Somebody's me... Nobody's know.. You are what you thinks.. and.. I am who i am.. Whatever will be, will be..
Group Blog
 
 
ตุลาคม 2561
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
21 ตุลาคม 2561
 
All Blogs
 
หักเหลี่ยมร้ายซ่อนลายรัก บทที่ 2 / 1









       “นายท่าน! นางหนีไปแล้ว”

ชายหน้าเสี้ยมลูกน้องเหยาเหอไป่ตะโกนลั่นเมื่อเห็นหลังไวๆ ของสตรีงามถูกร่างอวบท่าทางเงอะงะลากถูลู่ถูกังผ่านไป เหยาเหอไป่ถึงกับตาค้างถูกลูบคมสั่งลูกสมุนของตนให้ตามไปทันที

       “พวกเจ้ารออะไร! รีบตามไปเอานางกลับมาให้ได้”

       “ขอรับนายท่าน”

       สมุนสามสี่คนก้มหน้ารับคำด้วยความกลัวลนลานก่อนจะพากันวิ่งตามไปหลิวเสียะมองตามสองร่างด้านหน้าที่วิ่งหายลับตาด้วยความเป็นห่วงไม่ว่าจะสวี่ลี่หรือนางผู้นั้นที่ให้ความช่วยเหลือดูอ่อนแรงเกรงจะถูกจับได้ตั้งแต่ไม่ทันไปไหน

หยางซุนหยางเห็นท่าไม่ดีเมื่อโดนกระชับพื้นที่แคบลงจากคนหมู่มากจึงดันร่างคุณชายน้อยไปไว้ด้านหลังแล้วชักกระบี่ของนางมาขู่

“พวกเจ้ากล้าก็เข้ามาเลย

“เอาดาบข้าคืนมาหลิวเสียะร้องเสียงหลงแต่อีกฝ่ายกลับกระตุกยิ้มมุมปากก่อนเอ่ย

“ข้ายืมก่อนน่าคุณชาย”

“กระบี่เจ้าก็มีเหตุใดมายุ่งของข้าเล่านางฮึดฮัดขัดใจและยิ่งต้องตกใจเมื่อฝ่ายนั้นคนมากกว่ามาก

     “วันนี้ข้าต้องเอาเลือดหัวพวกเจ้าให้ได้”เจ้าของโรงเตี๊ยมขู่

หยางซุนหยางฟังแล้วแสร้งหดคอแต่สีหน้าไม่สะทกสะท้านไม่พอกลับหัวเราะเยาะใส่ผิดกับคุณชายน้อยที่สีหน้าขึงขังพอไม่มีดาบก็หยิบมีดพกวาววับเตรียมรอ

“แทนที่จะเอาเลือดหัวข้า เอากระหม่อมบาง ๆของเจ้าเตรียมแก้ตัวกับทางการก่อนดีหรือไม่เล่า” หนุ่มพเนจรยั่วยุอีก

คราวนี้คุณชายน้อยทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอเป็นเชิงห้าม“เจ้าอย่ายั่วยุพวกมันได้หรือไม่...”

“อย่าทำเป็นถูกผีตีเอาสิ... คุณชายหน้าหวาน”

“เจ้า! เจ้ากล้าว่าข้าตระหนกเกินเหตุหรือ

“เถอะน่า ๆ” หนุ่มพเนจรลากเสียงล้อเลียนพลันหันไปทางเหยาเหอไป่“มาเลย! แน่จริงเข้ามา

“ระวังเงาหัวเจ้าไว้ คนถูกท้าประกาศกร้าว“ข้าอยากรู้นักว่าตอนใกล้ตายจะยังหัวเราะได้เช่นนี้หรือไม่พวกเจ้าจัดการมันเดี๋ยวนี้

     “โอ๊ยโหยว!ช่างน่ากลัวเหลือเกิน งั้นพวกเจ้าต้องออมแรงให้หน่อยแล้วข้ากลัวศพไม่สวย พอดีเพิ่งเจอเนื้อคู่หากชาตินี้ยังไม่ได้เข้าหอแต่งภรรยา ข้าก็ยังตายไม่ได้”

ร่างอรชรในคราบคุณชายถึงกับตาค้างกับคำพูดห่ามห้วนยิ่งสายตาวาววับของหนุ่มพเนจรที่จ้องมองนางราวสื่อความนัยประหลาด

