กรรมเก่า คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ (สํ.สฬ.18/217/166) เป็นเจ้าบทบาทเดิม จากนั้น การศึกษาอาศัยปรโตโฆสะซึ่งมีคติว่า "คนเป็นไปตามสภาพแวดล้อมที่ปรุงปั้น" และโยนิโสมนสิการ ซึ่งมีคติย้อนกลับว่า "ถ้าเป็นคนรู้จักคิด แม้แต่ฟังคนบ้าคนเมาพูด ก็อาจสำเร็จเป็นพระอรหันต์"
space
space
space
<<
กรกฏาคม 2565
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
space
space
23 กรกฏาคม 2565
space
space
space

ตำนานฉัททันต์ปริตร(๑๒)



    พรานโสณุดร ได้ฟังคำของพญาฉัททันต์แล้ว คว้าเลื่อยซึ่งเตรียมมาพร้อม เดินเข้าไปใกล้พญาฉัททันต์ด้วยความประสงค์จะตัดงา พญาฉัททันต์นั้น ยืนตระหง่านเหมือนภูเขาเงินยวง พรานโสณุดรจึงเอื้อมเลื่อยงาไม่ถึง พญาฉัททันต์จึงคุกลงพร้อมกับก้มศีรษะยอมให้ตัดงา  พรานโสณุดรจึงขึ้นเหยียบงวงอันงดงามเหมือนพวงเงิน ปีนขึ้นไปบนกระพอง ใช้เข่ากระตุ้นให้เนื้อที่ปากยัดเข้าไปข้างใน แล้วสอดเลื่อยเข้าไปในปาก เลื่อยอย่างทะมัดทะแมง

   พญาฉัททันต์แสนจะเจ็บปวด มีทุกขเวทนาสาหัสยิ่ง ภายในปากเต็มไปด้วยเลือด เพราะคมเลื่อยบาดเนื้อที่อยู่ภายใน   พรานโสณุดร เลื่อยอยู่พักหนึ่ง งาของพญาฉัททันต์ก็ยังไม่ขาด เรี่ยวแรงก็อ่อนลง ทั้งจิตใจก็หวาดระแวงว่า พวกช้างที่เป็นบริวารจะกลับมาพบ เกิดความไม่มั่นใจในผลสำเร็จขึ้นมา

   พญาฉัททันต์อ่อนกำลังเต็มที ทุกขเวทนาบีบคั้นอย่างหนักสู้สะกดกลั้นกล้ำกลืน บ้วนเลือดออกจากปาก พลางถามพรานโสณุดรว่า  “พรานเอ๋ย ท่านไม่สามารถจะเลื่อยงาของเราให้ขาดได้หรือ”
 



พรานโสณุดรตอบว่า “ถูกแล้ว พญาช้าง ข้าพเจ้าไม่สามารถจะเลื่อยงาของท่านให้ขาดได้”

พญาฉัททันต์กล่าวด้วยเสียอันบอกถึงความสะกดกลั้นเวทนาอย่างหนักว่า  “ข้าพเจ้า ไม่มีกำลังเหลืออยู่พอ  แม้แต่จะยกงวงของตนเอง ท่านช่วยหน่อยซิ ช่วยยกงวงของข้าพเจ้าขึ้นจับเลื่อยทีเถิด”

   พรานโสณุดรกระทำตามที่พญาฉัททันต์แนะนำโดยเร็ว พญาฉัททันต์ออกกำลังชักเลื่อยไปมาไม่นาน งาทั้งคู่ก็ขาด เหมือนตัดตอไม้ พญาฉัททันต์บอกโสณุดรให้หยิบงาคู่นั้นมาให้ เพราะตนเองหมดเรี่ยวแรงเสียแล้ว เมื่อโสณุดรหยิบงาทั้งคู่มาให้ พญาฉัททันต์ก็ค่อยๆเอางวงรวบรัดไว้ พลางพูดกะโสณุดรว่า  “พรานเอ๋ย  ข้าพเจ้าขอมอบงาคู่นี้ให้แก่ท่าน ให้เพราะปรารถนาจะเป็นพระอินทร์ เป็นมาร เป็นพรหมเลย  แต่เรารักพระสัพพัญญุตญาณยิ่งกว่างาคู่นี้ร้อยเท่าพันทวี ขอกุศลผลทานนี้ จงเป็นปัจจัยให้เราได้บรรลุพระสัพพัญญุตญาณในอนาคตกาลโน้นเถิด”  กล่าวแล้วมอบงาให้โสณุดร พร้อมกับถามต่อไปว่า  “พรานเอ๋ย กว่าท่านจะมาถึงที่นี่ นานเท่าไร” โสณุดรนตอบว่า ๗ ปี ๗ เดือน และ ๗ วัน ก็กล่าวว่า “เชิญท่านเดินไปเถิด ด้วยอานุภาพแห่งงาคู่นี้ ท่านจะเดินทางถึงพระนครพาราณสีภายใน ๗ วัน เท่านั้น”

    ครั้นแล้วก็กระทำการป้องกันโสณุดร  ส่งเขากลับด้วยกระทำสัจจกิริยาว่า  “แม้เราจะถูกลูกศรอาบยาพิษแทงตนแล้ว  แม้จะถูกเวทนาสาหัสบีบคั้นแล้ว เราก็มิได้มีความคิดประทุษร้ายในท่านผู้ทรงกาสาวพัสตร์เลย ถ้าข้อนี้เป็นความจริง อันเราผู้เป็นช้างประเสริฐตั้งไว้แล้ว ขอพาลมฤคทั้งหลายในป่า อย่ากล้ำกลายนายพรานนี้”  กล่าวสัจจกิริยาจบแล้ว ก็สิ้นลมปราณล้มลงตรงนั้น เมื่อพวกช้างบริวารและนางมหาสุภัททายยังมาไม่ถึง   พรานโสณุดรรีบยกงางามคู่นั้นของพญาฉัททันต์ ซึ่งจะหางาคู่ใดในโลกเปรียบปานได้ หลบหลีกเดินทางไป ก่อนที่ช้างทั้งหลายจะพากันมาถึงที่อยู่
 


Create Date : 23 กรกฎาคม 2565
Last Update : 24 กรกฎาคม 2565 7:38:42 น. 0 comments
Counter : 146 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

BlogGang Popular Award#18


 
สมาชิกหมายเลข 6393385
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 6393385's blog to your web]
space
space
space
space
space