Somebody's me... Nobody's know.. You are what you thinks.. and.. I am who i am.. Whatever will be, will be..
Group Blog
 
 
ตุลาคม 2561
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
23 ตุลาคม 2561
 
All Blogs
 
หักเหลี่ยมร้ายซ่อนลายรัก บทที่ 2 / 2







พอครุ่นคิดถึงความยุ่งยากภายหน้านางก็เกิดความสับสนหากจะเดินหน้าหาผ้าโบราณต่อต้องให้คนอื่นรู้ไม่ได้คุณชายน้อยจึงส่งสัญญาณให้บ่าวคนสนิทไปคุยกันอีกทาง

“ข้ามีเรื่องที่ต้องให้เจ้าทำ” นางป้องปากกระซิบ

“ให้ข้าทำบ่าวร่างอวบขมวดคิ้วสีหน้างุนงงสักพักจึงกระตือรือร้นตอบ “คุณชายสั่งการข้ามาได้เลยขอรับ”

“ข้าต้องการให้เจ้าพานางกลับสำนักไปก่อน”

“แล้วคุณชายเล่า

“ข้าจะล่วงไปตามหาผ้าโบราณนั่นเองจะได้ไม่เสียเวลาแล้วข้าก็ไม่อยากให้ใครรู้เรื่องของเรา”

สวี่ลี่ฟังแล้วถึงกับผงะส่ายหน้าระรัว“มิได้นะขอรับหนทางอันตรายเช่นนั้นปล่อยคุณหนูไปคนเดียวนายท่านโบยข้าตายแน่ แค่ที่เราแอบหนีมาตามลำพังก็ว่าแย่แล้ว”

“ข้าบอกเจ้าว่าอย่างไรคุณชายน้อยชักสีหน้า ทำเสียงดุ “อย่าเรียกข้าคุณหนูว่าอย่างไรเล่า”

“แต่คุณหนูเป็นหญิงเดินทางลำพังมันอันตรายเกินไป”

“ใครจะรู้เล่าขนาดเจ้าคนจรนั่นยังไม่รู้เลยว่าข้าเป็นหญิง”

“แถมยังโฉมสะคราญเสียด้วย”สวี่ลี่ตอบหน้าง้ำจนโดนตีแขนดังเพียะ “โอ๊ย!คุณหนู!... เอ่อ คุณชาย ข้าลืมไปขอรับ”

“จำไว้ว่าสำนักหลิวซือซือมีบุตรชายเพียงคนเดียว”หลิวเสียะเอ่ยเสียงแผ่ว ดวงตาสลดลงคล้ายมีความรู้สึกคล้ายเย็นชาแต่ล้วนคลายลงรวดเร็ว

“โธ่คุณชายน้อยของบ่าว มีวาสนาแต่หาได้ทำดังใจ” สวี่ลี่น้ำตาซึม “ข้าไม่มีเวลาแล้ว หากสำนักเราได้ครอบครองผ้าไหมโบราณในตำนานจริงรับรองว่าเส้นทางสายไหมหนนี้จะต้องมีผ้าจากสำนักหลิวซือซือเดินทางไปเปิดตลาดทำการค้าที่เปอร์เซียให้ได้”

“แต่ข้าได้ยินว่ามีคนทอที่ฝีมือเทียบเทียมได้คุณชายไม่คิดจะสนใจทาบทามหรือขอรับ” สวี่ลี่พยายามแย้งแต่เห็นดวงตามุ่งมั่นของนายน้อยแล้วได้แต่พึมพำ“เช่นนั้นไม่ได้ก็ต้องได้สินะขอรับ”

“เข้าใจง่ายๆ ก็ดีแล้ว เจ้าจงพานางกลับไปรอที่สำนัก บอกท่านย่าว่าให้นางเป็นสาวใช้ก็ดีทำงานในครัวได้”

“เฮ้อ!มือห่างตีนห่างเช่นนั้นจะทำเป็นหรือ หากท่านย่าถามไถ่ข้าคงอึดอัดยิ่งกว่าไอ้ใบ้กินบอระเพ็ดเสียอีก” บ่าวร่างอวบลอบถอนใจ

      สกุณางามในคราบคุณชายหลิ่วตาให้สัญญาณทันทีที่สายตาเหลือบเห็นคนเจ้าเล่ห์แสร้งก้มๆ เงย ๆ หาอะไรบางอย่างไม่ใกล้ไม่ไกลกันนักความไม่ไว้วางใจทำให้คุณชายน้อยเอ่ยกับบ่าวเสียงดังคล้ายโมโห