     “เจ้าคงได้ไปเข้าหอเอาชาติหน้าหากปากยังพาจนเช่นนี้”นางกระซิบหน้าเครียด “นี่มิใช่เวลาปั่นหัวพวกมันป่านนี้สวี่ลี่คงพาแม่นางคนนั้นไปไกลแล้ว ข้าก็ต้องไปด้วยยังไม่อยากเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่”

     “แล้วข้าบอกเจ้าหรือว่าเราจะเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่ต้องพวกมันตายก่อนถึงจะถูก” หนุ่มพเนจรเหยียดยิ้มมุมปากแล้วยักไหล่ก่อนจะดีดนิ้วเป่าปากให้สัญญาณพลางร้องตะโกนลั่น

“เจ้าหน้าที่มาแล้ว!เจ้าหน้าที่มา”

“เจ้าหน้าที่อะไรของเจ้าหลิวเสียะเหลียวตามสีหน้าแตกตื่นแต่อีกฝ่ายกลับกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์เช่นเคย

“เจ้ารอดูไป” ว่าพลางตะโกนไปที่ประตูอีกรอบ“พวกทำโรงกษาปณ์เถื่อนอยู่ทางนี้ขอรับนายท่าน

สิ้นเสียงร้องของคนเจ้าเล่ห์ ทั้งกลุ่มก็แตกฮือหันขวับไปตามกันเมื่อชายฉกรรจ์ในชุดเครื่องแบบทางการกรูเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือต่างกระเจิงหาทางหนีทีไล่ มีเพียงเจ้าของสถานที่ที่ไม่สามารถหนีไปไหนได้เพราะถูกดาบยาวคมวาววับนับสิบพุ่งจ่อคอหอย

     “ข้าบริสุทธิ์! ไม่ใช่อย่างที่ใต้เท้าคิดนะขอรับ” เจ้าของโรงเตี๊ยมร้องเสียงหลงพลันชี้มือไปอีกทาง“ข้าไม่ได้ทำผิด พวกมันสองคนใส่ร้ายข้า”

     หยางซุนหยางยิ้มเยาะพลางก้าวอาดๆ มาหยุดตรงหน้าเจ้าของโรงเตี๊ยมก่อนเอ่ย “อย่ามาทำตัวเป็นมดบนหม้อน้ำร้อนเพราะเจ้าทำตัวเองทั้งนั้น”

     “ข้าเปล่าทำ!ข้าไม่ได้ทำ! มันใส่ร้ายข้า”

“มือปราบเนี่ย... ท่านเห็นหรือไม่ขอรับ มันทำผิดหายอมรับผิดไม่เช่นนั้นสมควรที่จะลงโทษมันให้หลาบจำ”

เจ้าของโรงเตี๊ยมฟังแล้วถึงกับเข่าอ่อนคอหดแม้กลืนน้ำลายยังไม่สามารถทำได้เพราะดาบจ่อห่างจากคอหอยเพียงปลายก้านธูป

ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทางการตบบ่าอีกฝ่ายราวสนิทสนมก่อนจะหันมาแจ้งข้อกล่าหา“ข้าได้รับแจ้งจากคนผู้นี้ว่าที่นี่มีการซื้อขายมนุษย์และเปิดโรงกษาปณ์ผิดกฏหมายเจ้ามีอะไรจะแก้ตัวหรือไม่”

“ข้าถูกใส่ความขอรับ ข้าถูกใส่ความเจ้าของโรงเตี๊ยมยกมือไหว้ประหลก ๆ แต่ปากยังคาดโทษหนุ่มพเนจรอีก “ต้องเป็นเจ้าแน่ เจ้าหาญกล้าใส่ความข้ารึไอ้คนจร ไหนกันหลักฐานของเจ้า

     “ตัวข้าคือหลักฐาน”หนุ่มพเนจรประกาศก้อง “คำพูดของข้าคือหลักฐานเอาผิดเจ้า”

     “คำพูดของมันเอามาเป็นหลักฐานมิได้นะขอรับนายท่าน”เจ้าของโรงเตี๊ยมโอดครวญต่อเจ้าหน้าที่

