กรรมเก่า คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ (สํ.สฬ.18/217/166) เป็นเจ้าบทบาทเดิม จากนั้น การศึกษาอาศัยปรโตโฆสะซึ่งมีคติว่า "คนเป็นไปตามสภาพแวดล้อมที่ปรุงปั้น" และโยนิโสมนสิการ ซึ่งมีคติย้อนกลับว่า "ถ้าเป็นคนรู้จักคิด แม้แต่ฟังคนบ้าคนเมาพูด ก็อาจสำเร็จเป็นพระอรหันต์"
space
space
space
<<
กรกฏาคม 2565
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
space
space
8 กรกฏาคม 2565
space
space
space

ปย.นมัสการพระ(๔)


    ที่ว่า เพื่อชำระจิตให้บริสุทธิ์นั้น  มีอธิบายว่า อันจิตใจของสามัญชนนั้น ถูกย้อมด้วยอารมณ์ต่างๆ แปดเปื้อนด้วยมลทินนานัปการ
อารมณ์บางชนิดยั่วให้กำหนัดยินดี บางชนิดให้ขุ่นเคืองขัดแค้น บางชนิดให้เคลิบเคลิ้ม บางชนิดเย้าให้หงุดหงิดรำคาญ บางชนิดแหย่ให้คลางแคลงลังเล ทั้งต้องคอยอาศัยประสาทต่างๆ คือ ตา หู จมูก ลิ้น และกาย ขวนขวายหาอารมณ์มาบำรุงบำเรอ  ตนเองเป็นเหมือนไร้ความสามารถ ไม่อาจหาความสุขให้ตนได้ตามลำพัง

เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ได้ชื่อว่า ปราศจากอิสระไม่เป็นใหญ่ ตนตกเป็นทาสของอารมณ์ พบที่น่าปรารถนาก็ชื่นชมนิยมไป   พบที่ไม่น่าปรารถนา ก็ขัดแค้นเคืองขุ่นวุ่นวายไป ไม่เป็นอันจะสงบลงได้ ต้องดิ้นรนไป เหมือนปลาที่ถูกจับโยนขึ้นหาดทรายในเวลาร้อน โดดขึ้นแล้วก็ตกลงมา

โดดขึ้นไปอีกแล้วก็ตกลงมาอีก ไม่หย่อนหยุด จนกว่าจะสิ้นแรง เมื่อเป็นเช่นนี้ จะมีความบริสุทธิ์ผ่องใสไม่ได้  เมื่อจิตไม่ผ่องใสแล้ว การกระทำ การพูด ก็พลอยเสียไปตามกัน เพราะจิตใจเป็นตัวจักรสำคัญ ที่หมุนให้กายกรรม วจีกรรมดำเนินตาม  ถ้าจิตใจบริสุทธิ์ผ่องใสแล้ว การกระทำทางกาย ทางวาจา ก็พลอยดีไปด้วย ความบริสุทธิ์ผุดผ่องของจิตใจให้เป็นต้นเค้าสำคัญของกุศล   ดังนี้ 

การเปล่งวาจา หรือน้อมนึกนมัสการพระคุณพระพุทธเจ้า ด้วยความตั้งใจ เป็นทางหนึ่งที่จะชำระจิตให้บริสุทธิ์ผุดผ่อง เพราะเมื่อจิตใจเกาะแนบสนิทอยู่กับพระคุณของพระพุทธเจ้าแล้ว อารมณ์ที่เป็นธุลีทำให้เศร้าหมองก็ปราศจากไป เกิดความบริสุทธิ์ผ่องใสขึ้น เป็นกุศลอยู่ในตนเองด้วย เป็นที่เกิดแห่งกองกุศลอื่นๆ อีกด้วย   แม้จะเป็นความบริสุทธิ์ได้เพียงชั่วขณะ  ก็ยังดีกว่าไม่มีเวลาจะบริสุทธิ์เสียเลย หรือถ้าบริสุทธิ์ได้คราวละขณะ  แต่หลายคราวเข้า  ตามโอกาสที่ได้เปล่งวาจาหรือน้อมนึกนั้นๆ  ก็อาจเป็นปัจจัยแห่งความบริสุทธิ์ผุดผ่องยั่งยืนต่อไปได้

เพราะฉะนั้น พุทธศาสนิกชนก่อนจะประกอบกิจกรรมทางพระศาสนา จึงเปล่งวาจา หรือน้อมนึกนมัสการพระพุทธเจ้าเป็นปฐม ด้วยบทนมัสการ คือ นะโม ฯลฯ


Create Date : 08 กรกฎาคม 2565
Last Update : 8 กรกฎาคม 2565 21:11:06 น. 0 comments
Counter : 72 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

BlogGang Popular Award#18


 
สมาชิกหมายเลข 6393385
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 6393385's blog to your web]
space
space
space
space
space