happy memories
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2561
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
16 มิถุนายน 2561
 
All Blogs
 
การทูตไทย-ฝรั่งเศสยุค "พี่หมื่น" (B รียูเนี่ยน ๔)




หมื่นสุนทรเทวา
ภาพจาก thaipost.net



ออเจ้าเอย







ภาพจาก thaipost.net



ประวัติศาสตร์ตามท้องเรื่องละคร"บุพเพสันนิวาส" นั้น "พี่หมื่น" ของแม่การะเกดกำลังนั่งเรือไปฝรั่งเศส หลายคนคงจินตนาการไม่ออกว่าจะกินอยู่กันอย่างไร เมาเรือหรือเปล่า ใช้เวลานานแค่ไหน

โหดหรือไม่นึกภาพตามดู "พี่หมื่น" นั่งกำปั่นใหญ่ออกจากอยุธยา ล่องมาตามแม่น้ำเจ้าพระยา ออกอ่าวไทย เลาะชายฝั่งลงไปยังภาคใต้ มาเลเซีย อ้อมเข้าอันดามันที่สิงคโปร์ เลาะไปเรื่อย ๆ จนสุดเกาะสุมาตรา จากนั้นลอยกลางมหาสมุทร จนไปถึงชายฝั่งทวีปแอฟริกา





ภาพจาก thaipost.net



จะได้ไปต่อหรือไม่ก็ตรงปลายแหลมกู๊ดโฮป เพราะบริเวณนั้นคือทะเลคลั่ง เรือลำไหนได้ไปต่อก็เลาะชายฝั่งตะวันตกของทวีปแอฟริกาไปเรื่อย ๆ จนถึงปากทางเข้าทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ถ้าจะไปอังกฤษ ฝรั่งเศสก็ดิ่งขึ้นไปอีก รอนแรมประมาณ ๕ เดือน ถ้าโชคร้ายเจอพายุตลอดทางก็ครึ่งปี หรือไม่ก็ไปไม่ถึงเรือล่มกลางทางเสียก่อน





ภาพจาก thaipost.net



ก่อนคณะ "พี่หมื่น" เดินทางไปฝรั่งเศส มีคณะของออกขุนชำนาญออกเดินทางไปโปรตุเกสก่อน เดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๒๒๗ สมเด็จพระนารายณ์ฯ  ได้ทรงส่งออกขุนชำนาญ (Occun Chamnan) กับคนสยามรวมสิบคนไปเมืองลิสบอน ประเทศโปรตุเกส ผ่านเมืองกัว โดยเรือรบของโปรตุเกสซึ่งมีลูกเรือ  ร้อยห้าสิบคน และบาทหลวงโปรตุเกสนิกายแซงต์โอกึสแตง





ภาพจาก thawatchaiguru.com



วันที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ. ๒๒๒๙ เรือโปรตุเกสที่ทูตไทยโดยสารไปอับปางที่แหลมแดส์เอกีส์ (des  Aiguilles) ซึ่งเป็นสันทรายทางขวางกับแผ่นดินที่ตรงปลายแหลม (จะงอย) ทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกา  ห่างจากแหลมเดอบอนน์แอสเปรัวซ์ (แหลมกู๊ดโฮป) เป็นระยะทางประมาณ ๒๐ ลิเออ คนจมน้ำตายไปแปดคน ขุนชำนาญและคณะว่ายน้ำขึ้นฝั่งได้ต้องกินใบไม้ งูย่างหมวกและรองเท้าเป็นอาหาร แล้วเดินด้วยเท้าในแอฟริกาอยู่สามสิบเอ็ดวันจึงพบคนป่าโอตังโดผิวดำ จึงได้นำพาไปหาชาวฮอลันดาที่แหลมกู๊ดโฮป แล้วอาศัยเรือฮอลันดากลับมาปัตตาเวีย ลงเรือใบกลับมาประเทศสยามเมื่อเดือนกันยายน จึงได้พบบาทหลวงตาชาร์ดและออกญาวิชาเยนทร์





