13 เมษายน 2552
All Blog
โรคคันตา





คันตา หรือคันในตา เป็นอาการที่ทุกคนคงเคยเป็นเพราะอาการคันตาก็เช่นเดียวกับอาการคันส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย เป็นต้นว่า คันจมูก คันหู คันตามตัว คันคอ และ...ฯลฯ เรื่อยไป จนกระทั่ง...”คันปาก” ก็ยังเคยใช่ไหมครับ ?


⇒ สาเหตุ
สาเหตุของการคันที่ในตา มักจะมีต้นตอมาจาก สาเหตุจากการคันตามเยื่อเมือกส่วนอื่น ๆ ของร่างกายและผิวหนังตามตัว นั่นก็คือ

1.ละอองเกสรดอกไม้ ฝุ่น แดด ความร้อน อุณหภูมิเย็นจัด เช่นในห้องปรับอากาศ ร้อนจัด หรือในที่ชื้นอับ ฯลฯ

2.ยาหยอดตาบางชนิดที่เข้าปฏิชีวนะ ที่ผู้นั้นเคยกินหรือทาตามผิวหนังทำให้เกิดอาการคันเพราะแพ้ได้

3.ฤดูกาล โดยเฉพาะฤดูร้อนเป็นกันมาก ฤดูฝนหรือฤดูหนาวไม่ค่อยพบ มักพบในเด็กวัยอนุบาลหรือในประถมต้น ในผู้ใหญ่เกิน 20 ปีพบน้อย

4.การติดเชื้อ โดยเฉพาะเชื้อไวรัส ทำให้มีอาการคันได้เช่นเดียวกับการติดเชื้อหวัด ทำให้คัดจมูก คันจมูก คันคอ ไอ เช่นเดียวกัน

5.พิษจากสารเคมีบางอย่าง เช่น พวกยาฆ่าแมลง ยาฆ่าเชื้อรา ชาวสวนชาวไร่ใช้ฉีดตามต้นไม้ ดอกไม้ ทำลายศัตรูพืช

6.น้ำยา สารระเหยต่าง ๆ เช่น แอลกอฮอล์ น้ำยาฟอร์มาลิน กระทั่งน้ำอบน้ำหอมที่ใช้สเปย์

7.เครื่องสำอางสารพัดชนิดที่ใช้ทาบริเวณใบหน้า ทาขอบตาทาขนตา

8.แมลงชนิดต่าง ๆ ที่บินเข้าตาโดยเฉพาะแมลงปีกแข็งที่มีกลิ่นเหม็นฉุนมาก ที่ชาวบ้านเรียกกันว่า
"แมลงตด” แมลงชนิดนี้บินเข้าตาทำให้ถึงตาบอดได้ ในรายที่โดนแรง ๆ ทำให้กระจกตาดำเป็นแผล
ขอบเปลือกตาไหม้อักเสบ เจ็บ ๆ คัน ๆ ปวดแสบปวดร้อนอย่างมาก

9.พวกพยาธิบางชนิด เช่น ตัวจิ๊ด ถ้าเข้าบริเวณเปลือกตา ทำให้บวม ๆ เจ็บ ๆ คัน ๆได้

เท่าที่ให้ไว้ทั้งหมดนั้นเป็นสาเหตุที่พบได้เสมอ ๆในการออกตรวจโรคตาผู้ป่วยที่มาหาจักษุแพทย์ทั่ว ๆ ไป ส่วนที่เหลือนอกจากที่กล่าวแล้ว อาจมีบ้างไม่มากนัก และก็เป็นเรื่องที่ผู้นั้นมีปฏิกิริยาแพ้ต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างเห็นได้ชัดเจน ยกตัวอย่างเช่น บางคนใส่เลนส์สัมผัส (คอนแทคเลนส์) ใส่ได้ไม่ถึง 24 ชั่วโมง ตาแดงทั้ง 2 ข้าง คันตายุบยิบไปหมด นั่นก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ว่า แพ้เลนส์สัมผัส เช่นนี้ควรจะเลิกใส่ได้ ขืนใส่ต่อไปยิ่งอันตรายมาก หรือบางคนแพ้น้ำในสระลงว่ายน้ำครั้งใดคันตาทุกที อาจแพ้คลอรีนหรือสารที่ใส่ลงไปให้เกิดสีของน้ำ ไม่ทราบว่าถ้าเป็นน้ำในอ่างจะแพ้หรือเปล่า ?


