มกราคม 2553

 
 
 
 
 
1
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
26
27
28
29
31
 
 
All Blog
มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก

ฉบับนี้ก็ยังมีเรื่องราวของมะเร็งสืบพันธุ์สตรีอีกชนิดหนึ่ง ที่คุณผู้หญิงทุกคนควรระวังไว้ นั่นก็คือ “มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก”

มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก เป็นมะเร็งอวัยวะสืบพันธุ์ในสตรีที่พบได้เป็นอันดับ 3 เป็นมะเร็งที่มีโอกาสรักษาหายขาดสูงมาก เนื่องจากผู้ป่วยมักมีอาการเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด ซึ่งแพทย์ส่วนมากแล้วจะแนะนำให้ผู้ป่วยมาพบเมื่อรู้สึกว่ามีอาการผิดปกติ ทำให้การตรวจพบโรคในระยะแรกเริ่ม นำพาไปสู่การรักษาที่ดีได้มาก

สาเหตุของโรค ในปัจจุบันทางการแพทย์แบ่งกลุ่มของผู้ป่วยโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกเป็น 2 กลุ่ม คือ

1.กลุ่มที่เป็นโรคมะเร็งเนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจน มักพบในสตรีที่มีอายุน้อย ในผู้หญิงที่มีภาวะฮอร์โมนเอสโตรเจนเกินเป็นระยะเวลานาน ส่งผลให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติและกลายเป็นมะเร็งในที่สุด

2.กลุ่มที่ไม่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน ซึ่งไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่คาดว่ามีความเกี่ยวข้องในเรื่องพันธุกรรมเป็นส่วนใหญ่ ที่มักพบในผู้ป่วยสูงอายุและเป็นชนิดที่มีความรุนแรงของโรคสูง

โดยทั่วไปแล้ว สตรีจะมีรอบเดือนตามฮอร์โมนในร่างกาย คือฮอร์โมนเอสโตเจน และฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกเติบโตขึ้นและหลุดลอกออกมาเป็นประจำเดือน แต่หากมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน โดยผู้ป่วยมีภาวะหรือได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่สูงขึ้นผิดปกติต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกหลุดลอกออกมาไม่หมด และค้างอยู่ในโพรงมดลูกจนเกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกที่เรียกว่า ภาวะเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติ ซึ่งหากผู้ป่วยอยู่ในภาวะนี้นาน ๆ โดยไม่ได้รักษาก็จะกลายเป็นโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกในที่สุด

ดังนั้น ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคนี้มีอะไรบ้าง เริ่มที่สตรีที่ไม่มีบุตรหรือมีบุตรยาก, สตรีที่มีประจำเดือนตั้งแต่อายุน้อยและหมดประจำเดือนช้า, สตรีที่มีรูปร่างท้วมหรืออ้วน, มีประวัติญาติพี่น้องสายตรงเป็นโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก, ได้รับฮอร์โมนเอสโตร เจนในขนาดที่สูงเป็นเวลานาน, สตรีสูงอายุ และ สตรีที่มีประวัติเป็นโรคเบาหวานหรือความดันโลหิตสูง

คุณผู้หญิงที่มีปัจจัยดังกล่าวนี้ ควรหมั่นตรวจตรารอบเดือนของตัวเองว่ามีความผิดปกติใด ๆ หรือไม่ หากมีแล้ว ก็ให้สำรวจอาการว่า ตรงกับข้อมูลดังต่อไปนี้หรือไม่

สำหรับอาการของโรค ผู้ป่วยมักจะมาพบแพทย์ด้วยอาการเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดที่ไม่ใช่ประจำเดือน โดยเลือดออกกะปริดกะปรอยหรือออกมาปริมาณมากติดต่อกันหลายวันจนทำให้ผู้ป่วยมีภาวะซีดและอ่อนเพลียเกิดขึ้นเนื่องจากเสียเลือด อาการปวดท้องน้อย หากมีการดำเนินของโรคต่อไป ก็จะมีการกระจายไปยังอวัยวะต่าง ๆ เช่น รังไข่ ต่อมน้ำเหลือง รวมไปถึงปอด ซึ่งคุณผู้หญิงไม่ควรมองข้าม หากมีอาการเพียงเล็กน้อยก็ให้รีบไปพบแพทย์ทันที

การวินิจฉัยโรค แพทย์จะทำการตรวจร่างกายและตรวจภายใน ร่วมกับทำการขูดมดลูกผู้ป่วยเพื่อหาเซลล์มะเร็งของเยื่อบุโพรงมดลูกทางพยาธิวิทยา
ในส่วนของการรักษาโรค แพทย์จะทำการผ่าตัดเปิดหน้าท้อง ตรวจอวัยวะภายในช่องท้อง ตัดมดลูกและรังไข่ ตรวจต่อมน้ำเหลืองบริเวณอุ้งเชิงกราน และต่อมน้ำเหลืองบริเวณเส้นเลือดใหญ่เอออร์ต้า (Aorta) ตรวจน้ำในช่องท้องหาเซลล์มะเร็ง

แล้วประเมินโรคว่าผู้ป่วยอยู่ในระยะใดของโรค หากเป็นมะเร็งระยะแรก ๆ การรักษาโดยการผ่าตัดก็เพียงพอ หากเป็นมะเร็งระยะที่มากขึ้นผู้ป่วยอาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยการฉายแสงหรือให้ยาเคมีบำบัดขึ้นอยู่กับระยะ ของโรค

ด้านการป้องกันโรค ดังที่กล่าวมาแล้วว่า โรคนี้มีความสัมพันธ์กับฮอร์โมนเอสโตรเจน เป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นการป้องกันโรคจึงสามารถทำได้ดังนี้
1.หลีกเลี่ยงการได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจนหากไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ หากจำเป็นต้องรับฮอร์โมน เอสโตรเจนควรได้รับฮอร์โมนโปรเจส เตอโรนควบคู่กันไปด้วย เพื่อป้องกันภาวะเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติ ซึ่งเป็นภาวะแรกเริ่มของการเกิดโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก

2.สตรีที่มีลักษณะของประจำเดือนผิดปกติ เช่น มาไม่สม่ำเสมอ มาขาด ๆ หาย ๆ มีประจำเดือนปริมาณมากในแต่ละครั้ง ร่วมกับมีลักษณะของการมีภาวะฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง เช่น หน้ามัน ขนดก เป็นสิวมาก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้การรักษาแต่เนิ่น ๆ

3.สตรีที่มีภาวะปัจจัยเสี่ยงดังที่กล่าวมาแล้ว ควรไปรับคำปรึกษาจากแพทย์และตรวจภายใน เพื่อเป็นแนวทางในการดูแลตนเองในการป้องกันโรค
4.หลีกเลี่ยงการรับประทานยาต่าง ๆ โดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะยากลุ่มสเตียรอยด์ ยาเม็ดลูกกลอน ยาสมุนไพรต่าง ๆ ที่ไม่ได้มาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุข เพราะอาจทำให้เกิดความผิดปกติของเยื่อบุโพรงมดลูกและกลายเป็น มะเร็งได้.