ราชทูตซีมง เดอ ลา ลูแบร์ (Simon de  La Lubere)
ภาพจาก alchetron.com



วันที่ ๒๕ มกราคม พ.ศ. ๒๒๒๗ สมเด็จพระนารายณ์ฯ กษัตริย์กรุงศรีอยุธยาแห่งอาณาจักรสยามได้ทรงส่งออกขุนพิไชยวาทิตและออกขุนพิชิตไมตรีโดยสารเรือของอังกฤษ เดินทางไปเป็นคณะราชทูตเข้าเฝ้าฯ พระเจ้าชาลส์ที่ ๒ แห่งอังกฤษ และพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ แห่งฝรั่งเศสที่กรุงปารีส โดยมีบาทหลวงวาเชต์ (Monsieur Vachet) อดีตศาสนทูตแห่งประเทศญวนใต้เป็นล่าม เพื่อสืบหาคณะทูตชุดแรกที่นำโดย  ออกญาพิทักษ์ราชไมตรีซึ่งสูญหายไปเมื่อ พ.ศ. ๒๒๒๓





ภาพจาก alchetron.com



คณะราชทูตไทยชุดนี้ได้เดินทางกลับมาประเทศสยามพร้อมกับราชทูตฝรั่งเศสชื่อ เชอร์วาเลียร์  เดอ โชมองต์ (Chevalier de Chaumont) นายทหารชื่อ เชอวาลิเยอร์ ฟอร์แบง นายทหารชื่อ เดอ โบเรอการ์ด และบาทหลวงคณะเยซูอิตชื่อ อับเบ เดอ ชัวซีย์ (เดอชัวสี) บาทหลวงตาชาร์ด บาทหลวงฟอนเต อเนย์ บาทหลวงเลอคองต์ บาทหลวงเกอบิยองต์ บาทหลวงวิสเดอลู และนิโคลัส แซร์แวส โดยทั้งหมดออกเดินทางจากท่าเรือเมืองแบรสต์ของฝรั่งเศสเมื่อวันที่ ๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๒๒๘ ถึงปากอ่าวสยามเมื่อวันที่ ๒๒ กันยายน พ.ศ. ๒๒๒๘ ด้วยเรือรบหลวงชื่อ ลัวโซ (L'Oyseau) ซึ่งเป็นเรือใบขนาดเล็กต่อด้วยไม้บุทองแดง มีลูกเรือ ๑๓๒ คน และเรือฟริเกตชื่อ ลามาลีญ





ภาพจาก en.chateauversailles.fr



สิ่งของที่คณะทูตของฝรั่งเศสนำมาถวายพระเจ้ากรุงสยามคือ กระจกเงาหนึ่งพันบาน อำพันเม็ดสิบสองปอนด์ กระจกแก้วสีสามร้อยแผ่น ปืนคาบศิลาหนึ่งร้อยกระบอก นาฬิกาแขวนสองเรือน อานม้าหนังตะทองคำสิบอาน ในครั้งนี้มีช่างทำแผนที่ชื่อ เดอ ลามาร์ ร่วมคณะมาด้วยเพื่อทำแผนผังตัวเมืองชายฝั่งที่ผ่านไปและแผนที่ประเทศสยาม เพื่อส่งกลับไปถวายพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส





แผนที่อยุธยาพิมพ์สี
ภาพจาก thailand.prd.go.th



คณะราชทูตทั้งหมดเดินทางจากปากแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านไปยังเกาะสีชัง จากนั้นเดินเรือตรงไปต่อถึงช่องแคบปังกา ซึ่งอยู่ระหว่างเกาะบังกาและเกาะสุมาตรา

๑๑ มกราคม ๒๒๒๙ เรือของคณะราชทูตจอดทอดสมอที่เมืองบันตัม เมืองท่าบนเกาะชวาเพื่อซื้อเสบียงสำหรับการเดินทาง กวีบรรยายความไว้ว่ามีชาวชวามาขายผลไม้ต่าง ๆ มากมาย เช่น ทุเรียน  มังคุด ส้ม จากนั้นมุ่งเดินทางต่อไปทางทิศตะวันตก ซึ่งจากบันทึกพบว่าคณะเดินทางชุดนี้ต้องพบเจอกับคลื่นลมในมหาสมุทรมากมาย





เมืองแบรสต์ในปัจจุบัน เป็นเมืองแรกของแผ่นดินฝรั่งเศส
ที่คณะทูตสยามของออกพระวิสุทสุนธร (ปาน) หรือโกษาปานได้มาถึง
ในวันที่ ๑๘ มิถุนายน ค.ศ. ๑๖๘๖ (พ.ศ. ๒๒๒๙)
หลังจากการเดินทางข้ามมหาสมุทร ๖ เดือน
ภาพจาก เพจวิพากษ์ประวัติศาสตร์