      “เจ้าฟังไม่ผิดหรอกข้าบอกว่าเราต้องล้มเลิกการเดินทางและกลับสำนักกันได้แล้ว”

      “ว่าอย่างไรนะขอรับ” สวี่ลี่ปรับอารมณ์ตามไม่ทันสีหน้าเงอะงะงุนงงหนักกว่าเก่า

“เจ้าหูตึงแล้วหรือข้าบอกว่าจะกลับสำนักแล้ว ข้าเบื่อไม่อยากเที่ยวเล่นให้วุ่นวายก็แค่นั้น เจ้าเข้าใจยากอันใดหนักหนาฮึ นางแสร้งทำอารมณ์เสียพลันขยิบตาใส่ดังนั้นสวี่ลี่จึงเข้าใจ

“ถ้าเช่นนั้นเรารีบเดินทางกันเถอะขอรับกว่าจะถึงอีกหลายชั่วยาม”

      คุณชายน้อยพยักยิ้มที่อีกฝ่ายเล่นเล่ห์ตามทันนึกพอใจที่หนุ่มเจ้าเล่ห์คงได้ยินมิเช่นนั้นนางไม่อาจรู้ว่าเขาจะมาไม้ไหน

ภารกิจตามหาผ้าโบราณมีความสำคัญต่อสำนักของนางมากกว่าการเสี่ยงกับสตรีที่หาที่มาไม่ได้ดังนั้นการเดินทางครั้งนี้จึงต้องเป็นความลับสูงสุด…

แต่หลิวเสียะหารู้ไม่ว่าหนุ่มพเนจรแอบเข้าใจคำพูดของนางทุกคำเพราะความสามารถในการจับคำพูดจากริมฝีปากคนของเขานั้นแม่นยำตั้งแต่เด็กสืบเนื่องจากมารดาที่พิการตาบอดของเขา

นางคิดจะลวงกันงั้นหรืออย่าได้หวัง...

หึหึ...

ยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้าทันทีที่สวี่ลี่เดินส่ายอาดๆเข้ามาหา ดวงตาหรี่มองมาท่าทางเอาเรื่อง แล้วก็จริงอย่างที่คิดเมื่อบ่าวของคุณชายน้อยเท้าเอวหราหน้าตาขึงขัง

“นี่ก็เสร็จเรื่องยุ่งยากได้เวลาพวกเราต่างคนต่างไปแล้ว”

หยางซุนหยางกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนเอ่ย“ข้าเข้าใจแล้วว่าพวกพ่อค้าวานิชเช่นนายเจ้าเสร็จศึกก็ฆ่าขุนพลเช่นนี้”

“อย่าว่านายข้านะสวี่ลี่เลิกแขนเสื้อท่าทางหาเรื่องทันที

หยางซุนหยางโยนต้นหญ้าที่กำลังปั่นหูทิ้งลงพื้นยืดตัวตรงปัดเนื้อตัวก่อนตอบสวี่ลี่แต่ตามองไปทางคุณชายหน้าหวาน“ประเสริฐในเมื่อเก่งกล้าสามารถกันเช่นนี้ ข้าก็ขอไปตามทาง ข้าไปแล้วนะคุณชาย”

หลิวเสียะไม่ตอบกลับเมินหน้าไปทางอื่นมิไยที่หนุ่มพเนจรจะเอ่ยลอยลมให้ได้ยิน

“เดินทางปลอดภัยอย่าทำตัวเป็นสุนัขจับหนูอีกนะคุณชาย”

“เจ้าต่างหากที่ทำตัวเป็นสุนัข”คุณชายน้อยย้อนก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีไปอีกทาง

สวี่ลี่กับหลิงหลิงต้องเร่งฝีเท้าตามนายไปโดยทิ้งชายพเนจรไว้ข้างหลังพอลับตาก็หยุดเจรจา

“ได้เวลาแยกกันแล้ว”

