....OUR FAMILY'S JOURNEY....
+ วัดเจติยาคีรีวิหาร ภูทอก 2564 +


 

อัพบล๊อกวันนี้จะพาท่านไปชมวัดเจติยาคีรีวิหาร ที่ภูทอก อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ กันครับ ภาพถ่ายเป็นภาพชุดล่าสุดที่เพิ่งไปมา เมื่อ 2 กุมภาพันธุ์ 2564 ครับ  วัดเจติยาคีรีวิวหารนับว่าเป็นพุทธสถานที่มีสถานที่ๆสวยงามอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดบึงกาฬ การเดินทางเข้าสู่วัดสะดวกสะบายมาก มีถนนลาดยางอย่างดีเข้าไปถึงบริเวณวัดเลย

ภูทอก เป็นที่ตั้งของวัดเจติยาคีรีวิหาร (วัดภูทอก) อยู่ในอาณาเขตบ้านคำแคน ตำบลนาสะแบง จ.บึงกาฬ โดยมีพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ เป็นผู้ก่อตั้ง "ภูทอก" ในภาษาอีสานแปลว่า "ภูเขาที่โดดเดี่ยว" ภูทอก มี 2 ลูก คือภูทอกใหญ่และภูทอกน้อยส่วนที่นักแสวงบุญและ นักท่องเที่ยวทั่วไป สามารถชมได้คือ ภูทอกน้อย ส่วนภูทอกใหญ่อยู่ห่างออกไป ยังไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวชม
 



เจดีย์พิพิธภัณฑ์พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ 
 
พระอาจารย์จวน มาอยู่ภูทอกเมื่อ พ.ศ. 2512  ตอนแรกก็อาศัยอยู่ตีนเขา ต่อมาขึ้นมาปลูกกระต๊อบอยู่ชั่วคราวที่โขดหินตีนเขาชั้น 2 ต่อมาเวลาพลบค่ำ ท่านอาจารย์ขึ้นไปนอนบนชั้น 5 โดยปีนขึ้นตามเครือเขาเถาวัลย์ ตามรากไม้ ปัจจุบันคือถ้ำวิหารพระ
(อ่านประวัติพระอาจารย์จวน)

กลางพรรษาปี 2512 ท่านได้เกิดนิมิตว่าได้ออกไปบิณฑบาตที่ภูทอกใหญ่ อุ้มบาตรเดินเลียบไปตามหน้าผา อ้อมไปเรื่อย ๆ เห็นหน้าต่างปิดอยู่ตามหน้าผา มองไม่เห็นคนเลย จึงหยุดยืนรำพึงว่า .... ทำไมมีแต่หน้าต่างปิด ไม่เห็นคนออกมาใส่บาตรเลย สักครู่หนึ่งก็เห็นคนเปิดหน้าต่างออกมาใส่บาตร ท่านจึงตั้งจิตถามขึ้นว่า เขาเป็นใคร ... เขาบอกว่า พวกผมนี้เป็นพวกบังบดขอรับ (พวกบังบด คือพวกภุมมเทวดา ที่มีศีล 5 ประจำ) อยู่กันที่ภูทอกใหญ่ ภูแจ่มจำรัส (ภูทอกน้อย) แต่ก่อนนี้มีพวกฤๅษีชีไพรมาบำเพ็ญพรตภาวนากันอยู่ที่ภูแจ่มจำรัสนี้มาก ... เมื่อเขาใส่บาตรเรียบร้อยแล้ว ท่านจึงถามเขาว่า ทำไมจึงรู้ว่าอาตมามาบิณฑบาต เขาก็ตอบยิ้ม ๆ ว่า รู้ครับ รู้ด้วยกลิ่น ถูกกลิ่นพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งมีกลิ่นหอมก็เลยพากันเปิดหน้าต่างมาใส่บาตรพระผู้เป็นเจ้ากัน ท่านเป็นพระที่ปฏิบัติดี ควรแก่การบูชา พวกเราจึงพร้อมใจกันมาใส่บาตร .... เช้าวันนั้น อาหารที่บิณฑบาตได้ ขบฉันก็รู้สึกว่ารสเอร็ดอร่อยเป็นพิเศษ ทั้ง ๆ ที่มีแต่ชาวบ้านเท่านั้นใส่บาตร และเป็นอาหารอาหารพื้น ๆ