⇒ อาการของโรคคันตา
อาการของผู้ที่แพ้สิ่งต่าง ๆ ดังกล่าว อย่างใดอย่างหนึ่ง จะทำให้มีอาการคันตาหรือขอบตา มีความรู้สึกอยากขยี้ ทั้งนี้เพราะ..“ยิ่งขยี้ ยิ่งมัน” เช่นเดียวกับโดนยุงกัด หรือผึ้งต่อยมา 3-4 วันแล้ว จะคันบริเวณนั้นจนอยากจะเกาและหยิกให้มันมือไปยังไงก็อย่างนั้นเชียวแหละ
นอกจากคันอันเป็นอาการอันแรกแล้ว ต่อมาจะพบบริเวณนั้น บวมและแดง ถ้าเป็นที่เยื่อตาขาวจะเห็นว่าบวม ย่น จนบางคนตกใจ เมื่อเห็นเยื่อตาขาวตัวเองบวมเต่งและย่น เมื่อเหลือบตาไปทางซ้ายหรือขวา อีกทั้งแดงเหมือนผิวมะเขือเทศสุก หรือเนื้อผมมะไฟสุก (จากการส่องกระจกเงาดูตาตัวเอง)
ถ้าเป็นบริเวณขอบตาหรือเปลือกตา จะเห็นชัดเจนยิ่งขึ้น คือบริเวณขอบตาจะบวมและหนาตัวขึ้นมา คันตรงตำแหน่งนั้นมาก ถ้าเป็นพวกแพ้ยาหยอดหรือเครื่องสำอาง หรือสารเคมีจะเป็นทั้ง 2 ข้าง ขอบตาหนาเป็นผื่นเห่อชัดเจน


⇒ การปฏิบัติตัวและการรักษา
1.ถ้าทราบแน่ชัดว่าน่าจะแพ้อะไรค่อนข้างแน่นอน ให้หยุดการใช้สิ่งนั้นหรือเลี่ยงต่อสิ่งนั้นให้มากที่สุด แล้วกินยาแก้แพ้ ซึ่งอาจจะเป็นคลอร์เฟนิรามีน(ขนาด 4 มิลลิกรัม) 1 เม็ด 3 เวลาหลังอาหารแล้วนอนพัก ประมาณ 24 ชั่วโมงก็จะทุเลา


2.ถ้าภายหลัง 24 ชั่วโมง อาการไม่ดีขึ้นควรรับไปพบแพทย์ ปรึกษาดูว่ามีสาเหตุจากอะไรแน่


3.จะมีอยู่โรคหนึ่งที่เป็นหน้าร้อน และเป็นในเด็กอนุบาลหรือประถมต้นมากที่สุด (ตามสาเหตุข้อ 3.) พวกนี้จะคันตลอดเวลา คันที่เยื่อตาขาว เด็กจะขยี้จนตาแดง น้ำตาไหล เราเรียกโรคนี้ว่า..“โรคเยื่อตาอักเสบฤดูร้อน ” หรือภาษาแพทย์เรียกว่า Sumer Season Conjunctivitis พวกนี้ต้องได้รับการรักษาให้ถูกต้อง มิฉะนั้นเด็กจะคันมากและแดงตลอดเวลา น่ารำคาญ บิดา มารดา หรือผู้ปกครองเป็นทุกข์มาก

4.รู้สึกคัน พยายามเลี่ยงการขยี้ตา หรือถ้าอยากขยี้จนตัวสั่นก็ขยี้พอสมควร ไม่ควรขยี้จนเยื่อตาขาวบวมหรือเปลือกตาบวม จะทำให้รู้สึกตาพร่าได้จากแรงขยี้ เพราะแรงขยี้อาจจะทำให้กระจกตาบวมชั่วคราว

