Group Blog
ตุลาคม 2563

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
ทนายอ้วนชวนเที่ยว - วัดโสธรวรารามวรวิหาร ฉะเชิงเทรา
สถานที่ท่องเที่ยว : วัดโสธรวรารามวรวิหาร ฉะเชิงเทรา, ฉะเชิงเทรา Thailand
พิกัด GPS : 13° 40' 25.64" N 101° 3' 58.21" E






 
บล็อกท่องเที่ยวไทยบล็อกนี้จะพาไปเที่ยววัดที่มีพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์  มีความสำคัญและเป็นที่รู้จักกันดีองค์หนึ่งของประเทศไทยกันครับ
 
 
 


 

วัดโสธรวรารามวรวิหาร  ฉะเชิงเทรา
 
 


 

วัดโสธรวรารามวรวิหาร ตั้งอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดวรวิหาร
 


 
  เชื่อกันว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช  เดิมชื่อว่า วัดหงษ์  เพราะมี
 “เสาหงส์”   (เป็นสัญลักษณ์ของวัดมอญ  สร้างเป็นสัญลักษณ์หมายถึงเมืองหงสาวดีอันเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรมอญโบราณ)  เป็นเสาสูงมียอดเป็นตัวหงส์อยู่บนปลายเสา  ต่อมาหงส์บนยอดเสาหักตกลงมาเหลือแต่เสาและมีผู้เอาธงขึ้นไปแขวนแทนจึงได้ชื่อว่า  “วัดเสาธง”  ครั้นเมื่อเสาธงหักเป็นสองท่อนจึงเรียกชื่อใหม่ว่า  “วัดเสาธงทอน”  ส่วนชื่อ  “วัดโสธร”  อันมีความหมายว่า  “บริสุทธิ์”  และ  “ศักดิ์สิทธิ์”  นั้น  เรียกตามพระนามของ  พระพุทธโสธร  หรือ  หลวงพ่อโสธร  ซึ่งได้มาประดิษฐานในวัดนี้   ในภายหลังวัดโสธรได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช  ยกขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี   ชนิดวรวิหาร  มีนามว่า "วัดโสธรวรารามวรวิหาร"   เมื่อวันที่  8  สิงหาคม  พ.ศ.2501






 

 

พระพุทธโสธร  หรือ  หลวงพ่อโสธร   เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดฉะเชิงเทรา   โดยเชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์มาก ดลบันดาลให้พืชพันธุ์ธัญญาหาร อุดมสมบูรณ์  ให้ชาวบ้านปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ





 

 


หลวงพ่อโสธร   เป็นพระรูปปางสมาธิ หน้าตักกว้าง 3 ศอก5 นิ้ว  หรือ  1.65 เมตร สูง 1.98 เมตร  ฝีมือช่างล้านช้าง   หรือเรียกกันสามัญว่า  พระลาว  พระพุทธรูปแบบนนิยมสร้างกันมากที่เมือง หลวงพระบาง อินโดจีนและภาคอิสาน ของประเทศไทย  แต่ทางวัดเกรงว่าจะมีผู้คนมาลักขโมยไปจึงได้นำปูนพอกเสริมหุ้มองค์เดิมไว้จนมี ลักษณะที่เห็นในปัจจุบัน





 

 
 