ข้อมูลจากhttp://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=493&contentId=45629





Create Date : 30 มกราคม 2553
Last Update : 30 มกราคม 2553 8:30:43 น.
Counter : 3111 Pageviews.

17 comments
  
โดย: นนนี่มาแล้ว วันที่: 30 มกราคม 2553 เวลา:8:52:43 น.
  


สวัสดียามเช้าค่ะ
โดย: redclick วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:6:07:18 น.
  
สวัสดีค่ะทิพน๊ะค่ะ เรื่องค่าใช้จ่าย92,000.-ที่ค่อนข้างสูงเพราะว่าทิพเป็นคนไข้คลีนิคนอกเวลาค่ะเหตุผลเพราะต้องรีบผ่าตัดค่อนข้างด่วนทิพได้พบกับอาจารย์ดำรงวันที่11ก.ค.51วันรุ่งขึ้นทิพก็ไปรพ.จุฬาซึ่งอาจารย์ดำรงออกตรวจวันเสาร์ตอนเช้าและได้เช็คร่างกายในวันนั้นเลยได้คิวผ่าในอาทิตย์ถัดไปซึ่งทิพก็ได้ถามอาจารย์ว่าค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่อาจารย์ก็บอกว่าประมาณครึ่งนึงของบำรุงราษฎร์ทิพก็ดีใจไม่ถามอะไรต่อในใจคิดแต่ว่าขอให้อาจารย์รับเราเป็นคนไข้ของท่านทำไมทิพคิดอย่างนี้เพราะทิพมีประสบการณ์เมื่อ3ปีที่แล้วคุณแม่สามีป่วยเป็นโรคหัวใจน้องๆสามีพาคนป่วยไปรักษาที่รพกรุงเทพค่าใช้จ่ายแพงมากความที่ทิพเป็นสะใภ้คนโตต้องรับภาระในที่สุดไม่สามารถจ่ายค่ารักษาได้ยอดค่าใช้จ่ายราว600,000ต้องผ่อนกับทางรพ.กรุงเทพทิพพยายามติดต่อทั้งรพ.จุฬารพ.ศิริราชรพ.ตำรวจและอีกหลายแห่งไปทำบัตรคนไข้ตั้งแต่เช้ากว่าจะได้พบหมอก็ได้พบแต่หมอประจำบ้านทิพแจ้งความต้องการกับคุณหมอว่าต้องการย้ายคนไข้มารพ.ของรัฐปรากฎว่าไม่สำเร็จเหตุผลที่ทิพไม่คิดอะไรมากเพราะกลัวจะไม่มีห้องเตียงไม่ว่างในเมื่อได้อาจารย์ดำรง ตรีสุโกศลรับทิพเป็นคนไข้ของท่านทิพก็มีความหวังว่าเราต้องปลอดภัยมีหลายคนก็ทักว่าทำไมต้องรีบผ่า ทำไมแพงจังตอนแรกๆก็คิดแต่ว่าถ้าทิพรอคิวผ่าเวลาในราชการค่าใช้จ่ายก็ต้องถูกกว่านี้พอสมควรแต่ก็ไม่รู้ว่าจะได้ผ่าเมื่อไหร่ทุกวันนี้ทิพร่างกายดีขึ้นมากได้มีโอกาสช่วยลูกสาวทิพออกแบบเสื้อ ช่วยลูกได้หลายๆอย่างตอนที่ทิพพักฟื้นอยู่ลูกสาวต้องทำเองทุกอย่าง สำหรับอาการปวดเอวและปวดหลังทิพกำลังรอผลและจะได้พบอาจารย์ดำรงอีกครั้งในวันที่29ก.ค.52 ทิพคิดว่าสำหรับคุณ pen ที่กำลังตัดสินใจอยู่ทิพอยากให้ลองไปพบกับอาจารย์ดำรง ตรีสุโกศลขอคำแนะนำถ้าต้องการประหยัดค่าใชจ่ายเรียนคุณหมอตรงๆแต่ถ้าผ่าในเวลาราชการคุณหมอจะไม่ได้อะไรเลยคุณpenก็มีค่าตอบแทนแพทย์.ให้อาจารย์โดยการใส่ซองให้คุณหมอต่างหากแต่ทั้งหมดคุณpenต้องมาพบกับคุณหมอก่อนซึ่งท่านจะออกตรวจทุกวันพุธตอนเช้าถึงเที่ยงหรือจะให้ดีทิพขอแนะนำไปพบท่านที่บำรุงราษฎร์เพราะจะเสียค่าใช้จ่ายในการปรึษาไม่แพงเลยเพราะน้องสาวของทิพก็ต้องผ่าตัดมดลูกเหมือนกันช่วงปิดเทอมที่จะถึงกับอาจารย์ดำรงท่านนี้แหละที่บำรุงราษฎร์อาจารย์ออกตรวจทุกวันอังคาร พุธ และศุกร์เวลาประมาณ17.00น ถึง19.00น.ลองไปปรึกษาดูค่ะ ทิพว่าเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดค่ะควรโทรไปจองนัดคุณหมอก่อนน๊ะค่ะ ขอให้โชคดีค่ะ.


































โดย: ทิพ (พิมลทิพ) IP: 125.27.42.160 วันที่: 8 กรกฎาคม 2552 เวลา:22:04:26 น.



โดย: ทิพ IP: 125.24.233.125 วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:21:04:26 น.
  
