#### เที่ยวตุรกีวันที่ 4 ช่วงเช้า - โรงงานเครื่องหนัง บ้านพระแม่มารี เอฟิซุส และเตอร์กิชดีไลท์ ####

 
สวัสดีค่าา 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
หลังจากรีวิวทริปเที่ยวตุรกีกับทัวร์ไปแล้วดังนี้
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
วันนี้จะพาไปเที่ยวตุรกีกันต่อนะคะ โดยวันนี้จะเป็นสองที่เที่ยวกับสองที่ช็อปปิ้งค่ะ
 
 
 
 
เริ่มกันกับที่แรกนะคะ
 
 
โรงงานเครื่องหนัง Leco Leather & Fur
 
 
 
เท่าที่ทราบ ที่ตุรกีมีโรงงานเครื่องหนังหลายร้านนะคะ ส่วนจะแวะร้านไหน สาขาไหน ก็ขึ้นอยู่กับโปรแกรมค่ะว่าวันไหนที่จะมีเวลา
 
สำหรับทริปนี้ ของคณะเราได้ไปที่โรงงานเครื่องหนังที่ชื่อว่า Leco Leather & Fur ที่อิซเมียร์ค่ะ เดินทางจากโรงแรมเราไปก็ใช้เวลาอยู่ที่ราวๆ 30 นาทีนะคะ ตามภาพเลยฮับ
 
 
 
 
 
 
ทางเข้าและป้ายของทางโรงงานค่ะ
 
 
 
 
 
 
เดินเข้าไปด้านใน จะเจอห้องน้ำอยู่ทางขวามือก่อนเลยนะคะ
 
จากนั้นเดินเข้าไปอีก อาคารซ้ายมือนี่คือส่วนของการเดินแฟชั่นโชว์ ส่วนทางขวามือคือส่วนของการจำหน่ายสินค้าค่ะ
 
 
 
 
 
 
เราเข้าไปที่ห้องแฟชั่นโชว์กันก่อน จะมีแคทวอล์คอยู่กลางห้องนะคะ แล้วก็มีโซฟาให้นั่งชมรอบๆ ห้องเลย ไปถึงพนักงานก็นำชามาบริการก่อน จากนั้นทางร้านก็มาเกริ่นนำให้รู้จักกับบริษัทแล้วก็จะเป็นเวลาของการเดินแฟชั่นโชว์เสื้อหนังของทางร้านค่ะ
 
 
 
 
 
 
ความเก๋คือ หลายๆ แบบนี่ใส่ได้สองด้านด้วยนะคะ แล้วก็มีการเชิญบางคนในคณะขึ้นไปเดินแบบด้วยค่ะ จะเห็นว่าที่แต่ละตัวก็จะมีเบอร์ ใครสนใจอันไหนก็เขียนไว้ในกระดาษที่เขามีวางไว้ให้ที่โต๊ะข้างๆ ที่นั่งนะคะ
 
 
 
 
 
 
ไปดูภาพแบบเคลื่อนไหวกันดีกว่าค่ะ แฮร่...
 
 
 
 
 
 
จากนั้นก็ย้ายไปที่อีกอาคารหนึ่งค่ะ จะเป็นห้องที่ทางเจ้าของหรือผู้จัดการนี่แหละ มาบอกว่าบริษัทเค้าดียังไง กรณีซื้อที่นี่ก็จะทำการแก้ไขทรง ความยาว ฯลฯ ให้ได้เลยนะคะ รวมทั้งการการันตีต่างๆ วิธีการดูแลเสื้อหนัง ฯลฯ ค่ะ ได้ความรู้ดีเหมือนกันนะคะ แถมเสื้อบางรุ่นเค้านี่กินพื้นที่น้อยมากๆ ม้วนแล้วเหลือแค่ใหญ่กว่าฝ่ามือนิดเดียวเองอะค่ะ
 
 
 
 
 
 
จากนั้นก็เป็นส่วนของการซื้อกันแล้วค่ะ แนะนำว่าให้ลองถามในคณะกันนะคะว่าใครอยากซื้อบ้าง แล้วให้ดูปริมาณแล้วต่อด้วยกันทีเดียวค่ะ จะมีพาวเวอร์ในการลดราคามากกว่าซื้อรายคนนะคะ อย่างคณะเรามีท่านหนึ่งรีบซื้อไปก่อน ส่วนลดได้น้อยกว่าคณะหลังๆ ที่รวมชิ้นกันแล้วช่วยกันต่อทีเดียวค่ะ 555
 
 
 
 
 
 
ซื้อเสร็จก็มีบางคนต้องมาตัดแขน เพราะไซส์ฝรั่งอะนะ แขนจะยาวหน่อยค่ะ
 
 
 
 
 
จบเรียบร้อยแล้วก็ได้เวลาจรลีไปเที่ยวกันแล้วค่าาาา
 
 
 
 

 
 
บ้านพระแม่มารีนิรมล (House of Virgin Mary)
 
 
 
ที่เที่ยวแรกของเช้าวันนี้ เราจะไปยังบ้านของพระแม่มารีกันค่ะ จากโรงงานเครื่องหนังใช้เวลาราว 17 นาทีนะคะ
 
 
 
 
 
 
สำหรับประวัติของที่นี่ก็นำมาจากวิกิพีเดียนะฮับ
 
 
 
บ้านพระแม่มารี ตั้งอยู่บนภูเขา Koressos ในบริเวณใกล้เคียงของ Ephesus
 
บ้านถูกค้นพบในศตวรรษที่ 19 โดยทำตามคำอธิบายในรายงานภาพของแอนน์แคทเธอรีนเอ็มเมอริช (2317-2356) แม่ชีโรมันคาทอลิกซึ่งได้รับการตีพิมพ์เป็นหนังสือของคลีเมนเบรนตาโน ในขณะที่คริสตจักรคาทอลิกไม่เคยประกาศยอมรับหรือปฏิเสธความถูกต้องของบ้าน แต่ก็ยังคงมีการจาริกแสวงบุญอย่างต่อเนื่องตั้งแต่การค้นพบบ้านนี้เป็นต้นมา
 
ผู้แสวงบุญชาวคาทอลิกเยี่ยมชมบ้านตามความเชื่อที่ว่า พระแม่มารี ซึ่งเป็นแม่ของพระเยซูถูกพาไปที่บ้านนี้โดยนักบุญจอห์นและอาศัยอยู่ที่นั่นตลอดชีวิตที่เหลือของเธอ
 
ที่แห่งนี้ได้รับพรจากสมเด็จพระสันตะปาปาและการเยี่ยมชมจากพระสันตะปาปาหลายพระองค์ โดยการเดินทางครั้งแรกมาจากสมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่สิบสามในปี 1896
 
 
สำหรับการค้นพบที่นี่ ก็นับว่าเป็นเรื่องประหลาดอัศจรรย์นะคะ เดี๋ยวจะเล่าต่อแล้วกัน ไปชมสถานที่กันก่อนเนาะ
 
รถจะจอดบริเวณนี้นะคะ จากนั้นเดินไปด้านใน ผ่านพวกร้านค้าและห้องน้ำทางขวามือไปค่ะ
 
 
 
 
 
 
ที่นี่มีพวกร้านอาหารและร้านขายของกินพอควรค่ะ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำไม น่าจะเป็นสถานที่ที่คนมาเยอะ (โดยเฉพาะคริสตศาสนิกชน) ก็เลยมีพวกร้านอาหารรองรับด้วยหละนะคะ
 
 
 
 
 
 
เดินต่อไปกันค่าาา มีป้ายบอกยืนยันสถานที่ด้วยนะคะ เอาชื่อเต็มๆ ก็ Ephesus House of Virgin Mary หละค่ะ
 
 
 
 
 
 
 
จากนั้นคุณไกด์ก็บรรยายการพบเจอบ้านแห่งนี้ค่ะ ข้อมูลจะคล้ายๆ กันกับในวิกิฯ เอาในวิกิฯ มาเลยแล้วกันเนาะ
 
 
ในตอนต้นของศตวรรษที่ 19 แอนน์แคทเธอรีนเอ็มเมอริชแม่ชีนิกายออกัสที่ล้มป่วยในเยอรมนีรายงานชุดภาพที่เธอเล่าถึงวันสุดท้ายของชีวิตของพระเยซูและรายละเอียดของชีวิตของแมรี่แม่ของเขา Emmerich ป่วยเป็นระยะเวลานานในชุมชนเกษตรกรรมของ Dülmen แต่เป็นที่รู้จักในประเทศเยอรมนีในฐานะผู้ศรัทธาและได้รับการเยี่ยมเยียนจากบุคคลที่มีชื่อเสียงจำนวนมาก
 
 
หนึ่งในผู้เยี่ยมชมของ Emmerich คือนักเขียนชื่อว่า Clemens Brentano ซึ่งหลังจากการเยี่ยมครั้งแรกที่ Dülmen เป็นเวลาห้าปี เพื่อดู Emmerich ทุกวันและคัดลอกนิมิตที่เธอบอก หลังจากการตายของเอ็มเมริช เบรนทาโน่ตีพิมพ์หนังสือเล่มหนึ่งโดยอ้างอิงจากการรายงานภาพ และหนังสือเล่มที่สองได้รับการตีพิมพ์ตามบันทึกของเขาหลังจากการตายของเบรนทาโน่เอง
 
 
หนึ่งในเรื่องราวของเอ็มเมริชคือคำอธิบายเกี่ยวกับบ้านที่อัครสาวกจอห์นได้สร้างขึ้นในเมืองเอเฟซุสเพื่อพระแม่มารีซึ่งเป็นมารดาของพระเยซูซึ่งเธออาศัยอยู่จนถึงจุดจบของชีวิต Emmerich ให้รายละเอียดจำนวนมากเกี่ยวกับที่ตั้งของบ้านและสภาพภูมิประเทศของพื้นที่โดยรอบ
 
 
คำบรรยายบอกว่า พระแม่มารีไม่ได้อาศัยอยู่ในเมืองเอเฟซุส แต่อยู่ในประเทศใกล้ ๆ บ้านของมารีอยู่บนเนินเขาทางด้านซ้ายของถนนจากกรุงเยรูซาเล็มห่างจากเมืองเอเฟซุสประมาณสามชั่วโมงครึ่ง เนินเขานี้สูงชันไปทางเมืองเอเฟซุส ดูเหมือนว่าจะนอนบนพื้นดินที่สูงขึ้น เส้นทางแคบ ๆ นำไปทางใต้สู่เนินเขาใกล้กับด้านบนซึ่งเป็นที่ราบสูงที่ไม่สม่ำเสมอใช้เวลาเดินทางครึ่งชั่วโมง
 