๑๓ มีนาคม ๒๒๒๙ เดินทางถึงเมืองกาบ เมืองท่าบริเวณแหลมกู๊ดโฮป สภาพของเมืองเป็นตึกใหญ่สีขาวมีกำแพงล้อมรอบ ทั้งยังมีคูน้ำและป้อมปราการ เมืองนี้มีอ่าวลึกใช้จอดท่าเรือสำเภามากมายเพื่อขนถ่ายสินค้า ภายในมีสัตว์เลี้ยงมากมาย เช่น ม้าป่า หมูน้ำ นกหลายชนิดเช่นนกกระจอกเทศ ทั้งยังบรรยายถึงชาวเมืองว่าเป็น "พวกหัวพริก" เนื่องจากมีเส้นผมหยิกหยอย ตัวเปล่าเล่าเปลือย หลังทอดสมออยู่ ๑๕ วัน เรือออกเดินทางต่อผ่านมหาสมุทรที่คลาคล่ำไปด้วยปลามากมาย ทั้งปลาฉลาม ปลาโอ โลมา ปลากระเบน





ถนนสยาม (Rue de Siam) ที่เมืองแบรสต์ ประเทศฝรั่งเศส
ถนนฝรั่งเศส (Rue de France) ที่ลพบุรี และถนนแบรสต์ (Rue de Brest) ที่กรุงเทพฯ
นับเป็นสัญลักษณ์แห่งความสัมพันธ์อันดีที่มีมาอย่างยาวนานระหว่างฝรั่งเศสกับไทย
ภาพจาก mobile.twitter.com



จากนั้นราว ๒ เดือนจึงเดินทางถึงเกาะตาปลา เกาะใหญ่ที่ใช้พักเรือขนส่งสินค้า ในบันทึกได้บรรยายถึงความว้าเหว่เอาไว้

เมื่อผ่านจากเกาะตาปลาแล้ว เรือคณะทูตได้ผ่านไปยังหมู่เกาะอีกหลายเกาะ เช่น เกาะดอกไม้ที่มีน้ำตกหลายชั้นลดหลั่นลงสู่ทะเล

และเมื่อเดินทางอีก ๑๕ วันจึงถึงเมืองแบรสต์ หมุดหมายของคณะทูต รวมระยะเวลาการเดินทาง ทั้งสิ้นกว่า ๕ เดือน เป็นระยะทางรวม ๖๘,๘๐๐ กิโลเมตร

จากบันทึกเล่าว่า เมื่อเดินทางถึงเมืองแบรสต์ในวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๒๒๙ เจ้าเมืองพากันออกมาต้อนรับ มีการยิงสลุตคำนับและแต่งเรือที่ประดับประดาอย่างงดงาม

คณะราชทูตไทยได้เข้าเฝ้าฯ พระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ เมื่อวันที่ ๑ กันยายน ๒๒๒๙ และเดินทางกลับเมื่อ ๒๗ กันยายน ๒๒๓๐ รวมเดินทางไปกลับอยุธยาฝรั่งเศสทั้งหมด ๑ ปี ๙ เดือน





ภาพจาก postjung.com



ต่อมาวันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๒๓๐ พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้ส่งราชทูตซีมง เดอ ลา ลูแบร์ (Simon de  La Lubere) เจ้าหน้าที่กระทรวงทหารเรือ บาทหลวงตาชาร์ด (Pere Tachard) บาทหลวงเดอเบส (de  Betz) และบาทหลวงเยซูอิตรวม ๑๒ รูป และพร้อมด้วยทหารฝรั่งเศส ๖๓๖ คน ภายใต้การนำของนายพลเดส์ฟาร์ช (Desfarges) ออกจากท่าเรือเมืองแบรสต์เพื่อมายึดบางกอกและป้อมมะริด โดยอ้างว่าจะมาอารักขาพระเจ้าแผ่นดินสยามจากการรุกรานของอังกฤษและฮอลันดา โดยมีการปิดความลับอย่างสุดยอด

กองเรือ ๖ ลำของฝรั่งเศส ซึ่งมีเรือรบเลอกัยยาร์ (le Gaillard) ติดปืนใหญ่ 54 กระบอก ลูกเรือ ๑๕๐ คน เรือรบลัวโซ (l'Oyseau) ติดปืนใหญ่ ๔๖ กระบอก (เรือลำนี้เคยเดินทางมาสยามก่อนแล้ว) เรือลานอร์มังด์ (la Normande) เรือเลอโดรมังแดร์ (le Dromandaire) และเรือลำเลียงยุทโธปกรณ์ลาลัวร์  (la Loire) ส่วนเรืออีกลำชื่อลามาลีญ ขนเสบียงมาส่งแค่แหลมกู๊ดโฮปแล้วก็กลับฝรั่งเศส





