กรรมเก่า คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ (สํ.สฬ.18/217/166) เป็นเจ้าบทบาทเดิม จากนั้น การศึกษาอาศัยปรโตโฆสะซึ่งมีคติว่า "คนเป็นไปตามสภาพแวดล้อมที่ปรุงปั้น" และโยนิโสมนสิการ ซึ่งมีคติย้อนกลับว่า "ถ้าเป็นคนรู้จักคิด แม้แต่ฟังคนบ้าคนเมาพูด ก็อาจสำเร็จเป็นพระอรหันต์"
space
space
space
<<
กรกฏาคม 2565
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
space
space
16 กรกฏาคม 2565
space
space
space

ตำนานวัฏฏกปริต


170ตำนานวัฏฏกปริต

   พระปริตรบทนี้มีความพิสดารอยู่ในอรรถกถาชาดก เอกนิบาต มีชื่อเรื่องว่า วัฏฏชาดก แปลว่า ชาดกแสดงเรื่องนกคุ่มเกิดแล้วในอดีต หรือจะแปลว่า นิทานนกคุ่มก็ได้ ขอเก็บความมาเล่าโดยย่อ ดังต่อไปนี้

   สมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าเสด็จอยู่ ณ มคธรัฐ เช้าวันหนึ่งเสด็จบิณฑบาตพร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์ยังบ้านตำบลหนึ่ง และเสด็จกลับจากบิณฑบาตในเวลาหลังอาหาร ขณะเสด็จดำเนินอยู่ระหว่างทาง เกิดไฟไหม้ป่าขึ้นอย่างใหญ่หลวง และไฟลุกลามโอบล้อมเข้ามาทุกด้าน
พระพุทธเจ้ากับพระภิกษุสงฆ์ตกอยู่ในวงล้อม ไฟป่ากำลังโหมเข้ามาทุกขณะ
พระภิกษุบางรูปคิดอ่านแก้ไขด้วยวิธีจุดไฟรับ แต่บางรูปตักเตือนว่า อย่ามองข้ามพระพุทธเจ้าไปเสียเลย พระองค์ทรงมีพระกำลังมาก มาเถิด พวกเราไปเฝ้าให้ใกล้ชิดพระพุทธองค์กันเถิด
ภิกษุทั้งหลาย พากันไปยืนอยู่ในสำนักของพระพุทธเจ้า ผู้ประทับยืนอยู่ ณ ที่แห่งหนึ่ง ขณะนั้น ไฟป่าลุกลามโหมเข้ามา ราวกับจะท่วมทับพระพุทธองค์กับพระภิกษุสงฆ์ แต่ครั้นเข้ามาใกล้ประมาณ ๑๖ กรีสโดยรอบ ไฟป่าเหล่านั้นก็ดับไปเองเหมือนคบไฟถูกจุ่มน้ำ ภิกษุทั้งหลายเห็นเป็นความมหัศจรรย์

   ดังนั้น ในเวลาต่อมา เมื่อภิกษุทั้งหลายสนทนากันในธรรมสภา จึงยกความมหัศจรรย์ของเรื่องนี้ขึ้นเป็นหัวข้อสนทนา  ความทราบถึงพระพุทธเจ้าจึงรับสั่งว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ไฟป่าไม่ไหม้ภูมิประเทศแห่งหนึ่งหาใช่เป็นเพราะกำลังของเราในบัดนี้ไม่  หากเป็นเพราะแรงสัตยาธิษฐานของเราในปางก่อน   ภูมิประเทศแห่งนี้   มีชื่อเรียกว่า กัปปัฏฐิติปาฏิหาริย์ คือเป็นปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้น เพราะแรงสัตยาธิษฐานเพียงครั้งเดียว  ดำรงอยู่ได้ถึงกัลป์หนึ่ง

   พระภิกษุทั้งหลายจึงทูลอาราธนา ขอให้เล่าเรื่องในหนหลัง ได้ทรงนำเรื่องในอดีตมาเล่าโปรดพระภิกษุทั้งหลาย มีใจความว่า

