....OUR FAMILY'S JOURNEY....
สายหมอก ไอดิน และกลิ่นฝน ที่เขื่อนจุฬาภรณ์

Title


สายหมอก ไอดิน และกลิ่นฝน ที่เขื่อนจุฬาภรณ์



ภาพมุมสูงเขื่อนฯ (จาก web)



สู่เขื่อนจุฬาภรณ์
2 กุมภาพันธุ์ 2008


มีโอกาสไปร่วมทำบุญ มอบสิ่งของให้เด็กๆ ที่โรงเรียนสาลิกาวิทยา/ โรงเรียนบ้านโสกคลอง ต.บ้านหัน อำเภอเกษตรสมบูรณ์ ชัยภูมิ ช่วงต้นปี และเลยไปพักแรมกันที่เขื่อนจุฬาภรณ์ ซึ่งช่วงนั้น เป็นปลายหนาวของบ้านเราพอดี แต่อากาศ หรือบรรยากศในวันนั้น บอกตามตรงว่าประทับใจที่สุด คือพอเราจะเข้าเขตที่ทำการเขื่อนฯ ฝนก็ตกลงมา แต่ผลลัพท์ที่ฝนตก คือความสวยงามของบริเวณเขื่อนฯอีกแบบครับ....

ทางทีมงานเขาได้จองบ้านพักไว้ ซึ่งก็อยู่หน้าเขื่อนใกล้ๆเรือนรับรอง ติดริมทะเลสาบ บ้านพักเป็นหลังๆ มีหลายห้อง และมีห้องรวมสำหรับการจัดสัมนา และจัดกิจกรรม แต่มีข้อแม้ว่าห้ามส่งเสียงดัง และเลิกไม่เกิน 22.00 น..... วันนั้นมีแต่ทีมเราเท่านั้นที่พักในบริเวณนั้น ถึงแม้จะมีสายฝนลงมาบ้าง แต่ก็ไม่มากมายนัก ทำให้เราสามารถเดินเที่ยวรอบๆบริเวณได้...






เรือนรับรอง



เขื่อนจุฬาภรณ์
ความเป็นมา โครงการน้ำพรม ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี ให้ดำเนินการก่อสร้างเมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๒ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างเขื่อนและโรงไฟฟ้าเมื่อเดือน มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๓ งานก่อสร้างแล้วเสร็จและสามารถจ่ายไฟฟ้าได้ตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ เป็นต้นมา



สายหมอกริมน้ำหน้าเขื่อน



พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลัษณ์ อัครราชกุมารี ทรงประกอบพิธีเปิดเขื่อนและโรงไฟฟ้า เมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๖ พร้อมทั้ง พระราชทานพระนามสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ขนานนามเขื่อนว่า เขื่อนจุฬาภรณ์

ลักษณะเขื่อน เขื่อนจุฬาภรร์มีลักษณะเป็นแบบหินถมแกนกลางเป็นดินเหนียวบดอัดทับแน่นด้วยหินและกรวด ตัวเขื่อนยาว ๗๐๐ เมตร สันเขื่อนกว้าง ๘ เมตร สูง ๗0 เมตร ระดับสันเขื่อนอยู่ที่+๗๖๓.๐ เมตร เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง (รทก.) อ่างเก็บน้ำมีความจุ ๑๘๘ ล้านลูกบาศก์เมตร

โรงไฟฟ้า โรงไฟฟ้าตั้งอยู่บริเวณเขาใกล้กับลำน้ำสุ ซึ่งอยู่อีกฟากหนึ่งของตัวเขื่อน ในการผลิตไฟฟ้า กฟผ. ทำการชักน้ำจากหน้าเขื่อนบริเวณฝั่งซ้ายของลำน้ำ ผ่านอุโมงค์ซึ่งเจาะทะลุภูเขาไปหมุนเครื่องกังหันน้ำที่ตั้งอยู่ในหุบเขาอีกด้านหนึ่ง

