Group Blog
กันยายน 2564

 
 
 
1
2
3
4
5
7
8
9
10
11
12
14
15
16
17
18
19
21
22
23
24
25
26
28
29
30
 
 
All Blog
ทนายอ้วนชวนเที่ยวอยุธยา - พระที่นั่งวโรภาสพิมาน พระราชวังบางปะอิน อยุธยา
สถานที่ท่องเที่ยว : พระที่นั่งวโรภาสพิมาน พระราชวังบางปะอิน อยุธยา, อยุธยา Thailand
พิกัด GPS : 14° 13' 58.79" N 100° 34' 42.06" E

 








ช่วงนี้ไม่ได้ออกไปเที่ยวที่ไหนเลยตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม  อยู่บ้านตลอดครับ  ออกไปหน้ารั้วบ้านยังไม่ค่อยออกไปเพราะก่อนเข้าประตูบ้านจะต้องพ่นแอลกอฮอร์ทั้งตัว  ถูเจลทีมือถึงข้อศอก  แล้วก็รีบเข้าไปล้างมือด้วยสบู่พร้อมกับร้องเพลง  “ช้าง  ช้าง  ช้าง”  2 รอบ  อิอิอิ
 
 



ช่วงนี้เลยเป็นการเคลียร์คลังรูปสถานที่ท่องเที่ยวที่เคยไปมา  (นาน)  แล้ว  แต่ยังไม่ได้เอามาโพสครับ
 



 
บล็อก 
“ท่องเที่ยวไทย”  บล็อกนี้เราจะพาไปเที่ยวพระราชวังบางปะอินกันครับ  ....  อย่าเพิ่งเบื่อนะครับที่พาเที่ยวทีละสถานที่  อยากให้ทราบประวัติความเป็นมาให้ละเอียดครับ  หรือถ้าใครขี้เกียจอ่านก็เลื่อนเร็วดูรูปอย่างเดียวก็ได้ครับ
 



 
สถานที่สำคัญในพระราชวังบางปะอินที่จะไปเที่ยวกันในบล็อกนี้อยู่ถัดจาก  สะพานตุ๊กตา  ครับ เป็นพระที่นั่งองค์สำคัญองค์หนึ่งในพระราชวังบางปะอิน
 
 



 

พระที่นั่งวโรภาษพิมาน  พระราชวังบางปะอิน
 
 


 
สมัยเด็กๆที่ไปพระราชวังบางปะอินจำไม่ได้แน่ว่าเค้ากำหนดเส้นทางให้เดินเที่ยวชมหรือเปล่า  (จนทุกวันนี้ก็ยังไม่แน่ใจอยู่ดีครับ)  แต่จำได้ว่าพอเดินเข้ามาถึงกระโจมแตรแล้วจะเลี้ยวข้ามสะพานใหญ่ๆไปทางประตูเทวราชครรไลและพระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียรเลยครับ  ไม่เดินข้ามสะพานตุ๊กตามาทาง
พระที่นั่งวโรภาษพิมาน  ในภาพจำของเจ้าของบล็อกเกี่ยวกับพระราชวังบางปะอินเลยแทบจะไม่มี  จำได้ว่ามองเห็นพระที่นั่งวโรภาษพิมานไกลๆเท่านั้นเอง






 



 

พระที่นั่งวโรภาษพิมาน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว   ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้าง  แล้วเสร็จเมื่อปี  พ.ศ. 2419  ตรงบริเวณที่ประทับเดิมของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ทางตอนเหนือของ  “สะพานเสด็จ”  ซึ่งเป็นท่าน้ำสำหรับเสด็จพระราชดำเนินขึ้นลง   เป็นผลงานการออกแบบและก่อสร้างของนายช่างอิตาเลียน  ซินยอร์กราซี (Mr.  Joachim  Gassi)  สถาปนิกใหญ่ผู้คุมงานก่อสร้างพระราชวังบางปะอิน  
 



