กรรมเก่า คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ (สํ.สฬ.18/217/166) เป็นเจ้าบทบาทเดิม จากนั้น การศึกษาอาศัยปรโตโฆสะซึ่งมีคติว่า "คนเป็นไปตามสภาพแวดล้อมที่ปรุงปั้น" และโยนิโสมนสิการ ซึ่งมีคติย้อนกลับว่า "ถ้าเป็นคนรู้จักคิด แม้แต่ฟังคนบ้าคนเมาพูด ก็อาจสำเร็จเป็นพระอรหันต์"
space
space
space
<<
กรกฏาคม 2565
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
space
space
19 กรกฏาคม 2565
space
space
space

บทพาหุง



๑. พาหุํ สหสฺสมภินิมฺมิตสาวุธนฺตํ
    คฺรีเมขลํ อุทิตโฆรสเสนมารํ

ฯลฯ

    คำแปลทั้งหมด: ปางเมื่อพระยามารนิรมิตแขน ถืออาวุธครบตั้งพันแขน ขี่ขับช้างคิริเมขละ สะพรึบพร้อมด้วยพลเสนามาร โห่ร้องก้องกึกพิลึกสะพรึงกลัว เข้ามาประจัญ พระจอมมุนีทรงใช้วิธีทางธรรม คือ ทรงเสี่ยงบารมี มีทาน เป็นต้น เข้าผจญ ได้ชัยชำนะด้วยเดชแห่งองค์พระผู้พิชิตมารนั้น ขอชัยมงคลจึงมีแก่ท่าน

๒. มาราติเรกมภิยุชฺฌิตสพฺพรตฺตึ
    โฆรมฺปนาฬวกมกฺขมถทฺธยกฺขํ

ฯลฯ

    คำแปลทั้งหมด: ปางเมื่ออาฬวกยักษ์ ผู้ดุร้ายหยาบช้า เหี้ยมโหด ไม่เลือกหน้า เข้ามากระทำยุทธนาการอยู่ตลอดคืน ยิ่งเสียกว่าเมื่อครั้งผจญพระยามาร (ซึ่งพ่ายไปก่อนอาทิตย์อัสดง) พระจอมมุนีทรงใช้วิธีปราบด้วยขันติคุณ ได้ชัยชำนะ ด้วยเดชแห่งองค์พระผู้พิชิตยักษ์นั้น ขอชัยมงคลจึงมีแก่ท่าน

๓. นาฬาคิรี คชวรํ อติมตฺตภูตํ
    ทาวคฺคิจกฺกมสนีว สุทารุณนฺตํ

ฯลฯ

    คำแปลทั้งหมด: ปางเมื่อพระยาช้างนาฬาคีรี ซึ่งกำลังเมามันเต็มที่ ดุร้ายนัก แปร๋แปร้นแล่นเข้ามา ราวกับไฟไหม้ป่า หรือมิฉะนั้น เหมือนจักราวุธอันแรงร้าย หรือเหมือนสายฟ้าฟาด พระจอมมุนีทรงใช้วิธีรดด้วยน้ำ คือ เมตตา ได้ชัยชำนะ ด้วยเดชแห่งองค์พระผู้พิชิตช้าง ขอชัยมงคลจึงมีแก่ท่าน

๔. อุกฺขิตฺตขคฺคมติหตฺถสุทารุณนฺตํ
    ธาวนฺติโยชนปถงฺคุลิมาลวนฺตํ

ฯลฯ

    คำแปลทั้งหมด: ปางเมื่อมหาโจร ผู้มีฉายาว่า องคุลิมาล สันดานบาปหยาบช้า มือถือดาบเงื้อร่า วิ่งไล่ติดตามพระองค์ไปเป็นระยะทางถึง ๓ โยชน์ พระจอมมุนีทรงบันดาลด้วยฤทธิ์ทางใจ ได้ชัยชำนะ ด้วยเดชแห่งองค์พระผู้พิชิตโจรนั้น ขอชัยมงคลจึงมีแก่ท่าน

๕. กตฺวาน กฏฺฐมุทรํ อิว คพฺภินียา
    จิญฺจาย ทุกฺฐวจนํ ชนกายมชฺเฌ

ฯลฯ

   คำแปลหมด: ปางเมื่อนางจิญจมาณวิกา เอาผ้าห่อไม้ผูกเข้าที่ท้อง แสร้งทำเป็นหญิงมีครรภ์มากล่าวคำใส่ร้ายต่อพระองค์ในท่ามกลางชุมนุมชน พระจอมมุนีทรงผจญด้วยวิธีสงบนิ่ง วางพระองค์เป็นสง่าผ่าเผย เฉยอยู่ดังดวงจันทร์เพ็ญลอยเด่นอยู่ในนภากาศ ได้ชัยชำนะ ด้วยเดชแห่งองค์พระผู้พิชิตคำใส่ร้อยนั้น ขอชัยมงคลจึงมีแก่ท่าน