โรงไฟฟ้าติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด ๒๐,๐๐๐ กิโลวัตต์ จำนวน ๒ เครื่อง รวมกำลังผลิต ๔๐,๐๐๐ กิโลวัตต์ ให้พลังงานไฟฟ้าเฉลี่ยปีละ ๕๗ ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง

ประโยชน์ เขื่อนจุฬาภรณ์เป็นเขื่อนที่มีความสำคัญมากอีกเขื่อนหนึ่งต่อการพัฒนาพลังงานไฟฟ้าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สามารถตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าของประชาชนได้อย่างเพียงพอ เป็นเขื่อนอเนกประสงค์ที่ให้ประโยชน์ต่อการชลประทาน ช่วยระบายน้ำเพื่อการเพาะปลูกในฤดูแล้งในพื้นที่การเกษตรตาม ลำน้ำพรมประมาณ ๕๐,๓๐๐ ไร่ และตามลำน้ำเชินประมาณ ๒๐,๘๐๐ ไร่

นอกจากนี้ อ่างเก็บน้ำยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดที่สำคัญแหน่งหนึ่งในภาคตะวันออก เฉียงเหนือ รวมทั้งบริเวณโดยรอบของที่ตั้งตัวเขื่อนมีทิวทัศน์สวยงามมาก มีอากาศเย็นสบายตลอดปีจนได้สมญาว่าเป็น “สวิตเซอร์แลนด์ของประเทศไทย” เขื่อนจุฬาจึงเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาพักผ่อนอีก แห่งหนึ่งของภูมิภาคนี้
(ที่มา : การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย)








บ้านพัก














ถนนบริเวณบ้านพัก










บริเวณบ้านพัก





ทะเลสาบเหนือเขื่อน



เขื่อนจุฬาภรณ์
3 กุมภาพันธุ์ 2008


พักกันที่เขื่อน 1 คืน เพื่อทำกิจกรรมต่างๆร่วมกัน ก่อนที่จะออกเดินทางกลับในวันที่ 3 กุมภาพันธุ์ เวลาประมาณ 09.00 น เราออกเดินทางกลับออกจากที่พัก โดยเวียนขึ้นไปชม ทางสันเขื่อน ก่อนผ่าน บริเวณที่เรียกว่าต้นไม้ดึกดำบัน หรือต้นไม้ล้านปี ก่อนที่ไปยังจุดชมวิว ซึ่งวันนี้ก็ถูกบดบังด้วยหมอกอย่างหนา เช่นกัน... จุดชมวิวจุดนี้จะสร้างเป็นศาลาไว้ให้เราขึ้นไปชมทัศนียภาพ ของหุบเขาเบื้องล่างใต้เขื่อน ถ้าหมอกไม่บดบังไว้ คงเป็นสถานที่ๆน่านั่งพักผ่อนทีเดียว..






บริเวณจุดชมวิว



ถ่ายรูปร่วมกันหน่อย





ทุ่งกระมัง เป็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ใจกลางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว แหล่งอาหารที่สำคัญของสัตว์กินพืช มีเนื้อที่ 830 ไร่ เมื่อปี พ.ศ. 2526 และ พ.ศ. 2535โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้ปล่อยสัตว์ป่าคืนถิ่นในบริเวณนี้ เช่น เก้ง กวาง กระจง และนกต่างๆ มีการจัดทำดินโป่งในบริเวณทุ่งกะมังเพื่อให้สัตว์มากินดินโป่งและเผาแปลงทุ่งหญ้าเพื่อให้เกิดหญ้าระบัดเป็นอาหารของเก้ง กวางในช่วงฤดูแล้ง บนยอดเนินเหนือบริเวณทุ่งกะมัง มีพระตำหนักที่ประทับอยู่เหนืออ่างน้ำ








