Somebody's me... Nobody's know.. You are what you thinks.. and.. I am who i am.. Whatever will be, will be..
Group Blog
 
 
ตุลาคม 2561
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
26 ตุลาคม 2561
 
All Blogs
 
หักเหลี่ยมร้ายซ่อนลายรัก บทที่ 2 / 3











เสียงแกรกกรากดังต่อเนื่องรบกวนโสตประสาทไม่พอกลิ่นสาบยังรุนแรงรบกวนและยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ฉุดหลิวเสียะตื่นจากฝันครั้งอดีต นางขยับกายไล่ความเมื่อยขบแค่เพียงเล็กน้อยก็รู้สึกเจ็บแปลบที่ข้อเท้า 

นางออกแรงดึงแต่กลับรู้สึกถึงบางสิ่งหนักหน่วงตรึงไว้ไม่ให้ทำได้ดังใจ ร่างของนางนอนตะแคงบนพื้นชื้นแฉะมีเพียงกองฟางที่รองรับไม่ให้ตัวเปียกชื้นมากจนเกินไปรอบกายมีเพียงแสงสลัวลอดผ่านซี่ลูกกรงเหนือศีรษะ

นางกลั้นใจผุดลุกนั่งพลันได้กลิ่นสาบคล้ายซากสัตว์เหม็นเน่ารุนแรงจนพาท้องไส้ปั่นป่วน นางยกมือปิดปากกลั้นสำรอกแต่เพราะไม่มีสิ่งใดตกถึงท้องที่ออกมาจึงมีเพียงน้ำเท่านั้นแต่ก็ทำให้ผ่อนคลายที่ตระหนกจนแทบลืมหายใจคือโครงกระดูกและศีรษะมนุษย์มากมายรายล้อมรอบห้อง แทบไม่มีพื้นที่ว่างให้เหยียบยืน

นี่มันเรื่องบ้าบออันใดกัน!

ด้านนอกที่นางเห็นเต็มไปด้วยโลงศพเก่าหยากไย่ขึ้นรกเรื้อมีโลงหนึ่งที่แปลกไปเป็นโลงสีดำสนิทดูไปคล้ายทำจากไม้เนื้อดีสะอาดเอี่ยมที่สุดในบรรดาโลงทั้งหมดอีกทั้งมีธูปปักเป็นจำนวนมากต่างจากโลงอื่น

หลิวเสียะผุดลุกนั่งขยับเข้าใกล้ลูกกรงเพ่งมองตราที่ติดอยู่เหนือโลงเห็นเพียงชื่อเขียนด้วยหมึก

มู่เหม่ยอิง...

ชื่อนี้ต้องเป็นศพสตรีแน่แท้แต่นางคือใครหรือที่นี่จะเป็นโรงเก็บศพตะวันตกที่ร่ำลือว่าเฮี้ยนหนักหรืออีกทีที่นี่อาจเป็นสำนักแม่มดหมอผีที่ราชสำนักกำลังกวาดล้าง...

     พลันเสียงแกรกกรากคล้ายโลหะกระทบพื้นเมื่อครู่ก็หยุดลงพร้อมการปรากฏตัวของสตรีเฒ่าผู้หนึ่งนางย่างเท้าแผ่วเบามาหยุดตรงหน้า ดวงหน้าเหี่ยวย่น ผมเผ้าสีเทารุงรังรวบมวยด้วยผ้าสีดำเหนือศีรษะดูรุ่ยร่ายไม่เป็นทรงชุดสตรีฮั่นฝูผ้าป่านแบบชาวบ้านของนางยังเก่ามอซอทึมเทา

นางยืนหลังค่อมใช้ไม้เท้าพันเถาวัลย์ช่วยพยุงกายพลันดวงตาฝ้าฟางสีเทาปนขาวของนางพุ่งมาประชิดลูกกรงด้วยแววตามาดร้ายแฝงบางอย่างคล้ายพึงใจมุมปากนางแสยะยิ้มก่อนเอ่ยน้ำเสียงเย็นเยียบ

“ฟื้นแล้วรึ พ่อหนุ่ม”

     หลิวเสียะผงะหงายหลังห่างกรงกั้นก่อนเอ่ยเสียงสั่น“ท่านยาย! จับข้ามาด้วยเหตุใด”

