....OUR FAMILY'S JOURNEY....
พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง




PHUWIANG DINOSAUR MUSEUM



พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง (Phuwiang Dinosaur Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยาแห่งหนึ่ง โดยเน้นที่การจัดแสดงเรื่องราวของซากดึกดำบรรพ์ สังกัดกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตั้งอยู่บนพื้นที่สาธารณประโยชน์โคกสนามบินเนื้อที่ 100 ไร่ ในเขตพื้นที่ตำบลในเมือง อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น ก่อสร้างด้วยเงินงบประมาณจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และอยู่ในความกำกับดูแลของกรมทรัพยากรธรณี เริ่มเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 เปิดให้บริการระหว่างเวลา 09.00 - 17.00 น. ปิดบริการทุกวันจันทร์ ยกเว้นวันจันทร์ที่ตรงกับวัดหยุดนักขัตฤกษ์จะเปิดให้บริการตามปกติ













ประวัติความเป็นมา

ฟอสซิลไดโนเสาร์ชิ้นแรกของไทยพบที่อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น ในปี 2519 โดยนายสุธรรม แย้มนิยม อดีตนักธรณีวิทยาของกรมทรัพยากรธรณี ขณะสำรวจแร่ยูเรเนียม ในหมวดหินเสาขัว ที่อุทยานแห่งชาติภูเวียง บริเวณห้วยประตูตีหมา กระดูกชิ้นนี้มีความกว้างยาวประมาณ 1 ฟุต จากการเปรียบเทียบพบว่ามีลักษณะใกล้เคียงกับไดโนเสาร์ซอโรพอด ซึ่งมีขนาดใหญ่ยาวประมาณ 15 เมตร และจากการตรวจสอบพบว่าเป็นส่วนปลายล่างสุดของกระดูกต้นขาของไดโนเสาร์จำพวกกินพืช การสำรวจไดโนเสาร์ที่ภูเวียงได้เริ่มต้นอย่างจริงจังในปี 2524 โดยนายเชิงชาย ไกรคง นักธรณีวิทยาจากกรมทรัพยากรธรณี ได้พาคณะสำรวจโบราณชีววิทยาไทย และฝรั่งเศสขึ้นไปสำรวจกระดูกไดโนเสาร์บริเวณยอดห้วยประตูตีหมา อำเภอภูเวียงคณะสำรวจพบกระดูกไดโนเสาร์ชนิดกินพืชขนาดใหญ่ รวมทั้งฟันจระเข้ กระดองเต่า ฟันและเกล็ดปลาโบราณ และจากการสำรวจในเวลาต่อมาได้พบกระดูกไดโนเสาร์อีกหลายชนิด ศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงจัดตั้งขึ้น โดยความร่วมมือของกรมทรัพยากรธรณี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และจังหวัดขอนแก่น เพื่อเป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าของนักวิชาการ สำหรับให้การศึกษาแก่เยาวชน และเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดขอนแก่น










ทางเข้า







แหล่งขุดค้นพบซากฟอสซิลไดโนเสาร์ ภายหลังจากการค้นพบซากฟอสซิลไดโนเสาร์ชิ้นแรกแล้ว
ต่อมาได้มีการขุดค้นพบซากฟอสซิลรวมถึงรอยเท้าไดโนเสาร์ รวม 9 หลุม ดังนี้

หลุมที่ 1 (ประตูตีหมา)
พบกระดูกไดโนเสาร์ขนาดใหญ่จำนวนมากเรียงรายอยู่ในชั้นหิน

หลุมที่ 2 (ถ้ำเจีย)
พบกระดูกส่วนคอของไดโนเสาร์ซอโรพอดเรียงต่อกัน จำนวน 6 ชิ้น

หลุมที่ 3 (ห้วยประตูตีหมา)
พบกระดูกสันหลัง กระดูกซี่โครงหลายชิ้น ของไดโนเสาร์กินพืชขนาดใหญ่

หลุมที่ 4 (โนนสาวเอ้)
พบฟอสซิลกระจายเป็นบริเวณกว้างกว่า 10 ตารางเมตร ประกอบด้วยกระดูกไดโนเสาร์ซอโรพอดขนาดใหญ่ และที่อยู่ในวัยเยาว์
นอกจากนั้นยังพบเกล็ดปลาเลปิโดเทสและกระดองเต่า

หลุมที่ 5 (ซำหญ้าคา) หลุมที่ 6 (ดงเค็ง) และหลุมที่ 7 (ภูน้อย)
พบไดโนเสาร์ทั้งขนาดใหญ่และที่ยังเยาว์
และยังพบฟอสซิลของจระเข้ขนาดเล็กอีกด้วย

