....OUR FAMILY'S JOURNEY....
อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท



Title


อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท




หอนางอุสา




2 สิงหาคม 2008

หลังจากที่ไม่ได้ไปทำบุญช่วงวันเข้าพรรษาที่ผ่านมา เพราะหนีไปเที่ยวฮ่องกงช่วงวันหยุดยาว เลยชดเชยด้วยการเดินทางไปทำบุญในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา(2-3 สิงหาคม) โดยเดินทางไปถวายเทียนเข้าพรรษา และเครื่องสังฆทานต่างๆ ตามกำลังความสามารถที่เรามีแด่พระที่วัด ในจังหวัดอุดรธานี พอเสร็จสรรพ ก็ถือโอกาสแวะเที่ยวที่อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ที่อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี และเลยไปไหว้พระที่วัดหินหมากเป้ง จ.หนองคายด้วย

ถือโอกาสนำภาพ อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทมาเสนอ เผื่อว่าใครแวะไปทางโน้น และอยากไปเที่ยวบ้าง...



หน้าอุทยานฯ



สถานที่ตั้ง

อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาภูพาน ครอบคลุมพื้นที่ 3,430 ไร่ ในเขตบ้านติ้วตำบลเมืองพาน อยู่ห่างจากตัวจังหวัดระยะทางประมาณ 67 กม. ตามเส้นทางหมายเลข 2 (อุดรธานี-หนองคาย) บริเวณหลักกม.ที่ 13 แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2021 ไปทางอำเภอบ้านผือ ระยะทางประมาณ 42 กม.แยกขวาประมาณ 500 เมตร และตรงไปตามเส้นทางหมายเลข 2348 อีกประมาณ 12 กม. มีแยกขวาเป็นทางเข้าไปประมาณ 2 กม. ภายในบริเวณอุทยานฯ ทางด้านขวามือเป็นที่ตั้งของศูนย์บริการนักท่องเที่ยว สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดและข้อมูลของอุทยานฯรวมทั้งแผนที่และเส้นทางเพื่อความสะดวกในการเที่ยวชม อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทเปิดบริการเวลา 08.00-16.30 น.ค่าเข้าชม ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาท



เส้นทางสู่ภูพระบาท




ศูนย์บริการข้อมูล




ลักษณะของแหล่ง

อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถของมนุษย์ที่มีมาตั้งแต่ครั้งสมัยก่อนประวัติศาสตร์ในด้านการคิดค้น ดัดแปลงทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่มาใช้ให้เป็นประโยชน์ในการดำรงชีวิต ตลอดจนความสามารถในการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกในชีวิตประจำวันออกมาเป็นงานศิลป์ ในรูปของภาพเขียนตามเพิงถ้ำ เพิงหิน ความสามารถนี้เป็นลักษณะเฉพาะตัวของเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่ไม่เคยมีปรากฏในสัตว์กลุ่มอื่นๆ



หอนางอุสา อีกมุม



แหล่งท่องเที่ยวในอุทยานฯภูพระบาทกระจายออกเป็นพื้นที่กว้าง เป็นกลุ่มเพิงหินมีลักษณะรูปดอกเห็ดหรือรูปร่างอื่นๆ ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเป็นสถานที่ให้มนุษย์ตั้งแต่ครั้งก่อนประวัติศาสตร์ได้เข้ามาอาศัยร่มเงาพร้อมกับถ่ายทอดอารมณ์ออกมาเป็นภาพเขียนฝาผนัง และให้มนุษย์สมัยประวัติศาสตร์ได้ดัดแปลงใช้เป็นศาสนสถาน โดยสกัดเอาเนื้อหินส่วนที่เป็นฐานของร่มเห็ดออกให้เป็นช่องโล่งกว้าง ทิ้งบางส่วนไว้ให้เป็นเสาค้ำยันส่วนหลังคา มีชื่อเรียกต่างๆ กันว่า หอนางอุสา กู่นางอุสา คอกม้าท้าวบารส ถ้ำพระ วัดพ่อตา วัดลูกเขย คอกม้าน้อย ฯลฯ