     นางเฒ่าเหยียดยิ้มมุมปากดวงตาวาววับจับจ้องดวงหน้าจนนางขนคอลุกชันพลันเอ่ย “เจ้ารนหาที่เองไม่เคยมีใครหลงเข้ามาถึงนี่แล้วจะได้กลับออกไป”

     “ข้าไม่ได้อยากยุ่มย่ามเข้ามาแต่ข้าหลงทางท่านยายปล่อยข้าไปเถอะ”

“กินเสียก่อนจะไม่ได้กิน”

     หลิวเสียะยื่นมือรับก้อนขนมปังแห้งที่ยายเฒ่าโยนมาให้ตามสัญชาติญาณนางทั้งหิวโหยเกินกว่าจะมีแรงคิดแก้ไขสิ่งใด แต่ขนมปังทั้งแห้งและเหม็นหืนแม้จะหิวจนท้องร้องเพียงใดแต่ก็เกินทนที่จะฝืนเพียงแค่กัดลงไปคำเดียวนางถึงกับผงะแต่นางเฒ่ากระตุกยิ้มมุมปากพลันหันกลับไปอีกทาง “ท่านยาย! อย่าเพิ่งไปนางร้องเรียกสุดเสียงแต่มีเพียงเสียงหัวเราะบ้าคลั่งลอยตามลมมา

     ร่างอรชรวาดเท้ากวาดเศษโครงกระดูกและกะโหลกศีรษะออกห่างก่อนจะทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิมองก้อนขนมปังในมือและทุกสิ่งรอบกายแล้วให้น้ำตาไหลออกมาด้วยความหวาดกลัว

     ท่านพ่อ...ลูกขออภัยที่ทำสิ่งที่คาดหวังมิได้...

     นางหลั่งน้ำตาออกมาจนได้มือสั่นระริกล้วงหยิบมีดพกที่ชายกางเกงมาจ่อบริเวณที่ถูกตรึงด้วยโซ่ขนาดใหญ่คมมีดปลายแหลมของมันจ่อตรงข้อต่อโซ่แต่มันช่างแข็งแรงเกินกว่าที่มีดเล่มเล็กเท่านี้จะแก้ได้

หากลงแรงหนักเกินไปอาจพลาดโดนขาหากเกิดบาดแผลหรือหากนายตายไปด้วยเลือดหมดตัวใครเล่าจะเห็นหรือรู้ได้คุณชายน้อยถอยหายใจเฮือกใหญ่ ได้แต่หลับตาปี๋ก่อนจะเงื้อมีดสุดมือปักลงไปทันที...

ร่างอรชรในคราบคุณชายรวบรวมสติลุกได้ในนาทีสุดท้ายกระโดดเกาะซี่ลูกกรงไม้ท่อนใหญ่แม้จะสุดปลายขาแม้จะเจ็บข้อเท้าแทบขาดใจแต่สามารถหลบสิ่งมีชีวิตสีดำมันปลาบที่ขดตัวดิ้นทุรนทุรายเมื่อโดนมีดปลายแหลมปักกลางหัวทันก่อนเขี้ยวแหลมคมยาวของมันจะพุ่งตามขึ้นมาฝังคมเขี้ยวลำตัวของมันดิ้นพล่านปัดป่ายไปมา ปลายหางตวัดรัดรึงไปทั่วกวาดทั้งโครงกระดูกกะโหลกศีรษะที่กองเกลื่อนพื้นกระเด็นกระดอนด้วยความดันทุรังเฮือกสุดท้าย

เสียงกรีดร้องโหยหวนของยายเฒ่าท่าทางสติวิปลาสดังไม่หยุดตามมาด้วยร่างงุ้มงอเมื่อครู่พุ่งเข้ามาจิกเล็บลงบนแขนนางที่กำลังกอดลูกกรงแน่น

“ไอ้คนต่ำช้านางกรีดร้องโหยหวน“เจ้ากล้าทำร้ายอาเหม่ยของข้า

“โอ๊ย! ท่านยายปล่อยข้า! ข้าเจ็บ

“เจ็บแค่นี้น้อยกว่าที่เจ้าทำกับลูกข้านางแยกเขี้ยวใส่จนเห็นฟันกระดำกระด่าง ดวงตาวาววับน่ากลัว

หลิวเสียะสะบัดแขนออกมือทั้งสองไร้ที่เกาะกุมพลัดตกลงข้างซากงูมันปลาบโดยไม่ทันตั้งตัวเพียงสบดวงตาสีทองของมันก่อนที่ลมหายใจมันจะขาดห้วง นางเห็นภาพสีหน้าตระหนกสุดขีดของตัวเองสะท้อนอยู่ภายในดวงตาสีเพลิงคู่นั้น

