กรรมเก่า คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ (สํ.สฬ.18/217/166) เป็นเจ้าบทบาทเดิม จากนั้น การศึกษาอาศัยปรโตโฆสะซึ่งมีคติว่า "คนเป็นไปตามสภาพแวดล้อมที่ปรุงปั้น" และโยนิโสมนสิการ ซึ่งมีคติย้อนกลับว่า "ถ้าเป็นคนรู้จักคิด แม้แต่ฟังคนบ้าคนเมาพูด ก็อาจสำเร็จเป็นพระอรหันต์"
space
space
space
<<
กรกฏาคม 2565
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
space
space
18 กรกฏาคม 2565
space
space
space

สักกัตวา(จบ)


ต่อ


   มติของเกจิอาจารย์ถือว่า พระรัตนตรัยเป็นมงคลในโลก ท่านได้แต่งไว้เป็นคาถาว่า

พุทฺ ธ สํ มงฺคลํ โลเก    ทุกฺขนาสกรํ วรํ
พุทฺ ธ สํ สรณํ คจฺฉ      สุขกาโมสิ เจ ตุวํ ฯ

    พระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆเจ้า เป็นมงคลในโลก กำจัดทุกข์ได้อย่างประเสริฐ ถึงพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆเจ้าเป็นที่พึ่งเถิด ถ้าท่านต้องการความสุข ฯ

    ครั้นต่อมาก็เกิดเกจิอาจารย์อีกท่านหนึ่ง นิยมในทางประสิทธิภาพของพระรัตนตรัย อาศัยมติของเกจิอาจารย์ในยุคก่อน สร้างขึ้นเป็นบทมนต์ ประกอบด้วยพิธีการ เพื่อขอพระเดชพระคุณป้องกันตน เรียกมนต์บทนี้ว่า “มงคล ๓ สาย” มีบทบริกรรม คือ

พุทฺโธ มงฺคลํ โลเก    พระพุทธเจ้าเป็นมงคลในโลก

ธมฺโม มงฺคลํ โลเก    พระธรรมเจ้าเป็นมงคลในโลก

สงฺโม มงฺคลํ โลเก     พระสงฆเจ้าเป็นมงคลในโลก


มีพิธีการในการที่จะคาดมงคล ๓ สายนี้ คือ

พระพุทธมงคลคาดที่ศีรษะ

พระธรรมมงคลคาดที่อก

พระสังฆมงคลคาดที่เอว

   ตามมติของเกจิอาจารย์ ส่องความที่ควรกำหนดไว้ข้อหนึ่ง คือ

   พระพุทธเจ้าทรงพระเดชปราบทุกข์ เมื่ออัญเชิญพระพุทธมงคลไว้ที่ศีรษะ ก็ประกาศว่า ตำแหน่งของทุกข์อยู่ที่นั่น คือ ทุกข์อยู่หัว

   พระธรรมเจ้าทรงพระเดชปราบภัย เมื่ออัญเชิญพระธรรมมงคลไว้ที่อก ก็คือ อัญเชิญมาประทับใจ ประกาศว่า ตำแหน่งของภัยอยู่ที่นั่น คือ กลัวอยู่ที่ใจ

   พระสงฆเจ้าทรงพระเดชปราบโรค เมื่ออัญเชิญพระสงฆมงคลมาคาดที่เอว ก็คือ อัญเชิญมาไว้ที่ท้อง ประกาศว่า ตำแหน่งของโรคอยู่ที่นั่น คือ ไข้อยู่ที่ท้อง