 
เอ็มเมอร์ริชอธิบายรายละเอียดของบ้านด้วยว่า มันถูกสร้างขึ้นด้วยหินสี่เหลี่ยมหน้าต่างสูงขึ้นไปใกล้หลังคาแบนและประกอบด้วยสองส่วนพร้อมเตาที่ศูนย์กลางของบ้าน เธออธิบายตำแหน่งของประตูรูปร่างของปล่องไฟ ฯลฯ หนังสือที่มีคำอธิบายเหล่านี้ถูกตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1852 ในเมืองมิวนิคประเทศเยอรมนี
 
 
เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2424 อาศัยคำอธิบายในหนังสือของเบรนทาโน่จากบทสนทนาของเขากับเอ็มเมริชนักบวชชาวฝรั่งเศส เจ้าอาวาสจูเลียน Gouyet ค้นพบอาคารหินก้อนเล็ก ๆ บนภูเขาที่มองเห็นทะเลอีเจียนและซากปรักหักพังของอีฟีซุสในตุรกี เขาเชื่อว่ามันเป็นบ้านที่อธิบายโดย Emmerich และที่ Virgin Mary อาศัยอยู่ในปีสุดท้ายของชีวิตของเธอ
 
 
การค้นพบของ Abbé Gouyet ไม่ได้ดำเนินการอย่างจริงจังโดยคนส่วนใหญ่ แต่สิบปีต่อมาได้รับการกระตุ้นจากซิสเตอร์มารีเดอมัตมัต - กรันซี DC นักเผยแผ่ศาสนา Lazarist สองท่าน คือ หลวงพ่อ Poulin และหลวงพ่อ Jung ใช้แหล่งข้อมูลเดียวกันสำหรับคำแนะนำในการค้นหา พวกเขาได้เรียนรู้ว่าซากปรักหักพังแบบไม่มีกำแพงสี่ด้านนั้นได้รับความเคารพเป็นเวลานานโดยสมาชิกของหมู่บ้านบนภูเขาแห่ง Şirince ห่างไกลไป 17 กม. ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากคริสเตียนยุคแรกของเมืองเอเฟซุส บ้านหลังนี้เรียกว่า Panaya Kapulu ('ประตูสู่สาวพรหมจารี') ทุก ๆ ปีผู้แสวงบุญเดินทางไปยังพื้นที่นี้ในวันที่ 15 สิงหาคมซึ่งเป็นวันที่ชาวคริสเตียนส่วนใหญ่เฉลิมฉลองการพักอาศัยของพระแม่มารี / อัสสัมชัญ 
 
 
ซิสเตอร์มารีเดอมัตมัต - เกร็นซีเป็นผู้ก่อตั้งบ้านของมารีโดยคริสตจักรคาทอลิกและรับผิดชอบในการแสวงหาการฟื้นฟูและรักษาบ้านของมารีและพื้นที่โดยรอบของภูเขาจากปี 1891 จนกระทั่งเสียชีวิตในปี 1915 การค้นพบนี้ได้ฟื้นฟูและเสริมสร้างประเพณีของคริสเตียนที่สืบต่อมาจากศตวรรษที่ 12 ซึ่งเป็น 'ประเพณีของเมืองเอเฟซุส' ซึ่งได้แข่งขันกับ 'เยรูซาเล็มประเพณี' ที่มีอายุมากกว่าเกี่ยวกับสถานที่พักพิงของพระแม่มารีผู้บริสุทธิ์ เนื่องจากการกระทำของสมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่สิบสามในปี 1896 และสมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น XXIII ในปี 1961 
 
 
 
 
 
 
จากนั้นคุณไกด์ก็อธิบายจุดๆ นี้ ซึ่ง...ข้าพเจ้าจำไม่ได้แล้วว่ารายละเอียดมันอะไรยังไง แต่จำได้ว่าเกี่ยวกับเรื่องน้ำและท่อน้ำที่เกี่ยวพันกับบ้านพระแม่มารีและห้องนอน อารมณ์ประมาณเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์น่ะค่ะ
 
 
 
 
 
 
 
จากนั้นคุณไกด์ก็พาเดินไปข้างในค่ะ ผ่านลานซึ่งเหมือนจะเอาไว้จัดงานอะไรสักอย่างได้ด้วยนะคะ
 
 
 
 
 
 
จากนั้นก็ถึงตัวบ้านหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แล้วค่ะ อาคารหลังนี้นี่เอง ภายในห้ามถ่ายรูปนะคะ
 
 
 
บ้านหลังนี้เป็นเสมือนโบสถ์เล็ก ๆ สร้างจากหินที่ได้รับการอนุรักษ์และวันที่ก่อสร้างกลับสู่ยุค Apostolic เช่นเดียวกับอาคารอนุรักษ์อื่น ๆ ในเวลานั้น แต่มีการเพิ่มเติมเล็กน้อยเช่นภูมิทัศน์ในสวน เมื่อเข้าสู่ภายในผู้แสวงบุญจะได้พบกับห้องขนาดใหญ่ห้องเดียวที่มีแท่นบูชาพร้อมกับรูปปั้นขนาดใหญ่ของพระแม่มารีผู้มีชื่อเสียงปรากฏอยู่ตรงกลาง
 
 
ทางด้านขวาห้องที่เล็กกว่าอยู่ --- ซึ่งเกี่ยวข้องกับห้องจริงที่เชื่อกันว่าเป็นห้องนอนของพระแม่มารี ประเพณีของมารีถือเป็นรูปแบบหนึ่งของการใช้น้ำไหลที่เคยไหลเป็นคลองในห้องเล็ก ๆ ที่พระแม่มารีนอนและพักผ่อน นำไปสู่น้ำพุดื่มที่อยู่ด้านนอกอาคาร 
 
 
 
ภายในอาคารจะมีเทียนจำหน่าย จำไม่ได้แล้วว่า 10 ลีราห์หรือเปล่านะคะ แล้วก็มาจุดบูชาที่ด้านนอกได้ค่ะ อันนี้มาถ่ายได้ตอนออกมาแล้วนะคะ
 
 
 
 
 
 
ส่วนถ้าใครต้องการถ่ายรูป ก็มาถ่ายที่ด้านนอกตอนออกมาแล้วค่ะ เพราะตอนก่อนเข้าเดี่ยวจะไปกีดขวางคนอื่นเค้าอะนะคะ
 
 
 
 
 
 
นอกจากรูปพระแม่มารี และเรื่องราว (ที่เป็นภาษาตุรกีล้วนๆ เฮ้ออออ) ก็ยังมีจุดจำหน่ายของที่ระลึกของที่นี่ (แต่ไม่มีเวลาดูเลยง่ะ แง) และจุดที่เชื่อกันว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ (ที่เป็นร่องน้ำใต้ห้องนอนพระแม่มารีออกมาแหละค่ะ) เห็นหลายคนเอาขวดน้ำไปกรอกอยู่นะคะ หรือบางคนก็เอามาประพรมค่ะ (น่าจะอารมณ์เดียวกับน้ำที่วัดคิโยมิสึ ณ ญี่ปุ่นหละนะคะ)
 
 
 
 
 
 
เลยต่อไปอีกหน่อย จะเป็นผนังที่เขาเอาไว้ให้เขียนขอพรค่ะ ส่วนใหญ่ใช้ผ้าสีขาวกันนะคะ หัวหน้าทัวร์เราก็เตรียมผ้าไว้ให้พร้อม แต่ปากกาอาจจะต้องสลับกันเขียนหน่อยค่ะ
 
 
 
 
 
 
เสร็จครบทุกกิจกรรมแล้วก็เดินออกมาค่ะ ภาพนี้คือ ถ้าลงไปตามทางลาดก็จะเจอห้องน้ำนะคะ
 
 
 
 
 
 
สำหรับท่านใดที่ต้องการดูภาพเคลื่อนไหว คลิกที่ลิงก์ด้านล่างได้เลยนะคะ บอกเลยว่าแค่ช่วงต้นที่คุณไกด์เล่านี่ก็ตะลึงงันกันแล้วค่ะ อเมซซิ่งสุดๆ
 
 
 
 
 
 
จบไปกับที่เที่ยวจุดแรก ไปยังจุดต่อไปกันค่าาา
 
 
 

 
 
Ephesus (เมืองเอฟิซุส)
 
 
 
สำหรับเมืองโบราณเอฟิซุส รถจะจอดตรงบริเวณที่ขายของที่ระลึกตรงนี้นะคะ ซึ่งมีห้องน้ำให้เข้าด้วยค่ะ จากนั้นคุณไกด์ก็พาเดินลงไปเพื่อจะไปยังทางเข้าค่ะ ค่าตั๋ว ถ้าค่าเข้าที่นี่อย่างเดียวเหมือนจะ 40 ลีราห์ (อัตราแลกเปลี่ยนขณะนั้นที่เราแลกไปจะราว 320 บาทค่ะ คูณ 8) แต่มีมิวเซียมพาสสองราคาค่ะ 210 ลีราห์กับที่ถูกกว่า แต่ไม่แน่ใจว่าที่ถูกกว่านี่คือทำไมยังไงนะคะ
 
ตัวที่ขายบัตรจะมีทั้งที่ซื้อกับเคาน์เตอร์จำหน่ายบัตร และตู้ขายอัตโนมัตินะคะ
 
 
 
 
 
 
 
วันนั้นทางที่เราเข้า ตรงที่ขายตั๋วจะมีมิวเซียมช็อปด้วยค่ะ แต่ไม่มีเวลาแว้บเข้าไปดูเลยง่ะ เสียด๊าย เสียดาย
 
 
 
 
 
 
ทางเข้าต้องมีการสแกนบัตรและสแกนของเช่นเคยนะคะ (ที่เที่ยวสำคัญๆ ของตุรกีมีที่สแกนตัวแบบนี้หมดเลยค่ะ) และข้อควรปฏิบัติของที่นี่ก็เช่น
- ห้ามเข้าไปในโซนหวงห้าม
- ห้ามสูบบุหรี่
- ห้ามปีนป่าย
- ห้ามทิ้งขยะ
- ห้ามขีดเขียน
- ห้ามหยิบเก็บอะไรมา
ฯลฯ
 
 
 
 
 
 
สำหรับผังของเมืองแห่งนี้ก็ตามรูปด้านล่างนี้เลยนะคะ จะเห็นว่ากว้างใหญ่มากๆ เลยค่ะ
 
 
(คลิกเพื่อดูภาพขยายใหญ่ได้ค่ะ)
เครดิตภาพ https://www.mappery.com/map-of/Map-of-Ancient-Ephesos-Ephesus
 
 
 
 
 
มารู้เรื่องราวประวัติของเมืองเอฟิซุสกันบ้างนะคะ (ข้อมูลทั้งหมดเอาจากวิกิพีเดีย และใช้ google translate แปลนะคะ อ่านแล้วบางช่วงอาจจะแปลกๆ ไปบ้าง หากใครอยากอ่านต้นฉบับก็คลิกที่ลิงก์นี้เลยนะคะ (เป็นภาษาอังกฤษค่ะ))
 