หินหีบศพพ่อตา




กู่นางอุสา



มีการสลักหินเป็นภาพพระพุทธรูป สกัดพื้นพลาญหินให้เป็นร่องโดยรอบเพิงหินธรรมชาติเพื่อใช้เป็นที่ตั้งใบเสมาหิน และมีการขุดพื้นหินให้เป็นบ่อขนาดกว้าง 2 เมตร ยาว 2 เมตร ลึก 5 เมตร ขอบบ่อสูงจากลานหินประมาณ 1 เมตร เรียกว่า บ่อน้ำนางอุสา อย่างไรก็ตามมีบ่อน้ำรูปกลมอยู่หลายแห่งในบริเวณอุทยานฯภูพระบาทเป็นบ่อเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเรียกว่า กุมภลักษณ์ (Pot hole) โดยเกิดจากก้อนกรวด ก้อนหิน เม็ดทราย ที่กระแสน้ำในช่วงฤดูน้ำหลากพัดพามาตกหมุนวนอยู่ในแอ่งเล็กๆ บนพลาญหิน กัดให้แอ่งเป็นหลุมใหญ่ขึ้น กว้างขึ้น และลึกเว้าจนเป็นรูปก้นหม้อหรือรูปกระบอก กุมภลักษณ์ที่นี่ส่วนมากมีขนาดใหญ่ใช้เป็นที่ปลูกบัว และบางแห่งใช้เป็นบ่อเก็บน้ำของวัดไปก็มี



บ่อน้ำนางอุสา




ธรณีวิทยา

ลานหินและเพิงหินที่พบในพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทเป็นชั้นหินของหมวดหินภูพาน มีอายุอยู่ในยุคครีเทเชียส ประกอบด้วย หินทรายชั้นหนา สีเทา ถึงเทาขาว เม็ดตะกอนมีขนาดปานกลางถึงหยาบ และหินทรายปนกรวดชั้นหนา เม็ดตะกอนประกอบด้วยแร่ควอรตซ์สีขาว หินภูเขาไฟ และหินเชิร์ตสีเทาถึงเทาดำ มีความมนค่อนข้างดี แต่การคัดขนาดไม่ดี ทำให้มีขนาดต่างๆ คละปะปนกันมาก ชั้นหินวางตัวเอียงเป็นมุมประมาณ 10 องศา ชั้นเฉียงระดับพบทั่วไปมีมุมเอียงประมาณ 15-20 องศา บนพลาญหินมีบ่อรูปหม้อขนาดใหญ่ทั่วไป



บริเวณลานเพิงหิน




เพิงหินแบ่งออกได้เป็น 3 ชั้น คือ ชั้นฐานหรือพลาญหินเป็นหินทรายชั้นบาง และชั้นเฉียงระดับขนาดเล็ก มีเม็ดกรวดปะปนอยู่ตามแนวชั้นหินและชั้นเฉียงระดับ เห็นได้ชัดเจนที่ผนังบ่อของบ่อน้ำนางอุสาและบนพื้น หินทรายชั้นนี้มีเนื้อแกร่งกว่าหินทรายชั้นบนๆ ขึ้นไป ทำให้ทนทานต่อการผุพังได้มากกว่า ชั้นต่อมาเป็นชั้นที่มีลักษณะเป็นแท่งค้ำยัน เนื้อหินผุง่ายกว่าชั้นหินชั้นล่างและชั้นบน เป็นชั้นที่มนุษย์ก่อนประวัติประศาสตร์และสมัยประวัติศาสตร์ได้จารึกหรือดัดแปลงเพื่อใช้ประโยชน์ เม็ดตะกอนหลุดจากกันได้ง่าย เป็นผลทำให้เนื้อหินกร่อนไปได้รวดเร็วด้วยอิทธิพลของลมฝนและน้ำหลาก