      หยางซุนหยางเหลือบมองด้วยความสมเพชก่อนยิ้มเยาะตอบ“พวกเจ้าไม่เชื่อข้าก็ตามใจแต่ข้าบอกได้เพียงว่าการค้าผู้หญิงกับโรงกษาปณ์ผิดกฎหมายโทษสูงนักพวกเจ้ารู้หรือไม่ ตอนนี้ฮ่องเต้ทรงส่งกำลังกวาดล้างเช่นนี้แล้ว พวกเจ้าอย่าหวังว่าจะรอดข้านับหัวได้เลยว่าคนใดในพวกเจ้าจะโดนโทษประหารเจ็ดชั่วโคตรบ้าง”

     “เจ้าโกหก

เหยาเหอไป่ที่โดนคุมตัวไว้คนละฝั่งกับเจ้าของโรงเตี๊ยมกระแทกเจ้าหน้าที่ทีเผลอจนหลุดก่อนจะชักดาบจากมือเจ้าหน้าที่พุ่งตรงมาแต่ยังไม่ทันถึงตัวก็ถูกหนุ่มพเนจรขัดขาจนล้มลงดาบในมือกระเด็นห่างตัวร่างอ้วนพรวดพราดลุกแต่ไม่พ้นฝ่าเท้าหยางซุนหยางที่กดลงมากลางอกไปได้

“ทำร้ายอดีตเจ้าพนักงาน เจ้าโดนข้อหาหนักแน่” หยางซุนหยางกล่าวท้าทายดวงตาโขนแสงวูบหนึ่งก่อนลดระดับลงหันไปหามือปราบ“อย่าเสียเวลาฟังพวกมันเห่าหอนอีกเลยใต้เท้า คุมตัวมันไปได้เลย”

“ขอบใจเจ้ามาก เอาไว้มีเวลาไปกินโต๊ะกัน” เจ้าหน้าที่ยศใหญ่ตบบ่าแข็งแรงของหนุ่มพเนจรก่อนพยักหน้าให้เจ้าหน้าที่คุมตัวเจ้าของโรงเตี๊ยมกับพ่อค้าข้าวสารและสมุนออกไป

หยางซุนหยางเหยียดยิ้มพึงพอใจในผลงานแต่คำถามจากคุณชายน้อยทำให้ต้องหุบยิ้ม

“เจ้าเคยเป็นมือปราบหรือ”

     “เจ้าก็อย่าเพิ่งสนใจได้หรือไม่เล่า”

หยางซุนหยางส่ายหน้าระอาพลันคว้ามือคุณชายน้อยวิ่งออกไปผ่านทางดินลาดต่ำจนถึงราวป่าทางทิศตะวันออกแสงไฟจากหมู่บ้านก็เริ่มริบหรี่ไกลออกไป

หลิวเสียะที่โดนลากถูลู่ถูกังก็สะบัดมือหนุ่มพเนจรออกก่อนจะค้อมตัวลงสองมือจับเข่าทั้งสองข้างพยุงตัวพ่นลมหายใจเหนื่อยหอบ

“เจ้าคนจร! เรามิได้ทำสิ่งใดผิดเหตุใดต้องคิดหนีด้วย”

“หลักฐานการซื้อขายคามือคาตาเจ้าหน้าที่เช่นนั้นเจ้าจะบอกว่ามิได้ร่วมประมูลหญิงงามกับพวกมันหรือ” คนจรว่าพลางส่ายหน้าระอา“หน้าตาเจ้าหรือก็ฉลาดดี”

“เช่นนั้นผู้ใดเป็นคนแจ้งกองปราบ เจ้ารึ

“ข้าก็รู้เท่ากันกับเจ้ามิใช่พ่อมดหมอผีจะได้หยั่งรู้ดินฟ้า”

“เจ้าอย่ามาสามหาวกับข้า” คุณชายน้อยตวาดพลันนึกได้มองหาบ่าวคู่ใจ“ป่านนี้ไม่รู้ว่าสวี่ลี่จะพานางผู้นั้นไปถึงไหนแล้ว”

“ข้าหารู้ไม่” หยางซุนหยางเอ่ยไม่สะทกสะท้าน

คุณชายน้อยฟังแล้วลอบค้อน พลันเสียงสวบสาบคล้ายฝีเท้าเหยียบย่ำบนใบไม้แห้งก็ดังขึ้นทางเนินดินไม่ไกลบ่าวร่างอวบแหวกพงหญ้าลงมาพร้อมตัวต้นเหตุที่ยังคงตัวสั่นงันงกท่าทางลนลานของนางน่าสมเพชจนหลิวเสียะอดสงสารไม่ได้