สวัสดีค่ะดิฉันอายุ51ปีเป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกและได้ผ่าตัดเมื่อวันที่19กรกฎาคม51ตอนนี้ร่างกายแข็งแรงดีขอย้อนหลังไปเมื่อ4ปีที่แล้วดิฉันมีประจำเดือนมมากผิดปกติแต่ไม่มีอาการอื่นเลยไปพบคุณหมอที่รพ.เอกชนแห่งหนึงผลการตรวจUtrasound พบเนื้องอกประมาณ4-5ก้อนแต่คุณหมอบอกยังไม่ต้องทำอะไรแต่ให้มาตรวจภายในทุกปีและตรวจมะเร็งปากมดลูกด้วยและจะได้ดูว่าเนื้องอกจะโตขึ้นอีกมั้ยแต่เนื่องจากดิฉันไม่ชอบตรวจภายในดิฉันก็ไม่ไปตามนัดอีกเลยจนผ่านไป4ปีประมาณปลายปี51ประจำเดือนก็หมดหลังนั้นดิฉันก็ไม่มีอะไรที่มีอาการผิดปกติผ่านไป9เดือนคือเดือนกรกฎาคม51ก็มีเลือดออกมาทางช่อง
คลอดมาเยอะมากเวลายืนอาบน้ำเลือดก็ไหลออกมาตลอดและต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยเกือบทุก10นาทีตอนแรกดิฉันก็ไม่คิดจะไปหาหมอคิดว่าเป็นอาการของคนวัยทอง
มาได้เดี๋ยวก็หยุดได้จนผ่านไป4วันเริ่มมีอาการเจ็บท้องน้อยเลยไปหาหมอตั้งใจไปพบคุณหมอคนเดิมแต่วันนั้นคุณหมอไม่ออกตรวจเลยให้คุณหมอคนอื่นตรวจวันนั้นไม่
ได้ Ultrasoundได้แต่ตรวจภายในและตัดชิ้นเนื้อเพื่อตรวจมะเร็งคุณหมอบอกดิฉันมดลูกโตเหมือนคนท้อง3เดือนและเลือดออกมากเหมือนคนแท้งลูกแล้วคุณก็นัดดิฉัน1อาทิตย์มาฟังผลพอถึงวันนัดไปฟังผลปรากฎว่าคุณบอกว่าดิฉันเป็นเนื้องอกน๊ะดิฉันตั้งใจไว้แล้วว่าจะตัดมดลูกเพราะเก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์อายุ51ปีแล้วแต่คุณพูดต่อว่าแต่เป็นเนื้องอกที่เป็นเนื้อร้ายเป็นมะเร็งที่เยื่อบุโพรงมดลูกวินาทีนั้นดิฉันคิดอะไรไม่ออกพอตั้งสติได้ก็ถามคุณหมอว่าดิฉันเป็นขั้นไหนแล้วและจะอยู่ได้อีกกี่เดือนคุณหมอบอกดิฉันว่าขั้นกลางๆแต่จะอยู่ได้นานแค่ไหนต้องผ่าตัดส่งชิ้นเนื้อ
ไปตรวจคุณหมอให้ดิฉันADMITเลยเวลานั้นบอกตรงๆว่าดิฉันลังเลมากปัญหามีมากมายดิฉันอยากพบคุณหมอคนเดิมและอีกหนึ่งปัญหาเป็นปัญหาหนักก็คือค่ารักษาดิฉันเพิ่งถูกฟ้องล้มละลายได้ไม่นานจะมีปัญญาหาเงินมารักษาตัวเองหรือ?แต่อีกใจก็อยากพบคุณหมอก่อนดิฉันเลยเช็คไปตามรพ.หลายแห่งจนเจอที่รพ.บำรุงราษฎร์ดิฉันก็ได้พบคุณหมอทั้งๆที่ไม่กล้าหวังว่าจะได้รับการรักษาเพราะรพ.บำรุงราษฎร์เป็นรพ.ของคนมีตังดิฉันเอาผลการตรวจมาให้คุณหมอดูและคุณก็Ultra soundดูและชี้ให้ดิฉันดูว่ามะเร็งอยู่จุดไหนของมดลูก ในเวลานั้นดิฉันไม่ได้สนใจที่คุณหมอพูดเลยคิดแต่ว่าดิฉันจะทำอย่างไรในที่สุดดิฉันก็เรียนคุณตรงๆว่าดิฉันมีปัญหาค่ารักษาเพราะดิฉันถูกฟ้องล้มละลายดิฉันขอความอนุเคราะห์ให้คุณหมอช่วยแนะนำคุณของ รพ.จุฬาดิฉันอยากผ่าตัดที่รพ.จุฬาและถ้าผ่าแล้วไม่มีห้องนอนเปลสนามก็ได้คุณคิดอยู่นิดนึงแล้วบอกดิฉันว่าพรุ่งนี้ให้มาใหม่คุณหมอจะฝากดิฉันให้กับอาจารย์ ดำรงซึ่งเวลานั้นดิฉันไม่กล้าหวังคิดแต่ว่าหมอที่อยู่รพ.ใหญ่ๆเขาจะยอมรับคนล้มละลายไว้เป็นคนไข้หรือ?โดยเฉพาะเป็นโรคมะเร็งแต่มันไม่มีทางเลือกดิฉันไปไหว้หลวงพ่อโสธรขอให้อาจารย์ดำรง ตรีสุโกศลรับดิฉันเป็นคนไข้ เมื่อถึงเวลานัดดิฉันก็ได้พบกับ รศ.นพ ดำรง ตรีสุโกศล เป็นอาจารย์ภาควิชาสูติศาสตร์ - นรีเวชวิทยา หน่วยมะเร็งอวัยวะสืบพันธ์สตรี อาจารย์ดำรง ท่านให้ความสำคัญกับคนไข้มากกว่า
ค่ารักษาดิฉันเรียนอาจารย์ว่าดิฉันมีปัญหาค่าใช้จ่ายเกรงว่าไม่สามารถผ่าตัดที่รพ.บำรุงราษฎร์ได้ อาจารย์ดำรง ท่านพูดว่าเราไปผ่าตัดกันที่รพ.จุฬาคุณๆเชื่อมั้ยละค่ะวินาทีนั้นดิฉันคิดว่าดิฉันรอดแน่ๆและดิฉันก็ได้ผ่าตัดในอาทิตย์ถัดไปก่อนผ่าตัดดิฉันถามอาจารย์ดำรง ว่าโรคนี้เป็นแล้วรักษาหายได้หรืออาจารย์บอกรักษาได้ อาจารย์บอกกับดิฉันว่ามะเร็งมีอยู่ 4 ขั้น20% 50%70%100%การรักษาต้องเปิดหน้าท้องถ้ามะเร็งอยู่ในขั้น50%ก็จะผ่าตัดให้กว้างออกไป70%เพื่อป้องกันการกลับมาของเชื้อร้าย และต้องตัดลำไส้
ช่วงไขมัน ตัดต่อมน้ำเหลือง ตัดมดลูก รังไข่ ตอนนั้นดิฉันคิดอยู่อย่างเดียวขอให้อาจารย์ยอมรักษาฉันเท่านี้ดิฉันก็พอใจแล้วดิฉันผ่าตัดตอน10โมงเช้าใช้เวลาผ่าตัดประมาณ4ชั่วโมงหลังผ่าตัด1วันอาจารย์มาเยี่ยมไข้บอกดิฉันว่าผลการผ่าตัดเรียบร้อยดี ต่อมน้ำเหลืองไม่โตเท่าที่ดูด้วยตาเปล่าแตก็ต้องรอผล LAB ไม่ต้องรับเคมีบำบัด ไม่ต้องฉายแสง ดิฉันอยู่รพ.7วันก็กลับบ้านได้ แตเนื่องจากดิฉันผ่าตัดเยอะต้องใส่สายสวนปัสสวะอยู่เกือบ2เดือน ดิฉันต้องรบกวนอาจารย์ก่อนเวลานัดเป็นประจำจนดิฉันเกรงใจอาจารย์ทำเอาบางครั้งดิฉันเครียดมากกลัวอาจารย์รำคาญกลัวอาจารย์ทิ้งบางครั้งที่ดิฉันไปพบอาจารย์ก่อนเวลานัด
ดิฉันจะบอกอาจารย์ก่อนเลยว่า อาจารย์อย่ารำคาญน๊ะ
ตอนนี้ทุกอย่างเริ่มดีวันดีคืน ก่อนผ่าตัดดิฉันอ้วนมากน้ำหนักตัว74กิโล ความดันสูง น้ำตาลสูงแต่ไม่มาก หลังผ่าตัดตอนนี้น้ำหนักตัว58กิโล ความดันโลหิตดีขึ้น น้ำตาลก็อยู่ในเกนปกติ ดิฉันอยากบอกว่าดิฉันเหมือนตายแล้วเกิดใหม่เมื่อก่อนดิฉันหน้าดุ ไม่ค่อยพูดเล่นลูกน้องกลัวแต่เดี่ยวนี้ดิฉันเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นไม่ค่อยขี้โมโหสามีดิฉันบอกเขาเหมือนได้ภรรยาคนใหม่ ลูกสาวดิฉันบอกว่า หม่าม้าดูดีขึ้นอย่างกับคนละคนเลย ทั้งหมดนี้ดิฉันยกความดีให้กับ รศ.นพ.ดำรง ตรีสุโกศล อาจารย์ให้ชีวิตใหม่กีบดิฉันอาจารย์ท่านเป็นคนดี ทุกวันนี้ดิฉันทำบุญใส่บาตรทุกครั้งดิฉันจะแบ่งบุญใหอาจารย์ ดำรง ตรีสุโกศล ทุกครั้งไม่เคยขาด และคุณหมออีก1ท่านที่ดิฉันจะลืมไม่ได้คืออาจารย์ประกฤษ มีนชัยนัน ถ้าไม่มีอาจารย์ ประกฤษ ดิฉันก็คงไม่รู้จักอาจารย์ดำรง ตรีสุโกศล ท่านนี้ ดิฉันอยากบอกว่าถ้าใครกำลังตัดสินใจหรือกำลังมองหาหมอที่เก่ง มีจรรยบรรณ และไม่ทิ้งคนไข้ ซึ่งมีน้อยในสังคมยุคนี้ลองไปปรึกษาอาจารย์ดำรง ตรีสุโกศลดู ครั้งแรกไปที่รพ.บำรุงราษฎร์ก่อนจะสดวกกว่าค่ะ.