เดิมพระที่นั่งองค์นี้เป็นเรือนไม้สองชั้น  เป็นที่ประทับและท้องพระโรงร่วมกัน  ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  โปรดฯ  ให้รื้อสร้างใหม่เป็นอาคารทรงวิหารกรีก   ตัวอาคารก่ออิฐ  ผนังฉาบปูนทาสี  มีลวดลายปูนปั้นแบบตะวันตกประดับ
ซินยอร์กราซีเลือกเอาศิลปะนีโอคลาสสิก  ในรูปแบบนีโอเรอเนซองซ์ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอยู่ทั่วโลกในขณะนั้นมาใช้กับพระที่นั่งองค์นี้  หัวใจของสถาปัตยกรรมสมัยนีโอคลาสสิกก็คือ  การหวนกลับไปเลียนแบบความรุ่งโรจน์แห่งอดีตในยุคคลาสสิก  "กรีก-โรมัน"  ดังปรากฏที่มุขด้านหน้าของพระที่นั่งได้ทำเลียนแบบวิหารของกรีกสมัยเฮเลนนิสติก  (หรือกรีกตอนปลาย)  ใช้หัวเสาแบบโยนิก  (ตกแต่งด้วยวงโค้งก้านขด)  และหัวเสาแบบคอรินเธียน  (เป็นรูปใบอะคันธัสซ้อนกันหลายชั้น)  รองรับหน้าบันรูปสามเหลี่ยมหน้าจั่ว  ในขณะเดียวกันก็ได้มีการนำเอาศิลปะเรอเนซองซ์สกุลช่างฝรั่งเศส  มาผสมผสานด้วยในส่วนของหอคอยขนาดย่อมที่มีหลังคาทรงพีระมิดตัด  ปลายยอดเป็นมงกุฎซึ่งประดับอยู่ตามมุมอาคาร  
 
 


ตอนที่เจ้าวของบล็อกไปเที่ยวพระราชวังบางปะอินล่าสุดให้เข้าชมภายใน
พระที่นั่งวโรภาษพิมานได้  แต่ห้ามถ่ายรูปครับ







 
 




สำหรับการตกแต่งภายในของ
พระที่นั่งวโรภาษพิมาน  เป็นผลงานการออกแบบของหม่อมเจ้าประวิช  ชุมสาย ภายในมีสิ่งของล้ำค่าหลายอย่างเช่น  อาวุธโบราณ  ตุ๊กตาหินสลัก  แจกันสลับสีเขียนลายทองขนาดใหญ่
 
 



ภายในห้องโถงรับรองและห้องทรงพระสำราญ ประดับภาพเขียนสีน้ำมัน ภาพพระราชพงศาวดารประกอบโคลงบรรยายภาพอันงดงามทรงคุณค่า เป็นภาพและเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ไทย และฉากต่าง ๆ จากวรรณคดีไทยหลายเรื่อง  ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้วาดภาพเหล่านี้ขึ้นเมื่อปี  พ.ศ. 2430


 
 
ภาพเขียนเหล่านั้นนอกจากจะสวยงามแล้ว ยังมีความสำคัญในเชิงประวัติศาสตร์ศิลป์  เนื่องจากเป็นประจักษ์พยานการเปลี่ยนแปลงงานจิตรกรรมไทยที่เขียนแบบสมัยใหม่ อาศัยหลักทัศนียภาพวิทยา  (Perspective)  มาแก้ปัญหามิติที่สามหรือความลึกของภาพได้  โดยใช้วิธีจัดองค์ประกอบให้ภาพมีระยะใกล้ไกล  ส่วนรายละเอียดในภาพนั้นยังเป็นภาพเขียนแบบไทยอยู่  เป็นการผสมผสานสิ่งเก่ากับสิ่งใหม่  และศิลปะตะวันออกกับตะวันตกเข้าด้วยกัน  เนื้อหาของภาพยังสะท้อนให้เห็นถึงขนบธรรมเนียมประเพณีของไทยในยุคสมัยนั้น  ทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงรสนิยมและศิลปะตามพระราชนิยมในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวอีกด้วย
 




ภาพเขียนจำนวน 20 กว่ารูป ใน
พระที่นั่งวโรภาษพิมาน  เป็นภาพเขียนที่มาจากงานพระเมรุ ณ ท้องสนามหลวง เมื่อปี พ.ศ. 2430  ในการพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ  เจ้าฟ้าพาหุรัดมณีมัย สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ  เจ้าฟ้าตรีเพ็ชรุตม์ธำรง  สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ  เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์  และพระอรรคชายาเธอ  พระองค์เจ้าเสาวภาคนารีรัตน์
 



 
ในครั้งนั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  โปรดเกล้าฯ  ให้มีการประกวดภาพพระราชพงศาวดาร ประกอบการแต่งโคลง  โดยให้จิตรกรที่มีฝีมือเขียนรูปภาพ  และโปรดเกล้าฯ  ให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอ  กรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจ  คิดแบบทำกรอบกระจกขึ้น  สำหรับรูปภาพทั้งปวงนั้นโปรดเกล้าฯ  ให้มีการแต่งโคลงประกอบเรื่องพระราชพงศาวดารแต่ละตอนติดประจำไว้ทุกกรอบ  ภาพขนาดใหญ่จะมีโคลงประกอบภาพละ  6 บท  ภาพขนาดกลางและขนาดเล็กจะมีโคลงประกอบภาพละ  1  บท  การแต่งโคลงนั้นบางบททรงพระราชนิพนธ์เองบ้าง  หรือทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้พระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการซึ่งสันทัดบทกลอนแต่งถวายบ้าง   เช่น  ภาพเขียนเรื่องสังข์ทอง  ตอนพระสังข์ตีคลี  และตอนหกเขยตีคลี  มีฉากหลังเป็นภาพพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ พระบรมมหาราชวัง  สำหรับภาพเรื่องอิเหนามีอยู่หลายภาพ  เช่น  ตอนปันหยีรบกับย่าหรันในเมืองกาหลัง  ตอนประสันตาพากย์หนังถวายนางแอหนัง  ตอนอิเหนาเผาเมืองดาหา  พานางบุษบาหนี  และตอนปันหยีชนไก่ในเมืองกาหลัง