   ในอดีตกาล สมัยหนึ่งพระองค์เสวยพระชาติเป็นนกคุ่ม อาศัยอยู่ ณ บริเวณป่านี้ ในเวลาที่เจาะฟองไข่ออกมาได้ไม่นาน ขนปีกยังไม่แข็ง เท้าก็ยังเดินไม่ได้ อาศัยพ่อแม่หาเหยื่อมาป้อน นอนอยู่ในรัง ไฟป่าเกิดขึ้นก็ไหม้ลุกลามเสียงสนั่นอยู่โดยทั่วไป บรรดาฝูงวิหคนกไพรที่แข็งแรง ก็พากันบินหนีอัคคีภัย
ส่วนตัวใดบินหนีไม่ได้ ก็ตกเป็นเหยื่อไฟป่า นกคุ่มหน่อพระโพธิสัตว์ฟังเสียงไฟไหม้ป่าดังใกล้เข้ามา จึงรำพึงในใจว่า ปีกของเราก็ยังไม่แข็งพอจะบินได้ เท้าของเราก็ยังอ่อนเดินไม่ได้ พ่อแม่ของเราก็บินหนีเอาตัวรอดไปแล้ว บัดนี้เราไม่มีที่พึ่งและที่ป้องกันต้านทาน ควรจะกระทำอะไรสักอย่างหนึ่ง จึงตกลงใจทำสัจจกิริยา พร้อมกับสัจจกิริยานั้น ไฟป่าที่ลุกลามใกล้รังของนกคุ่มหน่อพระโพธิสัตว์ในระยะ ๑๖ กรีส ก็ดับไปเองคล้ายกับถูกน้ำ หมู่สัตว์ผู้อาศัยอยู่ในเนื้อที่มีปริมณฑลโดยรอบ ๑๖ กรีสนั้น ก็รอดพ้นจากอัคคีภัยครั้งนี้ด้วย เพราะแรงสัจจกิริยา ซึ่งนกคุ่มหน่อพระโพธิสัตว์ได้กระทำในครั้งนั้น เป็นเหตุให้พื้นที่บริเวณนั้นเกิดมีปาฏิหาริย์ คือ ไฟไม่ไหม้เป็นเวลาถึงกัลปหนึ่ง เพราะฉะนั้น ภูมิประเทศแห่งนี้ วันนั้น ไฟป่าจึงไม่ไหม้



    หมายเหตุ.   เรื่องนี้ถ้าจะพิจารณาตามเรื่อง ก็จะเห็นว่า เล่าความกระเดียดไปข้างผสมผสาน โยงเรื่องปัจจุบันต่อกับเรื่องอดีต เป็นการยากลำบากในการวินิจฉัย   แต่ถ้าจะพิจารณาอีกทางหนึ่ง ก็จะเห็นว่ามีสาระควรสนใจ เพราะภยันตรายต่างๆ ย่อมเกิดขึ้นได้ทุกโอกาส ไม่เลือกเวลาและสถานที่ภยันตรายบางอย่างอยู่ในวิสัยพอจะแก้ไขได้ บางอย่างก็เหลือวิสัย เป็นภัยอันตรายนอกอำนาจ

    ท่านผู้อ่านโปรดพลิกไปอ่านบทปริตรนี้อีกครั้ง ก็จะพบว่า ภัยที่เกิดแก่นกคุ่ม เป็นภัยชนิดเหลือวิสัยนอกอำนาจ ภัยอันตรายเช่นว่านี้ย่อมจะมีได้เสมอ เช่น ชุมนุมชนที่ปลูกอาคารบ้านเรือนอยู่กันหนาแน่น เมื่ออัคคีภัยเกิดขึ้นก็ย่อมเกิดเพราะความประมาท หรือเพราะจงใจของบุคคลเพียงคนเดียวหรือพวกเดียว
ส่วนคนอื่นหรือพวกอื่นก็พลอยได้รับอันตรายไปด้วย  คนที่พลอยได้รับอันตรายเช่นนี้ เรียกว่าประสบภัยเหลือวิสัยนอกอำนาจ  ถึงอย่างนั้น  ถ้าร่างกายแข็งแรงดี ก็ยังพอหนีเอาตัวรอด แม้ทรัพย์สมบัติจะวอดวายไป แต่ชีวิตยังเหลืออยู่ ถ้าประจวบกับเวลาเจ็บไข้ลุกเหินเดินไม่ได้ ก็ย่อมจะสิ้นชีพอยู่ในกองเพลิงนั้นเอง หากไม่คำนึ่งถึงปัญหานี้ โดยตัดทิ้งไปเสีย ก็เป็นอันแล้วไป
สำหรับผู้ที่วิตกกังวลต่ออันตรายประเภทนี้และคิดจะแก้ไข ก็อาศัยพระปริตรนี้เป็นแนวปฏิบัติได้ เพราะปริตบทนี้แสดงยุทธวิธีของผู้ที่หมดกำลังทางกายแล้วเหลืออยู่แต่เพียงกำลังทางใจอย่างเดียวเท่านั้น

    สรุปความในภาคปฏิบัติได้ว่า ทำความสงบใจด้วยวิธีเสี่ยงบารมีเป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้าย ดีกว่าตายไปพร้อมกับความหวาดกลัว ที่เรียกว่าหลงตาย ก็เป็นการตายอย่างทุรนทุราย  ผู้ที่รู้ตัวว่าไม่มีบารมีจะเสี่ยง ก็จะใช้ปริตรบทนี้สวดเพื่อป้องกันไฟดังกล่าวแล้ว ภายหลังจึงเรียกพระปริตบทนี้ว่า “คาถากันไฟ” ดังนี้แล.

 


Create Date : 16 กรกฎาคม 2565
Last Update : 16 กรกฎาคม 2565 7:51:10 น. 0 comments
Counter : 82 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

BlogGang Popular Award#18


 
สมาชิกหมายเลข 6393385
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 6393385's blog to your web]
space
space
space
space
space