โดย: ทิพ IP: 125.24.233.125 วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:21:09:19 น.
  
สวยงามค่ะ บล็อกล้างสะอาดแล้ว พ้นรอยมลทินแล้วค่ะ
โดย: ลูกเกด IP: 124.120.18.75 วันที่: 17 มกราคม 2554 เวลา:20:20:04 น.
  
อยากหาคนคุยจริงค่ะ หาคนเข้าใจ

ทิพ
โดย: ทิพ IP: 125.24.197.32 วันที่: 17 มกราคม 2554 เวลา:20:51:40 น.
  
อยากหาคนคุยจริงค่ะ หาคนเข้าใจ

ทิพ
โดย: ทิพ IP: 125.24.197.32 วันที่: 17 มกราคม 2554 เวลา:21:02:30 น.
  
หาคนไข้ให้หมอค่ะ อยากได้จิงๆๆ
โดย: ลูกเกด IP: 124.122.114.110 วันที่: 24 มกราคม 2554 เวลา:18:55:15 น.
  
สวัสดีค่ะคุณลูกเกดพี่ทิพค่ะ

พี่ทิพยังไม่เคยรู้จักคุณลูกเกดเลยน๊ะค่ะ หรือเคยคุยกันหรือปล่าวก็ไม่แน่ใจ พี่ทิพรู้สึกไม่สบายใจเรื่องหาคนไข้ให้คุณหมอ ถ้าจะให้พูดว่าใช่พี่ทิพก็คงจะพูดว่าพี่ทิพส่งคนไข้ที่เข้ามาปรึกษาปัญหาเรื่อง เนื้องอก หรือมะเร็งทางนรีเวช ให้ได้พบ อาจารย์ดำรง ตรีสุโกศล
คือเรื่องจริง คุณลกเกดค่ะ ตอนที่พี่ทิพรู้ว่าพี่ทิพเป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก นาทีนั้นมันบอกไม่ถูกเลยจริงๆน๊ะค่ะ คิดไม่ออกว่าจะเดินอย่างไรต่อ พี่ทิพไม่เคยรู้จักคุณหมอที่เชี่ยวชาญทาง เนื้องอกมดลูก หรือ มะเร็งมดลูกเลยสักคน แถมพี่ทิพก็มีปัญหาค่ารักษาที่ไม่สามารถจ่ายค่าผ่าตัดเป็นหลักแสนได้