 
 









นอกจากนี้
พระที่นั่งวโรภาษพิมาน  ยังเป็นสถานที่ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  มีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้ประกอบพระราชพิธีอภิเษกสมรสของสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ  เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ กรมขุนสุโขทัยธรรมราชา  (พระยศขณะนั้น ภายหลังได้เสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติเป็นพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่7)  กับหม่อมเจ้าหญิงรำไพพรรณี  สวัสดิวัตน์  (พระยศขณะนั้น ภายหลังได้รับพระราชทานเฉลิมพระยศเป็นสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี )  โดยพระราชพิธีอภิเษกดังกล่าวจัดขึ้นในวันที่  26  สิงหาคม  พ.ศ.  2461



 
ซึ่งพระราชพิธีอภิเษกสมรสในครั้งนี้ ถือเป็นพระราชพิธีอภิเษกสมรสครั้งแรก หลังจากการตรากฎมณเฑียรบาล ว่าด้วยการเสกสมรสแห่งเจ้านายในพระราชวงศ์ ในการพระราชพิธีอภิเษกสมรสครั้งนี้ เป็นการแต่งงานแบบตะวันอย่างแท้จริง กล่าวคือมีการถามความสมัครใจของคู่บ่าวสาว และมีการพระราชทาน “ของชำร่วย” เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สยาม กล่าวกันว่าของชำร่วยที่พระราชทานแก่แขกเหรื่อ ตลอดจนข้าราชบริพารผู้เข้าร่วมงานพระราชพิธีอภิเษกสมรสครั้งนี้คือ “แหวนเพชร”







 



 

พระที่นั่งวโรภาษพิมาน  ยังเคยเป็นที่รับรองแขกเมืองหลายครั้ง  เช่น  ปี พ.ศ. 2436  รับรองพระเจ้าชาร์ลคลัสแห่งประเทศรัสเซีย  ปี พ.ศ. 2436  รับรองมองซิเออราวีร์  ฑูตฝรั่งเศส  และ  ปี พ.ศ. 2452  รับรองดุ๊กและดัชเชสโยฮันเบรต  แห่งเมืองบรันทวีท  แห่งประเทศเยอรมัน  จนถึงในปัจจุบันก็ยังใช้เป็นที่รับรองแขกเมืองสำคัญอยู่เสมอ
 











 
 
ปัจจุบัน
พระที่นั่งวโรภาษพิมานยังคงใช้เป็นที่ประทับเมื่อมีการเสด็จแปรพระราชฐาน  ณ  พระราชวังบางปะอิน  แต่ยังเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้โดยไม่สามารถถ่ายภาพภายในพระที่นั่งได้  และสุภาพสตรีต้องสวมกระโปรงเข้าชม













 
133140139 



Create Date : 13 กันยายน 2564
Last Update : 13 กันยายน 2564 9:46:07 น.
Counter : 418 Pageviews.

24 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณเริงฤดีนะ, คุณป้าทุยบ้านทุ่ง, คุณกะว่าก๋า, คุณอุ้มสี, คุณtoor36, คุณzungzaa, คุณหอมกร, คุณKavanich96, คุณเนินน้ำ, คุณmariabamboo, คุณkae+aoe, คุณSweet_pills, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณEmmy Journey พากิน พาเที่ยว, คุณเจ้าสำนักคันฉ่องวารี, คุณแมวเซาผู้น่าสงสาร

  
ขอขอบคุณท่านเหล่านี้ที่ทำให้การท่องเที่ยวของเราได้ความรู้มากขึ้นครับ




https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E
0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B
8%99%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A
7%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E
0%B8%A9%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B
8%B2%E0%B8%99

https://travel.trueid.net/detail/3wVR0bLROeA

//www.dooasia.com/ayutthaya/010k037.shtml

https://www.silpa-mag.com/history/article_9251

https://www.sarakadee.com/feature/2003/03/bang-pa-
in_palace.htm
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 13 กันยายน 2564 เวลา:9:48:13 น.
  
ประวัติน่าสนใจค่ะ

ภาพพระที่นั่งกลางน้ำสวยเด่นเป็นสง่า
ตัดกับท้องฟ้าและน้ำนิ่งเป็นระลอกน้ำพริ้วสวยงาม
โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 13 กันยายน 2564 เวลา:10:26:03 น.
  