ลักษณะโครงสร้างและส่วนประกอบหินไม่ต่างจากชั้นหินชั้นบนและชั้นล่าง แต่การยึดเกาะระหว่างเม็ดตะกอนไม่ดี ชั้นหินชั้นบนสุดวางตัวเป็นหลังคา คลุมชั้นหินชั้นกลางที่ยังคงเหลืออยู่ หากชั้นหินชั้นกลางถูกทำลายให้หมดไป แท่นหินชั้นที่วางตัวอยู่ข้างบนจะตกลงมาวางกองอยู่บนชั้นฐาน นอกจากเพิงหินแล้วยังพบก้อนหินขนาดใหญ่ที่ธรรมชาติได้กัดกร่อนจนมีรูปร่างดังหินเจดีย์สมอง ที่พบที่อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี และหมอนหินซ้อนที่พบที่ลานหมอนหินซ้อน ภูหินร่องกล้า จังหวัดพิษณุโลก




ภาพขยายกู่นางอุสา และรอยสี




ถ้ำคน ภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์




จากหลักฐานทางโบราณคดี มนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ที่ภูพระบาท มีอายุประมาณ 3,000-4,000 ปีมาแล้ว ดังนั้นเพิงหินที่อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทจึงควรจะต้องมีอายุยืนยาวมากกว่า 5,000 ปี และจะยืนยาวต่อไปอีกนาน ถ้ามนุษย์ปัจจุบันจะช่วยกันรักษาไม่ใช้เครื่องมือที่มีเทคโนโลยีสูงใดๆ มาเปลี่ยนแปลงสภาพของเพิงหินเหล่านี้ เพราะหากเป็นเช่นนั้น สิ่งที่ยืนยาวมามากกว่า 5,000 ปี จะเปลี่ยนไปหมดภายในพริบตา
(อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : //www.dmr.go.th/Attractive_Geo/ne/ne02.html )





ตำนาน

ตำนานสู่สถานที่ อุสา - บารส นิทานพื้นบ้านเรื่อง อุสา – บารส เป็นวรรณกรรมที่คนในท้องถิ่นเล่าขานสืบทอดกันมาเป็นเวลาช้านาน เหตุการณ์และชื่อตัวละครได้ถูกผูกโยงเข้ากับสถานที่บนภูพระบาท ซึ่งโบราณสถานหลายแห่งในปัจจุบัน ยังคงใช้ชื่อที่เกี่ยวโยงกับนิทานพื้นบ้านเรื่องนี้ อุสา – บารส มีหลายสำนวน แต่ละฉบับมีเนื้อหาแตกต่างกันบ้าง ในสำนวนมุขปาฐะที่ชาวบ้านแถบนี้เล่าสืบกันมามีอยู่ว่า...



ถ้ำฤาษี



เพิงหิน




ท้าวกงพานเจ้าเมืองพานซึ่งตั้งอยู่บริเวณภูพระบาทได้ไปขอนางอุสาจากฤาษีจันทามาเลี้ยงเป็นราชธิดาบุญธรรม นางอุสาผู้ที่เกิดจากดอกบัวในสระบนเทือกเขาและพระฤาษีจันทาผู้เป็นอาจารย์ท้าวกงพานได้นำมาเลี้ยงไว้ นางอุสามีความงามเป็นเลิศและมีกลิ่นกายหอมกรุ่น ท้าวกงพานจึงหวงแหนมากไม่ยอมยกให้บรรดาเจ้าชายต่างเมืองที่มาสู่ขอ และได้สร้างตำหนักเป็นหอสูงไว้ให้นางอยู่อาศัยขณะมาเรียนวิชากับฤาษีจันทา วันหนึ่งนางได้ไปเล่นน้ำที่ลำธารใกล้ตำหนัก นางได้เก็บดอกไม้มาร้อยมาลัยรูปหงส์ลอยน้ำไปเพื่อเสี่ยงทายหาคู่ มาลัยรูปหงส์ได้ลอยไปจนถึงเมืองปะโคเวียงงัวที่มีท้าวบารสเป็นโอรสของเจ้าเมือง