“ไอ้คนสารเลวนางเฒ่ากระชากลูกกรงพลันยื่นหน้ามาใกล้“เจ้ากล้าฆ่าลูกสาวข้า! เจ้าสมควรตาย”

“ช้าก่อนท่านยาย! มันเป็นแค่งูท่านยายเข้าใจสิ่งใดผิดไปหรือไม่” นางละล่ำละลักบอก

“เจ้าอย่ามาว่าลูกข้า” นางตะคอกดวงตากร้าวแทบจะบีบคออีกฝ่ายให้แหลกคามือหากทำได้

“มันไม่ใช่คน หากท่านยายยังเลี้ยงเอาไว้ สักวันมันจะทำร้ายท่านเหมือนที่ทำร้ายข้า”

“อย่ามาสู่รู้! อีกไม่กี่ชั่วยามพิธีของข้าก็จะเสร็จสิ้นลูกข้าจะกลายร่างกลับเป็นมนุษย์แล้วอยู่กับข้าตลอดไป เจ้าจะเป็นคนสุดท้ายที่ใช้หนี้เลือดแก่ลูกข้าในคืนจันทร์เต็มดวงแต่เจ้ากลับฆ่าลูกข้าตาย”

“ข้ามิได้ตั้งใจ มันหมายจะทำร้ายข้าจึงต้องป้องกันตัว”

“อย่ามาแก้ตัว! ถึงตายข้าก็ไม่ปล่อยเจ้า นางเฒ่าประกาศก้อง มือเหี่ยวย่นสั่นระริกไขประตู

หลิวเสียะผงะเมื่อมองเห็นที่บั้นเอวนางมีขวานคมกริบจึงรีบมองหาทางหนีทีไล่แต่เพราะขายังติดกับโซ่ตรวนขนาดใหญ่ จึงได้แต่ถอยหนีสุดปลายโซ่พลันยกขาสะบัดเร่า ๆแต่โซ่ตรวนหาใช่เชือกถึงจะใช้มีดฟันแล้วขาดได้อย่างใจ

ดวงหน้านวลซีดเซียวเมื่อยายเฒ่าวิปลาสเปิดประตูเข้ามายืนจังก้าเหยียดยิ้มดวงตาวาววับจ้องนางด้วยความอาฆาต

หึหึ...

“คิดจะหนีงั้นรึ” นางคำรามลั่นตาขวางน่ากลัวยิ่ง

หลิวเสียะหวาดกลัวถอยหลังลนลานเมื่ออีกฝ่ายหยิบขวานจากบั้นเอวมากระชับมั่นนาทีนี้แม้แต่ดาบอาวุธคู่กายนางก็หายไป ทั้งมีดสั้นที่พกไว้ก็อยู่สุดมือเอื้อมไม่สามารถหยิบได้นางได้แต่ละล่ำละลักตอบ

“ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะท่านยาย”

“ปล่อยเจ้างั้นรึ อย่าหวังเลย! เจ้าต้องตายตกตามลูกข้า”

นางเงื้อขวานเหนือศีรษะหมายฟันฉับให้ตรงร่างที่หนีจนชิดผนังคุณชายน้อยยกมือป้องอย่างยอมรับชะตากรรม ฉับพลันเสียงก็ดังมาจากด้านหลังเป็นเสียงคร่ำครวญประหลาดที่ทำให้สตรีต่างวัยทั้งสองหันขวับตามเสียง

“ท่านแม่

“ใครยายเฒ่าวิปลาสหันขวับไปมองพลันดวงตานางก็เบิกกว้างเมื่อเห็น “เจ้า! เจ้าคือ”

ท่านแม่อย่าทำนางเลย ข้าอยู่นี่แล้ว”

“เจ้า! อาเหม่ยลูกแม่หรือ เจ้ากลับมาหาแม่แล้วใช่หรือไม่”นางคร่ำครวญมือไม้อ่อนจนปล่อยขวานทิ้งลงพื้น ก้าวโขยกเขยกเหมือนคนไร้เรี่ยวแรงผิดกับเมื่อครู่ที่พละกำลังมหาศาลชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ“มาให้แม่ดูหน้าเจ้าชัด ๆ หน่อย”

