบชวาที่ลอยเต็ม
อยากพายเรือไปบีบผักตบกับพี่เตี้ยอีกจังเลย

สายน้ำที่เรากระโดดเล่นเพราะพี่เตี้ยอนุญาต
ขยิบตาเล็กน้อยกับคุณครูสมพรที่น่ารัก
เด็กกรุงเทพฯก็ได้มีโอกาสกระโดดน้ำในคลอง
ได้คว่ำเรือเล่น ได้ตีโป่ง ได้ลอยคอข้างๆผักตบฯ
ได้หนีตัวเงินตัวทองด้วยความตกใจ
และได้เลือด....หึหึหึ
แอน...เราจำได้นะว่าแอนโดนไม้ตำอะไร
แล้วพวกเรา...เพื่อนๆ....กลับไปคิดว่ามันคืออะไร

หอประชุม...ปลื้มซะไม่มีกับพี่เจนสุดหล่อ
“พ่อคร้าบบบ พ่ออยู่ไหนครับพ่ออออออ”
ที่ตอนหลังพวกเราทำให้มันเพี้ยนเป็นแร็พไปซะงั้น
ตามมาด้วยพี่โน้ต ทิพย์อาภา ชื่นประดิษฐ์
กับบทเพลงมากมาย เพราะๆทั้งนั้น
จำได้แค่…………..
โด มีมี มีมีมีมี เรโดที ทีโดเร เรเร เรเรมีเร โดทีลา
กับผู้กำกับเป้ายิ้ม ชื่ออะไรนะ ลืมไปแล้ว

แล้วคืนนั้นที่ค่ายพาราไดซ์ล่ะ
คืนที่เราร้องเพลงเดือนเพ็ญของนายผีกันน่ะ
เพลงที่เราร้องกันจนน้ำตาคลอ
สะท้านใจด้วยประวัติของคนแต่ง
สะท้านกายด้วยลมเย็นๆของเทือกเขาของจันทบุรี

แล้วคืนของความ ลำ....เอียง กับดัชมิลล์สีส้มของพวกเราล่ะ
เรายังเก็บรูปอยู่เลย....ดูทีไรก็...ไม่ได้ขำ ไม่ได้เศร้า
แค่...พูดไม่ถูกเหมือนกัน เค้าเรียกว่า อบอุ่นใจมั้ง

ภาพของภูเขาที่หายไปในท้องฟ้าวันที่ฝนตก
ไม่รู้ว่าหมอกมันลอยสูง หรือว่าเมฆมันลอยต่ำ
แล้วก็ไม่รู้ว่าจริงๆแล้ว ฟ้ามันต่ำ หรือภูเขามันสูง
รู้แต่สวยเหลือเกิน.....




พรุ่งนี้สอบแล้ว..แต่ยังนั่งบ้าๆบอๆอยู่เลย
ยังไม่ได้ install ข้อมูลความรู้ที่จะสอบเข้าไปเลย
มันคง hang อยู่ล่ะมั้ง
อยู่ๆก็หมดแรง หมดกำลังใจ
อาจจะเพราะนั่งอยู่ที่หอกลางมาทั้งวันเป็นสัปดาห์
ไม่ได้ไปเต้น ไปวิ่ง ไปเล่นโยคะตามปกติ
ขอให้มันพ้นๆไปซะทีเถอะ ความรู้สึกแบบนี้น่ะ

หยิบเอาบทกลอนเก่าๆมานำเสนอ
แม้จะแต่งเองตั้งแต่หลายปีก่อน
แต่กับความหมายที่ซ่อนอยู่ภายในกลอนนี้
เรากลับเข้าใจมากขึ้นทุกวัน




ระเรื่อเรืองขอบฟ้า

ชั่วพริบตาขอบฟ้าเลือนหาย

อีกไม่นานดาวจะขึ้นพร่างพราย

ความฝันพรรณรายน่าติดตาม

เพริดแพร้วจินตนากว้างนัก

อยากรู้อยากประจักษ์จึ่งทวงถาม

ความฝันใยอยู่แค่ชั่วยาม

ยากจะตามให้ถึงซึ่งความจริง

ดวงดาวอยู่ไกล ไกลยิ่งนัก

ยังรู้ยังตระหนักถึงความใหญ่ยิ่ง

จงยืนหยัดต่อสู้ในความจริง

เพื่อให้สรรพสิ่งคงอยู่ในฝันงาม





ไม่นานมานี้ เคยคิดถึงเธอ
มาช่วงนี้ พยายามจะไม่คิดถึง ไม่รอ ตัดใจ
ทำใจให้ว่างๆ...แต่มันกลับยิ่งเหงาหนัก

เหนื่อยจัง...คุณล่ะ เหนื่อยไหม



Create Date : 05 ตุลาคม 2549
Last Update : 5 ตุลาคม 2549 22:30:43 น. 5 comments
Counter : 443 Pageviews.

 
cheer up na and good luck to your exam.....