การเดินทาง การเดินทางไปเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวใช้เส้นทางเดียวกับเขื่อนจุฬาภรณ์ ก่อนถึงเขื่อน 3 กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายจากด่านตรวจ (ปางม่วง) ไปยังที่ทำการเขตฯ อีก 24 กิโลเมตร การเข้ามาทัศนศึกษาในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามีสองกรณีคือ หากเข้าชมแบบไป-กลับวันเดียว สามารถขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่บริเวณด่านตรวจปางม่วง กรณีพักค้างแรมต้องได้รับอนุญาตจากส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ กรุงเทพฯโดยตรง ทางเขตฯค่อนข้างเคร่งครัดในกฎระเบียบเพราะสภาพพื้นที่ที่อุดมไปด้วยป่าไม้และสัตว์ป่า การเดินทางเข้ามาในพื้นที่ก็เสมือนการเข้ามารบกวนธรรมชาติ ดังนั้น จึงเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าจริง ๆ และทางเขตฯไม่เปิดให้เข้าทัศนศึกษาในช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน...

ที่จริงทีมเราวางแผนว่าจะเข้าไปพักในนี้ แต่ได้เปลี่ยนแปลงกะทันหัน ก่อนหน้าที่จะมา เลยอดไปนอนฟังเสียงสัตว์ป่า.... และอีกอย่างก็เป็นวันที่ฝนตกด้วย เอาไว้คราวต่อไปจะมาพักให้ได้...




ซื้อของฝากที่จุดชมวิวเยื้องทางเข้าทุ่งกะมัง



สถานีวิจัยเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าภูเขียว อยู่ก่อนถึงเขื่อนจุฬาภรณ์ 8 กิโลเมตรด้านซ้ายมือ มีสัตว์ป่าให้ชมหลายชนิด โดยเฉพาะกวางป่า ละอง ละมั่ง เปิดให้เข้าชมทุกวันระหว่างเวลา 8.00-16.00 น. เสียดายที่วันนั้นเราไม่ได้แวะเข้าไป.....

เลยสถานีวิจัยสัตว์ป่าขึ้นมาทางเขื่อน จะเป็นสนามกอล์ฟ ขนาด 9 หลุม ซึ่งท่านที่ชื่นชอบ สนามภูเขา ที่นี่จะอยู่สูงที่สุดในเมืองไทยเลยล่ะ ซึ่งหลุม 4 กับ หลุม 8 ต้องตีขึ้นเขาด้วย ถ้าจำไม่ผิด....






ถ้ำประกายเพชร เราลงเขาแล้วทางผ่านซ้ายมือ จะมีวัดถ้ำประกายเพชร ซึ่งมีถ้ำหินปูน ลึกมาก คนนำทางบอกว่า ถ้ำนี้จะยาวไปถึงน้ำหนาวเลยทีเดียว จริงเท็จเราไม่ทราบ วันนั้น เราเข้าไปถึงจุดที่เรียกว่าบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ แล้วก็กลับออกมา..... ถ้ำยังไม่ได้รับการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวสมบูรณืแบบ แต่ก็มีการสร้างบันไดคอนกรีตไปจนถึงปากถ้ำแล้ว










ที่เรียกถ้ำประกายเพชรน่าจะเป็นเพราะน้ำที่หยดผ่านหินปูนและเกาะวัตถุส่งประกายดังภาพ





ต้นหม่อนยักษ์ ออกจากถ้าประกายเพชร มาได้ซักพัก ก็จะเจอต้นหม่อนขนาดใหญ่ (ต้นพืชที่ชาวบ้าน เขาใช้ใบเลี้ยงตัวไหม) ที่ป้ายบอกว่า เป็นต้นหม่อนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ..... ถ้าออกมาจากเขื่อนก็จะอยู่ด้านขวามือ










น้ำผุดทัพลาว ออกจากต้นหม่อนมาซักพัก ก็จะถึงทางแยกบอกว่าไปน้ำผุดทัพลาว.... เป็นน้ำที่ผุดขึ้นมาจากใต้ดิน ไม่ทราบแหล่งที่มาของต้นน้ำอย่างแน่ชัด.... ข้อสัณนิษฐานของชื่อ "ทัพลาว" เล่าว่ามาจากการที่ลาวเดินทัพมาพักกันที่นี่ ชาวบ้านก็เลยเรียกชื่อน้ำผุดว่าทัพลาวมาจนปัจจุบัน..