พี่ทิพได้พบ อจ ดำรง เพราะคุณหมอประกฤษ มีนชัยนันทร์ท่านฝากและได้ผ่าตัดโดยปลอดภัย ตลอดเวลาที่พี่ทิพพักฟื้นพี่ทิพเจอปัญหาเรื่องปัสสวะตลอด 2 เดือนเพราะต้องใส่สายสวนปัสสวะ พี่ทิพรบกวน อจ ดำรง ก่อนเวลานัดตรวจตลอดซึ่งท่านก็ไม่เคยปฎิเสธในการขอพบแบบไม่ได้นัด จนกระทั่งพี่ทิพผ่านช่วงนั้นมาได้จนปัจจุบันพี่ทิพก็มีสุขภาพที่แข็งแรงดี

คุณลูกเกดค่ะพี่ทิพอยากให้คุณลูกเกดลองคิดดูว่าสิ่งที่พี่ทิพเข้าไปแชร์ประสบการณ์ของตัวเอง พี่ทิพเข้าไปด้วยความรู้สึกดีๆความต้องการที่เข้าไปครั้งแรกคือ พี่ทิพอยากมีเพื่อนคุย แลกเปลี่ยนความรู้ เพราะตอนที่พี่ทิพรู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็งตอนนั้นพี่ทิพไม่รู้จะไปปรึกษาผู้ที่พอให้คำแนะนำเราได้ จนลูกสาวพี่ทิพเข้ามาในเวปและก็ได้คำแนะในในกระทู้ กระทู้หนึ่งแนะนำว่าควรรักษาอย่างไร

ลูกสาวพี่ทิพดีใจมากและเริ่มตั้งสติใหม่ตัดสินใจที่จะรักษา เพราะตัวพี่ทิพตอนแรกเลยคิดว่า มะเร็งเป็นแล้วรักษาไม่ได้มีความเชื่อว่าถ้าผ่าตัดแล้วเชื้อมันจะกระจาย รี่คือความเข้าใจผิดของคนไม่มีความรู้ในเรื่องโรคมะเร็งค่ะ

แต่พอหลังจากที่พี่ทิพเข้าไปเล่าประสบการณ์และถือโอกาสขอบคุณ อจ ดำรง ตรีสุโกศล ว่าท่านให้ชีวิตใหม่พี่ทิพ โดยที่พี่ทิพไม่เคยคิดว่าจะมีคนที่ประสบปัญหาเข้ามาอ่านแล้วให้พี่ทิพช่วยฝาก อจ ดำรง คิดแต่ว่าถ้าอ่านแล้วพอเป็นแนวทางเลือกที่จะรักษาเป็นอีกทางเลือก เพราะก่อนหน้านั้นพี่ทิพก็ไม่ได้เป็นคนไข้ของ อจ ดำรง พี่ทิพก็ยังเลือกที่จะขอเลือกว่าจะผ่าตัดกับคุณหมอที่ รพ.จุฬา

คุณลูกเกดค่ะ บางคนเวลาเจอกับตัวเองว่าเป็นโรคร้ายมันต้องการใครสักคนที่พอจะแนะนำหรือชี้ช่องทางให้เขาบ้าง พี่ทิพได้ช่วยหลายเคสที่ทำให้พี่ทิพมีความสุขใจคือ มีอาม่า อายุ 73 ปีเคสนี้เป็นมะเร็งและไม่มีลูกหลานอยู่ด้วยเพราะอาม่าอยู่จังหวัด ยะลา และอาม่าก็เป็นมะเร็งสายพันธุ์ที่ดุร้าย คุณลูกเกดค่ะ พี่ทิพไม่เคยรู้จักคุณหมอท่านอื่น ถ้าพี่ทิพพอรู้จักคุณหมออีกสักท่านสองท่านที่ทีความสามารถเหมือน อจ ดำรง พี่ทิพก็คงฝากไปทุกท่านแหละค่ะ แต่นี่พี่ทิพรู้จักคุณหมอ ท่านเดียวฉนั้นพี่ทิพก็รบกวนท่านอยู่ท่านเดียว ถามว่าพี่ทิพสบายใจมากหรือที่ทุกครั้งฝากหรือแนะนำให้ อจ ถึงไม่มีพี่ทิพ อจ ก็คนไข้ล้นอยู่แล้ว ซึ่งแรกๆพี่ิทิพรบกวน อจ ท่านก็จะบอกพี่ทิพว่า หมอที่ไหนก็เก่งๆเหมือนกันน๊ะ ผมไม่มีเวลา คิวผมรอนาน 2-3เดือน

พี่ทิพเคยพูดกับ อจ ดำรง คนไม่เคยยืนอยู่จุดๆนี้จะไม่เข้าใจความรู้สึกหรอกค่ะคนที่เป็นมะเร็งหรือแค่รู้ว่าเป็นเนื้องอก สำหรับผู้หญิงเราพอรู้ความรู้สึกก็เกิดความเครียด และความกังวล แต่พี่ทิพรู้เพราะเจอกับตัวเอง คุณลูกเกดค่ะพี่ทิพอยากบอกว่ามีหลายๆเคสที่ไม่มีความสามรถหาค่าผ่าตัดเป็นหลักแสน สองแสน เมื่อ รพ.ที่เขารักษาเป็น รพ.เอกชน เขาเหล่านั้นย่อมต้องหาที่ีๆเขาสามารถมาผ่าตัดได้ รพ.จุฬาก็คืออีกหนึ่งทางเลือก เหมือนพี่ทิพทำไมไม่คิดว่าไป รพ.รัฐ ที่อื่น พี่ทิพไปค่ะถ้าในเวลานั้นมีคนพอที่จะแนะนำพี่ทิพได้ แต่ที่เลือก รพ.จุฬา ก็เพราะคุณหมอประกฤษ ท่านจบจาก จุฬาค่ะ

คุณลูกเกดค่ะพี่ทิพไม่มีอะไรที่คิดไม่ดีกับเพื่อนๆที่เข้ามาปรึกษาและก็มีหลายเคสที่รักษาอยู่ เช่น รพ.ศิริราช แล้วมาปรึกษา พี่ทิพก็ไม่สนับสนุนในการที่จะต้องเปลี่ยนหมอแค่ให้คำแนะนำว่าควรดูแลตัวเองอย่างไร ทั้งก่อน และหลังผ่าตัด