หลุมที่ 8 (หินลาดป่าชาด)
พบรอยเท้าไดโนเสาร์ มากกว่า 60 รอยใน 10 แนวทางเดิน
เป็นของไดโนเสาร์พวกกินเนื้อขนาดเล็ก ซึ่งเดินด้วย 2 ขาหลัง

หลุมที่ 9 (หินลาดยาว)
พบกระดูกสันหลังหลายชิ้นโผล่มาจากชั้นหินทรายสีแดงของหมวดหินเสาขัว และยังพบส่วนของสะโพกด้านซ้าย
และกระดูกส่วนหางกว่า 10 ชิ้นของพวกไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดใหญ่ ยาวประมาณ 6.5 เมตร.....









แผนผังการเข้าชม








ห้องนิทรรศการเป็นอาคาร 2 ชั้น แบ่งออกเป็น 8 โซน ชั้นล่างมี 5 โซน และชั้นบนมี 3 โซน การจัดแสดงเริ่มจากทางเข้าหลักที่โซน1 และต่อเนื่องไปจนครบ เส้นทางการเดินชมจะทำเป็นรอยเท้าไดโนเสาร์ให้เราเดินตาม โดยที่โซน 1 จะอยู่ชั้นล่าง

หลังจากชม โซน 4 เสร็จ เราควรเข้าไปที่โซน 5 เลยจะได้ต่อเนื่อง เพราะบางครั้งเราอ่านเพลินอาจเดินอ้อมขึ้นชั้นสองเลย และจะนำท่านๆปสู่ประตูทางออก.... โซน 5 จะมีประตูแยกออกไปสู่ห้องจัดแสดงต่างหาก เรามาตามไปดุแต่ละโซนเลยดีกว่าว่า เขามีอะไรจัดแสดงไว้ให้เราได้ศึกษาบ้าง... ตามมาเลยครับ




โซนที่ 1

กำเนิดและวิวัฒนาการของเอกภพ สุริยะจักรวาล และโลก










จักรวาล











กำเนิดจักรวาล







โซนที่ 2

กำเนิดสิ่งมีชีวิตชนิดแรกของโลกเมื่อ 3,600 ล้านปีมาแล้ว ที่แตกแขนงวิวัฒนาการเป็นสิ่งมีชีวิตต่างๆมากมายในการต่อมาจนถึงปัจจุบัน










สัตว์ดึกดำบรรพ์









โซนที่ 3

จัดแสดงวัตถุทางธรณีวิทยา ได้แก่ หิน แร่ และซากดึกดำบรรพ์ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะไขปริศนาประวัติความเป็นมาของโลก










หินชนิดต่างๆ








โซนที่ 4

เรื่องราวของไดโนเสาร์ไทย ทั้งกระดูกจริง และกระดูกจำลอง รอยพิมพ์ตีนไดโนเสาร์ และเรื่องราวที่ได้จากการวิจัยทางบรรพชีวินวิทยา









โครงกระดูกไดโนเสาร์








Guide Trip : ฟอสซิลไดโนเสาร์ในประเทศไทย

ฟอสซิลไดโนเสาร์ที่พบในประเทศไทยจนถึงปัจจุบันมีอายุอยู่ระหว่าง 100-200 ล้านปีมาแล้ว แบ่งเป็นยุคต่างๆดังนี้

• ยุค Triassic ตอนปลาย
ในปีพ.ศ.2535 กรมทรัพยากรธรณีสำรวจพบกระดูกสะโพกส่วนหน้าของไดโนเสาร์โปรซอโรพอด ในชั้นหินทรายสีแดงของหมวดหิน น้ำพอง ในเขตอำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ มีอายุประมาณ 200ล้านปี นับเป็นกระดูกไดโนเสาร์ที่เก่าแก่ที่สุดที่พบในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นการพบฟอสซิลของพวกโปรซอโรพอดเป็นครั้งแรกในภูมิภาคนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับฟอสซิลชนิดนี้จากแหล่งต่างๆทั่วโลก พบว่าโปรซอโรพอดของไทยมีขนาดใหญ่ แข็งแรง อาจยาวถึง 8 เมตร โปรซอโรพอด เป็นไดโนเสาร์ที่กินพืช ฟันมีรอยหยักแบบเลื่อยอย่างหยาบ มีคดยาว เท้าหน้ามีขนาดค่อนข้างเล็กกว่าเท้าหลัง มีเล็บแหลมคม