ตามตำนานเล่าว่า
หลวงพ่อโสธร   ได้แสดงปาฏิหาริย์ลอยน้ำมาพร้อมๆกับพระพุทธรูปอีก  2  องค์  ในที่สุดมาผุดขึ้นที่แม่น้ำบางปะกงที่ตำบลสัมปทวนและแสดงปาฏิหารย์ลอยน้ำและ ทวนน้ำได้ทั้งสามองค์ ชาวสัมปทวนได้พบเห็นจึงช่วยกันเอาเชือกรวน มนิลาลงไปผูกมัดที่องค์พระพุทธรูปทั้งสามองค์นั้น แล้วช่วยกันฉุดลากขึ้นฝั่ง ด้วยจำนวนผู้คนประมาณ 500 คน ก็ฉุดขึ้นไม่ได้เชือกขาด  พระพุทธรูปหล่อทั้งสามองค์ก็จมน้ำหายไป  สถานที่พระสามองค์ลอยน้ำและทวนน้ำได้นี้เลยให้ชื่อว่า "สามพระทวน"  ต่อมาเรียกตำบลตรงที่ทำการชักพระขึ้นว่า  "สัมปทวน"  ได้แก่  ต่อจากนั้นพระทั้งสามองค์ก็ลอยตามแม่น้ำบางปะกง เลยผ่านหน้าวัดโสธรไปถึงคุ้งน้ำใต้วัดโสธร  แสดงฤทธิ์ผุดขึ้นให้ชาวบ้านบางนั้นเห็น  ชาวบ้านได้ช่วยกันฉุดขึ้นฝั่งแต่ก็ไม่สำเร็จ  จึงเรียกหมู่บ้านและคลองนั้นว่า " บางพระ " มาจนทุกวันนี้
 









จากนั้นพระพุทธรูปทั้งสามองค์ก็ได้แผลงฤทธิ์ ลอยทวนน้ำวนอยู่ที่หัวเลี้ยวตรงกองพันทหารช่างที่ 2 จังหวัดฉะเชิงเทรา และแสดงปาฏิหาริย์จะเข้าไปในคลองเล็กๆตรงข้ามกองพันทหารช่างนั้นสถานที่พระลอยวนอยู่นั้นเรียกกันว่า
 " แหลมหัววน"  และคลองนั้นก็ได้นามว่า  คลองสองพี่น้อง







 
หลังจากนั้นพระพุทธรูปองค์พี่ใหญ่ได้แสดงอิทธิปาฏิหารย์ไปลอยอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา ประชาชน ประมาณสามแสนคนช่วยกันฉุดอาราธนาขั้นฝั่งก็ไม่สำเร็จแล้วล่องเลยไปผุดขึ้นที่ลำน้ำแม่กลอง จ.สมุทรสงคราม ประชาชนชาวประมง อาราธนา ขึ้นประดิษฐานอยู่ที่วัดบ้านแหลม
 



ส่วนองค์สุดท้อง ล่องลอยไปผุดขึ้นที่วัดบางพลี จังหวัดสมุทรปราการและชาวบางพลีได้อัญเชิญประดิษฐานอยู่ที วัดบางพลีใหญ่ในอำเภอบางพลี ก็ปรากฏว่ามีผู้คนเคารพนับถือมาก






 
 


พระพุทธรูปองค์กลาง คือ
หลวงพ่อโสธร  เมื่อลอยตามน้ำมาจากหัววน ดังกล่าวแล้วมาผุด ขึ้นที่ท่าหน้าวัดโสธร กล่าวกันว่า ประชาชนจำนวน มากทำการบวงสรวงแล้วเอาด้ายสายสิญน์คล้อง กับพระหัตถ์หลวงพ่อโสธร อัญเชิญขึ้นมาบนฝั่งนำ ไปประดิษฐาน ในวิหารสำเร็จตามความประสงค์ แล้วก็จัดให้มีการฉลองสมโภชและให้นามหลวงพ่อว่า หลวงพ่อโสธร






 
 




แต่เดิม หลวงพ่อพุทธโสธรประทับอยู่ในโบสถ์หลังเก่าที่มีขนาดเล็ก รวมกับพระพุทธรูปอื่น ๆ 18 องค์ จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2509  พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  เสด็จพระราชดำเนินมาที่วัดโสธรวรารามวรวิหาร  และมีพระราชปรารภเรื่องความคับแคบของพระอุโบสถเดิม  พระพรหมคุณาภรณ์ (จริปุณโญ ด. เจียม กุลละวณิชย์)  อดีตเจ้าอาวาสจึงได้รวบรวมเงินบริจาคเพื่อจัดซื้อที่ดินสำหรับสร้างพระอุโบสถหลังใหม่
 


พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงเป็นองค์ประธานการก่อสร้าง  และทรงเป็นผู้กำกับดูแลงานสร้างพระอุโบสถหลังใหม่
 
 
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์  เมื่อ พ.ศ. 2531  และทรงประกอบพิธียกยอดฉัตรทองคำ น้ำหนัก 77 กิโลกรัม ประดิษฐานเหนือยอดมณฑป เมื่อวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2539 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จมาทรงตัดหวายลูกนิมิต เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2549












 
การก่อสร้างพระอุโบสถหลังใหม่  สร้างขึ้นครอบพระอุโบสถหลังเดิมโดยใช้เทคนิควิศวกรรมสมัยใหม่  ไม่มีการเคลื่อนย้ายองค์หลวงพ่อพุทธโสธรและพระพุทธรูปทั้ง  18  องค์  เนื่องจากตำแหน่งที่ประดิษฐานขององค์พระนั้นเป็นตำแหน่งที่มีความเชื่อว่าทำให้บ้านเมืองฉะเชิงเทราเจริญรุ่งเรือง  จึงมีข้อจำกัดในการก่อสร้างที่ว่าการก่อสร้างนี้จะต้องไม่มีการเคลื่อนย้ายองค์หลวงพ่อพุทธโสธร และพระพุทธรูปทั้ง 18 องค์ แม้แต่กระเบียดเดียว  ทั้งทางราบ  และทางดิ่ง  (หมายถึงว่าจะยกขึ้นลงก็ไม่ได้)  โดยต้องสร้างอาคารโครงสร้างเหล็กครอบฐานชุกชี ติดตั้งเครื่องระบายอากาศ มีเครื่องวัดความชื้น และติดตั้งเครื่องวัด และควบคุมอุณหภูมิและความชื้น   งานออกแบบด้านสถาปัตยกรรมโดยนายประเวศ ลิมปรังษี  งานด้านวิศวกรรมโครงสร้างโดย  สำนักออกแบบนายอรุณ ชัยเสรี






 
 



 
ภายในพระอุโบสถหลังใหม่นี้  ประดิษฐานพระพุทธโสธรองค์เดิม  (องค์นั่งตรงกลางด้านหน้า)  และพระพุทธรูปอื่นๆรวม  18  องค์ อยู่บนดอกบัวบานดอกใหญ่  ล้อมด้วยกลีบบัวเป็นศิลปกรรมวิจิตร  พื้นหินแกรนิตเป็นภาพมหาสมุทรแสดงถึงตำนานของหลวงพ่อพุทธโสธรที่ลอยน้ำมา  มีปลาขนาดใหญ่ของเมืองแปดริ้ว  5  ตัวว่ายวนอัญเชิญดอกบัว  รอบๆมีสัตว์น้ำนานาชนิด  ทั้งกุ้ง  หอย  ปู  ปลา  คาบดอกบัวมาสักการะ  ซึ่งเป็นฝีมือการออกแบบของศาสตราจารย์เกียรติคุณประหยัด  พงษ์ดำ  ศิลปินแห่งชาติ





 
 
 
 