คอกม้าท้าวบารส



คอกม้าน้อย



ท้าวบารสออกตามหาเจ้าของมาลัยจนถึงเขตเมืองพาน หินก้อนที่ท้าวบารสผูกม้าไว้ปัจจุบันเรียกว่าคอกม้าท้าวบารส และหินก้อนที่บริวารผูกม้าไว้เรียกว่า คอกม้าน้อย ท้าวบารสได้พบนางอุสาและลักลอบอยู่กินกันบนหอนางอุสา กระทั่งท้าวกงพานจับได้จึงออกอุบายให้สร้างวัดแข่งกันคือวัดพ่อตาและวัดลูกเขย หากใครสร้างไม่เสร็จก่อนดาวประกายพฤกษ์ขึ้นจะต้องถูกประหาร พี่เลี้ยงนางอุสาได้ออกอุบายให้คนนำโคมไฟไปแขวนที่ยอดไม้ ฝ่ายท้าวกงพานจึงเข้าใจผิดคิดว่าดาวประกายพฤกษ์ขึ้นแล้ว จึงยุติการสร้างและเป็นฝ่ายพ่ายแพ้และถูกประหารชีวิต ท้าวบารสจึงพานางอุสากลับไปบ้านเมืองตน แต่ด้วยเหตุท้าวบารสมีชายาเดิมอยู่ก่อนแล้ว วันหนึ่งท้าวบารสออกประพาสป่านางอุสาจึงถูกกลั่นแกล้งจนทนไม่ไหวต้องหนีกลับมาเมืองพานและตรอมใจตายด้วยความเศร้าโศกเสียใจ ฝ่ายท้าวบารสทราบเรื่องก็ติดตามนางอุสามายังเมืองพาน และตรอมใจตายตามนางอุสาไปในที่สุด
(อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : สำนักงานศิลปากรที่ 9 ขอนแก่น)




สภาพทั่วไปและการเดินชมอุทยานฯ

ก่อนการเดินชมภายในอุทยานฯ จะมีเจ้าหน้าที่คอยแนะนำว่า เราควรเดินตามเส้นทางไหนบ้าง โดยทั่วไปแล้วเขาจะแบ่งออกเป็นสามเส้นทาง โยแบ่งตามการใช้เวลาเดินชม คือมีให้เลือกตั้งแต่เป็นวัน ครึ่งวัน หรือหนึ่งชม. ถ้าจะชมสถานที่ต่างๆให้ได้ดี แนะนำท่านควรเข้าไปที่ศูนย์ข้อมูลก่อน ดูรายละเอียด พร้อมขอแผนที่ก่อนการเข้าชม..... เมื่อจะผ่านเข้าไปในอุทยานฯ จะมีเจ้าหน้าที่บอกให้เราลงชื่อ แจ้งจำนวนคน เพื่อง่ายต่อการติดตามหรือค้นหา ถ้าเผื่อหลงทาง และพื่อการเก็บข้อมูล.....



ทางเดินในอุทยานฯ



กล้วยไม้ เห็นทั่วไป




ดอกกระเจียวขาว



ความร่มรื่นของอุทยานฯ เหมาะสำหรับการเดิน และทัศนศึกษาเกี่ยวกับพันธุ์ไม้นาๆชนิด อากาศที่เย็นทำให้เห็น พืชพวกมอสขึ้นทั่วไป ส่วนที่ชมวิวซึ่งอยู่ห่างจากบ่อน้ำนาวอุสาประมาณ 500 เมตร วันนั้นไม่ได้ไปเลยไม่มีรูปมาให้ชมกันครับ

ส่วนท่านใดที่อยากจะมากางเต้นท์นอนที่นี่ ทางการก็จัดที่ไว้ให้ใกล้ๆศูนย์ข้อมูลของอุทยานฯ

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ : อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท
ต. เมืองพาน อ. บ้านผือ จ. อุดรธานี 41160.
โทร 042 251 350-2




ปล. บล๊อกนี้ได้หายไปตอนทำการเคลื่อนย้ายบล๊อกเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2554 และได้ให้ทางทีมงานบล๊อกแก๊งค์กู้กลับมาให้ใหม่....ขอบคุณครับ




________จบทริบ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ_________









Create Date : 09 สิงหาคม 2551
Last Update : 25 สิงหาคม 2556 21:55:27 น. 1 comments
Counter : 3478 Pageviews.

 
คห.ที่1





มาเที่ยวด้วยคนค่ะ
ยังไม่มีโอกาสไปสักครั้ง
แต่ในวันข้างหน้า
ไปแน่ๆค่ะ







โดย: d__d (มัชชาร ) วันที่: 9 สิงหาคม 2551 เวลา:20:51:49 น.