ภายหลังก็เกิดนิมิตว่า ..
มีพวกเทวดามาหาท่านบอกว่า ขอน้อมถวายภูเขาลูกนี้ ให้แก่พระผู้เป็นเจ้า ขอพระผู้เป็นเจ้าโปรดรับไว้รักษา พวกข้าพเจ้าจะลงไปอยู่ข้างล่าง และยังขอให้ท่านประกาศแก่มนุษย์ที่จะมาเที่ยวภูเขาลูกนี้ต่อไปว่า ขออย่าได้กล่าวคำหยาบอย่าส่งเสียงดังอึกทึก อย่าถ่มน้ำลายลงไปข้างล่าง อย่าขว้างปาหรือทิ้งเศษขยะไว้บนเขา และในวันนั้น มีชาวบ้านมาเล่าให้ฟังว่า พวกเขาต่างฝันตรงกันหลายคนว่ามีคนมามอบภูเขาให้ท่านอาจารย์จวนรักษาไว้ และพวกเขาจะลงไปอยู่ข้างล่างแทน

พระอาจารย์จวน กุลเชฎโฐ (นรมาส)
เกิด ๑๐ กรกฎาคม ๒๔๖๓
มรณภาพ ๒๗ เมษายน ๒๕๒๓
บวช ๒๔ มีนาคม ๒๔๘๖ 
พรรษา ๓๗ ปี
ภูมิลำเนา บ้านเหล่ามันแกว ตำบลโคกกลาง อำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ (จังหวัดอุบลราชธานี) จำพรรษาที่วัดภูทอก มกราคม ๒๕๑๒ ถึง ๒๗ เมษายน ๒๕๒๓
 



ถ้ำชัยมงคล ก่อนขึ้นภูทอก

การเดินเท้าขึ้นสู่ยอดภูทอก จุดเด่นของภูทอกก็คือ สะพานไม้และบันไดขึ้นชมทัศนียภาพรอบ ๆ ภูทอก ใช้เพียงแรงงานคนสร้างบันได เวียนไปมา รอบภูทอกแบบ 360 องศา ซึ่งมีทั้งหมด 7 ชั้น ใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 5 ปีเต็มจากชั้น 1-7 จะมีบันไดไม้ให้เดินแบบ ตรงทอดยาวจนถึงจุดสูงสุดของยอดภูทอก และตั้งแต่ชั้นที่ 3 เป็นต้นไปนักท่องเที่ยวสามารถเดินชม แบบสะพานเวียนรอบเขาซึ่งจะ ได้เห็น มุมมองที่แตกต่างไปเรื่อย ๆ บันไดที่ทอดขึ้นสู่ยอดภูทอกนี้เปรียบเสมือนเส้นทางธรรมที่น้อมนำ สัตบุรุษ ให้พ้นโลกแห่งโลกียะ สู่โลกแห่ง โลกุตระหรือโลกแห่ง การหลุดพ้นด้วย ความเพียรพยายามและมุ่งมั่น ภูทอก ปิดไม่ให้นักท่องเที่ยว ขึ้นในวันที่ 10 -16  เมษายน ของทุกปี  




วิวชั้นต่างๆของภูทอก

การขึ้นชมวัดภูทอก มีข้อห้ามที่สำคัญคือ ห้ามสุภาพสตรีแต่งตัวไม่สุภาพขึ้น เช่นกางเกงขาสั้น (แบบแฟชั่นวัยรุ่น) กระโปงสั้นๆ เป็นต้น ... ด้านบนไม่มีร้านขายของ พวกน้ำควรติดตัวขึ้นไป แต่ห้ามทิ้งขยะหรือขวดไว้ด้านบน

วัด คือสถานที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจสำคัญของชาวพุทธ ผู้จะเข้าเยี่ยมชม-กราบไหว้ ควรปฏิบัติตามกฎระเบียบที่่ทางวัดตั้งไว้อย่างเคร่งครัด ได้แก่ ห้ามดื่มสุรา ห้ามส่งเสียงดัง ห้ามขีดเขียน-สลักข้อความลงบนหิน ต้นไม้ หรือสิ่งปลูกสร้าง ห้ามทำลามกอนาจาร ห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาในวัด แต่งกายให้สุภาพ และควรเข้า-ออกจากวัดตามเวลาที่กำหนดไว้ คือตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐-๑๗.๐๐ น. ทุกวัน ยกเว้นในวันที่ ๑๐-๑๖ เมษายน ของทุกๆ ปี ทางวัดจะปิดไม่ให้ขึ้นภูทอก
 