“อาเหม่ยคิดถึงท่านแม่มากเหลือเกิน”

สตรีในชุดกรุยกรายสีชมพูอ่อนนั้นเยื้องย่างเข้ามาใกล้นางหวนไห้ปิดหน้าปิดตาคุกเข่าก้มหน้าอยู่นอกกรงขัง พอร่างงองุ้มก้าวออกไปหา หลิวเสียะพลันถอนหายใจโล่งอกพุ่งไปคว้าขวานมาจับกระชับมือแต่ยังคอยดูทีท่าหญิงชรากับดวงหน้าหญิงที่เรียกตัวเองว่าอาเหม่ยช่างคุ้นแววตาอย่างน่าประหลาด...

แต่นางไม่มีเวลาคิดนานนักเมื่ออีกฝ่ายกล่าวเสียงขื่นขมปนเศร้าสร้อย

“อาเหม่ยลูกแม่... แม่คิดถึงเจ้าเหลือเกิน”

นางเฒ่าเอื้อมมือสั่นเทาจับไหล่สองข้างประคองให้ลุกยืนพลันร่างนั้นเงยหน้าแต่ยังมีผ้าแพรผืนบางคลุมตั้งแต่จมูกลงไป นางถึงกับชะงักแล้วถามด้วยความเป็นห่วง

“เหตุใดไม่พูดกับแม่เจ้า น้ำเสียงยังอู้อี้ประหลาดเช่นนั้น”

“ข้าไม่สบาย ท่านแม่ต้มยาให้ข้ากินได้หรือไม่” ตอบพลางไอจนตัวโยน “ข้าเจ็บเหลือเกินท่านแม่เจ็บปวดรวดร้าวไปทั้งเนื้อตัว”

“เพราะไอ้คนต่ำช้านั่นนางเกรี้ยวกราดชี้หน้าคาดโทษคุณชายน้อยแห่งหลิวซือซือ“มันทำร้ายเจ้า แม่จะให้มันเจ็บปวดทรมานยิ่งกว่าตายทั้งเป็น

หลิวเสียะฟังแล้วถึงกับสะดุ้งรีบซ่อนขวานไปด้านหลังแล้วเอียงคอมองร่างนั้นค่อยๆ เงยหน้าส่งสายตายียวนให้นาง เพียงเท่านี้นางก็จำได้จนติดตา

“เจ้า! เจ้าคนจร”

รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นบนใบหน้าใต้ผ้าคลุมดวงตาคมถลึงใส่มองไปที่ขวาน หลิวเสียะรับรู้ว่าอีกฝ่ายแกล้งดึงเวลาให้ก็เงื้อขวานขึ้นสุดแรงฟาดลงตรงกลางข้อต่อโซ่จนขาดออกเป็นสองท่อน

ยายเฒ่าวิปลาสหันขวับด้วยความตกใจเมื่อเห็นนักโทษของนางพุ่งออกมานอกประตูพร้อมขวานและโซ่ที่ข้อเท้านางถึงกับกรีดร้องลั่นกระโจนเข้าใส่

“ไอ้คนสารเลว แกตาย

ร่างอรชรในคราบคุณชายไม่ทันตั้งตัวถูกนางเฒ่ากระโจนเข้าบีบคอจนหงายหลังร่างเล็กกว่าแต่พลังมหาศาลเนื้อตัวมอมแมมกลิ่นสาบฟุ้งกำจายคร่อมร่างนางไว้ไม่พอจิกเล็บยาวเฟื้อยจนนางเริ่มหายใจไม่ออก

หยางซุนหยางในชุดสตรีถลกกระโปรงขึ้นเหนือเข่ากระโดดพรวดเดียวพุ่งเข้ากอดเอวนางเฒ่าดึงออกมาจนหงายหลังไปด้วยกัน

“ปล่อยข้า! ปล่อย” นางตะโกนลั่น

เรี่ยวแรงพละกำลังหญิงชรามาพร้อมแรงอาฆาตศอกใส่ท้องจนอีกฝ่ายคลายมือเพราะจุกเกินบรรยายพอตั้งตัวได้ก็ผุดลุกยืนคว้ามีดปังตอเล่มยาวคมปลาบใกล้มือก้าวเข้าหาร่างในชุดสตรียกสองมือปัดป้องพลันยกเท้าขึ้นถีบท้องจนนางผงะ

