....OUR FAMILY'S JOURNEY....
พาเที่ยวรอบเมืองสกลนคร










มาเมืองสกลนครทั้งที ถ้าเราไม่ไปตำบลดังของเมืองนี้ก็ดูกระไรอยู่ ตำบลดังที่ว่าก็คือท่าแร่ ซึ่งอยู่บนเส้นทางสาย สกลนคร - นครพนม อยู่ใกล้ๆกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติสกลนคร ฉะนั้นการไปเที่ยวรอบเมืองสกลนครของเราคราวนี้ จะเริ่มที่นี่ก่อนครับ

ที่ท่าแร่นอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องที่ท่านทราบกันดี ที่นี่ยังมีวัดทางคริสต์ศาสนาที่สวยงามอยู่ที่นี่ด้วย เพราะเหตุที่ชาวท่าแร่ส่วนใหญ่เป็นคนไทยเชื้อสายเวียดนาม คนที่นี่จึงนับถือศาสนาคริสต์กันเป็นส่วนมาก ศาสนสถานที่เกี่ยวกับคริสต์จึงมีหลายแห่งที่นี่ รวมทั้งโรงเรียน เซ็นโยแซพท่าแร่ด้วย แต่วันนี้จะพาท่านมาชม อาสนวิหารเทวดามีคาแอลดังในภาพครับ













อาสนวิหารเทวดามีคาแอล ท่าแร่อยู่ติดถนนใหญ่เข้าถึงได้สะดวก วันที่ไปเป็นวันอาทิตย์ ผู้คนส่วนใหญ่มาทำพิธีกัน เพิ่งจะเสร็จสิ้นตอนเราไปถึงพอดี เลยได้ถ่ายภาพภายในมาให้ชมด้วย















ชุมชนคาทอลิคท่าแร่ ตำบลท่าแร่ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร เป็นชุมชนคาทอลิคเก่าแก่อายุกว่าร้อยปี และถือว่าเป็นชุมชนชาวคริสต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ชาวบ้านแทบทุกหลังคาเรือนนับถือศาสนาคริสต์ หมู่บ้านนี้มีความโดดเด่นและน่าสนใจ อยู่ตรงที่มีผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมตารางหมากรุก คล้ายกับบ้านเมืองในแถบประเทศตะวันตก

















ภายใน






















หนุ่มๆบนรถนั่นเขาบอกว่าเป็นเณร วันนี้มาทำพิธี







ถนนด้านในติดกับวัดนี้เป็นอาคารสมัยโบราณทรงฝรั่งเศส หรือบางคนจะเรียกว่าทรงโคโลเนี่ยนสไตล์ ก็คงไม่ผิดนัก เขาอนุรักษ์ไว้ 3 - 4 ตึก บางตึกก็มีคนอาศัยอยู่ บางตึกไม่มี








อาคารแบบฝั่งเศสเก่าแก่ที่ท่าแร่

























ภาพด้านบน เป็นวิวหนองหานมองจากสวนสาธารณะท่าแร่ข้ามไปที่เมืองสกลนคร ที่เห็นลิปๆ เพราะ "หนองหาน" ที่สกลนครเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน หรือประเทศไทยเลยก็ว่าได้ (บ้านเราถ้าขนาดใหญ่กว่า หนอง จะเรียกว่า "บึง" ถ้าใหญ่กว่าบึง จะเรียกว่า "ทะเลสาบ")





ตำนานหนองหาน (ฉบับย่อโดยนาย wicsir)

มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า พระยาขอมที่ครองเมืองชะธีตา หรือเมืองหนองหาน มีลูกสาวผู้เลอโฉม นามว่านางไอ่ กิตติศัพท์ความงามของนางเลื่องลือไปถึงเมืองผาพง ที่มีท้าวผาแดงเป็นใหญ่อยู่ เท่านั้นยังไม่พอความงามของนางยังล่ำลือกันไปถึงเมืองบาดาล ซึ่งมีท้าวพังคีลูกชายพญานาคศรีสุทโธครองเมืองอยู่ด้วย

ท้าวผาแดงได้เข้ามาถึงนางก่อนใครเขา และลอบรักและได้เสียกันในที่สุด ท้าวพังคีก็อยากยลโฉมนางไอ่อย่างใกล้ชิดจึงแปลงร่างเป็นกระรอกเผือกแขวนคอด้วยกระดิ่งทองคำเพื่อดึงดูดความสนใจนางไอ่ และมาแอบอยู่ใกล้ๆหน้าต่างห้องที่นางไอ่พักอยู่ เมื่อนางพบเห็นกระรอกเผือกเข้าจึงเกิดอยากได้มาครอบครองจึงสั่งให้นายพรานตามล่ากระรอกนั้นมาให้ได้..