• ยุค Jurassic
ในปีพ.ศ.2539 คณะสำรวจไทย-ฝรั่งเศสได้พบแหล่งฟอสซิลฟันไดโนเสาร์ที่อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ในชั้นหินหมวด ภูกระดึง อายุ 150-190 ล้านปี เป็นฟันของไดโนเสาร์เทอโรพอดซึ่งกินเนื้อมีลักษณะหยักแบบฟันเลื่อย ฟันของซอโรพอดและฟันของสเตโกซอร์ซึ่งพบเป็นครั้งแรกในประเทศไทย

• ยุค Cretaceous
ยังไม่พบฟอสซิลกระดูกไดโนเสาร์เลย พบเพียงแต่รอยเท้าไดโนเสาร์ ทำให้ทราบถึงรูปร่างลักษณะ ขนาด ชนิดและลักษณะการเดิน ชั้นหินที่พบได้แก่หมวดหินพระวิหารอายุประมาณ 140 ล้านปี บริเวณที่พบมี 4 แห่ง ได้แก่

- ลานหินป่าชาด ภูเวียง จังหวัดขอนแก่น
พบรอยเท้าไดโนเสาร์ซึ่งทำให้ทราบว่าเป็นไดโนเสาร์กินเนื้อ เดินด้วยขาหลัง เคลื่อนไหวว่องไว มีขนาดเล็ก นอกจากนี้ ยังพบรอยเท้าไดโนเสาร์พวกคาร์โนซอร์ที่มีขนาดใหญ่กว่า
- น้ำใสใหญ่ เขาใหญ่ จังหวัดปราจีณบุรี
พบรอยเท้าไดโนเสาร์เทอโรพอดซึ่งเป็นไดโนเสาร์เดิน 2 เท้า ขนาดใหญ่ มีรอยเท้ากว้าง 26 ซม. ยาว 31 ซม. รวมทั้งพวก ออร์นิโธพอด และซีลูโรซอร์ซึ่งเป็นไดโนเสาร์ขนาดเล็ก รอยเท้ากว้าง 14 ซม. ยาว 13.7 ซม.
- ภูแฝก กิ่งอำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์
พบรอยเท้าไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดใหญ่พวกคาร์โนซอร์ รอยเท้ากว้าง 40 ซม. ยาว 45 ซม.
- ภูเก้า จังหวัดหนองบัวลำภู
พบรอยเท้าไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดย่อม แต่ยังไม่ได้ศึกษารายละเอียด

• ฟอสซิลไดโนเสาร์ในชั้นหินหมวดเสาขัว อายุ 130 ล้านปี
พบฟอสซิลไดโนเสาร์ที่บริเวณประตูตีหมา ภูเวียง และบริเวณใกล้เคียงหลายชนิดคือ
- กระดูกที่มีลักษณะใกล้เคียงกับซอโรพอดจากอเมริกาเหนือซึ่งเป็นไดโนเสาร์ขนาดใหญ่ มีความยาวถึง 15 เมตร คอยาวหางยาว เดิน 4 เท้า กินพืชเป็นอาหาร ต่อมาพบกระดูกไดโนเสาร์ชนิดนี้ที่มีสภาพดีทำให้ทราบว่าเป็น ฟอสซิลของไดโนเสาร์ซอโรพอดสกุลใหม่ซึ่งได้รับ พระราชทานพระราชานุญาตอันเชิญพระนามาภิไธยของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีเป็นชื่อไดโนเสาร์นี้คือ ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน(Phuwiangosaurus sirindhornae)
- ฟันของไดโนเสาร์สกุลใหม่และชนิดใหม่ชื่อสยามโมซอรัส สุธีธรนี(Siamosaurus suteethorni)
- กระดูกขาหลังท่อนล่างและขาหน้าท่อนบนของไดโนเสาร์ซีลูโรซอร์(Coelurosaur) ซึ่งเป็นไดโนเสาร์ขนาดเล็ก มากชนิดหนึ่งเดินด้วย 2 ขาหลัง และกินเนื้อเป็นอาหาร

ดังนั้นบริเวณภูเวียงจึงถูกประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติในปีพ.ศ. 2535 และเป็นอุทยานไดโนเสาร์แห่งแรกใน เอเซียตะวันออกเฉียงใต้










หลุมขุด











เป็นแหล่งเรียนรู้











ประวัติการขุดค้น











ห้องปฏิบัติการ











หุ่นจำลอง











ไดโนเสาร์พันธุ์กินพืชที่ภูเวียง










กระดูกไดโนเสาร์จากหนองบัวลำภู










ซากที่สมบูรณ์ที่สุด








โซนที่ 5

ภูมิทัศน์โบราณสมัยไดโนเสาร์ และไดโนเสาร์ชนิดต่างๆที่พบในประเทศไทย ประกอบพืชพรรณไม้โบราณเหมือนดั่งอยู่ในยุคไดโนเสาร์










