happy memories
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2551
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
5 พฤษภาคม 2551
 
All Blogs
 
เดือนรุ่ง




เดือนรุ่ง - เพ็ญศรี พุ่มชูศรี




เดือนรุ่ง
คำร้อง - ทำนอง สง่า อารัมภีร์

มองเห็นเดือนรุ่งฟ้า
สาดรังษีทอนวลจ้า พาให้ฉันเพลินใจ
มองดูรอบตัวทั่วไป
ช่างงามซึ้งใจ ด้วยแสงเดือนกระจ่าง

พอถึงคราข้างแรม
เดือนที่หงายจ้าแจ่ม ก็ซีดมัวสลัวเลือนลาง
ดูเดือนดั่งมีม่านมาพราง
ให้ความสวยอัปปาง ยิ่งมองยิ่งเศร้าใจ

ชีวิตเราเหมือนเดือน
สุขมาเยือนไม่นาน ก็เลือนห่างไป
ทิ้งให้เรานี้หม่นไหม้
แรมใจเหมือนเดือน แรมร้างนภา

คืนนี้เดือนรุ่งแล้ว
มองดูฟ้า ฟ้าก็แผ้ว ยังไม่เห็นรักคืนมา
คอยเราเฝ้ารอคอยทุกเวลา
คอยรักให้กลับมาหาเดือนรุ่งเอย.





พระจันทร์กระจ่าง


คุณเพ็ญศรีได้รับการปล่อยตัวไม่นานนักก็ได้งานทำ คุณจำนรรจ์ กุลฑลจินดา ซึ่งเคยเดินทางไปสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อ พ.ศ. ๒๕oo ด้วยกัน เป็นหัวหน้าวงดนตรีประจำอยู่ที่คลับแมนดาริน ชั้นบนของภัตตาคารห้อยเทียนเหลา เขาจึงชักชวนให้คุณเพ็ญศรีไปเป็นนักร้องประจำที่นั่น ซึ่งคุณสุวัฒน์เล่าไว้ใน “คนสองคุก” ว่า

“คุณเพ็ญศรีได้รับเงินจากการร้องเพลงที่นั่นเดือนละ ๖,ooo บาท มากกว่ารายได้ของผมจากการเขียนบทละครวิทยุและละครที.วี. ถึงสามเท่า"

ในช่วงนี้เองที่บรรดาเพื่อน ๆ ในวงการซึ่งเป็นทั้งเพื่อนของคุณสุวัฒน์และคุณเพ็ญศรี ต่างก็เข้ามาแสดงน้ำจิตน้ำใจ คุณเพ็ญศรีกลับมาร้องเพลงและบันทึกเสียงอีกครั้งหนึ่ง

และเป็นที่รู้กันว่า เพลงที่คุณสุวัฒน์ ชอบฟังจากคุณเพ็ญศรีมากที่สุดในช่วงนี้ก็คือ เพลงของครูเอื้อ สุนทรสนาน ที่ชื่อว่าฟ้าคลุ้มฝน ซึ่งมีครูแก้ว อัจฉริยะกุลแต่งเนื้อร้อง ช่างเป็นเนื้อร้องที่ตรงกับความรู้สึกของเขามากที่สุดที่ว่า

ราตรีนี้มืดไม่เห็นเพ็ญโสมส่อง
ดารามิผ่องมืดมัวทั่วมุม
ร้อนรนหมองไหม้เหมือนไข้รุม
ฟ้าดำมิดมืดเหมือนม่านคลุม
อกเรียมยิ่งคลุ้มกลุ้มรัญจวน ฯลฯ









ด้วยรักและอุทิศ


การเป็นอิสระของคุณเพ็ญศรีครั้งที่สองระคนไปด้วยความดีใจและเสียใจจนแยกไม่ออก เช่นเดียวกับครั้งที่ได้รับการปล่อยตัวครั้งแรก แม้จะมีความหวังที่ชัดเจนว่า คุณสุวัฒน์เหลือเวลาอีกปีเศษๆ ก็จะพ้นการคุมขัง แต่มันก็ยังเป็นทุกข์อันทรมานจิตใจอยู่ดี

คุณเพ็ญศรีจึงอุทิศเวลาสำหรับการดูแลเยี่ยมเยียนคุณสุวัฒน์เต็มที่ และหลายครั้งที่คุณเพ็ญศรีถูกคุณสุวัฒน์ “งอน” ใส่ เพียงเพราะเธอไปไม่ทันตามเวลากำหนดนัดเยี่ยม เมื่ออาทิตย์ถูกกำจัดพื้นที่ พระจันทร์ก็ต้องทำงานหนักทั้งทางใจและทางกายในการดูแลพระอาทิตย์ เพื่อให้กลับมามีแรงพลังเหมือนเดิม