.......คงเป็นเพราะชาติปางก่อนที่ท้าวพังคีเกิดเป็นหนุ่มใบ้เห็นแก่ตัว แต่ได้แต่งงานกับนางไอ่ซึ่งชาติก่อนคือลูกสาวเศรษฐีที่เจ้าใบ้ หรือท้าวพังคีมาทำงานด้วยจนเศรษฐียกลูกสาวให้เพราะเห็นว่าเป็นคนดี ครั้งหนึ่งคุณใบ้เราจะเดินทางกลับเมือง พอไปถึงกลางทางเสบียงหมด เจอต้นมะเดื่อเข้า คุณใบ้ก็ปีนเก็บกินเพียงคนเดียวปล่อยให้ศรีภรรยารอด้านล่างด้วยความหิวโหย เมื่ออิ่มก็ลงมาแล้วก็หนีจากไป ปล่อยให้ภรรยาปีนขึ้นไปเก็บผลมะเดื่อกินเอง เมื่อนางอิ่ม ลงมาแต่หาสามีไม่พบ พอไปถึงลำธารดื่มน้ำเสร็จก็อธิษฐานว่า “ชาติหน้าถ้ามี ขอให้สามีตายอยู่บนกิ่งไม้ และอย่าได้เป็นสามี-ภรรยากันอีกเลย” .......

ส่วนนายพรานตามล่ากระรอกเผือกตั้งนานก็ไม่ได้ซักที นางไอ่เลยสั่งว่าจะเป็นหรือตายก็เอามาให้ได้ ฝ่ายท้าวพังคีที่แปลงร่างเป็นกระรอกเผือกแสนงาม พอหนีมาถึงต้นมะเดื่อก็หิวเลยหยุดกินมะเดื่อ เลยถูกนายพรานจับตาย.... ด้วยอิทธิฤทธิของพญานาค จึงอธิษฐานว่า “ขอให้เนื้อเรามีมากมาย 8000 เล่มเกวียน” เสร็จแล้วก็บอกบริวารที่แปลงร่างมาด้วยกันกลับไปบอกพญานาคศรีสุทโธที่เมืองบาดาลว่าโดนมนุษย์ฆ่าตาย.

เมื่อนายพรานสังหารกระรอกเผือกได้แล้ว ก็แล่เนื้อมาแบ่งกันรับประทาน ปรากฏว่าเนื้อยิ่งเพิ่มทวีคูณ แต่มีผู้ที่ไม่ได้ทานเนื้อกระรอกเผือกครั้งนี้ด้วย คือแม่หม้าย ที่ดอนแม่หม้าย หรือบ้านดอนแก้ว ซึ่งอยู่กลางทุ่งหนองหาน......

เมื่อพญาศรีสุทโธที่เมืองบาดาลรู้เรื่องเข้า ก็แค้นเป็นยิ่งนัก สั่งให้กองทัพนาคราชขึ้นไปลุยเมืองมนุษย์ โดยบอกว่าใครกินเนื้อลูกข้า ก็ต้องฆ่าให้หมด เหล่ากองทัพนาคราชเลยถือโอกาสถล่มเมือง ชะธีตา ของพญาขอมล่มเป็นหนองหานในปัจจุบัน

เมื่อหนุ่มผาแดงคิดถึงนางไอ่ก็ย่องกลับมาหา แต่เจอขุนพลเหล่านาคมากมายนอกเมือง ใจก็เกิดความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ครั้นนางไอ่นำเนื้อสุดหอมหวลมาให้หนุ่มผาแดงรับประทานก็ยิ่งสงสัยใหญ่ว่าเนื้ออะไร ก็ไม่ได้รับประทาน เมื่อทราบว่าเป็นเนื้ออะไรแล้ว หนุ่มก็รู้ทันทีว่าจะเกิดอะไรขึ้น จึงพานางไอ่ขึ้นม้า “บักสาม” หนีไป ในระหว่างทาง ก้ทิ้งของมีค่าหลอกล่อกองทัพนาคหลายอย่าง เช่น คำ(ทอง) กลอง แต่กองทัพนาคก็ตามไปแบบไม่ลดละ แบบว่าไปไหนไปกัน