5. ใช้น้ำแข็งก้อนขนาด 3 x 4 มิลลิลิตร หรือขนาดน้ำแข็งหลอดห่อด้วยถุงพลาสติกเล็ก ๆ แล้วเอาผ้าเช็ดหน้าสะอาดห่อถุงพลาสติกอีกชั้นนำมาวางประคบลงบนเปลือกตาข้างนั้น ความเย็นจากน้ำแข็ง (Clod compress)จะทำให้อาการคันและบวมทุเลาไปได้เกือบปลิดทิ้ง หรือถ้าใจร้อนจะเอาน้ำแข็งก้อนขนาดดังกล่าว วางแปะลงไปบนเปลือกตาเลยโดยตรงก็ได้ แต่จะทำให้ตาแฉะเพราะน้ำแข็งละลายเลอะใบหน้าไปหมด และอยู่ได้ไม่ทน


⇒ โรคคันตาอันตรายไหม
ขึ้นอยู่กับสาเหตุ ส่วนมากไม่มีอันตรายมากถึงขั้นตาพิการ ถ้าทราบแน่ชัดว่าแพ้อะไร และหยุดยั้งสิ่งนั้นได้ หรือสามารถให้ยาแก้แพ้ต่อสิ่งนั้นทันที
เคยพบเหมือนกันที่ว่า แพ้ตัวแมลงอะไรไม่ทราบ ทำให้กระจกตาดำเป็นแผลเกิดการอักเสบซ้ำซ้อน ในที่สุดตาพิการ แม้แต่คนไข้ที่โดนงูเห่าพ่นพิษเข้าบริเวณหน้าและเข้าตา ถ้ามารักษาเร็วและทราบว่าเป็นพิษงูยังพอรักษาให้หายได้ทัน


⇒ โรคแทรกซ้อน
ปกติแล้ว โรคแทรกซ้อนจากการแพ้บริเวณเยื่อตาหรือเปลือกตาไม่ค่อยมี เว้นกรณีที่ปฏิบัติตัวไม่ถูกสุขลักษณะ อาจติดเชื้อซ้ำซ้อนได้จากแบคทีเรีย แต่กระนั้นก็ตามที ถ้ามาปรึกษาแพทย์ก็สามารถช่วยให้ยารักษาโรคแทรกซ้อนได้ ถ้าไม่รุนแรงเกินไปจนทำให้กระจกตาดำเป็นแผลและมีหนองดังที่ได้ยก
ตัวอย่างแล้ว

โรคคันตาที่เกิดจากการแพ้แบบเฉียบพลันต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดจะเป็นอยู่ชั่วคราวเท่านั้น ผิดกับโรคเยื่อตาคันจากฤดูร้อน พวกนี้จะคันตลอดช่วงหน้าร้อน พ้นหน้าร้อนอาการจะหายไป


ข้อมูลจาก หมอชาวบ้าน



Create Date : 13 เมษายน 2552
Last Update : 13 เมษายน 2552 5:18:12 น.
Counter : 2604 Pageviews.

15 comments
  
ขอบคุณมากค่ะ
เราก็กำลังคันตาอยู่พอดี
เมื่อวานเกาจนตาบวมเลยคะ
โดย: Gift IP: 118.174.154.14 วันที่: 13 เมษายน 2552 เวลา:11:44:02 น.
  
ขอบคุณมากค่ะ ตอนนี้เปลือกตาเริ่มแดงช้ำๆ และแสบคันด้วยค่ะ หรือเพราะใช้อายไลเนอร์คะ แต่เลิกใช้แล้วยังแสบและแดงอยู่เลยค่ะ
โดย: gg IP: 61.19.227.2 วันที่: 15 มิถุนายน 2552 เวลา:17:23:46 น.
  
ขอบคุณมากคะ
โดย: นินิว IP: 125.25.196.58 วันที่: 2 ตุลาคม 2552 เวลา:10:20:58 น.
  