 


แผนผังการเดินขึ้นชมวัดภูทอก (วัดเจติยาคีรีวิหาร)
 
 


การเดินขึ้นภูทอก ซึ่งมีทั้งหมด 7 ชั้น ดังนี้.-

ชั้นที่ 1-2 เป็นบันไดสู่ ชั้นที่ 3 ซึ่งเริ่มเป็นสะพานเวียนรอบเขา สภาพเป็นป่าเขามืดครึ้ม มีโขดหินลานหิน สุดทาง

ชั้นที่ 3 มีทางแยก สองทาง ทางซ้ายมือ เป็นทางลัดไปสู่ชั้นที่ 5 ได้เลย ซึ่งเป็นทางชันมาก ผ่านซอกหินที่มีลักษณะเหมือนอุโมงค์ ทางขวามือ เป็นทางขึ้นสู่ชั้นที่ 4

ชั้นที่ 4 เป็นสะพานลอยไต่เวียนรอบเขา มองไปเบื้องล่างจะเห็นเนินเขาเตี้ยๆ สลับกัน เรียกว่า "ดงชมพู" ทิศตะวันออกจดกับภูลังกา เขตอำเภอเซกา ซึ่งมีสภาพเป็นป่าดิบ มีแม่น้ำลำธารหลายสายไหลผ่าน มีสัตว์ป่ามากมายอาศัยอยู่ โดยเฉพาะมีฝูงกา มาอาศัย อยู่มาก จึงเรียกกันว่า "ภูรังกา" แล้วเพี้ยนมาเป็น "ภูลังกา" ในที่สุด ส่วนบนชั้นที่ 4 นี้ จะเป็นที่พักของแม่ชีรอบชั้นมีระยะทาง ประมาณ 400 เมตร มีที่พักผ่อนระหว่างทางเป็นระยะ ๆ

ชั้นที่ 5 หรือชั้นกลาง ถือว่าเป็นชั้นที่สำคัญที่สุด จะมีศาลาขนาดใหญ่ พระพุทธรูป กุฏิพระ และเป็นที่เก็บสังขารของพระอาจารย์ จวนด้วย พื้นที่สะอาดกว้างขวาง ดูแล้วร่มเย็นมาก เหมาะสำหรับการนั่งสวดมนต์ปฏิบัติธรรมสำหรับนักแสวงบุญหรือผู้ที่ใฝ่หาความ สงบ ตลอดตามช่องทางเดินจะมีถ้ำอยู่หลายจุด เช่น ถ้ำเหล็กไหล ถ้ำแก้ว ถ้ำฤาษี ฯลฯ มีที่ให้นั่งพักสำหรับความอ่อนล้า ระหว่างทาง เดิน เป็นระยะ ถ้าเดินมาทางด้านเหนือจะเห็นสะพานหินธรรมชาติทอดสู่พุทธวิหารอันเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ มีลักษณะแปลก และน่าอัศจรรย์ที่สุดคล้าย ๆ กับพระธาตุอินทร์แขวนที่พม่า คือ เป็นหินแยกตัวออกมาจากหินก้อนใหญ่ แต่ไม่ตกลงมา เพราะตั้งอยู่อย่าง ได้ฉากกับพื้นโลกพอดี ปัจจุบันมีสะพานไม้เชื่อมต่อระหว่างสะพานหินกับพุทธวิหาร มองออกไปจะเห็นแนวของภูทอกใหญ่อย่าง ชัดเจน และมีบันไดเวียนขึ้นสู่ชั้นที่ 6 ซึ่งเป็นชั้นสุดท้ายของบันไดเวียนรอบเขา