จนในที่สุดนางไอ่ก็ถูกหางของนาคเกี่ยวตกม้าบักสาม และหายไปในแผ่นดินที่เหล่านาคถล่มไว้นั้น เมื่อท้าวผาแดงกลับถึงเมืองก็เศร้าโศกเสียใจไม่เป็นอันกิน อันนอน เพราะคิดถึงนางไอ่สุดเลิฟ จนตรอมใจตายในที่สุด เมื่อตายไปแล้ว ก็ยังแค้นกองทัพนาคเหล่านั้นอยู่ จึงนำกองทัพผีไปรบกับกองทัพพญานาคศรีสุทโธ รบกัน 7 วัน 7 คืนแต่ไม่มีใครแพ้ชนะ เดือดร้อนถึงท้าวเวสสุวัณต้องมาตัดสิน โดยสืบสาวราวเรื่องจากในอดีตชาติ ก็พบว่าเป็นเพราะบุพกรรมของแต่ละคน เมื่อพญานาคและผีท้าวผาแดงทราบเรื่อง จึงยอมเลิกลาไม่จองเวรต่อกันอีก ในที่สุดสงครามผีกับพญานาคจึงยุติลง.









ภาพนี้ถ่ายบนถนนภายในมหาวิทยาลัย







ออกจากท่าแร่มาไม่ไกล (ถ้าท่านขับจากท่าแร่เข้าสกลฯ) ทางขวามือข้างปั๊มน้ำมัน ปตท. จะมีถนนสี่เลนส์เข้าไปที่ ม. เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ สกลนคร ตั้งบนเนื้อที่กว้างใหญ่มาก วิทยาเขตแห่งนี้ได้ผลิตบัณฑิตมาแล้วหลายรุ่นครับ



















ออกจาก ม. เกษตรศาสตร์ ก่อนเข้ามเมืองสกลฯ เราจะเห็นโบถส์คริสต์ตั้งอยู่ใกล้ๆ รร. เซ็นโยเซพสกลนคร ทางซ้ายมือ










โบถส์คริสต์ที่สกลนคร








ตั้งแต่ปากทางเข้าไปถึงโบถส์ จะมีรูปปั้นนักบุญต่างๆเรียงรายกันอยู่ทั้งสองฟากทางด้วย แต่เสียดายที่นี่ไม่ได้เข้าไปถ่ายภายในโบถส์มาให้ชม เพราะตอนที่ไปถึง เขากำลังมีพิธีกันอยู่ครับ
































รูปปั้นนักบุญรอเรนซ์









รูปปั้นนักบุญลูซีอา




















โบถส์อีกมุม









สระพังทอง










สระพังทองอีกมุม





























หลักกิโลเมตรใหญ่ ที่โค้งปิ้งงู











ที่เรียกตรงนี้ว่าโค้งปิ้งงู ก็เพราะว่า ถนนที่ตัดขึ้นภูพานช่วงนี้สูงชัน การก่อสร้างจึงต้องออกแบบให้ถนนค่อยๆไต่ระดับขึ้นเพื่อให้รถสมารถขึ้นได้สะดวกโดยการวนขึ้นไป ช่วยให้รถแรงม้าต่ำๆก็ขึ้นได้...... ถนนจึงคดพับเหมือนเอางูมาขดใส่ไม้ปิ้ง (หีบ) จึงเรียกว่าปิ้งู

ก่อนจะถึงโค้งปิ้งงูนี้จะเป็นพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ ส่วนตรงนี้จะมีทางแวะเข้าไปเที่ยวน้ำตกคำหอมด้วย








ลากัด้วยภาพโค้งปิ้งงู สัญญลักษณ์ของภูพานสกลนคร





ปล. บล๊อกนี้ได้หายไปตอนทำการเคลื่อนย้ายบล๊อกเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2554 และได้ re-entry ใหม่หมด แต่รักษาเนื้อหาไว้เหมือนเดิม....
Blog created 04 July 2009




ขอบคุณที่ตามอ่านครับ




_____________ END _____________




Create Date : 29 มกราคม 2554
Last Update : 28 กรกฎาคม 2556 22:20:41 น. 7 comments
Counter : 12077 Pageviews.

 
ohho...so many nice photos ka...but I have to go to work now...I will read later naka.