มีสาระมากมายขอบคุณ
โดย: แป๊กกีั IP: 112.142.22.20 วันที่: 9 ธันวาคม 2552 เวลา:18:15:46 น.
  
ขอบคุณมากคะ จะลองเอาน้ำแข็งประคบก่อน
โดย: นุกนิก IP: 125.27.237.174 วันที่: 20 ธันวาคม 2552 เวลา:16:12:10 น.
  
ขอบคุณค่ะสำหรับความรู้ดี ๆ
โดย: Alexsandra IP: 85.76.202.52 วันที่: 16 มกราคม 2553 เวลา:21:59:28 น.
  
ขอบคุณมากมาย จะลองไปทำดูนะคะ เพราะว่าตอนนี้คันตาอย่างแรง อยากขยี้เต็มแก่แล้วอ่ะ
โดย: Marie IP: 203.146.41.125 วันที่: 20 มกราคม 2553 เวลา:19:30:06 น.
  
ดิฉันเป็นูมิแพ้มาเป็นเวลา 40 ปี น้ำมูกไหล คัดจมูก คันตา ฉีดภูมิแล้ว กินยาจนแพ้ยา ได้ยินคนพูดถึงน้ำเอ็มเรท ก็ไปซื้อมากิน หลายร้อยบาท หายจริง แต่พอหยุดกินก็เป็นอีก แต่ไม่มีวิธีอื่นอีกแล้ว ตัดสินใจซื้อเครื่องทำน้ำเอ็มเรท ต้องกินเยอะ ประมาณ 1-1.5 ลิตร อาการหายไป แต่หยุดไม่ได้ ไปต่างจังหวัดทีลำบาก ไม่มีกิน กลับถึงบ้านก็ตั้งหน้ากินต่อไป สังเกตว่า กินเท่าจำนวนวันที่ไม่ได้กิน อาการหายจึงเป็นปกติ กะว่า อายุ 70 ปี ขึ้นไปช่วยตัวเองไม่ไหวก็ปล่อย ดูมันไป รู้มันไป จนกว่าจะตาย
โดย: mamamee IP: 118.174.73.8 วันที่: 13 กรกฎาคม 2553 เวลา:15:29:46 น.
  
ขอบคุณมากครับ
โดย: thanaka IP: 110.168.28.204 วันที่: 25 มกราคม 2554 เวลา:7:35:20 น.
  
ดีมากค่ะ
โดย: ตั้ม IP: 124.121.195.12 วันที่: 5 มีนาคม 2554 เวลา:7:26:45 น.
  
เธ‚เธญเธšเธ„เธธเธ“เธกเธฒเธเธ„เธฃเธฑเธš
โดย: เธญเธญเน‚เธ•เน‰33 IP: 118.172.247.173 วันที่: 21 เมษายน 2554 เวลา:22:26:46 น.
  
ขอบคุนค่ะ
โดย: hong IP: 58.137.39.253 วันที่: 2 พฤษภาคม 2554 เวลา:17:25:24 น.
  
ขอบคุณนะคะ เป็นประโยชน์ดีคะ
โดย: pala IP: 118.174.55.145 วันที่: 21 กรกฎาคม 2554 เวลา:9:31:36 น.
  
ลูกสาวคันตาบ่อยๆทีแรกนึกว่าเพราะผมแหย่ตา ก็ให้คาดผม แต่ก็ยังเป็นบ่อยๆ ก็คงเป็นเพราะโรคภูมิแพ้มากกว่า ขอบคุณนะคะได้ประโยชน์ทีเดียว
โดย: mama IP: 58.9.56.133 วันที่: 14 กันยายน 2554 เวลา:11:27:39 น.
  
ขอบคุณมากๆครับ
โดย: เปรมปพัทธ IP: 49.48.80.79 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2554 เวลา:12:25:57 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

pimpagee
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]



Smile...Small...Smooth...Smart...

counter
สร้าง Playlist ของคุณได้ที่นี่
New Comments