บริเวณรอบ ๆ เมือง Ephesus นั้นอาศัยอยู่ในช่วงยุคหินใหม่ (ประมาณ 6,000 ปีก่อนคริสตกาล) Ephesus ถูกก่อตั้งขึ้นในฐานะอาณานิคม Attic-Ionian ในศตวรรษที่ 10 บนเนินเขา (ปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ Ayasuluk Hill) ห่างจากใจกลางเมือง Ephesus สามกิโลเมตร (1.9 ไมล์) (ตามที่มีการขุดค้นที่ปราสาท Seljuk ในช่วงปี 1990) ) ผู้ก่อตั้งตำนานของเมืองนี้คือเจ้าชายแห่งกรุงเอเธนส์ชื่อ Androklos ซึ่งต้องเดินทางออกนอกประเทศหลังจากที่กษัตริย์ Kodros ผู้เป็นบิดาของเขาเสียชีวิต
 
ตามตำนานเขาก่อตั้งเอฟีซุสในสถานที่ที่คำพยากรณ์ของเดลฟีกลายเป็นจริง ('ปลาและหมูป่าจะแสดงให้คุณเห็นทาง') Androklos เป็นนักรบที่ประสบความสำเร็จและในฐานะกษัตริย์เขาสามารถเข้าร่วมสิบสองเมืองโลเนียเข้าด้วยกัน ในช่วงรัชสมัยของเขาเมืองก็เริ่มรุ่งเรือง เขาเสียชีวิตในการต่อสู้กับ Carians เมื่อเขามาช่วยเมือง Priene ซึ่งเป็นหนึ่งเมืองในโลเนีย  Androklos และสุนัขของเขาเป็นภาพบนผนังเฮเดรียนวิหารสืบมาจากศตวรรษที่ 2 
 
ประมาณ 650 ปีก่อนคริสตกาลเอเฟซุสถูกโจมตีโดยชาวซิมเมอเรียนผู้ทำลายเมืองรวมถึงวิหารอาร์เทมิส หลังจาก Cimmerians ถูกขับออกไปเมืองถูกปกครองโดยกลุ่มทรราช หลังจากการประท้วงของประชาชนเอเฟซุสถูกปกครองโดยสภา  เมืองรุ่งเรืองอีกครั้งภายใต้กฎใหม่การผลิตตัวเลขทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญเช่นกวีผู้สง่างาม Callinus และกวีฮิบโปนักกวีชาวฮิบโปนักปรัชญา Heraclitus จิตรกรผู้ยิ่งใหญ่ Parrhasius และต่อมานักปราชญ์และโซรานัสและรูฟัส
 
 
เมืองเอเฟซัสยังคงรุ่งเรือง แต่เมื่อมีการเก็บภาษีภายใต้ Cambyses II และ Darius ชาวเอเฟซัสได้เข้าร่วมในการจลาจลโยนกต่อต้านชาวเปอร์เซียในการรบที่เมืองอีฟีซัส (498 ปีก่อนคริสตกาล) เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสงครามกรีก ในปี 479 ก่อนคริสต์ศักราชชาวโยนกร่วมกับเอเธนส์สามารถขับไล่พวกเปอร์เซียนออกจากชายฝั่งของเอเชียไมเนอร์ ใน 478 ปีก่อนคริสตกาลเมืองโยนกกับเอเธนส์ได้เข้าสู่ลีกเดเลียนกับพวกเปอร์เซียน อีฟีซัสไม่ได้มีส่วนช่วยในการเดินเรือ แต่ให้การสนับสนุนทางการเงิน
 
ระหว่างสงครามเพโลพอนเนสอีฟีซัสเป็นพันธมิตรครั้งแรกกับเอเธนส์ แต่ในระยะต่อมาเรียกว่าเดซิเบียนสงครามหรือโยนกสงครามไอโอวาเข้าข้างสปาร์ตาซึ่งได้รับการสนับสนุนจากพวกเปอร์เซียน เป็นผลให้การปกครองเมืองของ Ionia ถูกยกให้อีกครั้งเพื่อเปอร์เซีย
 
สงครามเหล่านี้ไม่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อชีวิตประจำวันในเมืองเอเฟซุส ชาวเอเฟซุสมีความทันสมัยอย่างน่าประหลาดใจในความสัมพันธ์ทางสังคม: พวกเขาอนุญาตให้คนแปลกหน้าเข้าหลอมรวมและให้คุณค่ากับการศึกษา ในเวลาต่อมาพลินีผู้เฒ่าพูดถึงการได้เห็นเอเฟซุสเป็นตัวแทนของเทพธิดาไดอาน่าโดยทิมาราตาลูกสาวของจิตรกร
 
ในปี พ.ศ. 356 ก่อนคริสตกาลวิหารอาร์เทมิสถูกเผาทำลายตามตำนานโดยคนบ้าที่เรียกว่า Herostratus ชาวเมืองเอเฟซัสพร้อมกันทำการบูรณะพระวิหารและวางแผนที่ใหญ่กว่าและมีขนาดใหญ่กว่าเดิม
 
เมื่ออเล็กซานเดอร์มหาราชเอาชนะกองทัพเปอร์เซียที่รบกรานิคัสในปีพ. ศ. 334 เมืองกรีกของเอเชียไมเนอร์ได้รับการปลดปล่อย Syrpax ทรราชชาวโปร - เปอร์เซียและครอบครัวของเขาถูกขว้างด้วยก้อนหินจนตายและอเล็กซานเดอร์ก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นเมื่อเขาเข้าสู่เมืองเอเฟซัสด้วยชัยชนะ เมื่ออเล็กซานเดอร์เห็นว่าวิหารอาร์เทมิสยังไม่เสร็จเขาเสนอให้เงินทุนและมีชื่อของเขาถูกจารึกไว้ที่ด้านหน้า แต่ชาวเมืองเอเฟซัสไม่พอใจอ้างว่ามันไม่เหมาะสมที่พระเจ้าองค์หนึ่งจะสร้างพระวิหารให้อีกองค์หนึ่ง หลังจากการตายของอเล็กซานเดอร์ใน 323 BC อีฟีซัสใน 290 BC มาภายใต้การปกครองของนายพลคนหนึ่งของอเล็กซานเดอร์ Lysimachus
 
ในขณะที่แม่น้ำ Cayster (ชื่อ Grk. Κάϋστρος) ตกตะกอนที่ท่าเรือเก่าหนองบึงที่เกิดนั้นทำให้เกิดโรคมาลาเรียและผู้เสียชีวิตจำนวนมากในหมู่ชาวเมือง Lysimachus บังคับให้ผู้คนย้ายจากถิ่นฐานโบราณรอบวิหารอาร์เทมิสไปยังไซต์ปัจจุบันห่างออกไปสองกิโลเมตร (1.2 ไมล์) เมื่อเป็นที่พึ่งสุดท้ายที่กษัตริย์น้ำท่วมเมืองเก่าโดยการปิดกั้นท่อระบายน้ำ  นิคมใหม่อย่างเป็นทางการเรียกว่า Arsinoea หลังจากภรรยาคนที่สองของกษัตริย์ Arsinoe II แห่งอียิปต์ หลังจาก Lysimachus ได้ทำลายเมืองใกล้เคียงของ Lebedos และ Colophon ใน 292 ปีก่อนคริสตกาลเขาย้ายที่อยู่อาศัยของพวกเขาไปยังเมืองใหม่
 
อีฟีซัสปฏิวัติหลังจากการทรยศของ Agathocles ทำให้กษัตริย์เฮเลนนิสต์แห่งซีเรียและเมโสโปเตเมียเซลูคัสฉัน Nicator โอกาสในการถอดถอนและฆ่า Lysimachus คู่แข่งคนสุดท้ายของเขาที่การต่อสู้ของ Corupedium ใน 281 BC หลังจากการตายของ Lysimachus เมืองอีกครั้งชื่ออีฟีซัส
 
ดังนั้นอีฟีซัสจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรเซลูซิด หลังจากการสังหารกษัตริย์แอนติโอด์ทูธีโอสและภรรยาชาวอียิปต์ฟาโรห์ปโตเลมีที่สามบุกเข้ายึดอาณาจักรซีลูซิดและกองเรืออียิปต์กวาดชายฝั่งของเอเชียไมเนอร์ อีฟีซัสมาภายใต้การปกครองของอียิปต์ระหว่าง 263 และ 197 ปีก่อนคริสตกาล
 
กษัตริย์ Seleucid Antiochus III มหาราชพยายามที่จะฟื้นเมืองกรีกในเอเชียไมเนอร์และกลับมายึดเมืองเอเฟซัสอีกครั้งในปี 196 ก่อนคริสต์ศักราช แต่หลังจากนั้นเขาก็ขัดแย้งกับโรม หลังจากการต่อสู้หลายครั้งเขาก็พ่ายแพ้โดย Scipio Asiaticus ที่ Battle of Magnesia ในปี 190 BC ผลที่ตามมาของสนธิสัญญา Apamea อีฟีซัสมาอยู่ภายใต้การปกครองของ Eumenes ii ที่ Attalid กษัตริย์แห่งอกาม้อนท์ (ปกครอง 197-159 BC) เมื่อหลานชายของเขาแอททาลัสที่สามเสียชีวิตในปี 133 ปีก่อนคริสตกาลโดยไม่มีลูกผู้ชายเป็นของตัวเองเขาออกจากอาณาจักรของเขาไปยังสาธารณรัฐโรมันโดยมีเงื่อนไขว่าเมืองเพอกาม่อนถูกรักษาให้เป็นอิสระและเป็นอิสระ
 
อีฟีซัสซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรแห่งอกาม้อนกลายเป็นเรื่องของสาธารณรัฐโรมันในปีค. ศ. 129 หลังจากการประท้วงของ Eumenes III ถูกระงับ
 
