Group Blog
มีนาคม 2561

 
 
 
 
1
2
3
4
5
7
8
9
10
11
12
13
15
16
17
18
19
20
21
22
24
25
26
27
28
29
30
31
 
All Blog
ทนายอ้วนชวนเที่ยว - รุ่งอรุณแห่งความสุข ณ สุโขทัย - วัดศรีชุม สุโขทัย
สถานที่ท่องเที่ยว : วัดศรีชุม สุโขทัย, สุโขทัย Thailand
พิกัด GPS : 17° 1' 36.97" N 99° 41' 35.60" E






สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดสุโขทัยใกล้จะเป็นที่สุดท้ายแล้วนะครับ สิ้นปีนี้มีแพลนว่าจะกลับไปสุโขทัยอีกครั้งแต่ครั้งนี้คงเจาะลึกไม่ได้เพราะหลานสาวตัวแสบอยากไปเที่ยวสุโขทัย จะแต่งชุดไทยไปชมโบราณสถาน ก็คงพาไปแต่สถานที่ท่องเที่ยวที่เด่นๆเอาไว้หาโอกาสไปเที่ยวอีก




วัดศรีชุม  สุโขทัย















วัดศรีชุม หรือ “วัดปอยดำ” เป็นโบราณสถานในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยจังหวัดสุโขทัย ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ นอกกำแพงเมืองเก่า อยู่ห่างจากวัดพระพายหลวงไปทางทิศตะวันตกประมาณ800 เมตร สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพ่อขุนรามคำแหง โดยมีหลักฐานปรากฏอยู่ในศิลาจารึกหลักที่ 1 (คือศิลาจารึกที่เรารู้จักกันโดยทั่วไปว่า “ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง -ในปัจจุบันมีนักวิชาการบอกว่าศิลาจารึกหลักที่ 1 นั้น เฉพาะด้านที่ 1 เท่านั้นที่จารึกขึ้นในสมัยพ่อขุนรามคำแหง ด้านที่เหลือจารึกในสมัยต่อมา) ว่า 



“…เบื้องตีนนอนเมืองสุโขทัยมีตลาดปสานมีพระอจนะ มีปราสาท มีป่าหมากพร้าว ป่าหมากกลาง มีไร่ มีนา มีถิ่นถานมีบ้านใหญ่บ้านเล็ก…”



ที่วัดนี้เป็นสถานที่พบศิลาจารึกหลักที่ 2หรือศิลาจารึกวัดศรีชุม ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่ยืนยันความเป็นของแท้ดั้งเดิมของจารึกหลักที่หนึ่งในคราวที่มีกรณีข้อกล่าวหาว่าจารึกหลักหนึ่งเป็นของปลอม


ศิลาจารึกหลักที่ 2ทำด้วยหินดินดานเป็นรูปใบเสมา กว้าง 67 เซนติเมตร สูง 275 เซนติเมตร หนา 8เซนติเมตร ด้านที่หนึ่งจารึกอักษรไทยสุโขทัย ภาษาไทย มี 107 บรรทัด ด้านที่สองมี95 บรรทัด มีอายุประมาณ ปี พ.ศ. 1880 - 1910 นายพลโทพระยาสโมสรสรรพการเมื่อครั้งเป็นที่หลวงสโมสรพลการ พบที่อุโมงค์วัดศรีชุม เมืองเก่าสุโขทัย เมื่อปีพ.ศ. 2430 ปัจจุบันอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร


ศิลาจารึกสุโขทัย หลักที่ 2กล่าวถึงสุโขทัยก่อนสมัยพ่อขุนศรีอินทราทิตย์และพ่อขุนรามคำแหงมหาราชจารึกนี้ว่าด้วยประวัติของพระมหาเถรศรีศรัทธาราชจุฑามณี ต้นตระกูลคือพ่อขุนศรีนาวนำถมเจ้าเมืองสุโขทัยมีลูกชายชื่อ พ่อขุนผาเมืองเจ้าเมืองราดได้ธิดาเจ้าเมืองขอมชื่อ สุขรเทวี เป็นชายาพร้อมทั้งได้พระขรรค์ชัยศรีและบรรดาศักดิ์อย่างขอมเป็น ศรีบดินทราทิตย์ กมรเตงอัญผาเมืองต่อมาได้ร่วมกับพระสหายคือ พ่อขุนบางกลางหาวยึดเอาเมืองสุโขทัยและศรีสัชนาลัยคืนจาก ขอมสมาดโขลญลำพงแล้วพ่อขุนผาเมืองก็ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพ่อขุนบางกลางหาวให้เป็นเจ้าเมืองสุโขทัยรู้จักกันต่อมาในชื่อว่า ศรีอินทราทิตย์ จึงเป็นต้นเค้าของประวัติศาสตร์สุโขทัยจากจารึกหลักที่2 นักวิชาการสมัยหลังเรียกการสืบเชื้อสายของคนสองกลุ่มนี้ว่า ราชวงศ์ผาเมือง และราชวงศ์พระร่วง