ไดโนเสาร์ไทยบนผืนแผ่นดินอีสาน











ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน (Phuwiangosauraus sirindhornae)




ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน (Phuwiangosaurus sirindhornae, marin, Buffetaut and Suteethorn, 1994)

ยุค : ครีเตเซียสตอนต้น ประมาณ 130 ล้านปีมาแล้ว

ไดโนเสาร์ซอโรพอดชนิดแรกของไทย และตั้งชื่อเพื่อถวายพระเกียรติแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ผู้ทรงสนพระทัยในงานด้านโบราณชีววิทยาเป็นอย่างมาก ไดโนเสาร์ชนิดนี้เป็นทอโรพอดขนาดกลางมีความยาว 15 - 20 เมตร เดิน 4 เท้า คอและหางยาวกินพืชเป็นอาหาร มักอยู่รวมกันเป็นฝูง และยังพบกระดูกของพวกวัยเยาว์รวมอยู่ด้วย ซึ่งมีขนาดยาว 2 เมตร และสูงเพียงครึ่งเมตร

สถานที่พบ : ทวีปเอเซีย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของประเทศไทย จังหวัดขอนแก่น กาฬสินธุ์ อุดรธานี และนครราชสีมา



















สยามโนสอรัส สุธีธรนิ (Siamnosaurus Suteethorni)







สยามโมซอรัส สุธีธรณี (Siamosaurus suteethorni, Buffetaut and ingavat, 1986)

ยุค : ครีเตเซียสตอนต้น ประมาณ 130 ล้านปีมาแล้ว

ไดโนเสาร์ชนิดแรกของไทย ตั้งชื่อให้เป็นเกียรติแก่ นายวราวุธ สุธีธร ผู้มีส่วนร่วมในการสำรวจ ไดโนเสาร์ชนิดนี้เป็นเทอโรพอดขนาดใหญ่ มีความยาวประมาณ 7 เมตร ลักษณะฟันรูปทรงกรวยมีแนวร่อง และสันเรียงสลับตลอด ฟันคล้ายของจระเข้ จึงน่าจะอาศัยอยู่ใกล้แหล่งน้ำ และกินปลาเป็นอาหาร

สถานที่พบ : ทวีปเอเซีย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย จังหวัดขอนแก่น กาฬสินธุ์ สกลนคร ชัยภูมิ อุดรธานี นครราชสีมา และมุกดาหาร










คอมพ์ซอกเนซัส (Compsognathus)








คอมพ์ซอกเนรซัส (Compsognathus Iogipes, Buffetaut and ingavat, 1984)

ไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดเล็ก พวกชีลูโรซอร์ขนาดยาวประมาณ 70 ซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 3.5 กิโลเมตร วิ่งด้วย 2 ขาหลัง










สยามโมไทรันนัส อีสานแอนซิส (siammotyrannus Isanensis)








สยามโมไทรันนัส อิสานเอนซิส (Siamotyrannus isanensis, Buffetaut and Tong, 1996)

ยุค : ครีเตเซียสตอนต้น ประมาณ 130 ล้านปีมาแล้ว

ไดโนเสาร์เทอโรพอดขนาดใหญ่ ยาวประมาณ 7 เมตร ขาหลังมีขนาดใหญ่ และแข็งแรง พบกระดูกสันหลัง สะโพกและหาง ที่มีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ฝังในชั้นหินทราย จากการศึกษาพบว่าอยู่ในวงศ์ไทรันโนซอริเดที่เก่าแก่ที่สุด ทำให้สันนิษฐานได้ว่ากลุ่มของ ไทรันโนซอร์เริ่มวิวัฒนาการครั้งแรกในเอเซียแล้วค่อยแพร่กระจาย ไปทางเอเซียเหนือ และสิ้นสุดที่อเมริกาเหนือก่อนที่สูญพันธุ์ไป

สถานที่พบ : ทวีปเอเชีย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย จังหวัดขอนแก่น กาฬสินธุ์ สกลนคร อุดรธานี นครราชสีมา



















ซิตตะโกซอรัส สัตยารักษ์กิ (Psittacosaurus sattayaraki)







ซิตตะโกซอรัส สัตยารักษ์กิ (Psittacesaurus sattayaraki, Buffetaut and Suteethorn, 1992)

ยุค : ครีเตเซียสตอนต้น ประมาณ 100 ล้านปีมาแล้ว

ตั้งชื่อให้เป็นเกียรติแก่นายนเรศ สัตยารักษ์ ผู้ค้นพบ ไดโนเสาร์ชนิดนี้เป็นไดโนเสาร์พวกเซอราทอปเซียน กินพืชขนาดเล็กมีความยาวเพียง 1 เมตร