เมืองรู้สึกถึงอิทธิพลของโรมันในทันที ภาษีเพิ่มขึ้นอย่างมากและทรัพย์สมบัติของเมืองถูกปล้นอย่างเป็นระบบ ดังนั้นใน 88 ปีก่อนคริสตกาลเมืองเอเฟซัสยินดีต้อนรับ Archelaus นายพลของ Mithridates the Great กษัตริย์แห่ง Pontus เมื่อเขาพิชิตเอเชีย (ชื่อโรมันของเอเชียตะวันตกเล็กน้อย) จากเมืองอีฟีซัสมิ ธ ริเทตสั่งให้ชาวโรมันทุกคนในจังหวัดถูกสังหารซึ่งนำไปสู่ชาวเอเซียเวสเปอร์ผู้สังหารชาวโรมัน 80,000 คนในเอเชียหรือบุคคลใดก็ตามที่พูดด้วยสำเนียงละติน คนมากมายอาศัยอยู่ในเมืองเอเฟซัสและรูปปั้นและอนุสาวรีย์ของชาวโรมันในเมืองอีฟีซัสก็ถูกทำลายเช่นกัน แต่เมื่อพวกเขาเห็นว่าคนของ Chios ได้รับการปฏิบัติโดย Zenobius คนทั่วไปของ Mithridates พวกเขาไม่ยอมเข้ากองทัพของเขา เซโนเบียสได้รับเชิญให้เข้าไปในเมืองเพื่อเยี่ยมชม Philopoemen พ่อของ Monime ภรรยาคนโปรดของ Mithridates และผู้ดูแลเมือง Ephesus เมื่อผู้คนคาดหวังอะไรที่ไม่ดีต่อเขาเขาก็โยนเขาเข้าคุกและสังหารเขา Mithridates ทำการแก้แค้นและลงโทษผู้น่ากลัว อย่างไรก็ตามเมืองกรีกได้รับอิสรภาพและสิทธิมากมายมากมาย เมืองอีฟีซัสกลายเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ปกครองตนเอง เมื่อ Mithridates พ่ายแพ้ในสงคราม Mithridatic ครั้งแรกโดยกงสุลโรมัน Lucius Cornelius Sulla, Ephesus กลับมาอยู่ภายใต้การปกครองของโรมันใน 86 BC ซัลล่ามีการชดใช้ค่าเสียหายครั้งใหญ่พร้อมกับภาษีย้อนหลังห้าปีซึ่งทำให้เมืองในเอเชียต้องตกอยู่ในภาวะหนี้สินเป็นเวลานาน
 
กษัตริย์ปโตเลมีที่สิบสอง Auletes ของอียิปต์ออกไปอีฟีซัสใน 57 BC ผ่านเวลาของเขาในวิหารของวิหารอาร์เทมิสเมื่อเขาล้มเหลวในการฟื้นฟูบัลลังก์ของเขาจากวุฒิสภาโรมัน 
 
มาร์คแอนโทนีได้รับการต้อนรับจากเอเฟซัสเป็นระยะเวลาเมื่อเขาเป็น proconsul  และใน 33 ปีก่อนคริสตกาลกับคลีโอพัตราเมื่อเขารวบรวมกองเรือของเขา 800 ลำก่อนการต่อสู้ของ Actium กับ Octavius 
 
เมื่อออกุสตุสกลายเป็นจักรพรรดิในปี 27 ก่อนคริสต์ศักราชการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดคือเมื่อเขาทำให้เอเฟซัสเป็นเมืองหลวงของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ซึ่งครอบคลุมเอเชียตะวันตกรอง) แทนพีการัม อีฟีซัสจึงเข้าสู่ยุคแห่งความเจริญรุ่งเรืองกลายเป็นทั้งที่นั่งของผู้ว่าการและศูนย์กลางการค้าที่สำคัญ จากข้อมูลของสตราโบมันมีความสำคัญเป็นอันดับสองและมีขนาดเท่ากับกรุงโรม
 
เมืองและวัดถูกทำลายโดยชาว Goths ในปีพ. ศ. 263 นี่เป็นการทำเครื่องหมายการลดลงของความงดงามของเมือง อย่างไรก็ตามจักรพรรดิคอนสแตนตินมหาราชได้สร้างเมืองขึ้นใหม่และสร้างห้องอาบน้ำสาธารณะแห่งใหม่
 
 
ซึ่งถ้าจำไม่ผิด ด้านประตูที่เราเข้าจะเป็นด้านที่มีห้องอาบน้ำสาธารณะนะคะ ไกด์แจ้งว่าเป็นทางฝั่งทิศใต้ค่ะ ซึ่งการเข้าทางทิศนี้จะทำให้การเดินชมเป็นการเดินลงไปเรื่อยๆ ทำให้ไม่เหนื่อยค่ะ
 
 
 
 
 
 
ซึ่งใกล้ๆ เกทนี้ก็มีผังเมืองจำลองให้ชมด้วยค่ะ 
 
 
 
 
 
 
จากนั้นคุณไกด์ก็พาไปชมจุดนี้ค่ะ ประมาณว่าเล่าเรื่องยุคสมัยที่สร้างตรงนี้และพูดเรื่องระบบน้ำ ท่อน้ำค่ะ และตรงซุ้มโค้งๆ นั้น ถ้าจำไม่ผิดคือโรงอาบน้ำสาธารณะนะคะ
 






 
ส่วนท่อน้ำต่างๆ นี่ คุณไกด์ให้ข้อมูลว่า ถ้าเป็นท่อหนาๆ จะเป็นท่อสำหรับลำเลียงน้ำสะอาดค่ะ ส่วนท่อบางๆ จะเป็นท่อสำหรับลำเลียงน้ำเสียนะคะ (น้ำสะอาดก็ต้องการการปกป้องที่มากกว่าแหละนะ 555) แล้วก็ท่อก็จะวางขนานกันไปแบบนี้เลยค่ะ


 
 
 
 
 
จากนั้นทางคุณไกด์ก็พาไปอธิบายผังของเมืองนี้ ป้ายนี้ก็อยู่ใกล้ๆ กับจุดข้างบนที่มีท่อน้ำนั่นแหละนะคะ
 
(คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่)
 
 
 
 
 
 
จากนั้นก็เดินเข้าไปอีกหน่อย คุณไกด์ก็ชี้ให้ดูว่า พื้นแบบนี้คือพื้นแบบดั้งเดิมของเมืองเลยค่ะ
 
ส่วนบรรดารูๆ นี่แต่เดิมก็จะมีการเท bronze (ไทยเรียกสัมฤทธิ์?) ลงในรูเพื่อเชื่อมระหว่างเสาแต่ละท่อนหรือหินแต่ละก้อนค่ะ โดยจะมีแกนเหล็กก่อนแล้วก็จะมีร่องสำหรับเทบรอนซ์ลงไปเป็นเหมือนกาวยึดค่ะ ซึ่งบางจุดก็มีรอยกระเทาะเอาบรอนซ์ไปด้วยนะคะ









หัวเสานี้ไกด์บรรยายความสำคัญด้วยค่ะ แต่...เก๊าลืมไปแล้ว แหะๆ






 
Odeon เป็น Concert Hall ค่ะ ซึ่งตัวนี้จะเป็นฮอลล์ตัวเล็กนะคะ เดี๋ยวจะมีอีกที่ที่ใหญ่กว่านี้ ตรงบันไดจะเป็นขาสิงโตนะคะ (ตามรูปด้านล่างเลยนะคะ เห็นความเป็นขาสิงห์ไหมคะ?)









ช่วงไหนที่จำข้อมูลไม่ได้ ก็เอาภาพแปะเฉยๆ แล้วกันนะคะ แหะๆ






 
ตรงนี้ฝั่งหนึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเทพแห่งสุขภาพ ส่วนอีกฝั่งเป็นเทพเจ้าแอร์เมส (ค่ะ สะกดเหมือนกระเป๋าที่ยี่ห้อใบละล้านนั่นแล) หรือเฮอร์มีสหรือเทพเมอร์คิวรีของโรมันนั่นเอง เป็นเทพผู้แจ้งข่าวแห่งพระเจ้า ผู้เจรจาระหว่างมนุษย์และพระเจ้า และผู้นำดวงวิญญาณสู่ปรโลก พระองค์ทรงเป็นผู้พิทักษ์และอุปถัมภ์นักเดินทาง คนเลี้ยงแกะ โจร นักพูดข้างถนนและคนมีปฏิภาณ วรรณกรรมและกวี นักกีฬาและกีฬา สิ่งประดิษฐ์และการค้า และใกล้ๆ กันมีเทพเจ้าแมวอยู่ค่ะ 555







เดินต่อไปค่ะ เจอรูปเทพเจ้าไนกี้ (ใช่ค่ะ ยี่ห้อเดียวกับสปอร์ตแบรนด์อีกเช่นกัน) จะเห็นว่าปีกของท่านนั่นจะเป็นเหมือนเครื่องหมายสัญลักษณ์ของยี่ห้อไนกี้เลยนะคะ

เอาข้อมูลของเทพองค์นี้จากวิกิฯ มาให้อ่านนะคะ

 
ไนกี (อังกฤษ: Nike) ตามเทพปกรณัมกรีก เป็นเทพีบุคคลาธิษฐานแห่งชัยชนะ นางเป็นพระธิดาแห่งพาลลัส (Pallas) เทพแห่งปัญญาและนักรบ และสติกซ์ (Styx) เทพีแห่งความเกลียดชัง อาฆาตแค้น และเป็นพระขนิษฐาของคราตอส (Cratos) เทพแห่งพละกำลัง ไบอา (Bia) เทพีแห่งอำนาจและความรุนแรง และซีลัส (Zelus) เทพแห่งการต่อสู้ เทพีไนกีและเหล่าพี่น้องของนางเป็นผู้รับใช้ของซุส (Zeus) ตามตำนานเทพ เทพีสติกซ์นำพวกนางมาช่วยเหลือเทพซุสในศึกกับยักษ์ไททัน เทพีไนกีทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถม้าศึก ภาพนี้มักปรากฏในผลงานศิลปกรรมคลาสสิก พระนามในตำนานเทพปกรณัมโรมันของนางคือ วิกตอเรีย (Victoria)

ปีกของเทพีไนกีเป็นสัญลักษณ์ของลักษณะอันรวดเร็วแห่งชัยชนะ
 
ในปัจจุบัน เทพีไนกีได้กลายมาเป็นทั้งชื่อและตราสัญลักษณ์ของผลิตภัณฑ์กีฬา ไนกี้ ของสหรัฐอเมริกา ตราสัญลักษณ์ที่เป็นรูปโค้งยาวนั้นคือ ปีกของไนกี นอกจากนี้ไนกียังเป็นเทพีที่อยู่บนกระโปรงหน้ารถอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของรถยนต์ยี่ห้อโรลส์-รอยซ์ ของอังกฤษ







ต่อไปเป็น Hydreion ค่ะ เอาข้อมูลมาให้อ่านดังนี้นะคะ

 
Hydreion ตั้งอยู่เหนือประตูเมือง Hercules ทางตอนเหนือสุดของจัตุรัส Domitian ใกล้กับอนุสาวรีย์ Memmius การติดตั้งน้ำพุนี้อยู่ในพื้นที่เล็ก ๆ ที่ถนน Curetes ถนน Terrace House จะตัดกัน อ่างสี่เหลี่ยมยาวถูกเก็บรักษาไว้พร้อมกับแอ่งน้ำที่อยู่สูงเหนือสระน้ำ มีความคิดว่ามันเป็นน้ำพุที่ทำหน้าที่มากกว่าการตกแต่ง ด้วยการจราจรจำนวนมากบนถนน Curetes ทำให้น้ำถูกใช้เพื่อรักษาความสะอาดของถนน นอกจากนี้ยังทำให้หินเปียกในช่วงฤดูร้อนเพื่อลดความร้อนจากการสะท้อนออกมาจากหินอ่อน
 