ภาพจาก postjung.com



กองเรือฝรั่งเศสได้พากันออกจากท่าเมืองแบรสต์ เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๒๓๐ ผ่านแหลมกู๊ดโฮป  ช่องแคบซุนดา เมืองบันตัม ปัตตาเวีย ช่องแคบบังกา ถึงอ่าวสยามสันดอน แม่น้ำเจ้าพระยาเมื่อวันที่  ๒๗ กันยายน พ.ศ. ๒๒๓๐ และถึงกรุงศรีอยุธยาเมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๒๓๐



img src = https://www.bloggang.com/data/h/haiku/picture/1529079261.jpg>

หน้าที่ ๕๘ ของเอกสารที่เรียกว่า
"บันทึกรายวันของออกพระวิสุทธสุนธร (โกษาปาน)"
ระบุถึงผลไม้ ของหวาน ผักและนมโคที่ถูกยกมาเสริ์ฟ
ภาพจาก matichon.co.th



ในการเดินทางครั้งนี้ปรากฏว่าอาหารในเรือนั้นมีคุณภาพไม่ดี จึงทำให้เกิดการเจ็บป่วยในเรือมาก ทหารฝรั่งเศสบางคนมาตายในเมืองสยาม เพราะกินน้ำตาลเมาที่ทำจากน้ำตาลมะพร้าวมากเกินไป  รวมทหารฝรั่งเศสมาสยามครั้งนี้มีจำนวน ๖๓๖ คน ระหว่างเดินทางนั้นได้ตายไป ๑๔๓ คน ขณะที่พำนักอยู่เมืองสยามนั้นปรากฏว่าตายไปอีกราวร้อยคน จึงอยู่รักษาเมืองมะริด ๑๕๐ คน ลงเรือตระเวนตามชายทะเล ๕๐ คน และเหลือรักษาป้อมบางกอกราว ๒๐๐-๒๕๐ คน ราชทูตลาลูแบร์อยู่ในสยามเป็นเวลา ๓ เดือน ๖ วัน จึงเดินทางออกจากสยามในวันที่ ๓ มกราคม พ.ศ. ๒๒๓๐ กลับถึงท่าเมืองแบรสต์ในวันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๒๓๑ การเดินทางของลาลูแบร์นั้นไม่ได้รับการต้อนรับจากประเทศสยามดีนัก เพราะขุนนางสยามยังสงสัยในพฤติกรรมของฝรั่งเศสที่นำทหารมาด้วยถึง ๕ ลำเรือรบ





ภาพจาก postjung.com



โดยเฉพาะพระเพทราชานั้นไม่พอใจและคัดค้านอย่างเปิดเผย จนลาลูแบร์และทหารถูกฟอลคอนสั่งห้ามลงจากเรือ จนกว่าจะได้สาบานว่าจะจงรักภักดีต่อองค์สมเด็จพระนารายณ์และฟอลคอนเสียก่อน  ทหารฝรั่งเศสได้ขึ้นพักที่ป้อมวิชาเยนทร์ (ป้อมวิไชยประสิทธิ์) ด้านตะวันตกของบางกอกเมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๒๓๐ ทหารฝรั่งเศสจึงไม่มีโอกาสยึดบางกอกตามที่วางแผนไว้.



ข้อมูลจาก
thaipost.net
นสพ.แทบลอยด์ไทยโพสต์ ๑-๗ เม.ย. ๒๕๖๑











บีจีจากคุณ lucky

Free TextEditor





Create Date : 16 มิถุนายน 2561
Last Update : 16 มิถุนายน 2561 23:38:15 น. 0 comments
Counter : 755 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณกะว่าก๋า, คุณเริงฤดีนะ, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณชีริว, คุณตุ๊กจ้ะ, คุณเรียวรุ้ง, คุณวลีลักษณา, คุณเกศสุริยง, คุณซองขาวเบอร์ 9, คุณmariabamboo, คุณSweet_pills, คุณคนผ่านทางมาเจอ, คุณสาวไกด์ใจซื่อ, คุณmambymam, คุณJinnyTent, คุณtoor36, คุณALDI, คุณชมพร, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณล้งเล้งลัลล้า, คุณสองแผ่นดิน, คุณหงต้าหยา, คุณkatoy, คุณInsignia_Museum, คุณจอมใจจอมมโน, คุณหอมกร, คุณRinsa Yoyolive, คุณข้ามขอบฟ้า, คุณAppleWi, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณก้นกะลา, คุณTui Laksi, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณnewyorknurse


haiku
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 151 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.