ลักษณะพระอุโบสถหลังใหม่เป็นแบบรัตนโกสินทร์ประยุกต์  หลังคาประกอบเครื่องยอดชนิดยอดทรงมณฑปแบบไทย  ต่อเชื่อมด้วยวิหารทั้งด้านหน้าและด้านหลัง  ด้านข้างต่อเชื่อมด้วยอาคาร รูปทรง เดียวกับพระวิหารเป็นอาคารมุขเด็จ จึงมีลักษณะเป็นอาคารมีหลังคาแบบจตุรมุขอย่างปราสาทไทย  กว้าง  44.5  เมตร ยาว  123.50  เมตร  ส่วนกลางพระอุโบสถมียอดมณฑปสูง  85  เมตร  ยอดมณฑปมีลักษณะเป็นฉัตร  5  ชั้น มีความสูง  4.90  เมตร  ยอดฉัตรเป็นทองคำน้ำหนัก  77  กิโลกรัม  มูลค่า  44  ล้านบาท  ผนังด้านนอกพระอุโบสถปูด้วยหินอ่อนจากเมืองคาร์ราร่า  ประเทศอิตาลี  ผนังด้านในเป็นงานจิตรกรรมฝาผนังโดยศิลปินแห่งชาติซึ่งเป็นผู้เขียนภาพประกอบพระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนก
 




 










ศิลปะภายในพระอุโบสถหลวงพ่อพุทธโสธร ประกอบด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังโดยรอบนับตั้งแต่พื้นพระอุโบสถ เสา ผนัง และเพดานจะบรรจุเรื่องราวให้เป็นแดนแห่งทิพย์ เป็นเรื่องราวของสีทันดรมหาสมุทร จตุโลกบาล สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ พรหมโลก ดวงดาว และจักรวาล โดยตำแหน่งของดวงดาวบนเพดาน กำหนดตำแหน่งตรงกับวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2539 ณ เวลาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประกอบพิธียกยอดฉัตรทองคำ









 

วัดโสธรวรารามวรวิหารเป็นวัดที่มีผู้คนมาอธิษฐานขอพรกันเป็นจำนวนมาก จึงทำให้ในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์จะมีผู้คนแวะเวียนกันมาหนาแน่นตลอดทั้งวัน หากใครประสบผลสำเร็จในคำขอพร คำบนบาน ก็มักจะมาแก้บนกันด้วยไข่ต้ม หรือ ละครรำ แต่ไข่ต้มนั้นเป็นที่นิยมอย่างมาก  แต่มีข้อห้ามอยู่ 2 เรื่องคือ ขอบุตร กับเรื่องทหาร ห้ามขอ เนื่องจากหลวงพ่อชอบให้ปกปักรักษาบ้านเมือง หากใครบนเรื่องทหารก็มันต้องโดนเกณฑ์ทุกราย หรือได้บุตรไม่ครบ 32 ประการ เนื่องจากท่านได้ส่งลูกหลานเป็นทหารบาดเจ็บล้มตายมาให้นั่นเอง



ทางวัดมีโซนจอดรถบริเวณด้านหลังวัด โดยมีพื้นที่จอดค่อนข้างกว้างขวาง สามารถรองรับผู้คนได้เป็นจำนวนมาก แต่หากมีผู้คนมาเกินกว่าที่พื้นที่ของทางวัดรองรับได้ ก็สามารถจอดรถฝั่งตรงข้ามที่เป็นส่วนของโรงเรียนได้
 














 

อีกช่องทางหนึ่งในการติดตาม  “ทนายอ้วนพาเที่ยว”
 


Chubby Lawyer Tour  -  ทนายอ้วนพาเที่ยว
 
 


 https://www.facebook.com/ChubbyLawyerTour/
 
 



Chubby Lawyer Tour ………………….. เที่ยวไป ............. ตามใจฉัน



 
137136135
 



Create Date : 07 ตุลาคม 2563
Last Update : 7 ตุลาคม 2563 19:00:04 น.
Counter : 1381 Pageviews.