จากนั้นเป็นทางเดินลาดลงค่ะ (ที่จริงก่อนถึงทางลาดนี้จะมีทางเดินแบ่งแยกชนชั้นรวย-จนด้วยนะคะ ที่มีเสาสองเสาอะค่ะ อันนี้เราถ่ายย้อนกลับไป)







จากนั้นก็แวะดู ณ จุดนี้นะคะ เป็นบ้านเรือน ตลาด ที่เด่นคือ ถนนที่เดินนี่เป็นโมเสคค่ะ ไฮโซปะหละ







Adrian Temple or Temple of Hadrian

คือ ไกด์ออกเสียงว่า เอเดรียนค่ะ ส่วนตามเว็บก็มีสะกดทั้ง Adrian และ Hadrian (ซึ่งอาจจะไม่ออกเสียง ฮ ก็เป็นได้)

 
Temple of Hadrian เป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่ได้รับการอนุรักษ์และสวยงามที่สุดบนถนน Curetes มันถูกสร้างขึ้นก่อนที่ 138 AD โดย P. Quintilius และอุทิศเพื่อจักรพรรดิเฮเดรียนที่มาเยี่ยมชมเมืองจากกรุงเอเธนส์ในปี 128 AD ด้านหน้าของวัดมีสี่คอลัมน์โครินเธียนที่รองรับโค้งโค้งตรงกลางซึ่งมีภาพนูนต่ำของ Tyche เทพีแห่งชัยชนะ

ภายในวิหารเฮเดรียนเหนือประตูรูปมนุษย์อาจเป็นเมดูซ่าที่ประดับด้วยใบไม้อะแคนตัส ทั้งสองด้านมีภาพสลักที่เล่าเรื่องราวของรากฐานของเมือง Ephesus - Androklos ซึ่งยิงหมูป่า, Dionysus ในขบวนแห่พิธีและ Amazons ชายคาที่สี่ portrays ชายสองคนร่างหนึ่งซึ่งก็คืออพอลโล; Athena เทพีแห่งดวงจันทร์; รูปผู้หญิง Androkles, Herakles, ภรรยาและบุตรของ Theodosius และเทพธิดา Athena ที่เห็นในนี้คือตัวจำลองและต้นฉบับแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ Ephesus

 









จักรพรรดิเฮเดรียนเป็นหนึ่งในห้าจักรพรรดิที่ดี The Five Good Emperors เป็นคำที่หมายถึงจักรพรรดิทั้งห้าที่ต่อเนื่องกันของจักรวรรดิโรมัน - Nerva, Trajan, Hadrian, Antoninus Pius และ Marcus Aurelius คำประกาศเกียรติคุณเป็นครั้งแรกโดยนักปรัชญาการเมืองNiccolò Machiavelli ในปี 1532 Publius Aelius Hadrianus เกิดเมื่อวันที่ 24 มกราคม ค.ศ. 76 อาจเป็นที่กรุงโรมแม้ว่าครอบครัวของเขาอาศัยอยู่ที่ Italica ใน Baetica Emporor Trajan เป็นลูกพี่ลูกน้องของเขา เฮเดรียนได้รับการศึกษาในวิชาต่าง ๆ โดยเฉพาะกับขุนนางรุ่นเยาว์และชอบเรียนรู้วรรณคดีกรีกว่าเขาได้รับฉายา Graeculus ("กรีกน้อย") เฮเดรียนทำงานอยู่ในสงครามต่อต้าน Dacians และได้รับรางวัลจาก Trajan สำหรับ ความสำเร็จของเขา เนื่องจากการขาดการดำเนินการทางทหารในรัชสมัยของเขาทักษะทางทหารของเฮเดรียนก็ไม่ได้รับการพิสูจน์อย่างไรก็ตามความสนใจและความรู้ในกองทัพของเขาและทักษะการบริหารที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถเชิงกลยุทธ์ที่เป็นไปได้

เฮเดรียนดูเหมือนจะเป็นผู้ชายที่มีความสนใจทางเพศที่หลากหลาย ฮิสโทเรียออกัสตาวิพากษ์วิจารณ์ทั้งความชอบของชายหนุ่มที่ดูดีและการล่วงประเวณีกับผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว มันเป็นที่เชื่อกันว่าเขาพยายามวางยาพิษภรรยาของเขา เมื่อพูดถึงการรักร่วมเพศของเฮเดรียนก็ยังคลุมเครือและไม่ชัดเจน ศูนย์ความสนใจส่วนใหญ่เกี่ยวกับ Antinous สาวซึ่งเฮเดรียนก็ชอบมาก รูปปั้นของ Antinous มีชีวิตรอดแสดงให้เห็นว่าพระบรมราชูปถัมภ์ของเด็กหนุ่มคนนี้ขยายไปถึงรูปปั้นที่ทำจากเขา ในปี 130 Antinous ได้ร่วมกับเฮเดรียไปยังอียิปต์ มันเป็นการเดินทางบนแม่น้ำไนล์เมื่อแอนตินัสพบกับความตายที่เร็วและลึกลับ อย่างเป็นทางการเขาก้มลงจากเรือและจมน้ำตาย

เฮเดรียนเสียชีวิตในวันที่สิบเดือนกรกฎาคมที่ 138 ในบ้านพักของเขาที่ Baiae เมื่ออายุ 62 ปีอย่างไรก็ตามชายผู้ใช้ชีวิตท่องเที่ยวไปมากยังไม่ถึงจุดสิ้นสุดการเดินทาง เขาถูกฝังครั้งแรกที่ Puteoli ใกล้ Baiae บนที่ดินซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นของซิเซโร หลังจากนั้นไม่นานซากศพของเขาก็ถูกย้ายไปยังกรุงโรมและถูกฝังไว้ในสวนแห่ง Domitia ใกล้กับหลุมฝังศพเกือบเต็ม เมื่อเสร็จสิ้นการขุดหลุมฝังศพของเฮเดรียนในกรุงโรมในปี 139 โดยทายาท Antoninus Pius ร่างกายของเขาถูกเผาและเถ้าถ่านของเขาถูกวางไว้ที่นั่นพร้อมกับภรรยาของเขา Vibia Sabina และบุตรชายบุญธรรมคนแรกของเขาคือ Lucius Aelius 138. แอนโทนินัสให้เขา deified ใน 139 และให้วัดใน Campus Martius

 




ถัดจากวัดเอเดรียน ก็เดินต่อมาอีกหน่อย ทางขวามือ (ฝั่งเดียวกับวัด) จะเป็นห้องน้ำแบบโรมันนะคะ

จากถนนจะยังไม่เห็น ต้องเดินเข้าไปอีกหน่อยค่ะ (ดูการเดินเข้าจากในคลิปสรุปของที่เอฟิซุสอีกทีนะคะ)







จากนั้นก็เดินลงต่อไปค่ะ จะเห็นส่วนหน้าของ Library of Celsus แล้วนะคะ







เอาข้อมูลจากวิกิฯ มาให้อ่านค่ะ

 
ห้องสมุด Celsus เป็นอาคารโรมันโบราณในเมืองเอเฟซัสประเทศตุรกีซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ Selçuk ประเทศตุรกี มันถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่วุฒิสมาชิกโรมัน Tiberius Julius Celsus Polemaeanus เสร็จระหว่างประมาณ 114-117 A.D. โดยลูกชายของ Celsus ออกุสตุสจูเลียสอาควิลา (กงสุลอายุ 110 ปี) ห้องสมุดเป็น "หนึ่งในอาคารที่น่าประทับใจที่สุดในจักรวรรดิโรมัน" และสร้างขึ้นเพื่อเก็บ 12,000 ม้วนและทำหน้าที่เป็นสุสานของเซลซึ่งถูกฝังอยู่ในห้องใต้ดินใต้ห้องสมุดในโลงหินอ่อนหินอ่อนประดับ Library of Celsus เป็น "ห้องสมุดที่ใหญ่เป็นอันดับสามในโลกยุคโบราณ" ที่อยู่ด้านหลังของ Alexandria และ Pergamum เท่านั้น

ภายในห้องสมุดถูกทำลายโดยแผ่นดินไหวใน 262 AD,  (แม้ว่าหลักฐานอื่นชี้ไปที่ไฟในระหว่างการบุกรุกแบบโกธิกในปีเดียวกันนั้น)  และfaçadeอีกแผ่นดินไหวในสิบหรือสิบเอ็ด ศตวรรษโฆษณา มันอยู่ในซากปรักหักพังมานานหลายศตวรรษจนกระทั่งfaçadeถูกสร้างขึ้นใหม่ (anastylosis) โดยนักโบราณคดีระหว่าง 2513 และ 2521

 





 
ห้องสมุดได้รับการออกแบบตามหลักการของ Vitruvius สถาปนิกชาวโรมัน อาคารแห่งนี้เป็นห้องโถงเดี่ยวที่หันหน้าไปทางทิศตะวันออกสู่พระอาทิตย์ยามเช้าตามคำแนะนำของ Vitruvius เพื่อประโยชน์ในการตื่นเช้า ห้องสมุดถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มที่มีเก้าขั้นตอนเต็มความกว้างของอาคารที่นำไปสู่สามทางเข้าด้านหน้า ทางเข้ากลางมีขนาดใหญ่กว่าสองข้างขนาบข้างและทุกห้องประดับด้วยหน้าต่างด้านบน ขนาบข้างทางเข้าเป็นสี่คอลัมน์คอมโพสิตยกระดับบนฐาน กลุ่มคอลัมน์โครินเธียนส์ตั้งอยู่เหนือชุดแรกโดยตรงซึ่งเพิ่มความสูงของอาคาร คู่ของคอลัมน์ในระดับที่สองวางกรอบหน้าต่างเป็นคอลัมน์ในระดับแรกของกรอบประตูและสร้าง niches ที่ทำสำเนาต้นฉบับ: ภูมิปัญญา (โซเฟีย) ความรู้ (Episteme) ความชาญฉลาด (Ennoia) และคุณธรรม (Arete) คิดว่าอาจมีคอลัมน์ชุดที่สาม แต่วันนี้มีการลงทะเบียนเพียงสองคอลัมน์ façadeประเภทนี้มีเฟรมใส่และ niches สำหรับรูปปั้นคล้ายกับที่พบในโรงละครกรีกโบราณ (อาคารหลังเวทีออร์เคสตราหรือ skene) และดังนั้นจึงมีลักษณะเป็น "Scenographic"
 






ชมและแวะถ่ายรูปแถวหน้าห้องสมุดเรียบร้อยแล้ว ต่อไปก็จะไปชม Great Thetre กันบ้างค่ะ หันหน้าเข้าห้องสมุดแล้วเลี้ยวขวาเดินไปนะคะ