ไดโนเสาร์ปากนกแก้ว นี้ในอดีตเราพบว่ามีแพร่หลายอยู่เฉพาะในแถบเอเชียกลาง บริเวณซานตุง มองโกเลีย และไซบีเรียเท่านั้น ซึ่งการพบฟอสซิสครั้งนี้เป็นการยืนยันว่า เมื่อต้นยุคครีเตเซียส แผ่นดินอินโดจีน เป็นส่วนหนึ่งของเอเชียแผ่นดินใหญ่แล้ว

สถานที่พบ : ทวีปเอเชีย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย จังหวัดชัยภูมิ










บริเวณห้องจัดแสดง









โซนที่ 6

หลังจากไดโนเสาร์สูญพันธุ์ไปเมื่อ 65 ล้านปีก่อน สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมวิวัฒนาการอย่างหลากหลาย โดยเฉพาะตระกูลไพรเมต
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจำพวกลิง เอป (ลิงไม่มีหาง) มนุษย์ดึกดำบรรพ์ จนถึงมนุษย์ปัจจุบัน

















โซนที่ 7

ธรณีวิทยาประเทศไทย ลักษณะทางธรณีสัณฐาน และแหล่งธรณีสัณฐานที่สวยสะดุดตา ที่สามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ เช่นภูผาตั้ง แพร่เมืองผี

















โซนที่ 8

เรื่องราวของภูเวียง ทั้งภูมิศาสตร์ และธรณีวิทยา หุบเขาที่แปลกตาแห่งนี้มีทรัพยากรธรณีหลากหลายและธรรมชาติสวยงาม






กำเนิดพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง








การค้นพบแหล่งไดโนเสาร์บนเทือกเขาภูเวียง ถือเป็นการค้นพบที่สร้างชื่อเสียงให้กับเทือกเขาภูเวียงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอบ่างยิ่งไดโนเสาร์ซอโรพอดสกุลและชนิดใหม่จากภูเวียงที่ชื่อว่า ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน ที่ใช่ชื่อภูเวียงเป็นชื่อสกุล และใช้นามาภิไธยของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นชื่อชนิดนั้น ยิ่งทำให้ผู้คนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศกล่าวขวัญกันอย่างกว้างขวาง ทำให้หน่วยงานภาครัฐหลายหน่วยงานมีความเห็นว่าสมควรก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงขึ้น และได้เลือกพื้นที่สาธารณประโยชน์โคกสนามบินเนื้อที่ 100 ไร่เป็นสถานที่ก่อสร้าง โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้จัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างในส่วนอาคารพิพิธภัณฑ์ทั้งด้วยเนื้อที่ใช้สอย 5,500 ตารางเมตร กรมทรัพยากรธรณีได้รับมอบหมายให้เป็นผู้กำกับดูแล โดยได้ทำการจัดนิทรรศการถาวร และเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวในปี พ.ศ. 2544










ไดโนเสาร์ภูเวียง








ออกจากโซน 8 เราก็แวะทานน้ำ หรืออาหารที่ร้านก่อนก็ได้ หรือถ้าไม่ทาน ก็ลองแวะดูของที่ระลึกที่ร้านตรงบริเวณทางออกได้ ซึ่งมีสินค้าให้เลือกไปฝากเพื่อนฝูงเยอะแยะครับ

ภายในห้องแสดงทั้ง 8 โซนยกเว้นโซน 5 จะปรับอากาศเย็นสบายและให้แสงสบายตา เหมาะกับการเข้าไปศึกษามาก ส่วนที่ลานจอดรถก็ร่มรื่นด้วยต้นไม้ และกว้างขวาง อยู่ไม่ห่างจากตึกพิพิธภัณฑ์นัก

นับว่าเป็นสถานที่ๆน่าพาน้องๆ นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนผู้ที่สนใจไปเยี่ยมชมเป็นอย่างยิ่ง เพราะที่นี่ทำให้เราได้รู้จักชื่อแปลกๆของไดโนเสาร์ที่ตั้งเป็นเกียรติแด่นักธรณีวิทยาของบ้านเราหลายชื่อด้วย.