เราใช้เวลาที่น้ำผุดทัพลาวนี้พอสมควร รวมทั้งการทานอาหารมื้อเที่ยงที่นี่ด้วยเมนูยอดฮิต คือส้มตำ ไก่ย่าง และปลาเผา ก่อนที่จะเดินทางกลับในตอนบ่ายแก่ๆ.


การเดินทาง
จากตัวเมืองชัยภูมิ ใช้เส้นทางสายชัยภูมิ-ชุมแพ (ทางหลวงหมายเลข 201) ถึงทางแยกหนองสองห้อง เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 2055 รวมระยะทางจากตัวเมืองชัยภูมิประมาณ 120 กิโลเมตร หรือหากเดินทางมาตามเส้นทางสายหล่มสัก-ชุมแพ (ทางหลวงหมายเลข 12) เมื่อถึงบริเวณอำเภอคอนสารมีทางแยกไปเขื่อนจุฬาภรณ์อีก 39 กิโลเมตร

ติดต่อบ้านพักรับรองของกฟผ. โทร. 0 2436 3271-2, 0 4486 1669 ต่อ 2287 ,2293
บริการสนามกอล์ฟ ติดต่อได้ที่ โทร. 0 4338 4969 ต่อ 2630




ปล. บล๊อกนี้ได้หายไปตอนทำการเคลื่อนย้ายบล๊อกเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2554 และได้ให้ทางทีมงานบล๊อกแก๊งค์กู้กลับมาให้ใหม่....ขอบคุณครับ




_______ จบทริบครับ_______












Create Date : 09 กรกฎาคม 2551
Last Update : 25 สิงหาคม 2556 21:54:12 น. 2 comments
Counter : 5169 Pageviews.

 

เคยไปตีกอล์ฟ ชอบมาก เวลาหมอกลงมองเห็นไม่ถึง 10 เมตร ตีเสร็จก็เดินตามแนวลูกไปเลย เวลาพัทได้ยินแต่เสียงเพื่อนที่อยู่รอบกรีนแต่ไม่เห็นหน้ากัน แค่รอบกรีนนะเนี่ย ไม่ได้โม้



โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 9 กรกฎาคม 2551 เวลา:15:48:37 น.




คห.ที่2


สวยมากคะ อากาศดีมากๆๆ อยากไปเที่ยวบ้างจังคะ



โดย: เจี๊ยบ (sinee_jeab ) วันที่: 9 กรกฎาคม 2551 เวลา:18:30:37 น.




คห.ที่3


หมอกเต็มเยย

อากาศน่าจะดีนะ



โดย: chalawanman วันที่: 9 กรกฎาคม 2551 เวลา:22:48:01 น.




คห.ที่4


ไม่เคยไปเลยครับ สวยน่าดู



โดย: -*-Superbaker วันที่: 9 กรกฎาคม 2551 เวลา:23:25:28 น.




คห.ที่5


หวัดดีครับคุณ tuk-tuk@korat ...วันที่ไป ก็หมอกหนาจนมองไม่เห็นแฟรเวย์ และกรีน....หน้าหนาวน่าออกรอบที่นี่ครับ..

หวัดดีครับคุณเจี๊ยบ... อากาศดีมากๆ แบบที่เขาว่าแหละครับ เพราะอยู่ระดับเดียวกับ อช. น้ำหนาวครับ..

ขอบคุณ Chalawanman & -*-Superbaker ครับที่แวะมาทักทาย และให้กำลังใจกันครับ.....ลองหาเวลาไปพักนะครับ...เที่ยวไทย ไม่ไปไม่รู้น่ะ...

ขอบคุณทุกท่านอีกครั้งครับ.



โดย: wicsir วันที่: 10 กรกฎาคม 2551 เวลา:20:00:26 น.




คห.ที่6


ต้องปลายฝนต้นหนาวค่า



โดย: tuk (tuk-tuk@korat ) วันที่: 12 กรกฎาคม 2551 เวลา:23:23:16 น.




คห.ที่7


ขอบคุณ คุณ tuk .... เห็นด้วยครับ.