คุณทองใบ ทองเปาด์ นักโทษคดีการเมืองที่ถูกคุมขังอยู่ห้องเดี่ยวกับคุณสุวัฒน์ ในคุกลาดยาวได้เล่าถึงภาพของคุณเพ็ญศรีและคุณสุวัฒน์ คู่ขวัญวันที่พระจันทร์ส่องแสงใพระอาทิตย์ว่า

“อยากจะเล่าถึงพี่อู๊ดหงุดหงิดและดีใจในวันเยี่ยมญาติ เช้าวันศุกร์พี่อู๊ดจะยิ้มย่องผ่องใสผิดกับวันอื่นๆ หลังจากทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว พี่อู๊ดก็จะแต่งตัวคอย คอยใครคนหนึ่งซึ่งเรารู้จักดี ยิ่งใกล้เวลายิ่งรู้สึกว่าพี่อู๊ดกระสับกระส่าย หูจะคอยเงี่ยฟังเสียงเรียกจากเครื่องกระจายเสียง หรือไม่บางครั้งก็คนถือสารที่จะวิ่งนำใบเยี่ยมมาตามตัว

ตรงเวลาเป๋ง เสียงเรียกชื่อดังขึ้น “คุณสุวัฒน์ วรดิลก ญาติเยี่ยม” พี่อู๊ดจะยิ้มออก จิตใจสดชื่นลงจากบ้านไปอย่างมีความสุข” (๓o ปี เพ็ญศรี – รพีพร หน้า ๑๕)

บางครั้งคุณสุวัฒน์ก็จะมีอารมณ์ขันพูดขึ้นกับคุณทองใบว่า

“น้าใบ ๆ แหม ผมละเบื่อจริงมา ไอ้ผู้หญิงคนนี้มันช่างตื๊อจริง ๆ ดูซิ เราอยู่ในคุกแท้ ๆ ยังตามตื๊ออยู่ได้ ไม่ไหวต้องทนไปเยี่ยมหน่อย เดี๋ยวเขาจะว่าเราโหดร้าย ไม่มีมนุษยธรรม...” (๓o ปี เพ็ญศรี – รพีพร หน้า ๑๖)

ประโยคที่คุณสุวัฒน์พูดนั้น ใครๆก็รู้ดีว่าเป็นการแก้เขินเท่านั้น ที่เขามีภรรยาที่น่ารักเหลือเกิน

คุณกรุณา กุศลาศัย นักโทษคดีการเมืองอีกคนหนึ่งอยู่ในเหตุการณ์นี้ด้วย เคยเล่าให้สมาชิกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยฟังในการเสวนาวรรณกรรมครั้งหนึ่ง ในโอกาสวันเกิด ๗๗ ปี รพีพรว่า บางครั้งคุณสุวัฒน์จะงอน คุณเพ็ญศรีทีมาช้าจนถึงขนาดไม่ยอมออกไปเป็นเวลาครึ่งชั่วโมง ทั้งที่โดยปกติคุณสุวัฒน์ไม่เคยมีพฤติกรรมเช่นนี้กับใคร นั่นเป็นเพราะความรักทำให้เป็นไป คุณสุวัฒน์รู้และมั่นใจในความรักของคุณเพ็ญศรียิ่งกว่าใคร เขาจึงพยศเอากับความรักได้โดยสบายใจ และเป็นการพยศที่พระอาทิตย์ตั้งใจสื่อสารไปยังพระจันทร์ของเขาคนเดียวเท่านั้น

คุณเพ็ญศรีผู้เป็นอิสระอยู่ภายนอกด้วยความระทมทุกข์เดียวดาย ยังคงเป็นพระจันทร์ผู้เยือกเย็น ที่ไม่เคยแม้แต่สักครั้งที่จะโกรธหรือน้อยใจ ไม่ใช่เพราะเป็นคนไม่มีอารมณ์ แต่เพราะเธอเรียนรู้จากการขึ้นๆ ลงๆ ของชีวิตแล้วว่า ไม่มีอะไรจะมาโยกคลอนขุนเขาแห่งความรักของเขาทั้งสองได้อีกแล้ว

