Group Blog
สิงหาคม 2564

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
17
18
19
20
21
22
24
25
26
27
28
29
31
 
 
All Blog
ทนายอ้วนชวนเที่ยวอยุธยา - พระราชวังบางปะอิน อยุธยา
สถานที่ท่องเที่ยว : พระราชวังบางปะอิน อยุธยา, อยุธยา Thailand
พิกัด GPS : 14° 13' 58.04" N 100° 34' 44.62" E

 
 



ช่วงนี้ไม่ได้ออกไปเที่ยวที่ไหนเลยตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม  อยู่บ้านตลอดครับ  ออกไปหน้ารั้วบ้านยังไม่ค่อยออกไปเพราะก่อนเข้าประตูบ้านจะต้องพ่นแอลกอฮอร์ทั้งตัว  ถูเจลทีมือถึงข้อศอก  แล้วก็รีบเข้าไปล้างมือด้วยสบู่พร้อมกับร้องเพลง  “ช้าง  ช้าง  ช้าง”  2 รอบ  อิอิอิ
 


 

ช่วงนี้เลยเป็นการเคลียร์คลังรูปสถานที่ท่องเที่ยวที่เคยไปมา  (นาน)  แล้ว  แต่ยังไม่ได้เอามาโพสครับ
 



 
บล็อก 
“เที่ยวทั่วไทย”  ในซีรีย์ต่อไปนี้เราจะไปเที่ยวพระราชวังบางปะอินกันครับ 





ถ้ามีคนพูดถึงพระราชวังบางปะอิน  เจ้าของบล็อกมักจะนึกถึงนวนิยายเรื่อง  “สี่แผ่นดิน”   นึกถึงคำบรรยายถึงบางปะอินในหนังสือที่ว่า  ...
 
 




“บางปะอิน หมายถึง ท้องทุ่งอันกว้างใหญ่ที่มีน้ำเจิ่งนองและมีดอกบัวงามสล้าง เป็นที่มีอากาศโปร่งสบาย ร่มรื่นด้วยพันธุ์พฤกษชาติ มีสระและคลองเต็มไปด้วยน้ำใสสะอาด มีลมบริสุทธิ์พัดพามามิได้ขาด”
 
 
ม.ร.ว. คึกฤทธิ์  ปราโมช


 
 
และนึกถึงภาพจำจากละคร 
“สี่แผ่นดิน”  ตอนที่คุณเปรมนำเอาเรือขนมจีนไปให้คุณอาสาย  พลอย  และช้อย  กินกลางลำคลอง 
 



 
บางปะอินยังมีความผูกพันกับเจ้าของบล็อกมากขึ้นไปอีกเมื่อพ่อของเจ้าของบล็อกได้เป็นโยมอุปัฎฐาก  บวชพระรูปหนึ่งแล้วมาจำวัดเรียนหนังสืออยู่ที่วัดนิเวศธรรมประวัติ  ที่ต้องนั่งกระเช้าข้ามน้ำไปตรงหน้าพระราชวังบางปะอิน  พ่อจะมาเยี่ยมเยียนพระรูปนี้บ่อยๆ  แล้วเลยมาเที่ยวพระราชวังบางปะอินทุกครั้ง  จนกระทั่งเจ้าของบล็อกไปเรียนต่อต่างประเทศ  ก็ได้ข่าวว่าพระรูปที่พ่อเป็นโยมอุปัฎฐากได้ลาสิขาไปแต่งงาน  ....  แม่เล่าว่าพ่อโกรธน่าดู  ไม่ไปงานแต่งงาน  ไม่ยอมลงมารับไหว้อีกด้วย
 
 
 
 
ถือได้ว่าเจ้าของบล็อกโตมาแบบที่มี
พระราชวังบางปะอินเป็นภาพข้างหลังจางๆ .......  มาร่วมย้อมรำลึกถึงความหลังวัยเด็กของเจ้าของบล็อกกันนะครับ
 







พระราชวังบางปะอิน  อยุธยา
 






 