โดย: wicsir วันที่: 14 กรกฎาคม 2551 เวลา:7:29:54 น.




คห.ที่8


บรรยากาศอย่างนี้ชอบมากค่ะ

ไปกับใครก็กรี้ดสนั่นหวั่นไหว

อยากให้ถึงเดือนพฤศจิกาเร็ว ๆ จัง



โดย: ป้าทุยบ้านทุ่ง วันที่: 15 กรกฎาคม 2551 เวลา:16:11:07 น.




คห.ที่9


ขอบคุณป้าทุยบ้านทุ่งมากที่แวะมาเยี่ยม..... ไปมาเมื่อไหร่ อย่าลืมเอาภาพมาลง blog ด้วยนะครับ..



โดย: wicsir วันที่: 17 กรกฎาคม 2551 เวลา:6:45:42 น.




คห.ที่10


คุณแม่ทำงานอยู่บนเขื่อนค่ะ ที่นั้นมีกิจกรรมดี ดีด้วยนะคะ
เป็นค่ายเยาวชนต้ายยาเสพติดค่ะ



โดย: น่ารัก IP: 117.47.11.77 วันที่: 17 กรกฎาคม 2551 เวลา:20:25:31 น.




คห.ที่11


ขอบคุณ น่ารักครับที่เข้ามา share ข้อมูลดีๆ



โดย: wicsir วันที่: 24 กรกฎาคม 2551 เวลา:19:18:06 น.




คห.ที่12


เห็นภาพแล้วทำให้ผมคิดถึงบรรยากาศเก่า ๆ มากเลยครับ แหล่งตกปลา ที่ดีมาก ๆ ในอดีต เมื่อ 6-7 ปีที่แล้ว ซึ่งเขื่อนฯส่งเสริมให้กับชมรมตกปลาฯ ทำให้เราได้ใช้วันหยุดขึ้นไปพักผ่อนกัน ด้วยการตกปลา แต่ผ่านไปแล้วสำหรับบรรยากาศเก่า ๆ ที่คงไม่มีอีกแล้ว เมื่อผู้บริหารเขื่อน เลิกสนับสนุนการท่องเที่ยว อยากบอกว่าคิดถึงมาก ๆ ครับเขื่อนจุฬาภรณ์ จนถึงปัจจุบันนี้ร่วม ๆ 7 ปีแล้ว ผมยังไม่มีแหล่งตกปลาที่ไหนในประเทศไทย ที่ผมตระเวนไปมา จะประทับใจผมเท่ากับเขื่อนจุฬาภรณ์(ในอดีต) ได้เลยครับ คิดถึงมากจริง ๆ



โดย: สมาชิกตกปลาเขื่อนฯ IP: 125.26.158.2 วันที่: 5 กันยายน 2551 เวลา:10:32:57 น.




คห.ที่13


เปิ้ลเพิ่งไปมาเมื่อ26-28ส.ค. ค่ะลองแวะ
ไปชมที่ space เปิ้ลนะค่ะ
//lj5haveaniceday.spaces.live.com/
(My Heart Will Go On...
เศร้าไปค่ะอิอิ) อยากไปช่วงหน้าหนาว
จังเลย ขนาดไปช่วงนี้บริเวณสันเขื่อน
ก็มีทะเลหมอกนะค่ะ



โดย: Pleja IP: 117.47.97.79 วันที่: 7 กันยายน 2551 เวลา:23:58:18 น.




คห.ที่14


หวัดดีครับ คุณเปิ้ล..... เคยไปเล่นกอล์ฟที่นั่นตอนหน้าหนาว อากาศดีสุดๆครับ และหนาวได้ที่ด้วย เพราะอยู่ระแวกเดียวกับน้ำหนาว

ส่วนเพลง My heart will go on ถึงท่วงทำนองจะเศร้าไปหน่อย.... แต่ก็กินใจนะผมว่า โดยเฉพาะท่อน..นี้

Near, far, wherever you are
I believe that the heart does go on
Once more you open the door
And you're here in my heart
And my heart will go on and on....

ขอบคุณครับที่แวะมาเยี่ยมบ้าน.