๖. สจฺจํ วิหายมติสจฺจกวาทเกตุํ
    วาทาภิโรปิตมนํ อติอนฺธภูตํ

ฯลฯ

    คำแปลทั้งหมด: ปางเมื่อสัจจกนิครนถ์ ผู้เชิดชูลัทธิของตนว่าจริงแท้เลิศลอยราวกับชูธงขึ้นฟ้า ทำให้มืดมิดปิดปัญญาที่จะรู้ความจริงเสียสิ้น มุ่งมาจะโต้วาทะกับพระพุทธองค์ พระจอมมุนีทรงจุดประทีปคือปัญญาขึ้นส่องให้เห็นความจริง ได้ชัยชำนะ ด้วยเดชแห่งองค์พระผู้พิชิตนิครนถ์นั้น ขอชัยมงคลจึงมีแก่ท่าน

๗. นนฺโทปนนฺทภุชคํ วิพุธํ มหิทฺธึ
    ปุตฺเตน เถรภุชเคน ทมาปยนฺโต

ฯลฯ

    คำแปลทั้งหมด: ปางเมื่อนันโทปนันทนาคราช ผู้หลงผิดเป็นพาล ซ้ำมีฤทธิ์มากด้วย ทะนงจิตบังอาจสำแดงฤทธิ์แผ่พังพานกั้นฉนวนอากาศ ปิดทางพุทธโคจร พระจอมมุนีจึงโปรดให้พระพุทธบุตร (คือพระมหาโมคคัลลานะ) ผู้เป็นเถรภุชงค์ไปปราบ ได้ชัยชำนะ ด้วยวิธีแสดงฤทธิ์สู้ฤทธิ์ จนสิ้นพยศรู้ผิดรู้ชอบ ด้วยเดชแห่งองค์พระผู้พิชิตนาคนั้น ขอชัยมงคลจึงมีแก่ท่าน

๘. ทุคฺคาหทิฏฺฐภุชเคน สุทฏฺฐหตฺถํ
    พฺรหฺมํ วิสุทฺธิชุติมิทฺธิพกาภิธานํ

ฯลฯ

     คำแปลทั้งหมด: ปางเมื่อพรหมชื่อพกะ ผู้สำคัญตนว่ามีความบริสุทธิ์ มีรัศมี มีอำนาจและมีฤทธิ์ ไม่มีใครยิ่งกว่าเลยเกิดความเห็นผิดไปว่า ชีวิตของพรหมเป็นสัสสตะ เป็นอมตะ เป็นปฏิปักษ์กับพระพุทธศาสนา เปรียบเสมือนว่า ถูกงูกัดเอาที่มือเข้าแล้ว พระจอมมุนีทรงใช้วิธีวางยา คือพระญาณแสดงความรู้ที่กว้างกว่า ลึกกว่า ทำให้พรหมหายความเห็นผิด ได้ชัยชำนะ ด้วยเดชแห่งองค์พระผู้พิชิตพรหมนั้น ขอชัยมงคลจึงมีแก่ท่าน

เอตาปิ พุทฺธชยมงฺคลอฏฺฐคาถา
โย วาจโน ทินทิเน สรเตมตนฺที
หิตฺวานเนกวิวิธานิ จุปทฺทวานิ
โมกฺขํ สุขํ อธิคเมยฺย นโร สปญฺโญ ฯ

     แม้นนรชนใดไม่เกียจคร้าน สวดก็ดี ระลึก (คือบริกรรมในใจ) ก็ดี ซึ่งพุทธชัยมงคลคาถา ๘ บทนี้ทุกวันๆ นรชนนั้น จะพึงละล่วงเสียได้ ซึ่งอุปัทวะทุกสิ่งทุกอย่าง จะเป็นผู้มีปัญญา ถึงซึ่งสุขอันเป็นโมกษะ แล ฯ


   


    หมายเหตุ  บท “พาหุํ” ที่ประพันธ์เป็นฉันท์ เรียกชื่อว่า วสันตดิลก ทั้ง ๙ คาถานี้ เรียกกันว่า “ถวายพรพระ” จะเป็นชื่อที่เรียกมาแต่ครั้งไหน ก็ยากที่จะสืบสาวได้

    ตามรูปความที่แปลไว้นั้น เป็นทำนองว่าเป็นคาถาที่ประพันธ์ขึ้น เพื่ออวยชัยให้พรแก่บุคคลผู้ใดผู้หนึ่ง ตามแบบฉบับของอลังการที่ถูกต้อง กล่าวคือการนำชัยชนะของพระพุทธเจ้าที่ปรากฏในพระประวัติ พร้อมทั้งวิธีที่ทรงชนะมาร ประพันธ์เป็นสัตยาธิษฐานขอให้บันดาลชัยมงคลให้ ทั้งนี้เป็นวิธีการที่ถูกต้อง ตามหลักที่ว่า “ผู้ให้ต้องมีสิ่งที่ตนให้ ไม่มี ก็ให้ไม่ได้” ฉะนั้น จึงต้องอ้างถึงพระอานุภาพของพระพุทธเจ้ามาเป็นหลัก เพราะพระอานุภาพของพระองค์ปรากฏอยู่แล้ว เป็นอันว่าแม้ตนเองจะไม่มี ก็ขอจากผู้ที่มีมาให้ นี้เป็นวิธีที่ถูกต้อง เป็นประการแรก
 


Create Date : 19 กรกฎาคม 2565
Last Update : 19 กรกฎาคม 2565 10:43:30 น. 0 comments
Counter : 114 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

BlogGang Popular Award#18


 
สมาชิกหมายเลข 6393385
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 6393385's blog to your web]
space
space
space
space
space