พระราชวังบางปะอิน   ตั้งอยู่ในตำบลบ้านเลน  อำเภอบางปะอิน  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  อยู่ห่างจากเกาะเมือง  (อำเภอเมืองพระนครศรีอยุธยา)  ลงมาทางทิศใต้ประมาณ  18  กิโลเมตร  เป็นพระราชวังโบราณตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาที่สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง   ด้วยเชื่อกันว่าเป็นที่ประสูติของพระองค์  พระราชวังบางปะอินได้ใช้เป็นสถานที่ที่ประทับแรมของพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยามาตลอดจนเสียกรุง















 
มีเรื่องเล่าว่า  เมื่อครั้งที่สมเด็จพระเอกาทศรถ ยังทรงดำรงพระยศพระมหาอุปราช  วันหนึ่งพระองค์ได้เสด็จประพาสทางชลมารค  เมื่อถึงบริเวณเกาะบางปะอินเรือพระที่นั่งถูกพายุใหญ่พัด  ทำให้เรือพระที่นั่งล่มลง สมเด็จพระเอกาทศรถทรงว่ายน้ำขึ้นไปบนเกาะ  เดิมชื่อว่า
 "เกาะบ้านเลน"  และประทับอยู่กับชาวบ้าน  ในระหว่างประทับ  สมเด็จพระเอกาทศรถได้หญิงชาวเกาะเป็นบาทบริจาริกา  มีนามว่า  "อิน"  จึงเป็นเหตุให้คนทั่วไปเรียกเกาะนี้ต่อมาว่า  "เกาะบางปะอิน"  (เป็นที่ที่ได้พบ (ปะ) กับ นางอิน)    พระองค์ก็ทรงพานางอินนี้กลับไปกรุงศรีอยุธยาด้วย  นางอินผู้นี้จึงเป็นพระสนมในเวลาต่อมา  และมีพระราชโอรสด้วยกัน  เล่ากันว่าพระราชโอรสพระองค์นั้น  คือ  สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง







 






เมื่อปี พ.ศ. 2175  หลังจากที่สมเด็จพระเจ้าปราสาททองทรงขึ้นครองราชย์แล้ว  พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดขึ้นตรงบริเวณนิวาสสถานเดิมของพระมารดา  และได้พระราชทานนามว่า  
"วัดชุมพลนิกายาราม"  และได้สร้างพระที่นั่งองค์หนึ่งเพื่อฉลองการที่พระราชเทวีประสูติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระนารายณ์ราชกุมาร  (สมเด็จพระนารายณ์มหาราช)   พระราชทานนามว่า  "พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์"   พระราชวังบางปะอินจึงเป็นสถานที่ประทับของพระมหากษัตริย์ในฤดูร้อนสืบเนื่องกันมาจนกระทั่งกรุงศรีอยุธยาได้เสียแก่พม่าเมื่อปี  พ.ศ. 2310  ซึ่งพระราชวังบางปะอินจึงได้ถูกปล่อยให้รกร้างไป










 



 
พระราชวังบางปะอินกลับมาเป็นที่รู้จักอีกครั้งโดยสุนทรภู่  กวีเอกสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น  ซึ่งได้ตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชไปนมัสการพระพุทธบาทสระบุรี  ได้เขียนบทประพันธ์ถึงพระราชวังบางปะอินไว้ในนิราศพระบาท  
 




 

รำพึงพายตามสายกระแสเชี่ยว                  ยิ่งแสนเปลี่ยวเปล่าในฤทัยถวิล
สักครู่หนึ่งก็มาถึงบางเกาะอิน                    กระแสสินธุ์สายชลเป็นวนวัง
อันเท็จจริงสิ่งนี้ไม่รู้แน่                            ได้ยินแต่ยุบลในหนหลัง
ว่าที่เกาะบางอออินเป็นถิ่นวัง                    กษัตริย์ครั้งครองกรุงศรีอยุธยา







 




 
ครั้นมาถึงรัชสมัย
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่ 4  พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินผ่านพระราชวังบางปะอิน  ทอดพระเนตรเห็นความร่มรื่นโดยรอบเป็นที่ต้องพระราชหฤทัย  อีกทั้งยังเป็นเขตพระราชวังเก่าในสมัยกรุงศรีอยุธยา  จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้บูรณะพระราชวังบางปะอิน  โดยสร้างพระที่นั่งองค์หนึ่งเป็นที่ประทับ  เรือนแถวสำหรับเจ้านายฝ่ายในหนึ่งหลัง  พลับพลาริมน้ำ  และพลับพลากลางเกาะ  พร้อมทั้งปฏิสังขรณ์วัดชุมพลนิกายารามขึ้นใหม่
 