โดย: wicsir วันที่: 8 กันยายน 2551 เวลา:12:24:30 น.




คห.ที่15


สวัสดีครับ สมาชิกตกปลาเขื่อนฯ .... ถ้าเป็นแบบที่ว่า ก็น่าเสียดายมากครับ ปกติเขื่อนฯ ก็ไม่น่าจะห้ามนักตกปลานะครับ.... หวังว่าท่านผู้บริหาร คงนึกถึงสิ่งที่สมาชิกตกปลาเขื่อนฯ พูดนะครับ...... เอาใจช่วยน่ะ



โดย: wicsir วันที่: 8 กันยายน 2551 เวลา:20:08:16 น.




คห.ที่16


สวัสดีค่ะ ภาพท่ามกลางหมอกเหมย งามจับใจมาก
ชอบภาพที่ 9 ที่สุด ไปได้ถึงไหนหนอ
ควรไปไหมหนา
มีอะไรอยู่ข้างหน้าน้า



โดย: นีลา IP: 202.91.19.204 วันที่: 9 กันยายน 2551 เวลา:9:44:17 น.




คห.ที่17


สวัสดีครับคุณนีลา...... นั่นน่ะสิ มีอะไรอยู่ข้างหน้า...สุข..ทุกข์...ความฝัน หรือ????.

ขอบคุณที่มาเยี่ยมที่นี่ครับ.



โดย: wicsir วันที่: 15 กันยายน 2551 เวลา:8:21:38 น.




คห.ที่18


คิดถึงภาพสวยๆ ที่ชอบมาก
อืม วันนี้นับได้ว่าเป็นบล็อกที่ 11 เฮ้อ ตาหนอตา มีตั้ง 4 ตานะเนี่ย....



โดย: ซากุระ ตำหนักทองฟูจี IP: 202.91.18.204 วันที่: 22 กันยายน 2551 เวลา:23:43:01 น.




คห.ที่19


ขอบคุณครับ สำหรับน้ำใจของ ซากุระ ตำหนักทองฟูจี.....



โดย: wicsir วันที่: 23 กันยายน 2551 เวลา:12:39:42 น.





โดย: wicsir วันที่: 26 มกราคม 2554 เวลา:20:49:20 น.  

 
หมอกตรึมดีชอบมาก เนื้อเรื่องหายไปหมดเลยอ่ะ กู้ได้แต่ภาพเหรอคุณวิค


โดย: น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา วันที่: 8 สิงหาคม 2554 เวลา:12:50:32 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

wicsir
Location :
ขอนแก่น Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 67 คน [?]











...... ชอบเดินทาง ชอบท่องเที่ยว และชอบถ่ายภาพ แม้ฝีมือจะไม่ให้ แต่ใจก็รัก เพราะได้ทำแล้วมีความสุข แถมยังมี bloggang ได้ให้โอกาสนำสิ่งเหล่านั้นมาแสดงด้วย ยิ่งทำให้หัวใจพองโต .......


อยากจะบอกว่า

@ ดีใจที่ได้แบ่งปันความสุขเล็กๆน้อยๆ กับเพื่อนๆในบล็อกแก๊งค์ ตลอดจนคุณๆที่ผ่านเข้ามาอ่าน.... แม้ภาพถ่ายจะไม่สวยนัก แต่กว่าจะได้มาก็แสนยากลำบาก จึงขอสงวนสิทธิไว้เป็นการส่วนตัว

@ ภาพทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของบล๊อก ถ้ามีความประสงค์จะใช้ภาพเพื่อการใด กรุณาติดต่อเจ้าของบล็อกด้วย เพราะจะได้พิจารณาเป็นเรื่องๆไปครับ.

@ ขอบคุณเพื่อนๆสมาชิกที่คอยให้กำลังใจกันเสมอมา และขอบคุณทุกท่านที่ผ่านเข้ามาอ่าน หวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าท่านคงแวะเข้ามาอีก...


ด้วยจริงใจ
นาย wicsir.




Rec. 11.06.08
New Comments
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
9 กรกฏาคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add wicsir's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.