Just want to say hello...hehe..

Have a nice day ka.


โดย: thainurse@norway IP: 85.166.69.42 วันที่: 4 กรกฎาคม 2552 เวลา:13:52:22 น.





รูปสวยมากๆ เลยค่ะ แจ๋วไปเลย ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นบ้านเรานะคะ
ขอให้มีความสุขในวันหยุดย๊าว ยาวนะคะ


โดย: บี๋ (Yushi ) วันที่: 4 กรกฎาคม 2552 เวลา:22:17:24 น.





จังหวัดนี้ยังไม่เคยไปค่ะ

ภาพสวย

ชอบตึกเก่าค่ะ


โดย: รัชชี่ (รัชชี่ ) วันที่: 4 กรกฎาคม 2552 เวลา:23:34:11 น.





ไม่น่าเชื่อเลยค่ะว่า สกลนครจะสวยขนาดนี้ แต่ท่าทางแดดร้อนใช่ย่อยเลยนะคะ

หยุดสี่ห้าวันไปเที่ยวไหนมั้ยเอ่ย


โดย: นู๋สุ วันที่: 5 กรกฎาคม 2552 เวลา:0:37:00 น.





มาละจ้ะ แวะสกลก่อนไปนครพนมตรงตลาดอะไรน๊า จำชื่อไม่ได้ค่ะ อาหารเยอะมาก แซ่บหลาย แต่อ.ท่าแร่นี่ยังไม่เคยไปเลยค่ะ เห็นโบสถ์แล้วไม่น่าเชื่อว่าจะอยู่ที่สกล สวยจังค่ะ
หยุดหลายวันเที่ยวให้สนุกนะคะ ทำบุญเผื่อแน๊เด้ออ้าย



โดย: thainurse@norway วันที่: 5 กรกฎาคม 2552 เวลา:3:16:34 น.





ไปแวะแต่หนองหานมาค่ะ แล้วก็ไปนครพนมต่อ

รูปสวยแจ่มเลยค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 5 กรกฎาคม 2552 เวลา:20:59:08 น.





ภาพสวยจังเลยค่ะ
บรรยากาศเหมือนทางยุโรปเลย..
..
สุขสันต์วันเข้าพรรษานะค่ะ..


โดย: Prettymaew วันที่: 6 กรกฎาคม 2552 เวลา:3:58:14 น.





หวัดดีครับ...
คุณอ้อ... เที่ยวหน้าฝน ก็เจอแต่ฝนครับ เดี๋ยวจะอัพภาพให้ชม

คุณบี๋.... ขอบคุณครับ

คุณรัชชี่.... เห็นบอกว่าเขาอนุรักษ์นะครับ 2-3 ตึก

นู๋สุ..... ช่วงไปร้อนมากครับ แต่สลับกับฝน

คุณตุ๊ก.... ขอบคุณครับ

Prettymeaw ...... มีส่วนครับ

ขอบคุณทุกความเห็นครับผม


โดย: wicsir วันที่: 6 กรกฎาคม 2552 เวลา:17:36:36 น.





ดูภาพแล้วมีความสุขจังค่ะ เท่าที่ทราบมา คนที่นั่นนิสัยดี น่ารัก แล้วก็คุยเก่งด้วย ขอบคุณที่นำภาพสวย ๆ มาลงให้ดูน่ะค่ะ มีผลลึกซื้งด้านจิตใจมากมากค่ะตั้งใจไว้ว่าถ้ามีโอกาส จะพยายามไปให้ได้ค่ะ แต่ไม่รู้ว่าจะแก่ก่อนหรือป่าวน่ะค่ะ ฝากบอกถึงคนไกลด้วยน่ะค่ะถ้าโชคดีเราคงได้เจอกัน


โดย: ไกลเหมือนใกล้ IP: 124.122.244.70 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2552 เวลา:23:13:10 น.