“คุณชายแน่ใจว่าจะเดินทางคนเดียวจริงๆ หรือขอรับ” สวี่ลี่ถามย้ำอีกครั้ง

“แน่ใจสิเจ้าพาหลิงหลิงล่วงหน้ากลับสำนักไปก่อน ส่วนข้าจะตามไปหลังจากนั้นคงไม่เกินสามวัน”หลิวเสียะนับนิ้วมือแล้วทำหน้ายุ่งยาก “ข้าน่าจะกลับทันเทศกาลตวนอู่[1]เจ้าบอกท่านย่าแทนข้าด้วย”

“คุณชายให้ข้าไปด้วยดีหรือไม่”หลิงหลิงเสนอตัวสีหน้าเป็นห่วง “ข้าอยากตามไปปรนนิบัติพัดวีคุณชาย”

“ไม่ได้! เจ้าต้องไปกับข้า” บ่าวร่างอวบตอบแทนทันที

“แต่ข้า...”

“เอาเถอะจงทำตามที่ข้าสั่ง”

หลิวเสียะสั่งความเสร็จก็เดินแยกไปอีกทางมิไยที่สตรีงามจะรู้สึกเป็นห่วงจนน้ำตาไหลพรากสวี่ลี่ได้แต่ส่ายหน้าหนักใจแทนคุณชายน้อยของตน นึกห่วงภายภาคหน้านางผู้นี้อาจกลายเป็นเครื่องหลังของนายน้อยตน

“เจ้าจะร่ำรำพันอีกนานหรือไม่...ไปได้แล้ว” พูดจบบ่าวร่างอวบก็เดินนำร่างระหงไปทิศทางตรงกันข้ามหลิงหลิงละล้าละลังแต่ก็ยอมเดินตามไปโดยดี

หยางซุนหยางนอนดูทั้งสองฝ่ายตกลงกันเสร็จแยกกันไปคนละทางจึงผุดลุกนั่งตวัดขาเกี่ยวกิ่งไม้ครู่ใหญ่จึงโยนผลไม้ป่าทิ้ง กระโดดลงพื้นแล้วเดินตามคุณชายน้อยไปห่างๆ

การเดินทางขึ้นเขาป่าสนทางทิศตะวันตกตามแผนที่ราบรื่นจนน่าแปลกใจหลังรอนแรมหลายชั่วยามจนฟ้าเริ่มมืดจันทร์เหลืองนวลดวงใหญ่ทอแสงอ่อนผ่านแนวทึบของเมฆและสุมทุมไม้ใหญ่ ฝนเริ่มพรำเป็นระยะจากเบาเริ่มลงเม็ดหนัก

หลิวเสียะยกหลังมือปาดเม็ดฝนที่ตกกระทบใบหน้าด้วยความอ่อนเพลียโชคดีที่คราวนี้นางทำสัญลักษณ์ไว้บนต้นไม้ทำให้ไม่หลงทางเหมือนเช่นคราแรกที่หลงวนเวียนอยู่นาน

แต่สิ่งที่ต้องกังวลมากกว่าความมืดที่โรยตัวอย่างเงียบงันคือที่พักค้างแรมร่างอรชรในคราบคุณชายเหลียวมองไปรอบกายล้วนเต็มไปด้วยป่าสนสภาพเหมือนกันแทบไม่มีสัญญาณบ่งบอกถึงสิ่งมีชีวิตอื่นใดแม้แต่สัตว์ป่า

      ช่างน่าแปลกนัก...

      นางฟาดไม้ถางพงหญ้าไล่สรรพสัตว์มีพิษและอาศัยเสียงสวบสาบของต้นหญ้าเป็นเพื่อนเดินทางแต่ไม่นานก็ต้องสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงร้องโอดโอยดังไม่ไกล

“เสียงใคร

สองเท้าเร่งฝ่าดงหญ้าสูงกว่าสองศอกอย่างรวดเร็วไปยังทิศทางที่ได้ยินแล้วนางก็ได้พบต้นทางที่มาของเหตุ

      “โอย...ช่วยด้วย! ขาข้า...”

      หญิงชราร่างเล็กผมสีเทาแซมขาวรวบหลุดลุ่ยนอนคุดคู้ตะแคงกายร้องครวญครางบนหลังงุ้มของนางมีตะกร้าเก่าคร่ำคร่าเต็มไปด้วยเศษไม้ใหญ่น้อย

หลิวเสียะรีบรุดไปใกล้แล้วนั่งคุกเข่าตรงหน้าพลางร้องถาม“ท่านยาย! บาดเจ็บตรงไหนบอกข้า

“พ่อหนุ่ม! ช่วยด้วย

      หญิงชราหน้าเหี่ยวย่นเผยอยิ้มมุมปากค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมอง เพียงแค่สบตาคุณชายน้อยแห่งหลิวซือซือถึงกับตาค้างราวต้องมนต์สะกดแววตาหญิงชราวาววับฉายแสงสีแดงวาบหนึ่งต้องตาจนสติคุณชายน้อยขาดผึงดับวูบไปในทันที...