“คุณชาย... ” สวี่ลี่โผเข้ากอดคุณชายของตนจับเนื้อตัวสำรวจด้วยความเป็นห่วงก่อนเอ่ย“ปลอดภัยดีใช่หรือไม่คุณชายน้อยของข้า”

“ข้าปลอดภัยดี” นางยิ้มอ่อนโยนพลางมองเลยไปด้านหลังแล้วเอ่ยถาม“แล้วเจ้าเล่าเป็นอย่างไรบ้าง”

“ข้ามิเป็นไร ขอบคุณคุณชายที่เมตตาช่วยเหลือข้า”

พูดจบร่างอรชรก็ตรงเข้ามาจับมือทั้งสองของหลิวเสียะพลันคุกเข่าลงตรงหน้าคุณชายหน้าหวานถึงกับสะดุ้งทรุดนั่งลงชันเข่าตรงข้ามสีหน้ากระอักกระอ่วนเช่นเดียวกับสวี่ลี่และหยางซุนหยางที่ต่างมองด้วยดวงหน้าเรียบเฉย

“ข้าไม่ได้กระทำสิ่งใดให้เจ้าเลย อย่าถือเป็นบุญเป็นคุณ”

“คุณชายช่วยชีวิตข้าเอาไว้” นางพูดจบช้อนตามองอย่างซาบซึ้ง“ข้าซาบซึ้งใจขอมอบชีวิตเป็นทาสรับใช้คุณชาย”

“อย่าต้องถึงขั้นนั้น” หลิวเสียะรีบดึงมือออกเมื่อสบสายตาแฝงความหมายของนางจึงเอ่ย“แล้วบ้านเจ้าไม่คิดกลับไปหรือ

“ข้าไม่มีที่ให้กลับไปแล้ว”

“แล้วเช่นนั้นจะทำอย่างไรต่อไป”

“ข้าสาบานจะขอติดตามคุณชายไปจนชั่วชีวิต” นางตอบเสียงหวานล้ำ สีหน้ามุ่งมั่นดวงตาเป็นประกาย “ข้าสัญญาจะไม่ทำให้คุณชายรำคาญใจ ต่อให้ขึ้นสวรรค์หรือลงนรกข้าก็พร้อมพลีได้เพื่อคุณชาย”

“ไม่ต้องถึงขั้นนั้น ข้าว่าเจ้าอย่าสาบานจะดีกว่า”คุณชายน้อยทักท้วงพลันสบตาบ่าวคู่ใจแล้วกระซิบบอก “ช่วยข้าสิอาลี่”

“แต่ข้าอยากติดตามคุณชาย” นางยังกล่าวต่อ

พลันสวี่ลี่จึงออกหน้าทักท้วง

“มิได้หรอก... เจ้ารู้หรือไม่ว่าที่ที่นายข้าจะไปมันอันตรายแค่ไหนหญิงอย่างเจ้าเชื่องช้าอืดอาดไปรังแต่จะเป็นภาระให้เสียเปล่า ๆ”

“ข้าจะไม่ทำตัวเป็นภาระ” นางเสียงอ่อยชวนสงสารพลันน้ำตาร่วงผล็อยราวสั่งได้

หลิวเสียะฟังแล้วหน้าซีดลงหลายส่วน นางกลางป่าผู้นี้เป็นโฉมสะคราญโดยแท้ดวงหน้านวลใสไร้สีสันแต่งแต้มงดงามอย่างที่กล่าวขวัญผิวเนียนราวหยกนั้นขาวราวหิมะและดวงตาสีแปลกจะดำก็ไม่ใช่น้ำตาลก็ไม่เชิงทำให้หญิงไร้ที่มาผู้นี้ดูหมดจดกว่าใครที่เคยพบ

คุณชายน้อยพินิจนางแล้วให้เกิดความสงสารทั้งสะท้อนใจที่ตนเองต้องอยู่ในร่างชายหามีผู้ใดเคยเห็นความงามของนางเฉกเช่นนางผู้นี้

คนที่ทนดูไม่ได้อีกต่อไปก็คือหนุ่มพเนจรจอมเจ้าเล่ห์หยางซุนหยางที่กระแอมเสียงดังแล้วดึงแขนคุณชายน้อยให้ลุกยืน