   ทุกข์อยู่หัว   หมายความว่า   ความทุกข์ความเดือดร้อนต่างๆอยู่ตรงหัว เมื่อพิจารณาดูส่วนต่างๆของร่างกาย ส่วนไหนจะรับทุกข์มากที่สุด ตรวจดูแล้ว ก็ไม่เห็นส่วนไหนเกินกว่าหัวไปได้ อวัยวะที่เรียกเป็นสามัญว่า หัว นั่นแหละเป็นที่รับทุกข์มากที่สุด ทั้งนี้ เพราะสื่อของทุกข์ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ล้วนแต่รวมกันอยู่ตรงหัวทั้งนั้น ที่คนเราจะมีทุกข์มีร้อน ก็เพราะตาเห็น หูได้ยิน เป็นต้น และในยามที่เกิดความทุกข์ มักจะทำให้เกิดอาการปวดหัว หนักหัว ความทุกข์เหล่านี้ พระพุทธเจ้าทรงปราบได้แล้ว และทรงสอนมหาชนให้ดำเนินตามพระองค์ จนกระทั่งพบโพธิ คือ ปัญญาอันรู้แจ่มแจ้งในสภาวธรรม ทุกข์ต่างๆ ก็หมดไป

    กลัวอยู่ใจ  หมายความว่า   ความกลัวนั้นเป็นความสะดุ้งของจิตใจ จิตใจเกิดความหวาดเสียว แม้ในทางภาษาก็ระบุชัดอยู่ว่า กลัวเกิดที่ใจ ทำให้ใจมีอาการต่างๆ เช่น ในยามที่เกิดความกลัว จิตใจสะดุ้งสั่นระรัว บางครั้งถึงกับรู้สึกว่าใจไม่ได้อยู่กับตัวชั่วขณะหนึ่งก็มี อย่างที่พูดกันว่า “ตกใจ ใจสั่น ใจหายหมด” ที่กลัวก็เพราะยังไม่รู้แจ้ง ถ้ารู้แจ้งแล้ว ก็หายกลัว  พระธรรมปราบอวิชชา คือ ความไม่รู้แจ้ง ทำให้วิชชา ความรู้แจ้งบังเกิดขึ้น ก็เท่ากับปราบภัยให้หมดไปนั่นเอง

    ไข้อยู่ท้อง   หมายความว่า  โรค ความเจ็บ ความไข้ บรรดาที่บังเกิดจากเหตุภายในสำคัญอยู่ที่ท้อง พิจาณาดูตามพฤติการณ์ที่เป็นไปอยู่ ก็เห็นความจริงได้ เพราะคนเราถ้าท้องเสียแล้ว แม้อวัยวะส่วนอื่นๆจะยังดีอยู่ ก็พลอยเสีย คือ ไม่สำเร็จประโยชน์ไปด้วย  ตรงกันข้าม ถ้าส่วนอื่นๆเสีย แต่ท้องยังดี ยังสำเร็จประโยชน์ได้ ตามหน้าที่ของอวัยวะที่ยังไม่เสียนั้นๆ และเมื่อกล่าวถึงโรคที่สำคัญยิ่ง

พระพุทธเจ้าได้ตรัสว่า “ชิคจฺฉา ปรมา โรคา. ความหิวเป็นโรคอย่างยิ่ง”    ก็เป็นเรื่องท้องอีก

พระสังฆเดชปราบโรคสำคัญนี้ คือการบริหารท้องโดยประมาณที่เรียกว่า “โภชเน มตฺตญฺญุตา ความเป็นผู้รู้จักประมาณในโภชนะ” คุณสมบัติข้อนี้เป็นหลักสำคัญในการประกันโรคท้อง ท่านจึงได้นำพระเดชของพระสงฆ์มาปราบโรค ดังนี้


   ที่นำมากล่าวนี้ เก็บความจากมติของเกจิอาจารย์ เป็นความจริงแก่ผู้ปฏิบัติเพียงไรหรือไม่ อยู่ที่ทดลองปฏิบัติด้วยตน อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติเพื่อกำจัดทุกข์ กำจัดภัย และกำจัดโรคนั้น รวมอยู่ในการปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านั้นแลฯ

 


Create Date : 18 กรกฎาคม 2565
Last Update : 18 กรกฎาคม 2565 16:50:46 น. 0 comments
Counter : 116 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

BlogGang Popular Award#18


 
สมาชิกหมายเลข 6393385
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 6393385's blog to your web]
space
space
space
space
space