 
The Great Theatre สร้างขึ้นในสมัย ​​Hellenistic แต่ได้รับการออกแบบใหม่หลายครั้งในสมัยโรมัน ความแตกต่างหลักระหว่าง Hellenistic Theatre และ Roman Theatre ก็คือ Hellenistic Theatre ค่อยๆ ลาดลงจากเนินเขา มันเป็นชาวโรมันที่คิดค้นกำแพงขนาดใหญ่ที่ใช้ยืนได้อย่างอิสระเช่นนี้ มันใช้เวลา 60 ปีกว่าจะเสร็จสมบูรณ์ เป็นโรงละครที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียไมเนอร์ รองรับผู้ชมได้ 25,000 คน โดยเป็น 24,000 ที่นั่งและ 1,000 ที่สำหรับยืน เดิมทีเป็นสองชั้นและมีความสูงเพิ่มขึ้นหนึ่งชั้นในภายหลัง ให้บริการไม่เพียงแต่สำหรับการแสดงที่น่าทึ่ง แต่ยังสำหรับการแสดงทางสังคม การเมือง เศรษฐกิจ ธรรมชาติทางศาสนาและเกมนักรบ

ชื่อโรงละครมาจากคำภาษากรีก "Theatron" ซึ่งหมายถึง "สถานที่ที่ควรสังเกต" ส่วนรูปครึ่งวงกลมเรียกว่า "วงออเคสตรา" การแสดงถูกจัดขึ้นบนอาคารที่เรียกว่า "Skene" Skenes มี 2 ชั้นในช่วง Hellenistic และ 3 ชั้นในช่วงโรมัน peroid เหตุผลที่ทำให้พวกเขามีอาคาร 3 ชั้นเพื่อให้ผู้ชมโฟกัสไปที่บทละคร ส่วนที่เรียกว่า cavea ส่วนการเข้าถึงรอบเรียกว่า 'Diazoma "การแสดงทั้งหมดเกิดขึ้นในระหว่างวันโดยปกติจะมีทางเข้าสำหรับเข้าชมตั๋วเหรียญเล็ก ๆ ที่แสดงว่าผู้ชมจะนั่งตรงกลางศตวรรษที่ 1 มีเกมนักสู้ในโรงละครนี้

โรงละครนี้ยังถูกกล่าวถึงในพระราชบัญญัติพันธสัญญาใหม่บทที่ 19 การจลาจลเริ่มต้นกับเปาโลในปี 56 การจลาจลเริ่มต้นด้วยช่างเงินชื่อเดเมตริอุสยั่วยุให้ช่างฝีมือของเขาออกมาร้องทุกข์ต่อเปาโลด้วยเสียงร้องว่า "Great is Artemis of Ephesians" เขาทำอย่างนั้นเพราะเขาคิดว่าศาสนาใหม่นี้สามารถทำลายธุรกิจของพวกเขาได้ พวกเขาหาเลี้ยงชีพด้วยการขายรูปปั้นอาร์เทมิสให้กับผู้แสวงบุญที่มาจากที่ไกล ๆ การจลาจลครั้งใหญ่เริ่มต้นกับพอล พอลพยายามเข้าโรงละคร แต่เพื่อน ๆ ของเขาไม่ยอมให้เขาทำ เขาถูกไล่ออกจากเมืองเอเฟซัส ไม่กี่เดือนต่อมาเขาอยู่ในเมืองมิเลทัสและขอให้พวกผู้ใหญ่ของเมืองเอเฟซัสมาร่วมกับเขาหลังจากพูดคำอำลา เขากลับไปที่ Jerrussalem ที่ซึ่งเขาถูกจับ เขาอ้างว่าถูกตัดสินโดยจักรพรรดิโรมันตั้งแต่เขาเป็นพลเมืองโรมัน ระหว่างทางไปกรุงโรมเรือของเขาอับปางในมอลตา ก่อนที่เขาจะถูกประหารที่โรมเขาได้เขียนจดหมายถึงเอเฟซัสและจดหมายทั้งสองฉบับถึงทิโมธีซึ่งเป็นหนึ่งในสหายของเปาโลในเมืองเอเฟซัส

ยังคงมีการแสดงคอนเสิร์ตที่เมือง Ephesus ในยุคปัจจุบัน Elton John, Mikis Theodorakis, John Baes, Ray Charles, Sting, Diana Ross และอื่น ๆ อีกมากมายที่ทำคอนเสิร์ตในเมือง Ephesus

ก่อนจะเดินเข้าไปในแกรนด์เธียเตอร์ ก็จะมีก้อนหินแกะสลักแบบนี้ ซึ่งไกด์บอกว่าเป็นของบรรดา Gladiator ที่เคยทำการต่อสู้ที่นี่ที่ได้รับการยกย่องค่ะ ส่วนที่เป็นหินสลับชั้นเล็กใหญ่นั่น ก็จะเป็นทางเข้าเธียเตอร์เดิมนะคะ







หันหน้าเข้าทางเข้าเดิม ทางซ้ายมือก็จะเป็นทางเข้าชมแกรนด์เธียเตอร์แล้วหละค่ะ







เข้าไปเห็นปุ๊บก็ตะลึงตึงๆ เลยค่ะ ใหญ่มากกกกกก แน่นอนว่าเป็นเธียเตอร์กลางแจ้งนะคะ









ถ่ายรูปกันสักพักแล้วก็เดินออกมาจากเธียเตอร์เพื่อไปยังทางออกค่ะ จะผ่านซากปรักหักพังตรงนี้ด้วย แต่ไม่ได้ฟังว่าไกด์พูดอะไรค่ะ แหะๆ







ตรงซากปรักหักพังนี้และเดินเลยมาอีกหน่อย ถ่ายย้อนกลับไปที่เธียเตอร์ก็งามมากเลยค่ะ








 
เดินผ่านร่มไม้สองข้างทางแบบนี้ไป ก็จะไปเจอร้านขายของที่ระลึก และมีกาแฟขายด้วยนะคะ เราได้ของที่ระลึกมาพอควรเลย ของที่ระลึกหลายตัวก็มีขายเฉพาะที่นี่นะคะ ไม่มีขายที่อื่นหละ ราคาก็สูงกว่าที่อื่นด้วย ถ้าเทียบประเภทเดียวกันน่ะนะ แต่คุณภาพค่อนข้างดีเลยนะคะ







จากนั้นก็ผ่านร้านขายของต่างๆ ของท้องถิ่นนะคะ แต่ไม่มีเวลาดูเลย เลยไม่รู้ว่าราคาเป็นไงหรือมีอะไรน่าสนใจบ้างค่ะ ได้แต่ถ่ายๆ รูปมาฝากง่ะ







ปิดท้ายด้วยคลิปค่ะ จะได้เห็นภาพที่ชัดเจนเพิ่มขึ้นนะคะ





 



Gozbasi Lokum ร้านเตอร์กิชดีไลท์


ต่อไปก็จะปิดท้ายวันด้วยการช็อปปิ้งค่า กับร้านขนมเตอร์กิชดีไลท์ ชื่อร้านก็ตามที่จั่วหัวเลยนะฮับ





 
เข้าไปในร้านก็กว้างขวางพอควรเลยนะคะ ร้านนี้เป็นร้านเตอร์กิชดีไลท์ที่มีให้ชิมด้วย มีหลายรสเลยค่ะ เราชอบตัวพิตตาชิโอกับตัวสีชมพูหละ อร่อยดี แต่จะว่าไปก็ถือว่ารสชาติดีทุกตัวนะคะ อยู่ที่ความชอบมากกว่า อันนี้เสียตังค์ค่ะ (เรื่องของกินนี่เราใจอ่อนเสมอ แหะๆ)





 

จบไปสำหรับการเที่ยวตุรกีครึ่งวันเช้าของวันที่สี่นะคะ ขอตัดครึ่งวันบ่ายไปอีกเอนทรี่หนึ่งค่ะ เพราะอย่างที่เห็นว่าสองที่เที่ยวนี่ทั้งรูปและข้อมูลเยอะมากๆ ง่ะ อัดต่อไม่ไหวแล้วค่ะ (แค่นี้ยังจะมีคนอ่านจริงๆ สักกี่คนเหอะ 555)




ปฏิทินธรรม
 
 
 
 
 
วันเสาร์ที่ 4 พฤษภาคม 2562
 
1. ทำบุญตักบาตร ณ วัดพุทธบูชา (กิจกรรมจัดทุกวันเสาร์แรกของเดือน)
 
 
 
 
วันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม 2562 (ปกติกิจกรรมจัดทุกวันอาทิตย์แรกของเดือน แต่เดือนมกราคม จะจัดวันปีใหม่)

1.ทำบุญกับพระกรรมฐานสายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต
ณ มูลนิธิพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ถ.จรัญสนิทวงศ์ซอย 37
เวลา 06.30-10.30 น. 

ดูรายละเอียดพระที่มารับบาตรและแผนที่ได้ที่
https://www.watpa.com/board_detail.asp?board_id=3447
 
 
 
2. งานไถ่ชีวิตโคกระบือ ทุกวันอาทิตย์แรกของเดือน ณ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร เขตบางเขน กรุงเทพฯhttps://web.facebook.com/bogboon/photos/a.614964165213890.1073741836.335629013147408/540852169291757/
 
 
 
 
 
 
วันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม 2562
 
1. ตักบาตรพระกรรมฐาน 
ณ ปราสาทจตุรมุข วัดสังฆทาน นนทบุรี (กิจกรรมทุกวันเสาร์ที่สองของเดือน)
 
 
 
วันอาทิตย์ที่ 12 และ 26 พฤษภาคม 2562 (กิจกรรมจัดทุกๆ วันอาทิตย์ที่ ๒ และ ๔ ของเดือน)

1. ทำบุญ ฟังธรรม จากครูบาอาจารย์พระป่าสายกัมมฐาน ณ ศาลาลุงชิน แจ้งวัฒนะ 14
กิจกรรมจะเริ่มจากการถวายภัตตาหารร่วมกันเวลา ๘:oo น. สำหรับท่านที่สนใจนำอาหารมาร่วมทำบุญ แนะนำให้มาก่อนเวลาเพื่อจัดเตรียมอาหารใส่ภาชนะ ซึ่งจะเริ่มลำเลียงถาดอาหารเพื่อเตรียมประเคนเวลาประมาณ ๗:๔๕ น.

