เมษายน 2551

 
 
6
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
 
 
All Blog
กานพลู ......ไม้ป่ายืนต้น....สมุนไพร


กานพลู
ชื่อท้องถิ่น ดอกจันทน์ จันจี่ (ภาคเหนือ)

ลักษณะทางพฤษศาสตร์
กานพลูเป็นไม้ยืนต้นทรงพุ่ม มีกิ่งก้านสาขามาก ใบเป็นใบเลี้ยงเดี่ยวออกตรงกันข้ามเรียงกัน ใบมีลักษณะเป็นมันหนา มีรูปร่างคล้ายหอกแหลม ใบอ่อนมีสีชมพูแดง ตามใบมีต่อมน้ำมันกระจายอยู่เป็นจำนวนมาก ดอกออกเป็นช่อตามซอกใบหรือปลายกิ่ง ส่วนยอดของดอกอยู่ในระดับเดียวกันเหมือนโดนตัด ช่อดอกประกายด้วยดอกย่อยประมาณ 10 ดอก กลีบดอกมี 4 กลีบ ดอกเมื่อแก่มีสีแดงเข้ม ลักษณะคล้ายตะปู ดอกมี่นิยมเก็บมาเป็นเครื่องเทศและมีคุณภาพดีคือช่วงที่ดอกตูมกำลังจะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นแดง (ประมาณเดือนมิถุนายน-กุมภาพันธ์) หากเก็บก่อนหรือหลังจากนั้นจะได้กานพลูที่ไม่มีคุณภาพ ซึ่งหลังจากที่เก็บมาแล้วต้องนำไปตากแดดให้แห้งจนกระทั่งดอกตูมเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มเสียก่อน จึงจะนำมาใช้ได้

สรรพคุณ
น้ำมันกานพลูสามารถฆ่าเชื้อโรคได้หลายชนิด เช่น เชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคไทฟอยด์ โรคบิดชนิดไม่มีตัว และช่วยยับยั้งเชื้อราที่ทำให้เป็นโรคกลากและตกขาว
1. น้ำมันกานพลูมีฤทธิ์เป็นยาช่วยระงับอาการปวดฟันและแก้โรครำมะนาด โดยใส่น้ำมันกานพลูในรูฟันที่ปวดหรือเคี้ยวดอกกานพลู 1-2 ดอกช่วยกำจัดกลิ่นปาก
2. แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ ช่วยขับลมและช่วยย่อยอาหาร โดยใช้ดอกกานพลู 5-8 ดอก บดให้เป็นผงรับประทานสำหรับผู้ใหญ่ และใช้ดอกกานพลู 3 ดอก ทุบให้แตกแช่ในน้ำเดือดสำหรับชงนมประมาณ 750 ซีซี ให้เด็กรับประทาน
3. น้ำมันกานพลูเป็นส่วนผสมของยารักษาโรคต่างๆ เช่น ยาแก้ไอ ยาแก้โรคเลือดออกตามไรฟัน ยาขับระดู ยาแก้ปวดท้อง
4. กานพลูใช้แต่งกลิ่นเครื่องสำอาง ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก สบู่ รวมทั้งใช้สังเคราะห์กลิ่นวานิลลา
5. น้ำมันกานพลูใช้ไล่ยุงและช่วยป้องกันกลิ่นหืนของน้ำมันได้

วิธีใช้ในการประกอบอาหาร
ก่อนใช้กานพลูประกอบอาหารควรจะคั่วเสียก่อนเพื่อให้มีกลิ่นหอมและมีรสเผ็ด ใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องแกง ซอสมะเขือเทศ ผักดอง ส่วนน้ำมันกานพลูใช้แต่งกลิ่นอาหารกระป๋องและเนื้อสัตว์ เช่น ไส้กรอก แฮม ใช้แต่งกลิ่นลูกกวาด ขนมเค้ก หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ นอกจากนี้กานพลูยังเป็นของเคียงในการกินหมากอีกด้วย


ข้อมูลจาก http://www.horapa.com



Create Date : 07 เมษายน 2551
Last Update : 7 เมษายน 2551 6:33:54 น.
Counter : 953 Pageviews.

9 comments
  
ขอบคุงสำหรับความรู้ดีดี
โดย: Gigg (Gigg_Pat ) วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:9:07:35 น.
  
เพิ่งเคยเห็นค่ะ รู้จักแต่ชื่อ เป็นงี้เองเนอะ
โดย: Summer Flower วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:10:49:16 น.
  
ยินดีที่รู้จักค่ะ
เราเพิ่งเริ่มเรียนเกี่ยวกับสมุนไพรค่ะ มาเจอบล็อกน่าสนใจเข้าแล้ว ขอaddนะคะ

เสียใจมากๆที่ไปร่วมพิธีเผาอ.เพ็ญนภาไม่ทัน แต่จะพยายามเรียนรู้สิ่งที่อ.อยากให้รู้อย่างเต็มที่ค่ะ
โดย: walk in dream (walkin ) วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:11:03:28 น.
  
มีอีกบล๊อกที่จะมีสาระเกี่ยวกับสมุนไพร
http://www.oknation.net/blog/ION
โดย: pimpagee วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:15:17:01 น.
  
สมุนไพรไทยนี่เจ๋งจิงๆเน้อ
โดย: annie_martian วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:15:59:00 น.
  
just to say good night ka
โดย: Summer Flower วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:22:53:49 น.
  