ภาพสวยมากคับ ขอบคุณมากที่ถ่ายมาให้ชมกัน


โดย: david kucsc IP: 158.108.105.74 วันที่: 13 กรกฎาคม 2553 เวลา:9:51:45 น.




โดย: wicsir วันที่: 30 มกราคม 2554 เวลา:7:24:20 น.  

 
ชอบจังเลย ภาพสวย เป็นคนสกลค่ะ ไม่น่าเชื่อว่าภาพที่ชินตาเลาถ่ายภาพออกมาสวย ช่างภาพเยี่ยมจริงๆค่ะ


โดย: เมนี่ IP: 125.27.228.252 วันที่: 14 มิถุนายน 2554 เวลา:1:26:20 น.  

 
เห็นภาพโรงเรียนเซนต์ยอแซฟ แล้วคิดถึงตอนที่เรียนอยู่ที่นั่นจัง
อยากกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งนึง
คิดถึงคุณพ่อ ซิสเตอร์ คุณครูทุกๆท่าน
ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้กลับไปเยี่ยมอีกน๊าาา..

ไปซะหลายที่ ไม่ไปแวะกินข้าวที่โพนยางคำบ้างเลยน๊าาา..


โดย: เอิง IP: 110.49.251.2 วันที่: 20 พฤษภาคม 2555 เวลา:2:42:09 น.  

 
คุณเอิง...

ร้านอาหารโพนยางคำเพิ่งไปมาเมื่อเร็วๆนี้
และได้โพสไว้ที่ Group ที่พัก - ร้านอาหารครับ
นอกจากนั้นวัดต่างๆในสกล ผมแยกไปไว้ที่ Group ชมวัด ไหว้พระ
มีเวลาลองเข้าไปชมนะครับ


โดย: wicsir วันที่: 20 พฤษภาคม 2555 เวลา:7:34:49 น.  

 
สวยมากเลยค่่ะ


โดย: จ IP: 171.99.69.115 วันที่: 15 กันยายน 2555 เวลา:20:20:02 น.  

 
คิดถึงสกลนครมากเรยคร๊ะ
คิดถึงบรรยากาศบ้านเรา
คิดถึงมอ เกษตรของเรา
รักสกลนครค่ะ


โดย: บุ้งกี๋ IP: 110.49.250.76 วันที่: 13 ตุลาคม 2555 เวลา:13:16:11 น.  

 
ขอบคุณหลายๆที่ลงรูปบ้านเฮาให้เบิ่ง คึดฮอดแฮง ขอก้อปรูปแหน่เด้อจ้า จะเอาไว้อวดเพื่อนล่ะเบ๋อ


โดย: จุ๋ม IP: 188.165.240.145 วันที่: 19 เมษายน 2560 เวลา:14:00:29 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
wicsir
Location :
ขอนแก่น Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 66 คน [?]











...... ชอบเดินทาง ชอบท่องเที่ยว และชอบถ่ายภาพ แม้ฝีมือจะไม่ให้ แต่ใจก็รัก เพราะได้ทำแล้วมีความสุข แถมยังมี bloggang ได้ให้โอกาสนำสิ่งเหล่านั้นมาแสดงด้วย ยิ่งทำให้หัวใจพองโต .......


อยากจะบอกว่า

@ ดีใจที่ได้แบ่งปันความสุขเล็กๆน้อยๆ กับเพื่อนๆในบล็อกแก๊งค์ ตลอดจนคุณๆที่ผ่านเข้ามาอ่าน.... แม้ภาพถ่ายจะไม่สวยนัก แต่กว่าจะได้มาก็แสนยากลำบาก จึงขอสงวนสิทธิไว้เป็นการส่วนตัว

@ ภาพทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของบล๊อก ถ้ามีความประสงค์จะใช้ภาพเพื่อการใด กรุณาติดต่อเจ้าของบล็อกด้วย เพราะจะได้พิจารณาเป็นเรื่องๆไปครับ.

@ ขอบคุณเพื่อนๆสมาชิกที่คอยให้กำลังใจกันเสมอมา และขอบคุณทุกท่านที่ผ่านเข้ามาอ่าน หวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าท่านคงแวะเข้ามาอีก...


ด้วยจริงใจ
นาย wicsir.




Rec. 11.06.08
New Comments
Group Blog
 
<<
มกราคม 2554
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
29 มกราคม 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add wicsir's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.