แวะซื้อของที่ระลึก






บริเวณหลุมขุดที่ อช.ภูเวียง


ในบริเวณที่ขุดพบจะจัดเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูเวียง ซึ่งจัดทำทางเดินไว้อย่างดี เหมาะที่จะไปเดินออกกำลังกาย ยิ่งตอนหน้าปลายฝนที่อากาศดี ยิ่งน่าเดินมาก นอกจากจะได้เห็นหลุมขุดเจาะที่ยังสมบูรณ์ดีทั้งหลุมที่ 1, 2 และ 3 แล้ว ยังจะได้เห็นสุสานหอยล้านปีอีกด้วย









หลุมขุดที่ 1








หลุมขุดที่ 2








ในหลุมขุดที่ 3








สถานที่ตั้ง

ศูนย์ศึกษาวิจัยแลพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง ตั้งอยู่ใกล้อุทยานแห่งชาติภูเวียง อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น โดยอยู่ห่างจากตัวจังหวัดขอนแก่นไปทางทิศตะวันตกเป็นระยะทางประมาณ 87 กิโลเมตร การเข้าถึงพื้นที่ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 12 ซึ่งเป็นถนนสายยาว ติดต่อจากจังหวัดตากทางด้านทิศตะวันตกผ่านจังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก อำเภอหล่มสัก อำเภอชุมแพไปที่จังหวัดขอนแก่น ไปสิ้นสุดที่ชายแดนทิศตะวันออก ที่มุกดาหาร

โดยหากเริ่มจากจังหวัดขอนแก่นให้ใช้เส้นทางไปชุมแพ และแยกขวาเข้าอำเภอภูเวียง ตามเส้นทางหลวงสาย 2038 ซึ่งปากทางเข้าอยู่เลยอำเภอหนองเรือไปเล็กน้อย หรือหากเริ่มต้นจากอำเภอชุมแพให้ไปทางขอนแก่นแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าเส้นทางหลวงสาย 2038 เช่นเดียวกัน เมื่อเลยอำเภอภูเวียงเล็กน้อยให้ใช้เส้นทางตรงไปอุทยานแห่งชาติภูเวียง ระยะทาง 16 กม. พิพิธภัณฑ์จะอยู่ ก่อนถึงอุทยานฯ ประมาณ 2 กม. (มีป้ายบอกตลอดเส้นทาง)















ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่าน และขอบคุณสำหรับข้อมูลบางส่วนที่ใช้ในการเรียบเรียงครั้งนี้ จากเวบไซต์กรมทรัพยากรธรณีครับ.


อ่านเพิ่มเติมที่ : กรมทรัพยากรธรณี
อ่านต่อเนื่อง : พิพิธภัณฑ์สิรินธร (ไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว)



_________END________













Create Date : 24 สิงหาคม 2552
Last Update : 18 มิถุนายน 2558 23:23:28 น. 26 comments
Counter : 9145 Pageviews.

 
อยากไปจังเลยค่ะ
ยังไม่เคยไปเลยค่ะ
อยากไปมากๆ


โดย: somphoenix วันที่: 24 สิงหาคม 2552 เวลา:8:02:02 น.  

 
สวัสดีเช้าวันจันทร์ค่ะ คุณ wicsir

วันนี้ไม่รู้ว่าเน็ตที่บ้านยุ้ยอืดรึบล๊อกแก๊งค์มีปัญหา
พยายามเข้ามาหลายครั้งมากค่ะ ก้อเข้าไม่ได้
นี่กำลังนั่งโหลดรูปอยู่ค่ะ

ทริปขึ้นเลย เชียงคานเมื่อสิ้นปีที่แล้วของบ้านยุ้ย
ขากลับอุตส่าห์นั่งรถตั้งนานเพื่อแวะมาชมที่นี่นะคะ
ปรากฏว่าเค้าปิดวันจันทร์ค่ะ เศร้าเลย

ขอเข้ามาชมผ่านบล๊อกของคุณ wicsir ดีกว่า
ยุ้ยว่านำเสนอเรื่องราวได้ละเอียดมากกว่ายุ้ยไปชมเองแน่ๆค่ะ
ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ

Have a nice day ka !!


โดย: nLatte วันที่: 24 สิงหาคม 2552 เวลา:9:14:34 น.  

 
ยังไม่เคยไปค่ะ มาชมที่นี่ก่อนนะคะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 24 สิงหาคม 2552 เวลา:9:53:59 น.  

 
เคยเห็นแนะนำในหนังสือท่องเที่ยว เป็นพิพิธภัณฑ์ที่น่าไปเที่ยวชมมากเลยค่ะ


โดย: ณ มน วันที่: 24 สิงหาคม 2552 เวลา:11:10:20 น.  

 
เห็นเจ้าตัวสีเขียวแล้ว...นึกถึงในหนังเลยล่ะ

น่ากลัวซะ

น่าดูน่าชมมากเลยค่ะ


โดย: น้ำค้างเดือนหก วันที่: 24 สิงหาคม 2552 เวลา:11:19:08 น.  