“พอได้แล้ว! ปล่อยพวกข้าไป ข้าไม่อยากทำร้ายหญิงสติวิปลาสเช่นเจ้า”หยางซุนหยางประกาศกร้าว

“เจ้า! เจ้าทำร้ายแม่” นางเฒ่าวิปลาสอุทานตาเรียวหรี่เมื่อครู่เบิ่งกว้างเมื่อได้ยินเสียงแท้จริงของอีกฝ่าย “เจ้าโกหกข้า เหตุใดแกล้งปลอมตัวเป็นอาเหม่ย”

“เจ้าบ้าไปแล้วอาเหม่ยที่ไหนกันเล่า นั่นมันงูชัด ๆ”

“ไอ้คนชั้นต่ำ! กล้าว่าลูกข้าตายเสียเถอะ

ขาดคำนางเงื้อปังตอสุดมือแต่ไม่ทันฟันลงมาก็ต้องผงะปังตอหลุดจากมือปักลงบนกระโปรงพลิ้วกลางหว่างขาลูกสาวกำมะลอ

หยางซุนหยางถึงกับตาค้างตัวแข็งทื่อก่อนจะตั้งสติเอาศอกทั้งสองข้างยันพื้นหยัดตัวขึ้นมองปังตอพิฆาตมันเฉียดความเป็นชายของเขาเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด ทันใดร่างยายเฒ่าวิปลาสก็ล้มคว่ำสลบเหมือด

“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”

หลิวเสียะโยนไม้ท่อนใหญ่ที่เมื่อครู่นางใช้เป็นอาวุธตีบนกลางหลังอีกฝ่ายสุดแรงทิ้งแล้วถลาคุกเข่า

หยางซุนหยางส่ายหน้าระรัวก่อนตอบ “เฉียดลูกชายข้าไปแค่ไม่ถึงเสี้ยวของครึ่งก้านธูป”

หยางซุนหยางดึงปังตอออกก่อนจะผุดลุกยืนก้มมองดูกระโปรงขาดวิ่นทะลุหน้าหลังยังดีที่มีกางเกงซ้อนในอีกชั้น มิเช่นนั้นภาพที่เห็นอาจอุจาดตากว่านี้

“บอกแล้วว่าข้ายังมิได้แต่งศรีภรรยา หากลูกชายข้ามีอันเป็นไปใครจะรับผิดชอบ”

“ข้าเกลียดคำพูดของเจ้านัก” นางหน้างอบ่นอุบอิบ

“อีกหน่อยเจ้าจะชินไปเอง” หนุ่มพเนจรกระซิบเบาๆ

“ข้าเบื่อที่เจ้าชอบทำตัวเป็นนกกระจอกชอบโต้คารมเหยี่ยว”

หลิวเสียะค้อนใส่ก่อนพยุงร่างอีกฝ่ายเอาไว้ให้ทรงตัวหยางซุนหยางถึงกับกลืนน้ำลายเมื่อสายตาสบเข้ากับผ้าพันอกที่แลบออกมาจากสาบเสื้อของนาง

กว่าร่างอรชรในคราบชายจะรู้ตัวว่าถูกสายตาโลมเลียก็เมื่อสัมผัสคล้ายน้ำหยดลงบนหลังมือที่ประคองพอนางก้มลงมองกลับกลายเป็นสีแดง

“เลือดกำเดาเจ้าไหลแล้ว... เจ้าคนจร



+++++++++++++++++++++++

ว่าจะเขียนตะพาบการเดินทางก็ยังไม่ได้เขียน
เดี๋ยวบล็อกหน้างดลงนิยายหนึ่งตอนเขียนบ้างค่ะ

ขอฝากอีบุ๊กเรื่องนี้ด้วยนะคะ 2 เล่มจบ
มีวางที่เม็บกับไฮเท็คค่ะ
ขอบคุณมากค่า 





Create Date : 26 ตุลาคม 2561
Last Update : 27 ตุลาคม 2561 0:30:13 น. 0 comments
Counter : 313 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณtoor36, คุณhaiku, คุณสองแผ่นดิน, คุณSweet_pills, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณเริงฤดีนะ, คุณkae+aoe, คุณที่เห็นและเป็นมา, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณชลบุรีมามี่คลับ, คุณชีริว, คุณtuk-tuk@korat, คุณnewyorknurse, คุณอุ้มสี


lovereason
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 75 คน [?]









+ ++
Friends' blogs
[Add lovereason's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.