 


ในรัชสมัย
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ทรงมีพระวิสัยทัศน์ที่ยาวไกล  โปรดการท่องเที่ยว  พักผ่อนพระอิริยาบถ  ซึ่งเป็นแนวความคิดของทางตะวันตก  พระองค์ทรงพิจารณาเห็นว่าบางปะอินเป็นเกาะกลางน้ำ  มึความเงียบสงบ  มีเส้นทางการเดินเรือได้หลายทาง  สมบูรณ์ด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร  และเป็นสถานที่เสด็จประพาสของพระบรมชนกนาถ  จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้มีการบูรณะพระราชวังบางปะอินครั้งใหญ่  เพื่อเป็นพระราชวังสำหรับเสด็จแปรพระราชฐานแห่งแรกของพระองค์  โดยการสร้างพระราชวังบางปะอินมีรูปแบบที่ผิดไปจากพระราชวังแบบจารีตเดิมมาก  เช่น  การผันน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามาในพระราชวัง  ทำให้พระราชวังบางปะอินมีลักษณะเป็นเกาะเล็กเกาะน้อย  อยู่กลางทะเลสาบขนาดย่อมๆ  (ซึ่งตรงกับรูปแบบการสร้างสิ่งก่อสร้างแบบโรแมนติคที่กำลังเป็นที่นิยมในยุโรปในขณะนั้น)  โดยมี  มิเตอร์โยอาคิม  แกรซี่  (Mr. Jaochim  Grassi)  เป็นนายสถาปนิกหลักในช่วงปี  พ.ศ.  2415 – 2420  มีการสร้างพระที่นั่ง  พระตำหนัก  และตำหนักต่าง ๆ   ขึ้นมากมาย  เพื่อใช้สำหรับแปรพระราชฐาน  เป็นที่ประทับรับรองพระราชอาคันตุกะ  และพระราชทานเลี้ยงในโอกาสต่าง ๆ  ดังที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้







 
 




การก่อสร้างพระราชวังบางปะอินแบ่งออกเป็น  3  ช่วงคือ  ช่วงที่  1  ปี  พ.ศ. 2415 – 2419  ช่วงที่สอง  ในปี  พ.ศ. 2420 – 2426  และช่วงที่สาม  ในปี  พ.ศ. 2429 – 2432
 
 



ช่วงแรก  ในปี  พ.ศ. 2415 – 2419  มีการขุดขยายขนาดสระน้ำกลางพระราชวังให้มีขนาดใหญ่กว่าเดิม  และโปรดฯให้จำลองแบบพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาทภายในพระบรมมหาราชวังมาสร้างพระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ตั้งกลางน้ำที่สระน้ำใหญ่  จากนั้นจึงโปรดฯให้สร้างพระที่นั่งวโรภาษพิมาน เป็นอาคารท้องพระโรงที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมตะวันตก สร้างตำหนักวรนาฎเกษมสานต์  สภาคารราชประยูร
 



 
ในช่วงที่  2  ในปี  พ.ศ. 2420 – 2426  ทรงโปรดฯ ให้สร้างพระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียร เป็นที่ประทับส่วนพระองค์  โปรดฯให้สร้างหอสูงพระราชทานชื่อว่า หอวิทูรทัศนา เก๋งไม้ขนาดเล็ก พระราชทานชื่อว่า เก๋งบุปผาประพาส  และก่อสร้างอาคารอื่นๆอยู่ด้วย
 


 
ช่วงที่สาม  ในปี  พ.ศ. 2429 – 2432  โปรดฯให้สร้างพระที่นั่งรูปแบบสถาปัตยกรรมจีน พระราชทานชื่อว่า พระที่นั่งเวหาศจำรูญ






 
 
 



บริเวณโดยรอบของพระราชวังบางปะอิน  ประกอบไปด้วยเขตพระราชฐานชั้นนอก  เขตพระราชฐานชั้นกลาง  และเขตพระราชฐานชั้นใน 
 