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่
https://www.facebook.com/SalaLungChin?fref=ts


วันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคม 2562
1. ตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งพระป่า 9 วัด เสาร์ที่ 3 ของทุกเดือน
ณ บ้านลานเสียงธรรม 
เลขที่ 7/44 หมู่4 ซอยนาคนิวาส 40 แขวงเขตลาดพร้าว กทม

 
 
 
วันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม 2562 (จัดทุกอาทิตย์ที่สามของเดือน)
 
1. ตักบาตร พระกัมมัฏฐาน และ ฟังพระธรรมเทศนา เวลา 7.00 น.
ณ ชมรมกลุ่มพุทธธรรมลานทอง หมู่บ้านลานทอง อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี
ดูรายละเอียดได้ที่ลิงก์นี้
 
 
 
วันเสาร์ที่ 25 พฤษภาคม 2562 
 
1. ทำบุญตักบาตร ถวายภัตตาหารโดยพระเถระวัดป่ากรรมฐาน (กิจกรรมทุกเสาร์ที่ 4 ของเดือน)
 
เมตตารับบาตรโดย
เวลา ๐๗.๐๐-๑๐.๐๐ น. ณ ศาลาปันมี มูลนิธิบ้านอารีย์
 
 
 


วันเสาร์และอาทิตย์ที่ 25-26 พฤษภาคม 2562 (ทุกเสาร์และอาทิตย์สุดท้ายของเดือน)
 
1. งานบุญประจำเดือน (ทุกเสาร์และอาทิตย์สุดท้ายของเดือน) ทำบุญบำรุงรักษาสวนแสงธรรม และถวายปัจจัยร่วมสร้างพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน ณ วัดป่าบ้านตาด
ณ สวนแสงธรรม พุทธมณฑล สาย 3 แขวงบางไผ่ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร




 
 
ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาค่ะ

1469696+7060417=8530133
/14071/1825

 
 
 
ประกาศ

ท่านใดประสงค์จะโหวต โหวตได้นะคะ แต่เจ้าของบล็อกนี้จะไม่ได้โหวตกลับให้ทุกคนที่โหวตค่ะ จะโหวตเฉพาะบล็อกที่เราอยากโหวตให้เท่านั้นนะคะ

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและพิจารณาเองว่าจะโหวตให้บล็อกนี้หรือไม่ค่ะ



Create Date : 07 พฤษภาคม 2562
Last Update : 7 พฤษภาคม 2562 8:50:14 น. 28 comments
Counter : 872 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณSweet_pills, คุณกะว่าก๋า, คุณเรียวรุ้ง, คุณJinnyTent, คุณบาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน, คุณmariabamboo, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณhaiku, คุณสองแผ่นดิน, คุณtoor36, คุณRinsa Yoyolive, คุณKavanich96, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณThe Kop Civil, คุณชีริว


 
สวัสดีค่ะคุณเต้ย

มาเที่ยวตุรกีกับคุณเต้ยต่อค่ะ

เสื้อที่ม้วนแล้วเหลือขนาดเล็กไอเดียดีจังนะคะ
ประหยัดที่ในกระเป๋าเดินทางได้เยอะเลย

บ้านพระแม่มารีร่มรื่นร่มเย็น
อาคารหินที่บรรยายไว้ในหนังสือหนังสือเมื่อปี ค.ศ. 1852
กระทั่งถูกค้นพบและเชื่อว่าเป็นบ้านที่พระแม่มารีอาศัย
ได้รับการดูแลต่อเนื่องทำให้คนรุ่นหลังมีโอกาสมาเยี่ยมชม
เป็นเรื่องราวที่ดีจังค่ะ

ระบบท่อน้ำและท่อที่ทำจากดินเผาทำให้นึกถึงที่วังนารายณ์ด้วยค่ะคุณเต้ยว่ามีมาแต่โบราณจริงๆ
คอนเสิร์ตฮอลล์แบบโบราณที่อยู่กลางแจ้ง
ปัจจุบันบางแห่งในบางประเทศยังใช้งานอยู่
สวยและดูขลังดีค่ะ

เทพเจ้าแอร์เมสและเทพเจ้าไนกี้ ที่มาของชื่อท่านมีความหมาย

ชื่นชมสถาปนิกชาวโรมันด้วยค่ะ
ที่สร้างอาคารห้องสมุดโดยคำนึงถึงแสงอาทิตย์ยามเช้า

ขอบคุณคุณเต้ยที่พาเที่ยวพาชมนะคะ


โดย: Sweet_pills วันที่: 7 พฤษภาคม 2562 เวลา:9:55:45 น.  

 
ดูแล้วแดดแรงใช่ได้เลยนะครับคุณเต้ย

รู้สึกว่าทุกทริปจะต้องแวะร้านเสื้อหนัง
มีการเดินแฟชั่นด้วย เป็นจุดขายที่ดีครับ
ที่ร้านผมเลิกขายเสื้อหนังมานานแล้ว
ในราคาเท่ากัน ตอนนี้คนซื้อเสื้อกันหนาวแบบเสื้อขนเป็ดใส่ครับ
ผมเองก็ใส่ 5555 เสื้อหนังสามสี่ตัวที่เคยมี
ไม่ใส่เลยเพราะมันหนัก รักษายาก
เวลาโดนฝน โดนหิมะก็จะมีปัญหาครับ

ตุรกีเป็นประเทศที่น่าไปเที่ยวนะครับมีเมืองเก่า และโบสถ์สวยๆเยอะเลย




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 7 พฤษภาคม 2562 เวลา:10:20:47 น.  

 
ไปกับทัวร์แบบนี้
โรงงานเครื่องหนังบังคับเราเข้ามั้ยคะ

สงสัยว่าเหมือนทัวร์จีนมั้ย
คือรุ้งไม่ชอบช้อปปิ้งเลยค่ะ
รู้สึกว่าเสียเวลา ถ้าจัดทริปไปเองนี่คือเข้าแต่ตลาด พวกร้าน พวกแบรนด์นี่ตัดทิ้งหมดเลย

แต่ร้านเตอร์กิชดีไลท์ ร้านขนมแบบนี้รุ้งยอมค่ะ ร้านขนม ร้านช็อกโกแลต ยอมเข้าแต่โดยดีอะ ตอนไปสวิสก็อยากเข้าพิพิธภัณฑ์ช็อกโกแลตเสียดายที่พิพิธภัณฑ์ปิด

เสื้อพับแล้วเหลือแค่ฝ่ามือนี่ดีเนอะ แต่ราคาไม่รู้ว่าจะน่ารักด้วยรึเปล่าสิ

เทพเจ้าไนกี้ เพิ่งเคยได้ยินค่ะ ที่แท้ยี่ห้อไนกี้เอาชื่อเทพเจ้ามานี่เอง เจ๋งอะ

เห็นสถาปัตยกรรมโบราณแล้วอยากไปดูด้วยตาจัง


โดย: เรียวรุ้ง วันที่: 7 พฤษภาคม 2562 เวลา:10:33:49 น.  

 
ข้อมูลความรู้เยอะมาก
พี่อ่านข้ามบ้างบางช่วงจ๊ะ สารภาพก่อนเลย 555
โดยเฉพาะข้อมูลจากวิกิพีเดียที่คุณเต้ยเอามาแปะเพิ่มไว้

แหล่งท่องเที่ยวเหมือนพี่หนูเลยนะคะ
มีแตกต่างกันนิดหน่อย
สถานที่สำคัญ ๆ ไม่ค่อยต่างกัน

บ้านพระแม่มารีนิรมล ตรงที่มีน้ำศักดิ์สิทธิ์
ถ้าคุณเต้ยไม่บอกพี่ก็นึกถึงอยู่
เหมือนน้ำสามสายที่วัดน้ำใส
อารมณ์ประมาณนั้นจริง ๆ

นี่ถ้าชีริวไปเที่ยวกับคุณเต้ย
ท่าจะชอบมาก ๆ ซากอิฐแบบนี้
เดินกันขาลากเลยนะคะ
ถ้าละเลียดชมกันจริง ๆ ใช้เวลาเป็นวัน ๆ
แต่เธียเตอร์กลางแจ้งนั่น กว้างใหญ่มาก อลังการมาก

ชื่อของเทพเจ้ากรีกถูกนำมาใช้เป็นชื่อ
สินค้าแบรนด์ดังหลายแบรนด์เลยนะคะ

ส่วนร้านของฝาก
ทริปไหนทริปนั้น ไม่พลาดเช่นกันค่ะ
ไหน ๆ ก็ไปถึงที่แล้วก็ต้องมีติดไม้ติดมือมาสักหน่อย
ไม่ใช่ได้ไปกันบ่อย ๆ นินา


โดย: JinnyTent วันที่: 7 พฤษภาคม 2562 เวลา:12:37:05 น.  

 
ชอบตอนไปเที่ยวซากปรักหักพังอ่ะ สมัยนู้นต้องอลังการสวยงามแน่ ๆ เลย
เตอร์กิชดีไลท์นี่มันหวานจริง ๆ ค่า เอามากินกับชากาแฟเข้ม ๆ ถึงจะรอด


โดย: บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน วันที่: 7 พฤษภาคม 2562 เวลา:12:56:35 น.  

 
Travel Blog



ส่งกำลังใจค่ะคุณเต๊ย ตุรกีน่าเที่ยวจังค่ะ แม่โมชอบบ่อน้ำของพระแม่มารีค่ะ อยากไปลองดูกับตัวเองมั่งค่ะ ที่สุดท้ายสถาปัตย์ก็สวยค่ะ ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ


โดย: mariabamboo วันที่: 7 พฤษภาคม 2562 เวลา:14:12:08 น.  

 
เพิ่งกลับจากภูเก็ต แต่คงไม่ตามมาเมืองฝรั่งด้วยนะ ฮ่าๆๆ


โดย: ลุงแมว วันที่: 7 พฤษภาคม 2562 เวลา:21:30:14 น.  

 
เราแวะร้านเครื่องหนัง กับร้านเตอร์กิชดีไลท์คนละร้านกัน ...กรุ๊ปเต้ยละลายทรัพย์ไปเยอะเลยสิ

เอฟิซุสของพี่แมวบานเลยจ้ะ


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 7 พฤษภาคม 2562 เวลา:21:31:58 น.  

 
ส่งกำลังใจก่อนครับ ฝนกำลังตกหนักขึ้นเรื่อยๆ
เดี๋ยวมาอีกรอบ


โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 7 พฤษภาคม 2562 เวลา:22:02:37 น.  