“ซาบซึ้งกันแล้วควรพอมิเช่นนั้นอาจโดนฟ้าผ่า”

“เอ๊ะ! เจ้านี่” หลิวเสียะปราม

สวี่ลี่เห็นหนุ่มพเนจรพูดจาถือสนิทกับนายตนก็ชักแขนเสื้อขึ้นสีหน้าขึงขังพร้อมท้าตีท้าต่อยเต็มที่

“อย่ามาสามหาว ริอ่านแช่งคุณชายของข้าให้โดนฟ้าผ่าไม่เคยตายใช่หรือไม่

“โอ๊ะ! ข้ากลัวแล้ว อย่าทำข้าเลยข้าบอกแล้วว่ายังตายมิได้หากยังไม่ได้แต่งภรรยา” หยางซุนหยางยกมือยอมแพ้พลันถอยหลังพิงต้นไม้ผิวปากอย่างสบายอารมณ์

หลิวเสียะพรูลมหายใจอึดอัดพอตั้งสติได้จึงเหลือบมองหญิงงามที่ยืนเจียมเนื้อเจียมตัวอยู่ใกล้ ๆ เห็นนางชมดชม้อยตามาก็กระอักกระอ่วนจึงเลี่ยงถามเรื่องอื่นกับนาง

“เจ้าชื่อแซ่ใด เป็นลูกเต้าเหล่าใคร ข้าจะได้ให้สวี่ลี่ไปส่ง”

“ไปส่งหรือขอรับ” สวี่ลี่สวนทันควันพอเห็นหน้าผู้เป็นนายดุใส่ก็หดคอกลับไปยืนด้านหลังรอฟัง

“ข้าชื่อหลิงหลิง พ่อแม่ตายหมดแล้ว ตอนนี้ข้าเหลือตัวคนเดียวไม่มีที่ไปอยากขอความกรุณาคุณชาย...”

     ซวยแล้ว...

คุณชายน้อยได้แต่คิดในใจหากต้องให้นางติดสอยห้อยตามไปด้วยแววความยุ่งเหยิงอาจตามมาตั้งแต่ยังไม่ก้าวเท้าออกจากหมู่บ้านป่าสนแห่งนี้เป็นแน่

“เอ่อ...คือข้าคิดว่า”

ไม่ทันที่หลิวเสียะจะได้ปฏิเสธหยางซุนหยางก็ทะลุกลางปล้องสีหน้าสงสัยเป็นอันมาก

“ถ้าเช่นนั้นแล้วเจ้าโดนจับจากที่ใดเหตุใดจึงจับพลัดจับผลูมายังป่าสนแห่งนี้ นี่มิใช่สถานที่โคจรสำหรับโฉมสะคราญเช่นเจ้า”

“ข้า...คือข้า” นางอึกอัก

สวี่ลี่เกิดความหมั่นไส้ที่คนไม่มีหัวนอนปลายเท้าเข้ามายุ่มย่ามจึงตอบแทนนาง“เจ้าจะอยากรู้ทำไมเสร็จธุระปะปังแล้วต่างคนต่างไปจะดีกว่าหรือไม่”

“ก็ข้าอยากรู้”หนุ่มพเนจรทำเสียงยานคางล้อเลียนบ่าวร่างอวบบ้าง “หากมิมีที่มาที่ไปจะให้คุณชายไว้ใจเจ้าได้อย่างไร”

หลิงหลิงอึกอักมองคุณชายด้วยแววตาเว้าวอนสลับกับขอความช่วยเหลือจากสวี่ลี่พลันนางก็ทรุดลงนั่งบนพื้นดินคร่ำครวญจนคุณชายหน้าหวานถลึงตาใส่ชายปากเสียแล้วเอ่ยปลอบนาง

“เจ้ากำลังทำให้นางอึดอัด”นางแย้งแทนก่อนจะหันมาทางหลิงหลิง “เจ้าอย่ากังวลไปเราค่อยคิดค่อยหาทางออก”

แต่นางคุกเข่าอ้อนวอนทั้งน้ำตา“ให้ข้าติดตามคุณชายไปด้วยเถอะนะข้าเหลือตัวคนเดียวแล้วจริง ๆ”