 

เขตพระราชฐานชั้นนอก  เป็นบริเวณด้านหน้าสุดของพระราชวัง ตั้งอยู่ทางด้านทิศใต้ เป็นพื้นที่ที่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา  มีลักษณะเป็นพื้นที่หวงห้ามน้อยซึ่งบุรุษเพศได้รับอนุญาตให้เข้าถึงได้โดยมีการรักษาความปลอดภัยน้อยกว่าเมื่อเทียบกับพื้นที่ส่วนอื่น  ประกอบด้วย 
หอเหมมณเฑียรเทวราช หรือ ศาลพระเจ้าปราสาททอง มีลักษณะเป็นปรางค์ศิลาจำลองแบบจากปรางค์ขอม ภายในประดิษฐานเทวรูปพระเจ้าปราสาททอง ตั้งอยู่ ณ ริมสระน้ำใต้ต้นโพธิ์












 

พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ เป็นพระที่นั่งทรงปราสาท จำลองมาจากพระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาทในพระบรมมหาราชวัง รัชกาลที่ ๖ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระบรมรูปหล่อสำริดของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวขนาดเท่าพระองค์จริงในฉลองพระองค์เต็มยศจอมพลทหารบก เพื่อนำมาประดิษฐาน ณ พระที่นั่งองค์นี้จนถึงปัจจุบัน







 



 

สภาคารราชประยูร เป็นตึก ๒ ชั้น ตั้งอยู่ริมน้ำ ใช้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอฯ ในรัชกาลที่ ๕สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ และเจ้านายฝ่ายหน้า ปัจจุบันใช้เป็นที่แสดงนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชวังบางปะอิน











 

กระโจมแตร เป็นกระโจมขนาดกลางแบบ Gazebo สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๖ ตั้งอยู่เยื้องกับพระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์








 
 
 

เรือนแพพระที่นั่ง  เป็นเรือนแพแบบไทยสร้างด้วยไม้สักทอง หลังคามุงด้วยจาก ภายในจัดแบ่งห้องเป็นสัดส่วนรัชกาลที่ ๕ ทรงใช้เป็นที่ประทับในการเสด็จประพาสต้นและทรงสำราญพระอิริยาบถทางน้ำ โดยพระองค์เคยประทับเรือนแพพระที่นั่ง ไปทรงรับพระราชชายาเจ้าดารารัศมีจากเมืองเชียงใหม่ด้วย









 
 

เขตพระราชฐานชั้นกลาง  เป็นหัวใจสำคัญของพระราชวังบางปะอิน  เป็นพื้นที่ที่อยู่บริเวณตอนกลางค่อนเข้าไปภายในของพระราชวัง  มีลักษณะเป็นเกาะขนาดเล็กและขนาดใหญ่ถูกล้อมรอบด้วยผืนน้ำ  มีลักษณะเป็นพื้นที่หวงห้ามปานกลาง  จำเป็นต้องมีการอารักขาความปลอดภัย  โดยบุรุษเพศที่สามารถเข้าไปในพื้นที่ได้นั้นต้องเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ที่ใกล้ชิดเท่านั้น  เพราะใช้เป็นที่ตั้งของอาคารที่ประทับของพระมหากษัตริยประกอบด้วย



 

พระที่นั่งวโรภาษพิมาน เป็นอาคาร ๒ ชั้น ศิลปะแบบคอรินเทียนออร์เดอร์ รัชกาลที่ ๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่เสด็จออกว่าราชการและใช้เป็นที่ประทับ ปัจจุบันพระที่นั่งองค์นี้ยังใช้เป็นที่ประทับแรมของพระบรมวงศ์เมื่อเสด็จแปรพระราชฐานมาประทับ ณ พระราชวังบางปะอิน
 













พระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียร  เป็นพระที่นั่งองค์ประธานของพระราชวังบางปะอิน เดิมเป็นเรือนไม้ ๒ ชั้น ทาสีเขียวอ่อนและเขียวแก่สลับกัน เมื่อปี พ.ศ.๒๔๘๑ เกิดไฟไหม้พระที่นั่ง และในปี พ.ศ.๒๕๓๗ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ ๙ จึงได้ขอพระบรมราชานุญาตให้สร้างพระที่นั่งองค์นี้ขึ้นมาใหม่ เพื่อเป็นที่ประทับในการเสด็จแปรพระราชฐานและรับรองพระราชอาคันตุกะ