ตามหลักฐานระบุอีกด้วยว่าวัดแห่งนี้ได้มีการบูรณะครั้งใหญ่ในสมัยพระเจ้าลิไทและมีการดูแลบูรณะเรื่อยมา สันนิษฐานว่าวัดนี้ได้ถูกทิ้งร้างในสมัยอยุธยาตอนปลายจนกระทั่งในสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้มีโครงการบูรณปฏิสังขรณ์ ในปี พ.ศ. 2495โดยเริ่มมีการบูรณะพระอจนะ โดยศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี และอาจารย์เขียน ยิ้มสิริวัดจึงอยู่ในสภาพที่เห็นในปัจจุบัน







มีบางสำนักความคิดกล่าวว่า วัดศรีชุม เป็นคำเรียกที่เพี้ยนมาจากคำเรียกพื้นเมืองเดิม คือคำว่า “สะหลี” แปลว่าต้นโพธิ์ ซึ่งเป็นภาษาล้านนา คำว่า สะหลีชุม จึงแปลว่า ต้นโพธิ์มาก แล้วเพี้ยนมาเป็น ศรีชุม แต่ในหนังสือพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาที่เขียนในสมัยอยุธยาตอนปลายคงไม่เข้าใจความหมายของคำว่า สะหลี คิดเอาเองว่าน่าจะมีฤาษีเยอะ จึงเรียกสถานที่นั้นว่า "ฤๅษีชุม"



แต่เจ้าของบล็อกแอบสงสัยว่าภาษาล้านนาแผ่อิทธิพลลงมาถึงสุโขทัยเลยหรือ? คนสุโขทัยเองปัจจุบันก็พูดเหน่อ ไม่ได้พูดภาษาเมืองซักหน่อย และจังหวัดล่างสุดของภาคเหนือที่ได้ยินว่าพูดภาษาเมืองกันก็คืออุตรดิตถ์ ข้อสันนิษฐานนี้เจ้าของบล็อกยังแคลงใจอยู่นะครับ






วัดศรีชุม  เป็นพุทธสถานขนาดใหญ่หันหน้าวัดไปทางทิศตะวันออก มีคูน้ำกว้างประมาณ 6 เมตร ล้อมรอบพื้นที่ขนาดยาว 150 เมตร กว้าง 100 เมตร






วัดศรีชุม  มีการวางผังที่แปลกกว่าวัดทั่วไปคือไม่มีเจดีย์เป็นประธานของวัดแบบที่นิยมกันในสมัยสุโขทัย แต่ใช้มณฑปที่มีพระพุทธรูปขนาดใหญ่เต็มมณฑปประดิษฐานอยู่เป็นประธานของวัดเปรียบเป็นอุเทสิกเจดีย์และมีพระวิหารต่อออกมาแบบที่เป็นที่นิยมในสมัยนั้น นักโบราณคดีให้ความเห็นว่ามณฑปน่าจะสร้างโดยมีคติเป็น “ปฏิมาฆระ”สร้างตามคติความเชื่อสมัยสุโขทัยที่ไม่ได้ต้องการใช้เป็นที่ประกอบพิธีทางศาสนาเหมือนโบสถ์ในสมัยปัจจุบันหากแต่สร้างขึ้นเพื่อเป็นการจำลอง “พระคันธกุฎี” หรือกุฏิที่ประทับของพระพุทธเจ้าในสมัยพุทธกาลมีความสำคัญเปรียบได้กับองค์เจดีย์ประธานที่เป็นดังตัวแทนของพระพุทธองค์






ลักษณะมณฑปเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดใหญ่ กว้างด้านละ 32 เมตร สูง 15 เมตร ผนังหนา 3เมตร ตัวมณฑปตั้งอยู่บนฐานสูงด้านหน้าเปิดเป็นช่องเห็นพระพักตร์พระพุทธรูปพระประธานที่องค์ใหญ่เต็มมณฑป เป็นพระมณฑปทึบ ไม่มีหน้าต่าง สันนิษฐานว่ามีการก่อสร้างหลายสมัย โดยในสมัยพ่อขุนรามคำแหงโปรดให้สร้างมณฑปครอบพระพุทธรูปไว้และในสมัยพระเจ้าลิไทโปรดให้ก่อผนังใหม่อีกข้างให้ห่างจากผนังเดิม 1 เมตร 50 ซ.ม.โดยช่องว่างให้ทำบันได ทำอุโมงค์ขึ้นไปทางด้านหลังองค์พระ และหลังคาผนังของอุโมงค์นี้มีภาพเขียนเก่าแก่อายุเกือบ 700 ปี แต่เลอะเลือนเกือบหมดพระเจ้าลิไทโปรดยังโปรดให้ไปถอดหินชนวนจากเจดีย์เก้ายอดที่วัดมหาธาตุที่แกะสลักเป็นเรื่องราวชาดก550 พระชาติมาประดับไว้ตามทางเดินในอุโมงค์จำนวน 50 ภาพถือได้ว่าเป็นงานจิตรกรรมไทยที่เก่าแก่ที่สุด ในส่วนที่แกะหินชนวนออกมาโปรดให้สร้างพระสาวกปางลีลากระทำอัญชลีขึ้นแทนในการสร้างมณฑปที่มีผนัง 2 ชั้นนั้นได้รับอิทธิพลศิลปะโปโลนนารวะของลังกาซึ่งแพร่หลายมากในสมัยปรกมพาหุ







(รูปต่อไปนี้เป็นภาพจำลองรูปวาดบนแผ่นหินชนวนภายในอุโมงค์ทางเดินวัดศรีชุม จัดแสดงอยู่ที่  พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง)











เรื่องมณฑปนี้มีความเห็นแตกต่างกันไป คือบ้างก็ว่าหลังคามณฑปคงเป็นหลังคามุมกระเบื้องเครื่องไม้ เพราะมีร่องรอยหลุมของเสารับโครงหลังคาไม้บ้างก็ว่าคงจะเป็นหลังคาอิฐเพราะมีผนังกำแพงหนาเพื่อรองรับสิ่งก่อสร้างที่เป็นอิฐรูปทรงเช่นเดียวกับกุฏิพระร่วงพระลือที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุเชลียงและอีกความเห็นหนึ่งคือ มณฑปใหญ่นี้อาจก่อสร้างไม่เสร็จก็ได้






องค์พระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ในมณฑปมีพระนามว่า “พระพุทธอจนะ” เป็นที่เลื่องลือถึงความศักดิ์สิทธิ์






คำว่า “อจนะ” มีผู้ให้ความหมายว่าหมายถึงคำในภาษาบาลีว่า“อจละ” ซึ่งแปลว่า “ผู้ไม่หวั่นไหว มั่นคง” “ผู้ที่ควรแก่การเคารพกราบไหว้”






พระอจนะเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขัดสมาธิราบวัสดุปูนปั้น แกนในก่ออิฐและศิลาแลง หน้าตักกว้าง 11.30 เมตร สูง 15 เมตรศิลปะแบบสุโขทัย จากการขุดแต่งพบว่าพระเกศของพระอจนะเดิมเป็นรูปบัวตูมแล้วมีร่องรอยการพอกปูนให้เป็นพระเกศแบบเปลวรัศมีภายหลัง







มีเรื่องเล่าถึงความศักดิ์สิทธิ์ของพระอจนะในสมัยอยุธยาเมื่อครั้งสมเด็จสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประกาศอิสรภาพในปี พ.ศ. 2127 ที่เมืองแครงทำให้หัวเมืองต่าง ๆ ยกเลิกการส่งส่วยให้กับพม่า แต่ยังมีเมืองเชลียง ( สวรรคโลก)ที่ไม่ยอมทำตามพระราชโองการของพระองค์ พระองค์จึงนำทัพเสด็จมาปราบเมืองเชลียงและได้มีการมาชุมนุมทัพที่วัดศรีชุมแห่งนี้ก่อนที่จะไปตีเมืองเชลียงและด้วยการรบในครั้งนั้นเป็นการรบระหว่างคนไทยกับคนไทยด้วยกัน ทำให้เหล่าทหารไม่มีกำลังใจในการรบไม่อยากรบสมเด็จพระนเรศวรจึงได้วางแผนสร้างกำลังใจให้กับทหารโดยการให้ทหารคนหนึ่งปีนบันไดขึ้นไปทางด้านหลังองค์พระและพูดให้กำลังใจแก่เหล่าทหาร ทำให้ทหารเกิดกำลังใจที่จะต่อสู้ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกิดตำนานพระพูดได้ที่วัดศรีชุมแห่งนี้ และพระนเรศวรยังได้มีการทำพิธีพิธีศรีสัจจะปานะการ หรือ พิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาขึ้นที่วัดแห่งนี้ด้วย