คห.ที่2


อยากไปมั่ง แต่ไกลจังง่ะ



โดย: หมอภัทร (patra_vet ) วันที่: 9 สิงหาคม 2551 เวลา:22:05:03 น.




คห.ที่3


สวัสดีครับ คุณ D_D, คุณหมอภัทร...

ถ้าเผื่อมีเวลา ลองไปเยี่ยมที่นั่นดูนะครับ... น่าศึกษาหลายอย่าง โดยเฉพาะทางธรณีวิทยาครับ.... อากาศก็ดีด้วย...



โดย: wicsir วันที่: 10 สิงหาคม 2551 เวลา:7:24:04 น.




คห.ที่4


แล้วจะไปค่ะ




โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 10 สิงหาคม 2551 เวลา:10:38:03 น.




คห.ที่5


ขอไปเที่ยวด้วยคนค่ะ ยัยแก้วยังไม่เคยไปเที่ยวภาคอีสานเลยค่ะ ไปไกลสุดก็สระบุรี อายจัง



โดย: Yai Kaew วันที่: 10 สิงหาคม 2551 เวลา:15:26:52 น.




คห.ที่6


สวัสดีครับ คุณ tuk-tuk@korat, คุณยัยแก้ว...... ลองแวะไปดูนะครับ คนทางโน้นเขาใจดีนะครับ.....คุณยัยแก้วถ่ายภาพที่ภูเก็ต สวยจริงครับ ขอยกนิ้วให้




โดย: wicsir วันที่: 10 สิงหาคม 2551 เวลา:21:38:35 น.




คห.ที่7


สวัสดีค่ะ ตามมาเที่ยวด้วยค่ะ งวดนี้ไร้สีสรรพ์มวลบุปผาลดาชาด เห็นกระเจียวขาวเพียงดอกเดียว
หวังว่าไม่มีใครมาตัดไปต้มทานกับน้ำพริกปลาร้านะคะ
ในแผนที่ ใต้ อ.ศรีเชียงใหม่ น่าจะเป็น อ.ท่าบ่อ
ภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์ แสดงว่าถิ่นนี้อุดทสมบูรณ์ดี เพราะคนตัวหนาเชียว ที่อื่น เอวกิ่ว แทบจะขาดค่ะ



โดย: นีลา IP: 202.91.19.204 วันที่: 9 กันยายน 2551 เวลา





โดย: wicsir วันที่: 26 มกราคม 2554 เวลา:20:51:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
wicsir
Location :
ขอนแก่น Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 66 คน [?]











...... ชอบเดินทาง ชอบท่องเที่ยว และชอบถ่ายภาพ แม้ฝีมือจะไม่ให้ แต่ใจก็รัก เพราะได้ทำแล้วมีความสุข แถมยังมี bloggang ได้ให้โอกาสนำสิ่งเหล่านั้นมาแสดงด้วย ยิ่งทำให้หัวใจพองโต .......


อยากจะบอกว่า

@ ดีใจที่ได้แบ่งปันความสุขเล็กๆน้อยๆ กับเพื่อนๆในบล็อกแก๊งค์ ตลอดจนคุณๆที่ผ่านเข้ามาอ่าน.... แม้ภาพถ่ายจะไม่สวยนัก แต่กว่าจะได้มาก็แสนยากลำบาก จึงขอสงวนสิทธิไว้เป็นการส่วนตัว

@ ภาพทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของบล๊อก ถ้ามีความประสงค์จะใช้ภาพเพื่อการใด กรุณาติดต่อเจ้าของบล็อกด้วย เพราะจะได้พิจารณาเป็นเรื่องๆไปครับ.

@ ขอบคุณเพื่อนๆสมาชิกที่คอยให้กำลังใจกันเสมอมา และขอบคุณทุกท่านที่ผ่านเข้ามาอ่าน หวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าท่านคงแวะเข้ามาอีก...


ด้วยจริงใจ
นาย wicsir.




Rec. 11.06.08
New Comments
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2551
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
9 สิงหาคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add wicsir's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.