 
สวัสดียามเช้าของที่นี้ค่ะคุณ wicsir
ตามมาเที่ยวพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง
แล้วได้ทั้งความรู้ และภาพสวย ๆมากมาย
ดูแล้วคิดถึงภาพยนตร์เรื่องจูราสิกปาร์ค..
..





โดย: Prettymaew วันที่: 24 สิงหาคม 2552 เวลา:13:40:09 น.  

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...



หวัดดีค่ะ มาทักทายกันเด้อ
มาชมไดโนเสาร์จ้า



โดย: หอมกร วันที่: 24 สิงหาคม 2552 เวลา:14:27:33 น.  

 
ชอบๆๆ ไดโนเสาร์


โดย: babyL' วันที่: 24 สิงหาคม 2552 เวลา:16:35:23 น.  

 
สวัสดียามเย็นค่ะ..

ไม่ต้องไปถึงถิ่น
แต่ก็ได้ความรู้มากมายเลยนะคะ
เผลอๆ อาจจะได้ความรู้มากกว่าไปเองอีกนะเนี้ย


โดย: chenyuye วันที่: 24 สิงหาคม 2552 เวลา:17:22:49 น.  

 
น่าไปชมจังค่ะ
ดูภาพแล้วขนลุก นึกถึงความยิ่งใหญ่ของไดโนเสาร์เลย



โดย: oanotai วันที่: 24 สิงหาคม 2552 เวลา:22:37:09 น.  

 
ไดโน่หน้าโหดจังเลยค่ะ


โดย: อยากเป็นไกด์ ใครช่วยที วันที่: 25 สิงหาคม 2552 เวลา:0:01:51 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

ทักทายกันเช้าวันอังคาร์
พร้อมกับความสุขในชีวิตทุก ๆ วันค่ะคุณ wicsir

เมืองไทยไม่ไปไม่รู้
ยังมีสิ่งน่าเรียนรู้อีกมากมาย
ขอบคุณที่นำมาฝากกันนะค่ะ


โดย: ดอกฝิ่นในสายลมหนาว วันที่: 25 สิงหาคม 2552 เวลา:7:31:41 น.  

 
น่าพาลูกชายไปเที่ยวบ้างจังเลยค่ะ
คงจะชอบน่าดู

แวะมาทักทายค่ะ

มีความสุขวันทำงานนะคะ





โดย: Nongpurch วันที่: 25 สิงหาคม 2552 เวลา:10:56:59 น.  

 
น่าแปลกจริงๆ ทั้งที่เป็นคนขอนแก่นทางผ่านเวลากลับบ้านย่าก็ยักไม่เคยแวะ
ไว้แฟงจะลองหาโอกาสไปเยี่ยมชมซักที อิอิอิ
.............

แฟงก็ไม่ได้ขนาดนั้น เพียงแต่เป็นอีกที่ ที่แฟงติดอกติดใจ ชอบมากหน่อยก็เท่านั้นแหละค่ะ
แฟงก็มีอีกหลายๆที่ ที่ติดใจเหมือนกัน ทุกๆที่ มันมีสิ่งติดใจแตกต่างกันไป
อย่างไปตอนไปเชียงคาน แฟงก็วิถีที่นั้น สงบมาก
ตอนไปอัมพวา ก้ชอบชีวิตริมคลองที่นั้นเหมือนกัน
ทะเลทุกๆที่ก็เหมือนกัน....
ตอนปีนภูกระดึงก็นะ จำได้ไม่มีลืมแน่ๆ

แต่ละที่ก็จำได้ไม่ลืมแหละค่ะ


โดย: d_regen วันที่: 25 สิงหาคม 2552 เวลา:21:07:51 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


สวัสดีเช้าวันพุธ
มีความสุข สดชื่น ตลอดวันค่ะ


โดย: ดอกฝิ่นในสายลมหนาว วันที่: 26 สิงหาคม 2552 เวลา:7:22:03 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ตอนเช้าตรู่ ของอีกซีกโลกหนึ่งค่ะคุณWicsir
ขอให้มีความสุขกับการทำงาน ในวันนี้ทั้งวันนะค่ะ..


โดย: Prettymaew วันที่: 26 สิงหาคม 2552 เวลา:10:09:57 น.  