 
 





หอวิฑูรทัศนา ใช้เป็นที่ทอดพระเนตรโขลงช้างป่า และภูมิประเทศโดยรอบพระราชวัง เป็นหอสูง ๓ ชั้น ทาสีเหลืองสลับแดง












 

เก๋งบุปผาประพาส สร้างขึ้นในรัชกาลที่ ๕ ทรงใช้เป็นที่พักผ่อนพระราชอิริยาบถภายในพระราชอุทยาน










 
 

พระที่นั่งเวหาศน์จำรูญ เป็นพระที่นั่งองค์สุดท้ายที่สร้างขึ้น มีรูปแบบสถาปัตยกรรมจีน เป็นพระที่นั่งที่สร้างขึ้นโดยชาวสยามเชื้อสายจีนฮากกาเพื่อถวายแด่รัชกาลที่ ๕ และพระที่นั่งองค์นี้ยังใช้ประกอบพระราชพิธีสังเวยพระป้ายจนถึงปัจจุบัน











 
 

ประตูเทวราชครรไล ปัจจุบันใช้เป็นพิพิธภัณฑ์รถม้าพระที่นั่ง  รถม้าในประเทศไทยเริ่มใช้กันตั้งแต่สมัยต้นรัตนโกสินทร์ และแพร่หลายในสมัยรัชกาลที่ ๕ หลังจากที่พระองค์เสด็จกลับมาจากการประพาสยุโรป ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๖ ได้โปรดเกล้าให้จัดตั้งกรมพระอัศวราชขึ้น โดยให้มีหน้าที่จัดหารถม้าและม้าเพื่อใช้ในราชการ












 

 

เขตพระราชฐานชั้นใน  ตั้งอยู่ด้านในสุดของพระราชวัง ติดกับกำแพงพระราชวัง  มีลักษณะเป็นพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด (restricted zone) เพราะเป็นพื้นที่ส่วนพระองค์  อาคารที่ตั้งในเขตพระราชฐานชั้นนี้มีเฉพาะกลุ่มพระตำหนักของพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายใน  และเรือนเจ้าจอมต่างๆ เท่านั้น  ซึ่งบริเวณดังกล่าวจะเป็นเขตหวงห้ามสำหรับบุรุษเพศ ยกเว้นเฉพาะพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระราชโอรสที่ยังไม่ได้โสกันต์
 
 



อนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ เป็นอนุสาวรีย์ที่รัชกาลที่ ๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ ซึ่งสวรรคตในระหว่างการเสด็จแปรพระราชฐานมายังพระราชวังบางปะอิน
 
 



อนุสาวรีย์ราชานุสรณ์ เป็นอนุสาวรีย์ที่รัชกาลที่ ๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงพระอรรคชายาเธอพระองค์เจ้าเสาวภาคย์นารีรัตน์ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ , สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าพาหุรัดมณีมัย และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าตรีเพ็ชรุตม์ธำรง ซึ่งสิ้นพระชนม์ภายในปีเดียวกัน
 
 



ปัจจุบัน
พระราชวังบางปะอินอยู่ในความดูแลของสำนักพระราชวัง และยังใช้เป็นสถานที่แปรพระราชฐานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ รวมถึงประกอบพระราชพิธีสังเวยพระป้าย แต่ได้เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชมได้ โดยต้องแต่งกายให้สุภาพ




 
ในบล็อกต่อๆไปจะพาเที่ยวสถานที่ต่างๆใน
พระราชวังบางปะอินแบบเจาะลึกกันเลยทีเดียวครับ









 
131131131



Create Date : 16 สิงหาคม 2564
Last Update : 16 สิงหาคม 2564 10:31:10 น.
Counter : 719 Pageviews.