หลิวเสียะหน้าเครียดสงสารนางนั้นก็ส่วนหนึ่งแต่หนทางข้างหน้ายังหาทิศทางแน่นอนไม่ได้หนุ่มพเนจรเห็นคุณชายหน้าหวานดูจะใจอ่อนจึงลงนั่งชันเข่าตบบ่าหลิงหลิงพลางจ้องนางด้วยแววตาอ่อนโยนวูบหนึ่ง

“ไหนเจ้าเล่าให้ข้าฟังทีสิว่าเจ้ามาจากที่ใด”

“พ่อข้าเป็นพ่อค้าวานิชรอนแรมจากเสฉวนหมายจะเข้าร่วมขบวนเส้นทางสายไหมไปเปอร์เซียกับทางการแต่มีเหตุโดนปล้นกลางทาง พ่อกับแม่และครอบครัวข้าโดนฆ่าตายหมด แล้วพวกมัน...พวกมันก็”

“มันทำอะไรเจ้า”หนุ่มพเนจรเอ่ยถามเสียงเรียบ

“เจ้าไม่ต้องเล่าแล้ว”คุณชายน้อยตัดบทแล้วค้อนคนถามตาคว่ำ “เจ้านี่ช่างวุ่นวาย”

“ก็ข้าเป็นห่วง” หยางซุนหยางเสียงอ่อยลง

“หากคุณชายน้อยไม่ไว้ใจในตัวข้าข้าก็มิรู้จะมีชีวิตอยู่ได้หรือไม่แล้ว” นางรำพันสะอึกสะอื้น“พวกมันแลกข้ากับม้า แล้วคนตัดฟืนจะปล้ำข้าแต่ข้าไม่ยอมจึงหนีออกมาเจอพวกนอกด่านจับเอาข้ามาขายต่อที่โรงเตี๊ยมจนพวกท่านมาเจอแต่ข้ายังมิเสียตัวให้พวกมันนะเจ้าคะคุณชาย”

“โธ่! เจ้าช่างอาภัพนัก” หลิวเสียะเสียงแผ่วด้วยความสงสาร

เพียงคำตอบอารีจากหลิวเสียะโฉมสะคราญถึงกับกระโดดกอด แนบดวงหน้างามคลอน้ำตากับไหล่บอบบางท่ามกลางสายตาสองคู่ที่ต่างความรู้สึก

คนที่ดูอึดอัดที่สุดคงไม่พ้นร่างอรชรในคราบคุณชายที่โดนกอดรัดฟัดเหวี่ยงต่อหน้าธารกำนัลกว่าจะผละออกได้ต้องให้หยางซุนหยางช่วยดึงนางผู้นั้นออกไป

ให้ฟ้าผ่าตายเถอะ...


+++++++++++++++++++++++++


ขอฝากเรื่องนี้ด้วยนะคะ 

ตอนเขียนเรื่องนี้ (นิยายจีน) เรื่องแรก

ไม่รู้จะหัวหรือก้อย จะขายได้ไหม จะมีคนซื้อรึเปล่า

ไม่กล้าทำเล่มก็เลยทำเป็นอีบุ๊กอย่างเดียว

ตอนนี้เล่มสองติดโบแดงแล้ว (รอเล่มหนึ่งด้วย) งือออ  ดีใจ

เพิ่งเคยได้ตื่นเต้นมากมายค่ะ 

เรื่องที่วางขายอีบุ๊กก็ขายไป 

ส่วนนิยายไทยจะมีเป็นรูปเล่มคือ

กระซิบรักฝากหัวใจที่ปลายฟ้า (เอรินกับชานนท์) 

ออกกับสำนักพิมพ์กลางปีหน้า

จะได้เขียนคำนำอีกแล้ว อิอิ

ได้เป็นเล่มสักทีหลังจากรอนแรมมานานมากมาย

ขอฝากด้วยนะคะ 

ขอบคุณที่ติดตามอ่านค่า 

^__^




Create Date : 21 ตุลาคม 2561
Last Update : 21 ตุลาคม 2561 15:23:45 น. 0 comments
Counter : 248 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณเริงฤดีนะ, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณhaiku, คุณtoor36, คุณสองแผ่นดิน, คุณSweet_pills, คุณnewyorknurse, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณกะว่าก๋า, คุณmaistyle, คุณkae+aoe, คุณผีเสื้อยิปซี, คุณALDI


lovereason
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 75 คน [?]









+ ++
Friends' blogs
[Add lovereason's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.