 
ว้าว ไปมาแล้วสองรอบค่ะ ไม่เสียแรงที่ไปเรียนที่นั่นค่ะ อิอิ แต่รอบสองนี่กล้องหายค่ะ เนื่องจากตรงช่วงรับปริญญาพอดี คนเยอะ เศร้าไปเลย

เห็นแล้วก็ไม่น่าเชื่อนะคะว่าจะมีไดโนเสาร์จริง ๆ เมื่อหลายร้อยล้านปีก่อนที่อีสานบ้านเฮา อิอิ รู้สึกภูมิใจ๊ ภูมใจได้เป็นเสี้ยวหนึ่งของขอนแก่น

อ้อยังไม่ได้อัพบล็อกเลยค่ะ รอภาพจากกล้องทาง Røros เนื่องจากใครบางคนลืมไว้ที่นั่น แต่คงจะได้อาทิตย์นี้แหละค่ะ นอนรอตบยุงไปพลาง ๆ ก่อนนะคะ


โดย: thainurse@norway วันที่: 27 สิงหาคม 2552 เวลา:3:14:05 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


ทักทายกันยามเช้า
กับวันสบาย ๆ พฤหัสบดีค่ะคุณ wicsir


โดย: ดอกฝิ่นในสายลมหนาว วันที่: 27 สิงหาคม 2552 เวลา:7:03:35 น.  

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...



แวะมาทักทายกัน วันนี้ กทม. ฟ้าหลังฝนสดใสจัง
บล็อกนี้ข้อมูลละเอียดสุดๆ เลยนะ



โดย: หอมกร วันที่: 27 สิงหาคม 2552 เวลา:11:51:52 น.  

 


สวัสดียามบ่ายค่ะ คุณ wicsir

วันนี้ที่กรุงเทพร้อนจัดเลยค่ะ
แต่เมื่อคืนฝนก้อตกหนักมากเช่นกัน

แวะมาชวนไปเที่ยวชมคลองญี่ปุ่นที่บล๊อกด้วยกันค่ะ
มีความสุข รักษาสุขภาพนะคะ


โดย: nLatte วันที่: 27 สิงหาคม 2552 เวลา:15:26:02 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณwicsir
วันนี้ต้องขอชมรูปไปพลางๆ ก่อนค่ะ ตัวหนังสืออ่านยากมากๆ เลย
ฝันดีนะคะวันนี้




โดย: Sweety-around-the-world วันที่: 27 สิงหาคม 2552 เวลา:23:32:33 น.  

 
สวัสดียามดึกคร่า

อยากพาหลานไปบ้างจังค่ะ แต่ยังไม่มีโอกาส


โดย: โฮมสเตย์ริมน้ำ วันที่: 28 สิงหาคม 2552 เวลา:0:00:38 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


ยิ้มสดใสรับเช้าวันศุกร์
ทักทายกันด้วยรอยยิ้มที่มาพร้อมกับความสุขด้วยกันค่ะคุณ wicsir


โดย: ดอกฝิ่นในสายลมหนาว วันที่: 28 สิงหาคม 2552 เวลา:6:46:23 น.  

 







แวะมาทักทาย ..เอาเค้กมาฝากด้วยค่ะ

มีความสุขทุกวันนะคะ




โดย: Nongpurch วันที่: 28 สิงหาคม 2552 เวลา:9:35:23 น.  

 



โดย: joy@putchanok วันที่: 28 สิงหาคม 2552 เวลา:10:45:06 น.  

 
ผมอยากเห็นไดโนเสาร์จังเลยครับ


โดย: โจ้ IP: 202.29.64.162 วันที่: 13 ตุลาคม 2552 เวลา:16:52:48 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

wicsir
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]











...... ชอบเดินทาง ชอบท่องเที่ยว และชอบถ่ายภาพ แม้ฝีมือจะไม่ให้ แต่ใจก็รัก เพราะได้ทำแล้วมีความสุข แถมยังมี bloggang ได้ให้โอกาสนำสิ่งเหล่านั้นมาแสดงด้วย ยิ่งทำให้หัวใจพองโต .......


อยากจะบอกว่า

@ ดีใจที่ได้แบ่งปันความสุขเล็กๆน้อยๆ กับเพื่อนๆในบล็อกแก๊งค์ ตลอดจนคุณๆที่ผ่านเข้ามาอ่าน.... แม้ภาพถ่ายจะไม่สวยนัก แต่กว่าจะได้มาก็แสนยากลำบาก จึงขอสงวนสิทธิไว้เป็นการส่วนตัว

@ ภาพทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของบล๊อก ถ้ามีความประสงค์จะใช้ภาพเพื่อการใด กรุณาติดต่อเจ้าของบล็อกด้วย เพราะจะได้พิจารณาเป็นเรื่องๆไปครับ.

@ ขอบคุณเพื่อนๆสมาชิกที่คอยให้กำลังใจกันเสมอมา และขอบคุณทุกท่านที่ผ่านเข้ามาอ่าน หวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าท่านคงแวะเข้ามาอีก...


ด้วยจริงใจ
นาย wicsir.




Rec. 11.06.08
New Comments
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2552
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
24 สิงหาคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add wicsir's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.