27 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณ**mp5**, คุณกะว่าก๋า, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณEmmy Journey พากิน พาเที่ยว, คุณtoor36, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณอุ้มสี, คุณสองแผ่นดิน, คุณSweet_pills, คุณhaiku, คุณKavanich96, คุณkae+aoe, คุณเริงฤดีนะ, คุณnonnoiGiwGiw, คุณแมวเซาผู้น่าสงสาร, คุณหอมกร, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณTui Laksi, คุณตะลีกีปัส, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณnewyorknurse, คุณจันทราน็อคเทิร์น

  
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ
โดย: **mp5** วันที่: 16 สิงหาคม 2564 เวลา:11:23:01 น.
  
อาคารเก่าๆ
มีเสน่ห์ สวยงามมากเลยนะครับคุณบอล
น่าไปเที่ยวครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 16 สิงหาคม 2564 เวลา:11:29:27 น.
  
ไม่ได้ไปเที่ยวที่นี่หลายสิบปี ยังสวยและสวยกว่าเดิมครับ 555
โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 16 สิงหาคม 2564 เวลา:12:28:59 น.
  
เห็นรูปแล้วคิดถึงพระราชวังบางประอินขึ้นมาเลยค่ะ เมื่อไรโควิดจะหมดไปเสียที อยากไปเที่ยวแล้ว
โดย: Emmy Journey พากิน พาเที่ยว วันที่: 16 สิงหาคม 2564 เวลา:13:41:01 น.
  
ได้ไปเหมือนกันครับ พักใหญ่ๆ แล้วเหมือนกัน^^

โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 16 สิงหาคม 2564 เวลา:16:10:51 น.
  
ไม่ได้ไปเที่ยวที่นี่นานโขเลยจ้า
โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 16 สิงหาคม 2564 เวลา:18:54:50 น.
  
ด้วยความยินดีครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 16 สิงหาคม 2564 เวลา:22:25:47 น.
  
ตามมาเที่ยวด้วยคนจ๊ะ
โดย: อุ้มสี วันที่: 16 สิงหาคม 2564 เวลา:23:25:07 น.
  
มาเที่ยวด้วยครับ
โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 16 สิงหาคม 2564 เวลา:23:40:58 น.
  
ภาพสวยมาก
งดงามน่าเที่ยวมากค่ะคุณบอล

ขอบคุณกำลังใจนะคะ
โดย: Sweet_pills วันที่: 17 สิงหาคม 2564 เวลา:0:16:19 น.
  
ขอบคุณที่แบ่งปัน
โดย: Kavanich96 วันที่: 17 สิงหาคม 2564 เวลา:5:07:56 น.
  
สวัสดียามเช้าครับคุณบอล

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 17 สิงหาคม 2564 เวลา:6:55:11 น.
  
ยังไม่เคยไปที่นี่เลยค่ะ ไปทีไรแวะแต่วัด ต้องไปสักครั้ง
โดย: kae+aoe วันที่: 17 สิงหาคม 2564 เวลา:8:14:01 น.
  
โควิดจาง..
ครอบครัว ตัว อ
จะแต่งไทยย้อนยุค ไปเที่ยวนะคะ
โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 17 สิงหาคม 2564 เวลา:11:20:07 น.
  
เหมือนจะยังไม่เคยไปเลยอ่า เหยยยยย เคยไปแต่ตลาดน้ำ
วัด กินกุ้ง ไม่ก็ไม่ศุนย์ศิลฯ

เห็นรูปแล้วต้องแวะไปสักครั้ง
วันหลังเอาวาซาบิมาอวดบ้างสิ
ซนๆ เนี่ยะ น่ารักขนาดไหน
โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 17 สิงหาคม 2564 เวลา:11:45:17 น.
  
ที่เห็นเขียวเป็นแถบยาวจากเบรืดอายวิว
เป็นต้นไม้จริงๆ เหรอคุณบอล

โดย: หอมกร วันที่: 17 สิงหาคม 2564 เวลา:12:23:09 น.
  
เชียงใหม่แดดจ้าเช่นกันครับ
แต่เดี๋ยวฝนก็น่าจะตก
ฟ้าครึ้มๆครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 17 สิงหาคม 2564 เวลา:12:42:33 น.
  
ไม่ได้ไปแถวนี้นานมากเลยค่ะ
ทั้งที่ผ่านไปใกล้ทุกเดือน

สงสารเฟิร์นก้านดำของคุณทนายจังนะคะ

โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 17 สิงหาคม 2564 เวลา:15:43:28 น.
  