      “ท่านพ่อ...ท่านพ่อเจ้าขา วันนี้ข้ามีข่าวดีเจ้าค่ะ ท่านพ่อ...”

      ทาริกาน้อยในชุดสตรีสีชมพูอ่อนกรุยกรายวิ่งพลางร้องเรียกหาบิดามาตามทางเดินจนถึงโถงกลางของสำนักมือป้อม ๆ แง้มบานประตูจะก้าวเข้าไปพลันต้องหยุดเมื่อมีเสียงเล็ดลอดออกมาจากภายใน นางแนบหูฟังด้วยความอยากรู้เพราะเสียงฉุนเฉียวของบิดา

     ท่านพ่อกำลังเจรจากับใครอยู่...

ทาริกาน้อยรำพึงแล้วเงี่ยหูฟังด้วยความตั้งใจ

     “ท่านแม่จะให้ข้าทำเช่นไรเล่าขอรับภรรยาข้าก็ตายไปแล้วบุตรชายสืบสกุลเช่นสำนักอื่นก็หามีไม่”

     “แม่ถึงบอกให้เจ้าแต่งภรรยาเข้าบ้านอีกสักคนอย่างไรเล่า”

     “เช่นนั้นมิได้ขอรับ”

     “เหตุใดไม่เจ้าไม่อยากมีบุตรชายสืบสกุลหรือ”

     “คือข้า...ข้า ข้าสัญญาไว้ก่อนนางตายว่าข้าจะไม่มีอนุ จะรักนางคนเดียว”

“คนตายไปแล้วเหตุใดจึงผูกมัดตัวเองด้วยคำสัญญา” ประมุขชราแห่งหลิวซือซือโต้แย้งทันที

เจ้าสำนักอึกอักเมื่อคำตอบนั้นมิใช่หนทางปลายอุโมงค์ที่มารดาต้องการแต่คำพูดนั้นมิอาจคืนคำได้ “ข้าเชื่อว่าอาเสียะจะต้องเข้าใจในสิ่งที่ข้าทำ”

     “เช่นนั้นเจ้าก็ต้องให้นางเป็นอย่างที่นางถือกำเนิดลูกเจ้าควรจะได้ร่ำเรียนวิชาในโรงเรียน มิใช่กักขังไว้แต่ในบ้านเช่นนี้”

     “ข้ามิได้ขังลูกข้าสรรหาครูที่ดีที่สุดเผื่อนางนะขอรับ” เจ้าสำนักเสียงแข็งเดินไปเดินมาลงฝีเท้าหนัก ๆ อีกทั้งสีหน้าครุ่นคิดก่อนเอ่ยต่อ “มีผู้ใดบ้างไม่รักลูกตัวเอง หากมีมันผู้นั้นเป็นคนก็คล้ายมิใช่คนแล้ว”

      “แม่จะไม่เถียงกับเจ้าแต่แม่ขอยื่นคำขาดว่าอาเสียะควรจะได้รับอิสระ นางควรได้แต่งงานเป็นภรรยาของใครสักคนและที่สำคัญนางควรได้เป็นแม่ของเด็กคนหนึ่งเมื่อถึงเวลา”

      “ข้า...ข้าเอาสำนักมาเสี่ยงเช่นนั้นมิได้”

      “เช่นนั้นก็ไม่ต้องมาพูดกับแม่

      ประมุขชรากล่าวจบผลุนผลันออกจากห้องคุณหนูน้อยถึงกับหลบวูบด้วยความตระหนก

     ท่านพ่อกับท่านย่าทะเลาะกันเพราะนางงั้นหรือ...