“รู้สึกว่า ถ้าเขาทุกข์เราก็ต้องทุกข์ ไม่ว่าทุกข์ในจุดไหน” (เกิดโตแก่ตาย หน้า ๕๓)

ดังนั้น ถ้าหากคุณสุวัฒน์จะโกรธใส่เธอให้เธอทุกข์ นั่นก็คือทุกข์ที่เธอสมควรได้รับในขณะที่เขาทุกข์เพราะถูกคุมขัง

จดหมายลายมือจากสามีที่รักเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่โยงใยรักของเขาทั้งสองเข้าไว้ด้วยกัน จดหมายต่อว่า จดหมายเรียกร้อง จดหมายรัก

“รู้สึกมีความสุขเมื่อได้เห็นตัวหนังสือเขียวๆ (ใช้หมึกสีเขียว) ของเขามา แม้จะไม่ได้พบหน้ากันก็ตาม แม้เขาจะว่าบ้าง อะไรบ้างก็ตาม แต่เราก็มีความสุขดี” (เกิดโตแก่ตาย หน้า ๕๓)

ใครต่อใครที่ได้เห็นภาพคุณเพ็ญศรี ได้รับรู้เรืองราวของคุณเพ็ญศรี มักจะเปรยๆว่า “ผู้หญิงคนนี้ ไม่รู้ทนได้อย่างไรนะ”

คุณเพ็ญศรีได้ให้คำตอบไว้ชัดเจนแล้วว่า “แต่ก่อนนั้นปัญหารอบด้านต่าง ๆ ไม่รู้อะไรมากนัก แต่ก็ต้องพยายามรับรู้ ที่อดทนอยู่ได้ก็เพราะความรักอย่างเดียว”

เป็นประโยคที่สมบูรณ์ที่สุดสำหรับชีวิตคู่ “เพ็ญศรี – รพีพร”







วันปล่อยพระอาทิตย์


๑๕ มกราคม ๒๕o๕ เป็นวันที่พระอาทิตย์จะพ้นความมืดมนออกสู่แสงสว่าง คุณสุวัฒน์ วรดิลก ได้รับพระราชทานอภัยโทษในวาระที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จนิวัติพระนคร คุณเพ็ญศรีแต่งตัวแต่เช้ามืด คุณสุเทพ วงศ์กำแหงขับรถมารับที่บ้านนางเลิ้ง แล้วจึงพากันไปรับคุณสุวัฒน์ที่เรือนจำลาดยาว ตามเวลาที่นัดไว้คือ เจ็ดโมงเช้า

เมื่อถึงที่หมาย ทั้งสองคนลงจากรถและยืนรอคุณสุวัฒน์อยู่ที่หน้าประตูเรือนจำ คุณเพ็ญศรีมองดูที่ประตูด้วยใจจรดจ่อ ภาพที่เธอเห็นและตรึงใจจนน้ำตาแทบไหลก็คือ คุณสุวัฒน์เดินตัวตรงออกมาจากเรือนจำ เขายังคงความสง่างามได้เหมือนวันที่รู้จักกันครั้งแรก ข้างๆเขามีร่างของเด็กชายตัวน้อย “เจี๊ยบ” (ฉัตรชัย วรดิลก” ลูกชายของคุณสุธี ภูวพันธ์ผู้เป็นพ่อ ยกให้เป็นลูกบุญธรรมคุณสุวัฒน์เดินออกมาด้วย (คุณสุธี เป็นนักโทษการเมืองที่ยังถูกคุมขังโดยมีลูกชายเข้าไปอยู่ด้วย) คุณเพ็ญศรีรู้สึกตื้นตันขึ้นในใจ ครอบครัวอันสมบูรณ์ของเธอเดินออกมาแล้ว พ้นออกมาจากประตูอันเป็นความขมขื่นมาสี่ปีเต็มแล้ว

คุณสุเทพ วงศ์กำแหง นักร้องรุ่นน้อง คุณเพ็ญศรีตรงเข้ากอดคุณสุวัฒน์ ร้องว่า “เร็วๆเถอะพี่ ไอ้หง่ามันตามผมมา มันจะชิงเอาตัวพี่ไปรถมัน” (ใต้ดาวแดง หน้า ๒๘๘)

คุณเพ็ญศรีอดหัวเราะออกมาไม่ได้ เมื่อเห็นคุณหงาหรือชาลี อินทรวิจิตร ขับรถเข้ามาจอด ยกมือยกไม้แกล้งทำท่าโกรธคุณสุเทพ แล้วขับรถกวดไล่ตามมาติดๆ ดูหรือน่าภูมิใจน้อยอยู่เมื่อไหร่ที่สามีเธอมีแต่คนรัก แย่งกันรัก