 
มีงี้ด้วยรวมพลังต่อราคาทีเดียว แต่เหตุผลฟังดูเข้าท่า เขาต้องยอมลดอยู่แล้วแหละ เหมือนสินค้าล็อตใหญ่ กำไรน้อยหน่อยแต่ปล่อยของได้มากหน่อย

มีภาพนึงแมวเต็มไปหมดเลย 555 ที่บ้านพระแม่มารีเป็นอีกที่ที่ทัวร์มักจะพาไปกัน ผมว่าการเขียนขอพร หรือเป็นที่ที่เอาไว้ให้เขียนแบบนี้เข้าท่านะ เมืองไทยหลายๆ ที่ไม่มีแบบนี้ แล้วก็จะมีพวกนักท่องเที่ยวเรื้อนๆ ไปขีดเขียนตามกำแพงแทน (น่าจับไปตัดมือ)

หลายๆ ที่ก็พุพังไปตามกาลเวลา สมัยก่อนน่าจะรุ่งเรื่องมาก เทพเจ้าแมวสวยงามมากเลยครับ ดูสมจริงมากเหมือนมีชีวิตเลย โหดมากเอาชื่อเทพมาตั้งเป็นชื่อยี่ห้อร้องเท้าเลย

เอเดรียน ช่วงยุคสมัยที่ยังไม่พังแบบในปัจจุบันน่าจะสวยนะครับ ห้องสมุดก็เช่นกัน

เธียเตอร์ไม่ได้อยู่ที่เดอะมอลล์บางกะปิเหรอครับ (เล่นมากโดนคุณเต้ยถีบ) ร้านเตอร์กิชดีไลท์ดูน่าสนครับ ถ้าผมไปประเทศนี้ผมจะไม่กินไอศครีมเด็ดขาด มีเรื่องกันได้ง่ายๆ เลย


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 7 พฤษภาคม 2562 เวลา:23:25:04 น.  

 
ทึ่งกับความอลังการงานสร้างของเมืองโบราณซากอิฐด้วยค่าพี่เต้ย
เห็นเค้าโครงสภาพได้เห็นความยิ่งใหญ่อยู่นะเนี่ย
ชีริวชอบแบบนีแหละ อิอิ
รินไม่รู้ว่าไปตุรกีช่วงไหนจะสวย
ดีที่ไม่ต้องขอวีซ่า อยากไปช่วงที่สวยที่สุดสักครั้งค่า


จากบล็อกรีวิว รร.อีสาน มี 73 ห้องค่า มีห้องสัมมนาด้วย
แต่วันที่รินไปลืมถ่ายรูปมาค่า แฮ่




โดย: Rinsa Yoyolive วันที่: 7 พฤษภาคม 2562 เวลา:23:53:52 น.  

 
ขอบคุณที่แบ่งปัน


โดย: Kavanich96 วันที่: 8 พฤษภาคม 2562 เวลา:3:11:26 น.  

 
นั่งอ่านลงมาเรื่อย ๆ ยังอ่าน
ไม่หมด..ไม่กล้ารูดผ่าน 555
ไปทำอย่างอื่นแล้วจะกลับมาอ่าน
ต่อนะคุณเต้ย


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 8 พฤษภาคม 2562 เวลา:5:02:36 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับคุณเต้ย



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 8 พฤษภาคม 2562 เวลา:6:19:11 น.  

 
เป็นเมืองแห่ง หินจริง ๆ น่าจะ
ใช้เหล็กสกัด..นำมาก่อสร้าง
สะกัดเป็นรูปร่างสัตว์กับอย่างอื่นสวยดี..

เมืองแบบนี้ อีตาชีริวต้องชอบแน่....
โรงงานสินค้าเครื่องหนัง คงดู
ไปเรื่อย ๆ ไม่กล้าซื้อสินค้ามาเหมือนไปช๊อปที่ร้านขายเสื้อ
ผ้าฤดูหนาว... ยิ่งตอนนี้บ้าน
เราระอุ

...

คุณเต้ยเป็นนักอ่าน จำอะไรต่างๆ ได้เยอะ...ยังจำเรื่องที่ผมเกริ่นเรื่องคนไทยไป ทำงานตัดตัวรถที่ญี่ปุ่นส่งเข้าไทยส่วนผมแหะ ๆ ชักเลือนคือบางครั้งเขียนยาวแต่ กลัวออกอ่าว เลยตัดทิ้ง.นำลงบล๊อกเท่าที่เกี่ยวข้อง..

มุมมองคนที่มีอาชีพตัดเก็บตัวรถดูซิว่า ผมจะแถไปแบบไหน
แย้มนิด เป็นความรู้บางอย่างแทรกไปในบล๊อก


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 8 พฤษภาคม 2562 เวลา:7:58:07 น.  

 
ผมนี่อยากไปตุรกีมาก เดี๋ยวกลับบ้านจะไปอ่านให้ครบทุกตอนเลย

เคยอ่านแต่ใน web ประเทศนี้มีมรดกโลกหลายแห่งเลยนะ

แต่แฟนไม่ค่อยชอบไปไหน นอกจากญี่ปุ่น


โดย: ผู้ชายในสายลมหนาว วันที่: 8 พฤษภาคม 2562 เวลา:10:04:37 น.  

 
ชอบเอฟีซุสมากค่ะ แอบผิดหวังกับวิหารเทพีอาร์เทมิสนิดหน่อย แต่ไม่เป็นไร เพราะที่นั่นน้องแมวเยอะมาก!


โดย: Froggie วันที่: 8 พฤษภาคม 2562 เวลา:11:12:34 น.  

 
หยุดยาวผมไปเที่ยวต่างจังหวัดมาหลายวัน ตามมาเที่ยวตุรกีด้วยคนครับ


โดย: The Kop Civil วันที่: 8 พฤษภาคม 2562 เวลา:13:29:08 น.  

 
กำลังร้อนๆ เข้ามาเจอ leather ก็โอเชๆๆๆ
พอเห็น fur 55 คันยุบยิบๆ

แล้วก็ตามไปถึงบ้านพระแม่มารี โอ้ว วาวววว ชอบจัง
คุณเต้ยขยันเก็บข้อมูลมานะคะ
พี่ไปไหนได้แต่เยี่ยมๆมองๆมาเท่านั้น

วันนี้ได้แต่ลากลงมา อยูดที่ภาพและคำเป็นบางตอน
ยาวมากจริงๆ ไว้กลับมาอ่านต่อค่ะ

บ้านพี่มีแต่เรื่องแปลนะคะ
คุณเต้ยผ่านตลอดไปก่อนดีกว่าค่ะ



โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 8 พฤษภาคม 2562 เวลา:16:16:50 น.  

 
เที่ยวตุรกีต่อค่ะ มีหลายอย่างน่าสนใจเชียว


โดย: kae+aoe วันที่: 8 พฤษภาคม 2562 เวลา:16:54:44 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับคุณเต้ย



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 8 พฤษภาคม 2562 เวลา:19:27:27 น.  

 
พี่จริงจังกับการถ่ายแมวมาก เดี๋ยวอัพบล็อกพระราชพิธีบรมราชาภิเษกจบ พี่ต่อเอฟิซุสนี่แหละ

ขอบคุณจ้ะเต้ย


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 8 พฤษภาคม 2562 เวลา:19:31:28 น.  

 
ถึงว่าสิทำไมราคาถูก
บังคับเข้าร้านนี่เอง
นึกว่าจะเจอแต่จีน

รุ้งเบื่อการเข้าร้าน เจอทริปเดียวขยาดเลยค่ะ มันเสียเวลามากอะ แต่ราคาก็นะยั่วซะเหลือเกิน เฮ้อ!

ขอบคุณสำหรับคำตอบค่ะ คอตกเลยทีเดียว


โดย: เรียวรุ้ง วันที่: 8 พฤษภาคม 2562 เวลา:22:18:36 น.  

 
ทำไม่ไม่ใช้เกลือเฉยๆ

ต๋ารู้จักดอกเกลือครั้งแรกจากพี่เพื่อนบล็อกค่ะคุณเต้ย
พอหาข้อมูลทราบว่าดอกเกลือเป็นเกลือชุดแรกที่ลอยตัวขึ้นมาเกาะตัวเป็นแพบนผิวน้ำ
มีความบริสุทธิกว่าเกลือทะเลธรรมดา
มีแร่ธาตุและคุณค่าทางอาหารมากกว่าเกลือทั่วไป
ก็เลยหาซื้อมาใช้น่ะค่ะ

ขอบคุณคุณเต้ยสำหรับกำลังใจนะคะ


โดย: Sweet_pills วันที่: 9 พฤษภาคม 2562 เวลา:0:47:18 น.  

 


สวัสดียามเช้าครับคุณเต้ย



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 9 พฤษภาคม 2562 เวลา:6:26:46 น.  

 
จากบล็อก ยังแอบอิจฉาเกาหลีเลยครับ นักกีฬาของเค้าระเบียบวินัยยอดเยี่ยม ทำให้มีนักกีฬารุ่นใหม่มาทดแทนตลอด บ้านเรามีแต่น้องวิวคนเดียวตอนนี้


โดย: The Kop Civil วันที่: 9 พฤษภาคม 2562 เวลา:6:46:34 น.  

 
ตามมาค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 10 พฤษภาคม 2562 เวลา:16:50:56 น.  

 
ตามมาอ่านย้อนหลังง่ะ

อีแฟชั่นโชว์นี่ก็โดนจับไปเดินเหมือนกัน น่าเรียกค่าตัวซะให้เข็ด
ว่าแต่มันมีคนซื้อจริงเรอะ? เสื้อหนังกับอากาศบ้านเราเนี่ย

บ้านพระแม่มารีผมไปเดือน ธ.ค. ใบไม้กำลังแดงสวยเลยครับ บรรยากาศดีมากๆ เสียดายด้านในห้ามถ่ายภาพ

เอฟิซุสนี่ระดับเมืองหลวงของโรมันบนแผ่นดินอนาโตเลียเลย เป็นเมืองโรมันที่ใหญ่ที่สุดที่เหลืออยู่ในทวีปเอเชียแล้ว
ผมชอบอารยธรรมกรีก-โรมันมานานมาก ไม่คิดว่าจะได้เห็นเมืองโรมันครั้งแรกจริงๆที่ตุรกี (เมืองแรกที่ไปคือเฮราโพลิสบนปามุคคาเล่)
เมืองนี้แมวอยู่กันเพียบด้วยแหละ ไม่รู้มีคนเอาอาหารมาให้แมวจรจัดแบบบ้านเราไหม แต่ก็ไม่เห็นกองขยะเลอะเทอะนะ
แมวที่นี่ขนฟูฟ่องนุ่มดีด้วย ไปมาหลายประเทศแมวตุรกีเนี่ยชนะเลิศ
และแน่นอนไฮไลต์ก็ต้องเป็นหอสมุดเซลซุสกับโรงละครใหญ่ รักษาความอลังการมาสองพันปี


โดย: ชีริว วันที่: 11 พฤษภาคม 2562 เวลา:11:55:55 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สาวไกด์ใจซื่อ
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 202 คน [?]




ชอบอ่านหนังสือและดูหนังค่ะ ตอนนี้ทำงานด้านการท่องเที่ยวอยู่ นิสัยดีบ้างร้ายบ้าง แล้วแต่สภาวการณ์และคนที่เจอ


เนื้อหาและรูปภาพทั้งหมดในบล็อกสงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย ไม่อนุญาตให้นำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล็อก


ติดต่อเจ้าของบล็อกได้ที่ theworpor@yahoo.com
หรือ
https://www.facebook.com/saoguide






Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2562
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
7 พฤษภาคม 2562
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add สาวไกด์ใจซื่อ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.