โดย: KS IP: 83.67.3.91 วันที่: 7 ตุลาคม 2549 เวลา:5:49:10 น.  

 
กินน้ำแข็งไสเย็นๆ,แอบฟังเด็ก4ขวบคุยกัน,มองดูลูกหมาเล่นกับลูกแมว,เช่าตลกคาเฟ่มาดู,แคะจมูกแล้วแอบดีดใส่คนข้างหน้า(เพื่อนผมเรียกการกระทำแบบนี้ว่ากระรอกบิน)
ทำอะไรก็ได้ที่มันผ่อนคลาย เรียกยิ้ม เรียกหัวเราะ
แม้จะเป็นช่วงสั้นๆของรอยยิ้มก็ตามที
แต่ถึงจะสั้นก็ยังดีกว่านั่งหน้าเมื่อยยาวๆโดยไม่มีเบรก

ใครๆก็คงรู้วิธีผ่อนคลายแบบนี้ แต่ก็ทำได้ยากอยู่ดี เวลาอารมณ์ขมวดยุ่ง


โดย: อุปกรณ์ประกอบฉาก IP: 125.25.22.240 วันที่: 7 ตุลาคม 2549 เวลา:12:01:10 น.  

 
อาการพอควรเลยนะคับเนี่ย

ลักษณะที่คุณ gluhp เป็นมีสองอาการนะครับ

อาการแรกคือ โรคอารมณ์แปรปรวน ผู้เป็นจะอยู่ดี ๆ ก็ร่าเริงขึ้นมาโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย แล้วก็กลับสงบลงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

อาการสองคือ โรคซึมเศร้า ลักษณะนี้ผู้ที่เป็นจะอยู่ดี ๆ ก็จะรู้สึกเศร้า แล้วก็ร้องไห้ออกมาโดยไม่มีเหตุผลอันควร

ขอแนะนำให้พบจิตแพทย์นะครับ เพราะวัด, พระ และตัวคุณเอง ช่วยตัวคุณไม่ได้คับ

ต้องใช้การบำบัดคับ



โดย: พี่ไท้ วันที่: 7 ตุลาคม 2549 เวลา:12:23:06 น.  

 

ช่วงนี้เหนื่อยเหมือนกันค่ะ


พี่ไท้วิเคราะห์อาการได้ดีแหะ
อาการแบบนั้เราก็เคยเป็น แต่เราบำบัดด้วยตัวเองโดยใช้เวลาช่วยน่ะ


เอาใจช่วย ขอให้ผ่านพ้นไปโดยเร็วนะคะ


โดย: p_tham วันที่: 7 ตุลาคม 2549 เวลา:17:52:42 น.  

 
อ่า...เป็นเหมือนกันเลยค่ะ
มันรู้สึกเมหือนกับว่า...เรากำลังทำอะไรอยู่เนี่ย แล้วทำทำไม ทำเพื่ออะไร ฯลฯ

มันดูเหมือนความรู้สักนึกคิดมันสับสน ล่องลอยยังไงพิกล
จับต้นชนปลายไม่ถูก ในหัวมีแต่คำถามเต็มไปหมด
และขณะเดียวกัน...มันก็ว่างเปล่าด้วย

แต่เราจะพยายามไม่เป็นแบบนี้นานนักอ่ะค่ะ
เพราะเราเคยสัญญากะตัวเองไว้แล้วว่า...
เราจะใช้ทุกๆ วินาทีของเราให้คุ้มค่าที่สุด
ไม่เพื่อตัวเอง ก็เพื่อพ่อแม่
เกิดมาทั้งที อยากทำอะไร เราต้องทำมันให้ได้ทุกอย่าง ที่ทำได้
เราจะไม่จมปลักแบบนี้อีกต่อไป

ได้ชีวิตมาหนึ่งชีวิต ซึ่งก็คือตัวเรา
เราต้องใช้มันให้คุ้มค่ะ

ให้เหงาๆ ได้อีก 1 วันแล้วต่อจากนั้น ลุกขึ้นมา Fight ด้วยกันนะคะ



โดย: Ning_999 วันที่: 9 ตุลาคม 2549 เวลา:11:10:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
gluhp
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




Here...
I'm on the rooftop

Between...
pavement and stars.

Here's...
hardly no day
nor hardly no night

There're things...
half in shadow
and half way in light

It's where...
I gather my thoughts
and grow my dreams

which...
are scattered
all around

In my words,
my songs,
my dance.

คน นั่งจ้องชีวิต
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2549
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
5 ตุลาคม 2549
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add gluhp's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.