"ภูพานเพชร - ภูพานทอง" ผู้นำตลาดหมากเม่าระดับสากล
“PhuPhanPhet – PhuPhanThong” Leading MaMao Market

หมากเม่า (มะเม่า เม่าเสี้ยน มัดเซ) เป็นผลไม้ชั้นนำในเขตภาคอีสาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร ส่วนภาคอื่นๆ เรียกว่า "เม่า" ชื่อวิทยาศาสตร์ Antidesma velutinosum Blume ในวงศ์ Stilaginaceae. เป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบ ความสูงประมาณ 12-15 เมตร ออกดอกช่วงเดือนมีนาคม - พฤษภาคม และผลจะสุกในช่วงเดือนสิงหาคม - กันยายน

ประโยชน์ “หมากเม่า”
1. ผลดิบสีเขียวอ่อน ประกอบอาหารคล้ายส้มตำเม่า
2. ผลแก่สีแดงมีรสเปรี้ยว ส่วนผลแก่จัดสีดำม่วง จะมีรสหวานอมเปรี้ยว รับประทานเป็นผลไม้สด
3. ผลมีสรรพคุณเป็นยาระบายและบำรุงสายตา ใบสดนำมาอังไฟเพื่อใช้ประคบแก้อาการฟกช้ำดำเขียว เปลือกต้นเม่าใช้เป็นส่วนประกอบของลูกประคบ
4. ผลหมากเม่าสุก มีกรดอะมิโน 18 ชนิด แคลเซียม เหล็ก สังกะสี วิตามิน B1 B2 C และ E
5. ผลิตภัณฑ์แปรรูปเช่น น้ำผลไม้ ไวน์เม่า แยม กวน สีธรรมชาติผสมอาหาร ฯลฯ
6. น้ำเม่าสกัดเข้มข้น 100% มีสารอาหาร วิตามินหลายชนิด ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายรวมทั้ง มีสารต้านอนุมูลอิสระ
7.ไวน์หมากเม่า มีสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง
8.กัมมาลและคณะ (2546) ศึกษาฤทธิ์ต้านเชื้อ HIV เชื้อรา เชื้อแบคทีเรียของสมุนไพรไทย 5 ชนิด คือ มะเม่า ฟ้าทลายโจร หญ้าแห้วหมู ผักเป็ดแดง และสายน้ำผึ้ง พบว่า มะเม่า สายน้ำผึ้ง และหญ้าแห้วหมู มีศักยภาพในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันและมีฤทธิ์ต้านเชื้อ HIV ได้

หจก.ภูพานเพชร มีทั้งต้นพันธุ์ และผลิตภัณฑ์แปรรูป
หมากเม่า “ภูพานเพชร “
1. ลักษณะเด่น หมากเม่า สายพันธุ์ "ภูพานเพชร"
* ต้นสูงประมาณ 12 - 15 เมตร
* ลักษณะใบ กว้างมนใหญ่ มีทั้งใบยาว และใบสั้น
* ผล เป็นพวงช่อขนาดใหญ่ ประมาณ 15 ซม. ผลดิบมีสีเขียว ผลแก่
สีแดง เมื่อผลแก่จัดจะเปลี่ยนเป็นสีดำ
2. ผลิตภัณฑ์ “ภูพานเพชร”
2.1 ต้นพันธุ์หมากเม่า “ภูพานเพชร” ความสูง 50, 80, 100 ซม.
2.2 ไวน์หมากเม่า "ภูพานเพชร"
2.3 แยมหมากเม่า "ภูพานเพชร"
2.4 น้ำผลไม้เข้มข้น หมากเม่า "ภูพานเพชร"


หมากเม่า “ภูพานทอง”
1. ลักษณะเด่น หมากเม่าสายพันธุ์ "ภูพานทอง"
* ต้นสูงประมาณ 10 - 12 เมตร
* ลักษณะใบ แคบเล็กยาว ใบห่าง
* ผล เป็นพวงช่อขนาดใหญ่ ประมาณ 12 ซม. ผลดิบมีสีเขียว ผลแก่
สีแดง เมื่อผลแก่จัดจะเปลี่ยนเป็นสีดำ
2. ผลิตภัณฑ์ “ภูพานทอง”
2.1 ต้นพันธุ์หมากเม่า “ภูพานทอง” ความสูง 50, 80, 100 ซม.
2.2 ไวน์หมากเม่า "ภูพานทอง"
2.3 แยมหมากเม่า "ภูพานทอง"
2.4 น้ำผลไม้เข้มข้นหมากเม่า "ภูพานทอง"

สนใจติดต่อ

1.คุณเอมอร สาระขันธ์ โทร 081 839 0015

2.คุณดายุทธ รักมะณี โทร 081 911 1764

www.phuphanphet.com

www.kunvorapat.com

Email: phuphanphet@gmail.com
โดย: "ภูพานเพชร - ภูพานทอง" ผู้นำตลาดหมากเม่าระดับสากล IP: 58.9.104.115 วันที่: 1 ตุลาคม 2551 เวลา:9:16:14 น.
  
รู้จักแล้วเป็นแบบนี้เอง
โดย: หวาน IP: 118.175.188.62 วันที่: 5 มิถุนายน 2552 เวลา:14:08:42 น.
  
ขอบคุณมากคะ ได้รับความรู้เรื่องสมุนไพร
โดย: กระตุ้น IP: 1.47.175.1 วันที่: 19 มีนาคม 2554 เวลา:21:34:31 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

pimpagee
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]



Smile...Small...Smooth...Smart...

counter
สร้าง Playlist ของคุณได้ที่นี่
New Comments