22 comments

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณtuk-tuk@korat, คุณเริงฤดีนะ, คุณSleepless Sea, คุณคนผ่านทางมาเจอ, คุณธาตุไฟเข้าแทรก-ลมปราณแตกซ่าน, คุณnonnoiGiwGiw, คุณtoor36, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณhaiku, คุณสองแผ่นดิน, คุณnewyorknurse, คุณKavanich96, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณตะลีกีปัส, คุณแมวเซาผู้น่าสงสาร, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณอุ้มสี

  
ขอขอบคุณทุกท่านที่ทำให้การท่องเที่ยวของเรามีสาระมากขึ้นครับ


https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%82%E0%B8%AA%E0%B8%98%E0%B
8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A
3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E
0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B
8%A3

//ilove8riew.com/location/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%
E0%B8%94%E0%B9%82%E0%B8%AA%E0%B8%98%E0%
B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8
A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%A3%
E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%
B8%A3/

https://travel.mthai.com/region/154576.html

//www.sawasdee-padriew.com/8riew-watsothon.html

https://thai.tourismthailand.org/Attraction/%E0%B8%A7%E0
%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%82%E0%B8%AA%E0%B8
%98%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B2
%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0
%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8
%B2%E0%B8%A3


https://www.paiduaykan.com/76_province/central/chachoeng
sao/watsothon.html
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 7 ตุลาคม 2563 เวลา:19:31:09 น.
  
หาที่จอดรถยากมากค่่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 7 ตุลาคม 2563 เวลา:20:27:39 น.
  
ตามมากราบพระ
หลวงพ่อโสธร
ในทันใดค่ะ
โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 7 ตุลาคม 2563 เวลา:20:46:08 น.
  
สวัสดีครับ

ตามมาเที่ยวมาไหว้พระด้วยครับ

โดย: Sleepless Sea วันที่: 7 ตุลาคม 2563 เวลา:21:04:54 น.
  
ไม่ได้ไปนานพอสมควรเลยค่ะวัดโสธร แต่สวยขึ้นเยอะค่ะ
โดย: zungzaa วันที่: 7 ตุลาคม 2563 เวลา:21:05:49 น.
  
ไม่ได้ไปวัดหลวงพ่อโสธรนานมาก
โดย: คนผ่านทางมาเจอ วันที่: 7 ตุลาคม 2563 เวลา:21:09:27 น.
  
สวยงามและล้ำค่ามากๆค่ะ
โดย: ธาตุไฟเข้าแทรก-ลมปราณแตกซ่าน วันที่: 7 ตุลาคม 2563 เวลา:21:13:40 น.
  
หลวงพ่อโสธรมีชื่อเสียงมานาน คนไปกันเยอะเหมือนกันนะครับ
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 7 ตุลาคม 2563 เวลา:21:24:26 น.
  
สวัสดี จ้ะ น้องบอล

มาไหว้หลวงพ่อโสธรด้วยจ้ะ วัดนี้ ครูเคยไปหลายครั้งอยู่ นี่
ไม่ได้ไปหลายปีเหมือนกัน ดูจากรูปถ่ายที่เธอถ่ายมาให้ชม มีสิ่ง
ก่อสร้างสวยงามเพิ่มเติมมากมายเลยนะ

บล็อกนี้ นอกจากได้ชมภาพสวยงามของวัดโสธรแล้ว ยังได้รับ
ความรู้ด้านประวัติความเป็นมาของวัดด้วย ดีมากจ้ะ

โหวดหมวด ท่องเที่ยว
โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 7 ตุลาคม 2563 เวลา:22:39:08 น.
  
มาไหว้พระหลวงพ่อโสธรด้วยคนครับ คุณบอล
โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 7 ตุลาคม 2563 เวลา:23:36:43 น.
  

เพิ่งไปมาปีก่อนค่ะ

มากราบหลวงพ่อโสธรด้วยค่ะ
โดย: newyorknurse วันที่: 8 ตุลาคม 2563 เวลา:0:26:00 น.
  
ขอบคุณที่แบ่งปัน
โดย: Kavanich96 วันที่: 8 ตุลาคม 2563 เวลา:4:33:11 น.
  