ชั้นที่ 6 จะเป็นจุดชมวิวิที่สวยที่สุด ตลอดทางเดินจะเป็นหน้าผายื่นออกมาทำให้ในบางครั้งเวลาเดินต้องเบี่ยงตัวออกมาเล็กน้อย โดยแต่ละจุดก็จะมีชื่อของหน้าผาที่แตกต่างกัน เช่น ผาเทพนิมิตร ผาหัวช้าง ผาเทพสถิต เป็นต้น ในช่วงฤดูหนาวจะ มีทะเลหมอก ลอยอยู่รอบ ๆ ยอดเขา ทำให้เหมือนอยู่บนสวรรค์ จากชั้นที่ 6 สู่ชั้นที่ 7 เป็นสะพานไม้เวียนรอบเขายาว 400 เมตร เกาะติดอยู่ริม หน้าผา สูงชันดูน่าหวาดเสียวอันตราย มีความยาว 400 เมตร สำหรับสิ่งศักดิ์สิทธิ์และน่าชมที่สุดของชั้นนี้คือ ปากทางเข้าเมืองพญานาค ซึ่งอยู่หลังพระปางนาคปรก มีจุดให้สังเกตคือ มีรอยสีขาวขูดติดกับหินปูน ซึ่งชาวบ้านถือว่าเป็นรอยถลอกที่เกิดจากท้องพญานาค สัมผัส กับหิน และมีบ่อน้ำเล็ก ๆ มีน้ำขังอยู่เกือบตลอดปี

ชั้นที่ 7 จะมีบันไดไม้พาดขึ้นมา เมื่อเดินขึ้นบันไดผ่านมาแล้วจะเจอทางแยก 2 ทางเพื่อขึ้นไปบนดาดฟ้าชั้น 7 ทางแรกเป็นทางชัน ต้องเกาะ เกี่ยวกิ่งไม้และรากไม้เดินลำบาก แถมยังมีป้ายบอกให้ "ระวังงู" ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีอยู่มากบนยอดภูแห่งนี้ด้วย ควรใช้อีกทาง หนึ่งซึ่งเป็น ทางอ้อมต้อง เดินเวียนไปทางขวามือ แต่ก็จะมาบรรจบกันด้านบนชั้น 7 หรือดาดฟ้า ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าไม่ทึบธรรมดา มีเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ 

 



ชั้น 5 จะมีศาลาขนาดใหญ่ พระพุทธรูป กุฏิพระ และเป็นที่เก็บสังขารของพระอาจารย์ จวนด้วย





บันไดไม้เชื่อมระหว่างชั้นต่างๆ



รูปเหมือนพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย (ชั้น 5)



สะพานไม้เดินรอบๆภูทอกชั้น 5 และ 6



หลังพระพุทธรูป คือถ้ำพญานาค (ชั้น 6)

สิ่งศักดิ์สิทธิ์และน่าชมที่สุดของชั้นนี้คือ ปากทางเข้าเมืองพญานาค ซึ่งอยู่หลังพระปางนาคปรก มีจุดให้สังเกตคือ มีรอยสีขาวขูดติดกับหินปูน ซึ่งชาวบ้านถือว่าเป็นรอยถลอกที่เกิดจากท้องพญานาค สัมผัส กับหิน และมีบ่อน้ำเล็ก ๆ มีน้ำขังอยู่เกือบตลอดปี





พุทธวิหารที่มีลักษณะคล้ายๆพระธาตุอินทร์แขวนที่พม่า



ภูทอกใหญ่ ยังไม่เปิดให้ท่องเที่ยว



สะพานไม้เดินรอบๆภูทอกชั้น 5 และ 6



วิวจากวัดภูทอก



ดอกสะแบง มีให้เห็นในเดือนกุมภาพันธุ์ที่ภูทอก (ภาพนี้ถ่ายระหว่างทางชั้น 5)



การเดินทาง
ภูทอก อยู่ห่างจากตัวเมืองหนองคายประมาณ 185 กิโลเมตร การเดินทางจากตัวเมือง ใช้ทางหลวงหมายเลข 212 ผ่านอำเภอ โพธิ์ชัย อำเภอปากคาด  และ จังหวัดบึงกาฬ แล้วเลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 222 ถึงอำเภอศรีวิไล จากอำเภอศรีวิไล มีทางแยกซ้ายผ่านบ้านนาสิงห์ บ้านสันทรายงาม สู่บ้านนาคำแคน ถึงภูทอกเป็นระยะทางอีก 20 กิโลเมตร จากตัวเมืองบึงกาฬ ระยะทางประมาณ 50 กม.
 