จริงๆแล้วใน บล็อคแก็งค์ (หน้านี้) ก็ได้โพสต์กระทู้ของพี่ทิพมาลงทั้งๆที่พี่ทิพยังไม่เคยได้แวะเข้ามาคุย แต่พี่ทิพก็ดีใจว่า เรื่องของพี่ทิพมีประโยชน์อย่างน้อยๆก็พอเป็นแนวทางเบื้องต้นก็ยังดี อาจจะผิดบ้างถูกบ้างแต่ก็น่าจะมีประโยขน์ไม่มากก็น้อย
พี่ทิพไม่เคยคิดว่าคนๆนึงซึ่งเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อนจะมาคิดหรือตัดสินว่า คนๆนี้ผิดไม่น่าคบหรือประสงค์ร้ายหรือไม่มีความจริงใจ พี่ทิพก็เพิ่งรู้จักคำว่าโลกไซเบอร์ จนกระทั่งเหตุการณ์ต่างมันเข้ามาถึงตัวพี่ทิพ บอกคุณลูกเกดตรงๆว่าเสียใจ และคิดไม่ถึงว่าสิ่งที่พี่ทิพให้คำแนะนำและชี้ช่องทางว่าถ้าถ้าต้องการพบ อจ จริงๆก็จะไปพบได้อย่างไร พี่ทิพคิดว่าลงรายละเอียดให้ชัดเจน อย่างคนที่จะไปปรึกษาท่านก็จะได้ไม่เสียเวลา พี่ทิพเข้าใจถึงความไม่รู้เรื่องในการไปติดต่อ รพ.รัฐ เพราะตัวเองโดนมาแล้วมันทำให้เสียเวลา เสียโอกาส

คุณลูกเกดค่ะอย่างไรก็ดีพี่ทิพคิดว่าสิ่งที่พี่ทิพบอกหรือเล่าให้คุณลูกเกดได้อ่านและพี่ทิพคิดว่าคนเราไม่เคยเป็นศัตรูกัน ไม่เคยเห็นหน้ากัน ไม่เคยแม้แต่จะได้คุยทางโทรศัพท์กันเลยค่ะพี่ทิพหวังว่าอย่างน้อยคุณลูกเกดคงจะเข้าใจในตัวพี่ทิพไม่มากก็น้อยคะ

ปล.ถ้าคุณลูกเกดพอจะรู้จักเจ้าของบล็อคในบล็อคแก็งค์ที่ใช้ชื่อว่า หัวใจไหวเอน คุุณลูกเกดลองคุยกับเธอดูค่ะ เธอชื่อคุณหลิน คุณลูกเกดลองถามคุณหลินน๊าว่ารู้จักพี่ทิพมั้ย คนที่ประสานงานให้คุณแม่ได้ผ่าตัดกับ อาจารย์ดำรง ตรีสุโกศล ในยามที่ รพ.จุฬาถูกปิดค่ะ

พี่ทิพต้องการแค่เพื่อนไม่ต้องการสิ่งใดๆ พี่ทิพตอนนี้ได้แต่ขอโทษ อจ ดำรง ตรีสุโกศล ที่ทำให้เสียหายเพราะความใจดีของท่านค่ะ

พี่ทิพค่ะ




























































โดย: ทิพ IP: 125.24.213.72 วันที่: 26 มกราคม 2554 เวลา:16:53:43 น.
  
สวัสดีค่ะคุณลูกเกดพี่ทิพค่ะ

พี่ทิพยังไม่เคยรู้จักคุณลูกเกดเลยน๊ะค่ะ หรือเคยคุยกันหรือปล่าวก็ไม่แน่ใจ พี่ทิพรู้สึกไม่สบายใจเรื่องหาคนไข้ให้คุณหมอ ถ้าจะให้พูดว่าใช่พี่ทิพก็คงจะพูดว่าพี่ทิพส่งคนไข้ที่เข้ามาปรึกษาปัญหาเรื่อง เนื้องอก หรือมะเร็งทางนรีเวช ให้ได้พบ อาจารย์ดำรง ตรีสุโกศล
คือเรื่องจริง คุณลกเกดค่ะ ตอนที่พี่ทิพรู้ว่าพี่ทิพเป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก นาทีนั้นมันบอกไม่ถูกเลยจริงๆน๊ะค่ะ คิดไม่ออกว่าจะเดินอย่างไรต่อ พี่ทิพไม่เคยรู้จักคุณหมอที่เชี่ยวชาญทาง เนื้องอกมดลูก หรือ มะเร็งมดลูกเลยสักคน แถมพี่ทิพก็มีปัญหาค่ารักษาที่ไม่สามารถจ่ายค่าผ่าตัดเป็นหลักแสนได้

พี่ทิพได้พบ อจ ดำรง เพราะคุณหมอประกฤษ มีนชัยนันทร์ท่านฝากและได้ผ่าตัดโดยปลอดภัย ตลอดเวลาที่พี่ทิพพักฟื้นพี่ทิพเจอปัญหาเรื่องปัสสวะตลอด 2 เดือนเพราะต้องใส่สายสวนปัสสวะ พี่ทิพรบกวน อจ ดำรง ก่อนเวลานัดตรวจตลอดซึ่งท่านก็ไม่เคยปฎิเสธในการขอพบแบบไม่ได้นัด จนกระทั่งพี่ทิพผ่านช่วงนั้นมาได้จนปัจจุบันพี่ทิพก็มีสุขภาพที่แข็งแรงดี

คุณลูกเกดค่ะพี่ทิพอยากให้คุณลูกเกดลองคิดดูว่าสิ่งที่พี่ทิพเข้าไปแชร์ประสบการณ์ของตัวเอง พี่ทิพเข้าไปด้วยความรู้สึกดีๆความต้องการที่เข้าไปครั้งแรกคือ พี่ทิพอยากมีเพื่อนคุย แลกเปลี่ยนความรู้ เพราะตอนที่พี่ทิพรู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็งตอนนั้นพี่ทิพไม่รู้จะไปปรึกษาผู้ที่พอให้คำแนะนำเราได้ จนลูกสาวพี่ทิพเข้ามาในเวปและก็ได้คำแนะในในกระทู้ กระทู้หนึ่งแนะนำว่าควรรักษาอย่างไร

ลูกสาวพี่ทิพดีใจมากและเริ่มตั้งสติใหม่ตัดสินใจที่จะรักษา เพราะตัวพี่ทิพตอนแรกเลยคิดว่า มะเร็งเป็นแล้วรักษาไม่ได้มีความเชื่อว่าถ้าผ่าตัดแล้วเชื้อมันจะกระจาย รี่คือความเข้าใจผิดของคนไม่มีความรู้ในเรื่องโรคมะเร็งค่ะ