ตามมาเที่ยวทิพย์ด้วยค่ะ
โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 13 กันยายน 2564 เวลา:11:23:25 น.
  
ตะก๊อนนนน (นานมาก)
จะทำทริปทัศนศึกษาให้โรงเรียนค่ะ
อยุธยา-บางปะอิน 1 วัน
ทริปสามัญประจำโรงเรียน
โดย: ป้าทุยบ้านทุ่ง วันที่: 13 กันยายน 2564 เวลา:11:24:12 น.
  
อาคารเก่าๆ
มีความสวยงาม
บวกกับประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน
ยิ่งทำให้ทรงคุณค่ามากเลยนะครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 13 กันยายน 2564 เวลา:11:46:32 น.
  
ตามน้องบอลมาเที่ยววังบางปะอิน
โดย: อุ้มสี วันที่: 13 กันยายน 2564 เวลา:13:27:56 น.
  
ทริปเที่ยวที่นี่เก็บรูปมาเยอะเลยนะครับ
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 13 กันยายน 2564 เวลา:14:04:04 น.
  
ต้องกลับไปหารูปที่เคยมาเที่ยวที่นี่บ้างล่ะค่ะ
โดย: zungzaa วันที่: 13 กันยายน 2564 เวลา:14:08:43 น.
  
ขอบคุณที่พาไปเที่ยวนะคุณบอล

โดย: หอมกร วันที่: 13 กันยายน 2564 เวลา:15:54:17 น.
  
ขอบคุณที่แบ่งปัน
โดย: Kavanich96 วันที่: 13 กันยายน 2564 เวลา:16:45:14 น.
  
โหวตหมดอ่ะครับพี่บอล ไว้ผมมาโหวตนะพี่ ถ้าพรุ่งนี้เงียบตามมาทวงเลยนะครับๆๆๆ

ตามมาอ่านประวัติเหมือนเดิมครับ หาความรู้หน่อย
ตอนไปไม่ได้สาระเลย นอกจากดูสาว 55555
โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 13 กันยายน 2564 เวลา:17:19:54 น.
  
สถานที่ในประวัติศาสตร์ มีเรื่องราวและความงดงามค่ะ
ไม่ได้ไปเที่ยวที่นี่นานมาแล้ว ครั้งล่าสุดที่ไปคือร้อนมาก
เลยเน้นไปกินกุ้งแม่น้ำแทนค่ะ ^__^
โดย: เนินน้ำ วันที่: 13 กันยายน 2564 เวลา:18:12:23 น.
  
ยังอยู่บางปะอิน นะคะน้องบอล
โดย: Sai Eeuu วันที่: 13 กันยายน 2564 เวลา:19:22:36 น.
  
พระที่นั่งวโรภาษพิมานงดงามมากค่ะคุณบอล
ขอบคุณที่พาชมนะคะ

โดย: Sweet_pills วันที่: 14 กันยายน 2564 เวลา:0:55:17 น.
  

อรุณสวัสดิ์ครับคุณบอล

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 14 กันยายน 2564 เวลา:5:52:37 น.
  
กลับมาส่งโหวตครับพี่บอล
โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 14 กันยายน 2564 เวลา:10:34:02 น.
  
ภาพชุดนี้ สวยจากสถาปัตยฯ แสงเงา สีเหลืองเข้ากับ การใช้สีขาวตัด
สวยงามครับคุณบอล
โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 14 กันยายน 2564 เวลา:13:22:43 น.
  
ตามมาเที่ยวด้วยคนค่ะ
โดย: Emmy Journey พากิน พาเที่ยว วันที่: 14 กันยายน 2564 เวลา:13:57:24 น.
  
พู่กันเดียว
วาดสนุกดีครับ
ใช้เวลาไม่นานด้วย

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 14 กันยายน 2564 เวลา:18:23:08 น.
  
ด้วยความยินดีครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 14 กันยายน 2564 เวลา:22:28:10 น.
  
ตามมาเที่ยวด้วยคนครับ

ปล. เพลงเพราะจังครับ
โดย: เจ้าสำนักคันฉ่องวารี วันที่: 14 กันยายน 2564 เวลา:22:59:09 น.
  
โดย: Sweet_pills วันที่: 15 กันยายน 2564 เวลา:0:19:21 น.
  
อรุณสวัสดิ์ครับคุณบอล

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 กันยายน 2564 เวลา:6:16:46 น.
  
แวะส่งการบ้าน ประจำเดือนกันยายน ค่ะ
โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 15 กันยายน 2564 เวลา:13:08:13 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ทนายอ้วน
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 151 คน [?]



Top บล็อกสูตรอาหาร