กรรมเก่า คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ (สํ.สฬ.18/217/166) เป็นเจ้าบทบาทเดิม จากนั้น การศึกษาอาศัยปรโตโฆสะซึ่งมีคติว่า "คนเป็นไปตามสภาพแวดล้อมที่ปรุงปั้น" และโยนิโสมนสิการ ซึ่งมีคติย้อนกลับว่า "ถ้าเป็นคนรู้จักคิด แม้แต่ฟังคนบ้าคนเมาพูด ก็อาจสำเร็จเป็นพระอรหันต์"
space
space
space
<<
กรกฏาคม 2565
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
space
space
12 กรกฏาคม 2565
space
space
space

นะมะการะสิทธิคาถา



170นะมะการะสิทธิคาถา

โย จกฺขุมา โหมลาปกฏฺโฐ
สามํ ว พุทฺโธ สุคโต วิมุตฺโต
มารสฺส ปาสา วินิโมจยนฺโต
ปาเปสิ เขมํ ชนตํ วิเนยฺยํ

ฯลฯ

    คำแปลทั้งหมดพระพุทธเจ้าพระองค์ใด  มีพระปัญญาจักษุ ขจัดมลทินคือโมหะเสียได้ ตรัสรู้แล้ว เป็นผู้เสด็จไปดี ทรงหลุดพ้นพิเศษด้วยพระองค์เองแล้ว ทรงช่วยชุมนุมชนอันเป็นเวไนยให้พ้นจากบ่วงแห่งมาร ให้บรรลุถึงความเกษมด้วย
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมด้วยเศียรเกล้า ซึ่งพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐพระองค์นั้น ผู้เป็นที่พึ่ง และเป็นผู้นำวิเศษของโลก ด้วยเดชแห่งพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ขอความสวัสดีมีชัย และความสำเร็จจงมีแด่ท่าน และขออันตรายทั้งปวงจึงถึงความพินาศไป

พระธรรมเจ้าใด เป็นประดุจธงชัยของพระศาสดาพระองค์นั้น ชี้ทางความบริสุทธิ์แก่ชาวโลก เป็นประดุจนำสัตว์ออกไปจากทุกข์ คุ้มครองผู้ทรงธรรม บุคคลประพฤติดีแล้ว นำความสุขใจมาให้ ทำให้ได้รับความสงบ
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมด้วยเศียรเกล้า ซึ่งพระธรรมประเสริฐนั้น อันทำลายเสียได้ซึ่งโมหะ เป็นคุณระงับความเร่าร้อนได้สนิท ด้วยเดชแห่งพระธรรมเจ้าพระองค์นั้น ขอความมีชัย และความสำเร็จจงมีแด่ท่าน และขออันตรายทั้งปวงจึงถึงความพินาศไป

พระสงฆเจ้าใด เป็นธรรมเสนา ดำเนินตามพระสุคตเจ้า กำหราบเสียได้ซึ่งเหล่าบาป และอุปกิเลสแห่งโลก  เป็นผู้สงบเองด้วย  ชักนำผู้อื่นในความสงบด้วย  เผยแผ่พระธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสดีแล้ว 
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมด้วยเศียรเกล้า ซึ่งพระสงฆเจ้าผู้ประเสริฐนั้น รู้ตามพระพุทธเจ้า มีศีลและความเห็นเสมอกัน ด้วยเดชแห่งพระสงฆเจ้านั้น ขอความสวัสดีมีชัย และความสำเร็จจงมีแด่ท่าน และขออันตรายทั้งปวงจึงถึงความพินาศไป ฯ


     หมายเหตุ. บทสัมพุทเธ และบทนมการสิทธิคาถา  แต่ละบทสวดต่อจากสรณคมน์ โบราณใช้ สัมพุทเธ ตลอด ไม่ทราบว่าท่านผู้ใดรจนาในครั้งใด ยุคเฟื้องบาลีครั้งก่อน ก็เห็นจะในรัชการสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ สัมพุทเธ อาจจะรจนาในยุคนั้น พร้อมๆกันกับมงคลจักรวาลใหญ่ มงคลจักรวาลน้อย และ พาหุง ฯลฯ

ใจความของบท สัมพุทเธอ ก็คือ นมัสการพระพุทธเจ้า ซึ่งมีจำนวนมากมายนักหนาในปางอดีต คือ หมายความว่าในกัลป์  ที่ล่วงๆแล้วไม่รู้ว่ากี่อสงไขย  มีพระพุทธเจ้าเคยมาตรัสรู้แล้ว ปรินิพพานไปมากล้นพ้นที่จะประมาณ นมัสการมากองค์ทำให้มีความรู้สึกว่าจะได้รับอานุภาพมากๆ เข้าช่วยป้องกันภัยอันตรายเช่นนั้นกระมัง

ครั้นต่อมา  การศึกษาทางพระพุทธศาสนาในยุครัตนโกสินทร์เฟื่องฟูขึ้น ท่านเห็นว่า บท สัมพุทเธ นั้น แต่งขึ้นตามคติข้างมหายาน ไม่น่าศรัทา สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส จึงได้นิพนธ์นมการสิทธิคาถาขึ้นใหม่ โปรดให้ใช้สวดแทนบทสัมพุทเธ แต่บางแห่งพระยังคงสวด สัมพุทเธ อยู่ก็มี

กิจเจ้าภาพ ระหว่างที่พระสวด บทสัมพุทเธ หรือนมการสิทธิคาถา บทใดบทหนึ่งนี้ เจ้าภาพไม่ต้องทำอะไร คงนั่งประนมมือฟังเรื่อยไป


Create Date : 12 กรกฎาคม 2565
Last Update : 12 กรกฎาคม 2565 5:19:51 น. 0 comments
Counter : 168 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

BlogGang Popular Award#18


 
สมาชิกหมายเลข 6393385
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 6393385's blog to your web]
space
space
space
space
space