แต่พอหลังจากที่พี่ทิพเข้าไปเล่าประสบการณ์และถือโอกาสขอบคุณ อจ ดำรง ตรีสุโกศล ว่าท่านให้ชีวิตใหม่พี่ทิพ โดยที่พี่ทิพไม่เคยคิดว่าจะมีคนที่ประสบปัญหาเข้ามาอ่านแล้วให้พี่ทิพช่วยฝาก อจ ดำรง คิดแต่ว่าถ้าอ่านแล้วพอเป็นแนวทางเลือกที่จะรักษาเป็นอีกทางเลือก เพราะก่อนหน้านั้นพี่ทิพก็ไม่ได้เป็นคนไข้ของ อจ ดำรง พี่ทิพก็ยังเลือกที่จะขอเลือกว่าจะผ่าตัดกับคุณหมอที่ รพ.จุฬา

คุณลูกเกดค่ะ บางคนเวลาเจอกับตัวเองว่าเป็นโรคร้ายมันต้องการใครสักคนที่พอจะแนะนำหรือชี้ช่องทางให้เขาบ้าง พี่ทิพได้ช่วยหลายเคสที่ทำให้พี่ทิพมีความสุขใจคือ มีอาม่า อายุ 73 ปีเคสนี้เป็นมะเร็งและไม่มีลูกหลานอยู่ด้วยเพราะอาม่าอยู่จังหวัด ยะลา และอาม่าก็เป็นมะเร็งสายพันธุ์ที่ดุร้าย คุณลูกเกดค่ะ พี่ทิพไม่เคยรู้จักคุณหมอท่านอื่น ถ้าพี่ทิพพอรู้จักคุณหมออีกสักท่านสองท่านที่ทีความสามารถเหมือน อจ ดำรง พี่ทิพก็คงฝากไปทุกท่านแหละค่ะ แต่นี่พี่ทิพรู้จักคุณหมอ ท่านเดียวฉนั้นพี่ทิพก็รบกวนท่านอยู่ท่านเดียว ถามว่าพี่ทิพสบายใจมากหรือที่ทุกครั้งฝากหรือแนะนำให้ อจ ถึงไม่มีพี่ทิพ อจ ก็คนไข้ล้นอยู่แล้ว ซึ่งแรกๆพี่ิทิพรบกวน อจ ท่านก็จะบอกพี่ทิพว่า หมอที่ไหนก็เก่งๆเหมือนกันน๊ะ ผมไม่มีเวลา คิวผมรอนาน 2-3เดือน

พี่ทิพเคยพูดกับ อจ ดำรง คนไม่เคยยืนอยู่จุดๆนี้จะไม่เข้าใจความรู้สึกหรอกค่ะคนที่เป็นมะเร็งหรือแค่รู้ว่าเป็นเนื้องอก สำหรับผู้หญิงเราพอรู้ความรู้สึกก็เกิดความเครียด และความกังวล แต่พี่ทิพรู้เพราะเจอกับตัวเอง คุณลูกเกดค่ะพี่ทิพอยากบอกว่ามีหลายๆเคสที่ไม่มีความสามรถหาค่าผ่าตัดเป็นหลักแสน สองแสน เมื่อ รพ.ที่เขารักษาเป็น รพ.เอกชน เขาเหล่านั้นย่อมต้องหาที่ีๆเขาสามารถมาผ่าตัดได้ รพ.จุฬาก็คืออีกหนึ่งทางเลือก เหมือนพี่ทิพทำไมไม่คิดว่าไป รพ.รัฐ ที่อื่น พี่ทิพไปค่ะถ้าในเวลานั้นมีคนพอที่จะแนะนำพี่ทิพได้ แต่ที่เลือก รพ.จุฬา ก็เพราะคุณหมอประกฤษ ท่านจบจาก จุฬาค่ะ

คุณลูกเกดค่ะพี่ทิพไม่มีอะไรที่คิดไม่ดีกับเพื่อนๆที่เข้ามาปรึกษาและก็มีหลายเคสที่รักษาอยู่ เช่น รพ.ศิริราช แล้วมาปรึกษา พี่ทิพก็ไม่สนับสนุนในการที่จะต้องเปลี่ยนหมอแค่ให้คำแนะนำว่าควรดูแลตัวเองอย่างไร ทั้งก่อน และหลังผ่าตัด

จริงๆแล้วใน บล็อคแก็งค์ (หน้านี้) ก็ได้โพสต์กระทู้ของพี่ทิพมาลงทั้งๆที่พี่ทิพยังไม่เคยได้แวะเข้ามาคุย แต่พี่ทิพก็ดีใจว่า เรื่องของพี่ทิพมีประโยชน์อย่างน้อยๆก็พอเป็นแนวทางเบื้องต้นก็ยังดี อาจจะผิดบ้างถูกบ้างแต่ก็น่าจะมีประโยขน์ไม่มากก็น้อย
พี่ทิพไม่เคยคิดว่าคนๆนึงซึ่งเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อนจะมาคิดหรือตัดสินว่า คนๆนี้ผิดไม่น่าคบหรือประสงค์ร้ายหรือไม่มีความจริงใจ พี่ทิพก็เพิ่งรู้จักคำว่าโลกไซเบอร์ จนกระทั่งเหตุการณ์ต่างมันเข้ามาถึงตัวพี่ทิพ บอกคุณลูกเกดตรงๆว่าเสียใจ และคิดไม่ถึงว่าสิ่งที่พี่ทิพให้คำแนะนำและชี้ช่องทางว่าถ้าถ้าต้องการพบ อจ จริงๆก็จะไปพบได้อย่างไร พี่ทิพคิดว่าลงรายละเอียดให้ชัดเจน อย่างคนที่จะไปปรึกษาท่านก็จะได้ไม่เสียเวลา พี่ทิพเข้าใจถึงความไม่รู้เรื่องในการไปติดต่อ รพ.รัฐ เพราะตัวเองโดนมาแล้วมันทำให้เสียเวลา เสียโอกาส

คุณลูกเกดค่ะอย่างไรก็ดีพี่ทิพคิดว่าสิ่งที่พี่ทิพบอกหรือเล่าให้คุณลูกเกดได้อ่านและพี่ทิพคิดว่าคนเราไม่เคยเป็นศัตรูกัน ไม่เคยเห็นหน้ากัน ไม่เคยแม้แต่จะได้คุยทางโทรศัพท์กันเลยค่ะพี่ทิพหวังว่าอย่างน้อยคุณลูกเกดคงจะเข้าใจในตัวพี่ทิพไม่มากก็น้อยคะ