พระอาทิตย์ส่องสว่างสู่ฟ้าวัฒนธรรมอีกครั้งแล้วในเวลากลางวัน พระจันทร์ก็จะเพ็ญสว่างในยามกลางคืน

มองเห็นเดือนรุ่งฟ้า
สาดรังสีทองนวลจ้า พาให้ฉันเพลินใจ
มองดูรอบตัวทั่วไป
ช่างงามซึ้งใจด้วยแสงเดือนกระจ่าง
(เพลง “เดือนรุ่ง” เนื้อร้อง – ทำนอง สง่า อารัมภีร์)








แผ่นเสียงทองคำพระราชทาน


ชื่อของ “เพ็ญศรี พุ่มชูศรี” คืนกลับสู่ความนิยมสูงสุดอีกครั้งในปี ๒๕o๖ เมื่อผลงานของเธอได้รับรางวัลรองชนะเลิศ แผ่นเสียงทองคำพระราชทาน ประเภท ก. และประเภท ข. ในเพลง “วิหคเหิรลม” และ “ม่านไทรย้อย” และในอีกสองปีต่อมา ๒๕o๘ เพลง “ง้อรัก” ได้รับรางวัลชนะเลิศ แผ่นเสียงทองคำพระราชทาน และเพลง “ฝากรัก” ได้รับรางวัลชมเชย และในปีเดียวกันนี้ คุณเพ็ญศรีก็ได้รับรางวัลดาราทองพิเศษจากสมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงด้วย ในฐานะผู้ร้องเพลงดีเด่นในรอบปี ประสบการณ์ ชื่อเสียงและเกียรติคุณทั้งหลายจากถนนสายดนตรี ทำให้คุณเพ็ญศรีตัดสินใจคืนกำไรสู่สังคมโดยการเปิดศูยน์ฝึกหัดการร้องเพลงชื่อ “ศกุนตลา”

คุณเพ็ญศรีเล่าถึงเหตุที่ทำให้ตัดสินใจเปิดศูยน์์ฝึกหัดการร้องเพลงว่า “ตอนไปเมืองจีนได้เห็นความสามารถของนักร้องจีน เราร้องเพลงมนต์รักนวลจันทร์กับสุเทพ วงศ์กำแหง เขาชอบมาก มีกันสามคน คนหนึ่งต่อเพลง คนหนึ่งเขียนโน๊ต อีกคนเขียนภาษาจีน เพราะเรานะ พอเย็นนั้นเขาก็ร้องให้เราฟังได้เลย กลับมาเมืองไทยก็เลยมีความคิดว่า ต่อไปนี้เราต้องศึกษาเล่าเรียนเพิ่มเติมหรือไม่ก็เรียนโน๊ต เรียนดนตรี ตอนทำร้านอาหารแล้วมันเจ๊ง ก็ได้เปียโนมาเก็บที่บ้าน ดิฉันได้โอกาสก็ซ้อมเปียโน...”

ความคิดของคุณเพ็ญศรีไม่ได้จบอยู่แค่การฝึกฝนตนเอง หากมุ่งหมายจะให้สิ่งที่ดีงามเหล่านี้ได้ตกทอดไปถึงคนรุ่นหลังด้วย

“เปิดโรงเรียนเพราะอยากให้เด็กรุ่นหลัง มีพื้นฐานทางดนตรี จะได้มีความสามารถเหมือนที่เราได้เคยเห็นมา...”

“แล้วสำเร็จไหมคะ”

คุณเพ็ญศรีหัวเราะ “เขาไม่เอา คนรุ่นใหม่นี่เขามีความคิดว่า จะมาเรียนร้องเพลง เพราะฉะนั้นพอสอนร้องเพลงละเอา แต่พอสอนโน๊ตไม่เอา มันก็เลยไปไหนไม่ได้ไกล มีคนมาเรียนกันหลายคนก็จริง แต่ไม่เด่นไม่ดังชัดเจน”





บีจีจากคุณยายกุ๊กไก่ ไลน์จากคุณญามี่

Free TextEditor





Create Date : 05 พฤษภาคม 2551
Last Update : 3 สิงหาคม 2556 19:46:25 น. 0 comments
Counter : 2992 Pageviews.

haiku
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 156 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.