ขอบคุณมากนะคะ พระราชวังบางปะอิน เราไปบ่อยเช่นกัน
ชอบมากๆ แต่ละสถานที่น่าสนใจที่สุด
ถ่ายรูปเพลินจริงๆค่ะ

ปล.ที่แซวๆไว้มีคลิปนะคะ แต่ยังตัดต่อไม่เสร็จคร้า คริ คริ
โดย: Tui Laksi วันที่: 17 สิงหาคม 2564 เวลา:17:20:51 น.
  
สวัสดีมีสุขค่ะ

ไปสถานที่โบราณทีไร อิ่งอ้อยตลอดๆไม่อยากกลับค่ะ
นั่งลูบนั่งคลำกระเบื้อผนัง พื้น ประจำ
ชอบระเบียงทางเดินริมสระ ไม้ลายโปร่งงดงามค่ะ
เคยไปมา2ครั้งยังอยากไปอีก
โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 17 สิงหาคม 2564 เวลา:18:12:06 น.
  
ตอนเย็นวันนี้
ฝนก็ตกลงมานานเลยล่ะครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 17 สิงหาคม 2564 เวลา:21:32:47 น.
  
สวัสดีครับคุณบอล

เป็นพระราชวังที่สวยมากๆ เลย มีความ east meet west ครับ
คุณบอลดีจังได้ไปชมที่จริงแล้ว ผมยังดูแต่รูปอยู่เลย

สำหรับสี่แผ่นดิน ผมชอบเวอร์ชั่นละครของหม่อมน้อยนะครับ ได้ดูซ้ำยังประทับใจ

ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะครับ
จากบล็อก อาจารย์ท่านี้วาดลายเส้นเป็นสไตล์นี้แต่เดิมน่ะครับ
บวกกับพล็อตเรื่องและโลเกชั่นเรืองนี้เป็นโซนตะวันตกเลยยิ่งดูสมู้ทมากๆ
โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 17 สิงหาคม 2564 เวลา:23:16:01 น.
  

มาเที่ยวด้วยค่ะ
เคยไปนานแล้ว
ไว้กลับมาเมืองไทย จะไปเที่ยวอีกค่ะ
โดย: newyorknurse วันที่: 18 สิงหาคม 2564 เวลา:5:14:43 น.
  

สวัสดียามเช้าครับคุณบอล

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 18 สิงหาคม 2564 เวลา:6:34:16 น.
  
มีโอกาสอยากไปเที่ยวที่นี่อีกค่ะคุณบอล

โดย: Sweet_pills วันที่: 18 สิงหาคม 2564 เวลา:7:43:26 น.
  
สวัสดียามเช้าค่ะ
โดย: kae+aoe วันที่: 18 สิงหาคม 2564 เวลา:9:06:28 น.
  
พระราชวังบางปะอินนี่ไปทัศนศึกษาตอน ม. ต้น กับ ม. ปลายครับ
ความจำได้คือร้อนมากกกกกก
ด้วยความเด็กผู้ชายน่ะครับ ผมไม่ได้อะไรกลับมาเลย ได้มาอ่านบล๊อกพี่บอลนี่แหละครับว่าแต่ละสถานที่เรียกว่าอะไร มีความสำคัญมีความเป็นมายังไง

จากบล๊อก
ได้รับอนุมัติซื้อตู้แช่แล้วเยี่ยมยอดเลยครับ 2 ยี่ห้อ มิตชู กับแฮริเออร์ ผมว่าดีทั้งคู่นะครับ ที่บ้านเคยมีแฮริเออร์ ก็เย็นดีไม่มีแรงตก ผมเอาไอติมไปแช่ได้ 6 ควอท สบายเลย

พี่บ๊อลลลลค้าบบบบบ อย่าชี้ช่องสิครับ เดี๋ยวนี้ SA บริการออนไลน์กันแล้ว แค่บอก แล้วโอนไว ได้ของแน่นอน ผมนี่มือสั่นเลย กลัวใจบอส....
โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 18 สิงหาคม 2564 เวลา:11:03:36 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#17



ทนายอ้วน
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 151 คน [?]



Top บล็อกสูตรอาหาร