ทาริกาน้อยครุ่นคิดในใจ ครั้นจะผลักบานประตูเข้าไปก็มีมือป้อมอวบกว่ามาดึงนางไว้ หลิวเสียะหันขวับไปมองแล้วทำหน้าง้ำเมื่อเห็นหน้าอีกฝ่ายทันที

     “อาลี่!เจ้า

     “คุณหนูแอบฟังท่านพ่อกับท่านย่าเจรจากันไม่ดีนะเจ้าคะ”

     “แล้วเจ้าจะให้ข้าทำอย่างไรข้าอยากจะเล่าให้ท่านพ่อฟังว่าข้าเรียนได้คะแนนเต็มนี่นา”

     สวี่ลี่ผู้มีเรือนร่างอวบกว่าแต่ความปราดเปรียวไม่เป็นรองยกมือปิดปากนายน้อยของตนลากพาตัวออกมาหลบข้างเสาแล้วกระซิบบอก“อย่าเสียงดังสิเจ้าคะ”

     ทันทีทันใดประตูก็เปิดกว้างหลิวข่ายเยี่ยมหน้าออกมามองกวาดตาซ้ายขวาอย่างระแวดระวังก่อนที่เสียงตามหลังจะดังขึ้น

     “ข้าบอกแล้วให้เจ้าพูดเบาๆ มีใครอยู่ด้านนอกหรือไม่” ประมุขชราแห่งหลิวซือซือเอ่ย

     “ไม่มีผู้ใดขอรับ”

     “เจ้าแน่ใจนะ”นางสำทับอีกครา

“ขอรับ” เจ้าสำนักกล่าวพลางกวาดสายตามองพลันหน้าถอดสีเมื่อเห็นชายกระโปรงพลิ้วไหวที่ข้างกำแพงจึงรีบปิดประตูก่อนประคองมารดาไปนั่งที่เดิมแล้วนั่งลงตามบีบมือนางคล้ายปลอบใจก่อนเอ่ย“ที่ข้าต้องทำเช่นนั้นก็เพื่อรักษาสำนักของเราเอาไว้ สำนักจะมาปิดตัวเพียงเพราะข้าไม่มีบุตรชายสืบทอดกิจการมิได้”

      “แต่แม่ไม่เห็นด้วยกับความคิดเจ้า เจ้าไม่ควรเลี้ยงบุตรีเยี่ยงชาย”

      “ข้ารู้ว่าต่อไปลูกข้าต้องแบกภาระมากมายนางต้องเข้าใจขอรับท่านแม่”

      “แล้วถ้าลูกเจ้าเตลิดไปเล่า”

      “ลูกข้ามิมีวันทำเช่นนั้นหรอกท่านแม่อีกหน่อยนางต้องรู้ว่าภาระหน้าที่สำคัญกว่าความสุขส่วนตัวมากนัก”

     “แม่ไม่พูดกับคนหัวดื้อเช่นเจ้าแล้ว”

ทาริกาน้อยลอบฟังทุกคำด้วยความตระหนกสุดขีดนางล่วงรู้ความนัยของบิดาแล้ว มิน่าเล่านางจึงถูกห้ามไม่ให้ไปโรงเรียนเฉกเช่นคนอื่น

     นางสะอื้นไห้เมื่อนึกถึงวันที่ต้องตัดผมสลวยยาวกลางหลังเหลือเพียงผมยาวประบ่าเพื่อรวบมวยผูกผ้าแบบบุตรชาย เลิกประแป้งแต่งแต้มสีชาดบนริมฝีปาก เลิกอาบน้ำด้วยน้ำอบปรุง เลิกรัดเท้าและสลัดชุดยาวฮั่นฝูสตรีกรอมเท้าสีหวานแสนสวยออกแล้วแทนที่ด้วยชุดบุรุษกับเสื้อคลุมตัวยาวเยี่ยงชายชาวฮั่นนับแต่นั้น...

นี่คือชะตากรรมที่นางต้องเผชิญ...





[1] เทศกาลตวนอู่ :เทศกาลไหว้บะจ่างจัดเดือนพฤษภาคมของทุกปี




+++++++++++++++++


ขอบคุณที่ติดตามอ่านค่ะ

ขอฝากอีบุ๊กด้วยนะคะ 

^___^




Create Date : 23 ตุลาคม 2561
Last Update : 23 ตุลาคม 2561 13:25:42 น. 0 comments
Counter : 204 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณที่เห็นและเป็นมา, คุณtoor36, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณhaiku, คุณkae+aoe, คุณSweet_pills, คุณสองแผ่นดิน


lovereason
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 75 คน [?]









+ ++
Friends' blogs
[Add lovereason's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.