ด้านหน้าพระมณฑปในแกนเดียวกันมีพระวิหารขนาด 6 ห้อง แผนผังรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้างประมาณ 12.5 เมตร ยาวประมาณ 22 เมตร ฐานและเสาก่อด้วยศิลาแลง ผนังก่อด้วยอิฐแผ่นใหญ่ ผนังบางส่วนเจาะเป็นช่องโปร่งรูปกากบาท








ด้านข้างพระมณฑปมีพระวิหารขนาดเล็กก่อด้วยอิฐแผนผังรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกว้าง 9.50 เมตร ยาว 14 เมตร ท้ายพระวิหารขนาดเล็กนี้มีมณฑปแผนผังรูปทรงสี่เหลี่ยมจตุรัสขนาดเล็กกว้างยาวด้านละ 9.50 เมตร









อีกช่องทางหนึ่งในการติดตาม “ทนายอ้วนพาเที่ยว” นะครับ



Chubby Lawyer Tour - ทนายอ้วนพาเที่ยว



https://www.facebook.com/ChubbyLawyerTour/





Chubby Lawyer Tour ………………….. เที่ยวไป............. ตามใจฉัน



SmileySmileySmiley





Create Date : 23 มีนาคม 2561
Last Update : 23 มีนาคม 2561 19:26:58 น.
Counter : 1087 Pageviews.

10 comments

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณALDI, คุณอุ้มสี, คุณmelody_bangkok, คุณKavanich96, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณไมตรีและมิตรภาพ, คุณmambymam, คุณtuk-tuk@korat, คุณสองแผ่นดิน, คุณล้งเล้งลัลล้า

  
เป็นอีกวัดใหญ่ที่น่าสนใจค่ะ
พระพุทธรูปองค์ใหญ่ ดูขลังมากๆเลย


โดย: mambymam วันที่: 23 มีนาคม 2561 เวลา:20:35:07 น.
  
ไปเที่ยวด้วยคนค่ะ
โดย: ALDI วันที่: 23 มีนาคม 2561 เวลา:23:44:17 น.
  

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Quel Travel Blog ดู Blog
ทนายอ้วน Travel Blog ดู Blog

เวลามีน้อยมาโหวตอย่างเดียวจ้า
โดย: อุ้มสี วันที่: 23 มีนาคม 2561 เวลา:23:54:48 น.
  
ครั้งที่แล้วนู้นตามไปเที่ยววัดศรีไหม วันนี้ขอตามไปเที่ยววัดศรีชุมด้วยค่ะ

ขอบคุณค่ะที่แวะไปเยี่ยมที่บล็อก ชาหลักสิบแต่วิวหลักล้านจริงๆค่ะ ชาขาวเหมาะกับคนที่ดื่มชาไม่ใส่น้ำตาลอย่างเราๆดีด้วยค่ะ ^^
โดย: melody_bangkok วันที่: 24 มีนาคม 2561 เวลา:0:40:36 น.
  
วัดศรีชุมสวยจริงๆค่ะ ไปกี่ครั้งก็ต้องเเวะค่ะ
ไว้จะรอติดตามพาหลานสาวเเต่งชุดไทยไปชมโบราณสถานนะคะ
โดย: Sweet Toddy Palm วันที่: 24 มีนาคม 2561 เวลา:1:52:37 น.
  
ขอบคุณที่แบ่งปัน
โดย: Kavanich96 วันที่: 24 มีนาคม 2561 เวลา:3:24:35 น.
  
มีแผนจะเที่ยวสุโขทัยช่วงปลายๆปี ขอบคุณที่แบ่งปันนะคะ งดงามมากค่ะ
โดย: ไมตรีและมิตรภาพ วันที่: 24 มีนาคม 2561 เวลา:6:27:16 น.
  
ถ้าหลังคามณฑปเป็นเหมือนในรูปไม่สวยเลยต่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 24 มีนาคม 2561 เวลา:13:33:37 น.
  
มาเที่ยว ไหว้พระพระพุทธอจนะ สุโขทัยด้วยครับ
ภาษาคำเมือง ที่จ.ตาก ก็มีพูดกันครับ

ฝันดีครับ
โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 25 มีนาคม 2561 เวลา:0:04:45 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
haiku Fanclub Blog ดู Blog
ไวน์กับสายน้ำ Diarist ดู Blog
บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน Review Food Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Literature Blog ดู Blog
Kavanich96 Funniest Blog ดู Blog
ทนายอ้วน Travel Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
สุโขทัยตั้งท่ามาหลายรอบแล้วเหมือนกันค่ะ แต่ยังไปไม่ถึงสักทีเลย
โดย: ล้งเล้งลัลล้า วันที่: 25 มีนาคม 2561 เวลา:0:55:41 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ทนายอ้วน
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 141 คน [?]



Top บล็อกสูตรอาหาร