ลาด้วยภาพนี้ครับ




 
ช่องทางรับชทเพิ่มเติม :
  https://www.facebook.com/oad1953

 https://www.youtube.com/channel/UCajbMmVFUCwYxTbJAljetcA



Create Date : 09 เมษายน 2564
Last Update : 1 พฤษภาคม 2564 7:46:16 น. 9 comments
Counter : 491 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณ**mp5**, คุณหอมกร, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณทนายอ้วน, คุณเริงฤดีนะ, คุณKavanich96


 
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ


โดย: **mp5** วันที่: 9 เมษายน 2564 เวลา:8:49:00 น.  

 
ขอบคุณที่พาไปเที่ยวจ้าพี่อ็อด
พญานาคเขาเป็นกายกึ่งหยาบกึ่งละเอียด
ไม่ทำให้เกิดรอยอย่างชาวบ้านเชื่อหรอกจ้า



โดย: หอมกร วันที่: 9 เมษายน 2564 เวลา:8:57:54 น.  

 
น่าไปเที่ยวครับ.. เห็นภาพมาทางวัดรักษาความสะอาดได้ดีมาก ชอบครับ


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 9 เมษายน 2564 เวลา:9:51:45 น.  

 
วัดนี้ยอมแพ้ตั้งแต่เห็นรูปครับ เรื่องเหนื่อยน่ะไม่เท่าไหร่ครับ พักก็กาย แต่เรื่องความสูงและหวาดเสียวนี่ขอยอมแพ้คราบ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 9 เมษายน 2564 เวลา:10:28:46 น.  

 
เคยไปแต่ภูทอกเมืองเลย
วัดภูทอก บึงกาฬ สวยงามสงบ
น่าแวะมานมัสการและเที่ยวชมค่ะ


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 9 เมษายน 2564 เวลา:20:09:37 น.  

 
ขอบคุณที่แบ่งปัน


โดย: Kavanich96 วันที่: 10 เมษายน 2564 เวลา:3:45:26 น.  

 
เห็นด้วยค่ะ
รัฐบาลมาสนใจโปรเหมียว
ตอนเธอเป็นแชมป์

เช่นเดียวกับโปโม และโปรเม
ที่ครอบครัว support เธอมาตลอดเวลา
ก่อนที่จะดัง


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 10 เมษายน 2564 เวลา:17:41:57 น.  

 
วัดสวยน่าตามรอย
ปักหมุดค่ะสักวันมาแน่นอนวัดนี้


โดย: อุ้มสี วันที่: 15 เมษายน 2564 เวลา:23:39:44 น.  

 
ไม่กล้าขึ้นชั้นบนสุดค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 16 เมษายน 2564 เวลา:9:03:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

wicsir
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 74 คน [?]











...... ชอบเดินทาง ชอบท่องเที่ยว และชอบถ่ายภาพ แม้ฝีมือจะไม่ให้ แต่ใจก็รัก เพราะได้ทำแล้วมีความสุข แถมยังมี bloggang ได้ให้โอกาสนำสิ่งเหล่านั้นมาแสดงด้วย ยิ่งทำให้หัวใจพองโต .......


อยากจะบอกว่า

@ ดีใจที่ได้แบ่งปันความสุขเล็กๆน้อยๆ กับเพื่อนๆในบล็อกแก๊ง ตลอดจนคุณๆที่ผ่านเข้ามาอ่าน.... แม้ภาพถ่ายจะไม่สวยนัก แต่กว่าจะได้มาก็แสนยากลำบาก จึงขอสงวนสิทธิไว้เป็นการส่วนตัว

@ ภาพทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของบล๊อก ถ้ามีความประสงค์จะใช้ภาพเพื่อการใด กรุณาติดต่อเจ้าของบล็อกด้วย เพราะจะได้พิจารณาเป็นเรื่องๆไปครับ.

@ ขอบคุณเพื่อนๆสมาชิกที่คอยให้กำลังใจกันเสมอมา และขอบคุณทุกท่านที่ผ่านเข้ามาอ่าน หวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าท่านคงแวะเข้ามาอีก...


ด้วยจริงใจ
นาย wicsir.




Rec. 11.06.08
New Comments
Group Blog
 
<<
เมษายน 2564
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
9 เมษายน 2564
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add wicsir's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.