สวัสดีมีสุขค่ะ

ตามมากราบพระด้วยค่ะ
เคยไปกับตายายตอนเด็กมากๆ
จำได้แต่เพียงไม่ให้ผู้หญิงเข้าโบสถ์
ตอนนั้นไม่รู็เรื่องอะไร รู้แต่ว่าคนเยอะมาก เบียดเสียด
และไม่ชอบเลย ในการจะมากราบพระและชมเป็นบุญตา
กลับไม่ให้เราเข้าไป แล้วไม่เคยไปอีกเลยค่ะ
เป็นครั้งเดียวในชีวิต มาอ่านประวัติแล้วก็นึก..อืม..มีเรื่องปาฏิหารย์แบบนี้เกิดขึ้นตามเล่าจริงๆหรือ...อัศจรรย์ดี หากเป็นเรื่องจริงค่ะ
โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 8 ตุลาคม 2563 เวลา:8:35:16 น.
  
อยากไปตามรอยจัง ไม่ได้ไปนานแล้วเหมือนกันนะนี่
โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 8 ตุลาคม 2563 เวลา:9:35:11 น.
  
ใครไปก็สงสัยว่าองค์ไหนองค์จริง สรุป องค์ตรงกลาง

เหมือนวัดเขาตะเครา อันนั้นองค์จริงอยู่ตรงศาลา

สงสัยเหมือนกัน เกิดลืมน่ี่ลำบาก จำลองเยอะเกิน
โดย: ผู้ชายในสายลมหนาว วันที่: 8 ตุลาคม 2563 เวลา:11:01:31 น.
  
หลายคนสงสัยว่า องค์จริงองค์ใด รวมทั้งผมด้วย.. อ๋อ องค์กลางนั่นเอง

...
เมื่อก่อนผมถูกสัมภาษณ์เพื่อเข้าเรียน เพาะช่าง ครูผู้สอบถามผมว่า

พระพุทธสิหิงค์ มีกี่องค์... ผมเด็กบ้านนอกเชียงใหม่ โลกแคบมาก
เลยตอบว่า มีองค์เดียวที่เชียงใหม่่ครับ 555 ก็สอบตกซิครับเลย
ไม่ได้เรียนที่นั่น

แหมถ้าเป็นเด็กสมัยนี้ ดูข่าวทางเน็ตได้ คงตอบว่า ไม่ทราบจำนวน
ที่แน่ชัดครับ
...

โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 8 ตุลาคม 2563 เวลา:15:01:50 น.
  
ปกติผมไปบ่อยมากครับ เมื่อก่อนโควิด
แต่หลังโควิดยังไม่เคยไปเลยครับ
ปกติผมจะไปวันเกิด ปีใหม่ สงครานต์ไรงี้ครับ

แม่ไปบนขอผมจากที่นั่นด้วยครับ
เดี๋ยวต้องหาเวลาไปไหว้ท่านบ้างแล้วครับ
โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 8 ตุลาคม 2563 เวลา:15:14:11 น.
  
ทำตัวเรียบร้อย
แล้วพี่อุ้มค่อยบรรจงก้มกราบพระ
เข้าวัดต้องเป็นกุน-ละ-สะ-ตี
อิอิ
โดย: อุ้มสี วันที่: 9 ตุลาคม 2563 เวลา:7:54:42 น.
  




โดย: katoy วันที่: 9 ตุลาคม 2563 เวลา:8:36:12 น.
  
เพิ่งไปมาตอนเดือนมิถุนายน 63 เลยค่า
โดย: Emmy Journey พากิน พาเที่ยว วันที่: 9 ตุลาคม 2563 เวลา:10:54:03 น.
  
วัดนี้เคยไปเที่ยวอยู่หนนึง สร้างอาคารต่างๆ ได้สวยดีครับ
โดย: สมาชิกหมายเลข 6023213 วันที่: 10 ตุลาคม 2563 เวลา:1:02:52 น.
  
โดย: mini-guide-hors-serie-changer-de-banque.pdf IP: 139.99.104.93 วันที่: 12 ตุลาคม 2563 เวลา:1:43:06 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ทนายอ้วน
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 151 คน [?]



Top บล็อกสูตรอาหาร