ปล.ถ้าคุณลูกเกดพอจะรู้จักเจ้าของบล็อคในบล็อคแก็งค์ที่ใช้ชื่อว่า หัวใจไหวเอน คุุณลูกเกดลองคุยกับเธอดูค่ะ เธอชื่อคุณหลิน คุณลูกเกดลองถามคุณหลินน๊าว่ารู้จักพี่ทิพมั้ย คนที่ประสานงานให้คุณแม่ได้ผ่าตัดกับ อาจารย์ดำรง ตรีสุโกศล ในยามที่ รพ.จุฬาถูกปิดค่ะ

พี่ทิพต้องการแค่เพื่อนไม่ต้องการสิ่งใดๆ พี่ทิพตอนนี้ได้แต่ขอโทษ อจ ดำรง ตรีสุโกศล ที่ทำให้เสียหายเพราะความใจดีของท่านค่ะ

พี่ทิพค่ะ




























































โดย: ทิพ IP: 125.24.213.72 วันที่: 26 มกราคม 2554 เวลา:17:01:16 น.
  
ขอบคุณสำหรับข้อมูลความรู้นะค่ะ
โดย: dd IP: 118.173.227.53 วันที่: 29 มิถุนายน 2554 เวลา:9:31:48 น.
  
สองเดือนกับสายสวนปัสสวะหลังผ่าตัดมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก


สวัสดี ค่ะวันนี้พี่ทิพขอเล่าถึงเรื่องที่ไม่สามารถที่จะลืมได้อีกหนึ่งเรื่องก็คือ พี่ทิพต้องถือถุงปัสสวะเกือบสองเดือนค่ะ วันที่อาจารย์ดำรง อนุญาตให้พี่ทิพกลับบ้านได้หลังจากที่พี่ทิพนอนพักฟื้นที่ตึกนวมินทร์ชั้น 8 ได้ครบอาทิตย์พอดี ก่อนหน้าหนึ่งวันอาจารย์บอกพี่ทิพว่าจะลองเอาสายสวนปัสสวะออกตอนตีสี่และจะ ให้ลองปัสสวะดูก่อนว่าสามารถปัสสวะเองได้มั้ย ถ้าปัสสวะเองก็ไม่ต้องถือถุงปัสสวะกลับบ้าน อาจารย์บอกว่าโดยปกติแล้วคนที่ผ่าตัดได้สองวันก็จะถอดสายสวนปัสสวะทิ้ง แต่ของพี่ทิพผ่าเยอะค่ะ คือตัดมดลูกยกชุด ตัดลำไส้ใหญ่ช่วงไขมันทิ้งบางส่วน เลาะต่อมน้ำเหลืองทิ้ง 5 จุดใหญ่ และได้ตัดเส้นประสาทการควบคุมการปัสสวะทิ้งไปสามเส้น ฉนั้นพี่ทิพก็จะไม่สามารถจะปัสสวะด้วยตัวเองได้เหมือนเคสอื่นๆ ต้องค่อยๆสร้างเส้นประสาทในการควบคุมปัสสวะโดย ธรรมชาติ แล้วก็จะสามารถปัสสวะเองได้ แต่ทั้งนี้ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ อาจจะ ครึ่งเดือน 1 เดือน 2 เดือน หรือมากกว่านั้น ตอนนั้นพี่ทิพไม่ค่อยเครียดสักเท่าไหร่เพราะใจอยากกลับบ้าน คิดว่าเดี๋ยวก็หายแล้ว

แต่มันไม่ได้เป็นอย่างที่พี่ทิพเพราะหลังจากที่พี่ทิพพอถึงบ้าน ปัญหาก็ตามมาทันทีคือถุงปัสสวะไม่ เห็นว่าจะมีน้ำปัสสวะมากกว่าเดิม พี่ทิพเริ่มกังวลเพราะตอนอยู่ รพ.เห็นพยาบาลมาเทปัสสวะบ่อยๆ แต่ทำไมพอพี่ทิพถึงบ้านถุงปัสสวะไม่มีอะไรเปลี่ยนเลย น้ำปัสสวะมีเท่าไหร่ก็เท่านั้น
ทีนี้ก็ไม่ เป็นอันนอนเดี๋ยวลุกเดี๋ยวนั่ง จนกระทั่งเริ่มมีสีเหมือนเลือดไหลมาตามสาย ตกใจมากเลยค่ะทีนี้ก็ยกถุงขึ้นมาดูว่ามันคืออะไร พอยกทีก็รู้สึกว่ามีอาการปวดกระเพาะปัสสวะที แถมสีเลือดก็จะเริ่มชัดเจนขึ้น เดือดร้อนคุณหมอพี่ทิพกลับถึงบ้านไม่ถึงสองชั่วโมง โทรหาหมอ 2 ครั้งคือโทรไปที่ตึกนวมินทร์ค่ะพยาบาลที่รับสายก็ต้องแจ้ง อจ ดำรง ว่าคนไข้โทรมากว่าจะเข้าใจและผ่านไปได้ชั่วขณะ

แต่ ต่อมาก็มีปัญหาอีกคือตามสายที่่สวนปัสสวะอยู่ก็มีก้อนเหมือนวุ้นๆคาตามสาย เป็นช่วงๆ เราก็ไม่สบายใจอีกแล้วยกถุงปัสสวะขึ้นมาดูอีก ทีนี้พอเรายกถุงปัสสวะสูงกว่าท่อปัสสวะ ปัสสวะก็จะย้อนกลับทำให้ปวดและมีเลือดออกอีก เดือดร้อนหมออีกค่ะ แต่ก็มาได้ความรู้ว่าที่ตามสายปัสสวะมีก้อนเป็นวุ้นๆนั่นคือโปรตีนในปัสสวะ ค่ะ และถ้าเราดูแล้วว่าน้ำปัสสวะไม่ไหลลงถุงพยาบาลก็สอนว่าให้พับสายสวนปัสสวะ แล้วบิดสายปัสสวะ ใช้นิ้วดีดๆๆตามสายเดี๋ยวปัสสวะก็ไหลตามปกติค่ะ

ตลอด เวลาที่พี่ทิพใส่สายสวนปัสสวะพี่ทิพมีปัญหาหลายอย่างต้องไปถอดสายสวนลองดู ว่าปัสสวะเองได้บ้างมั้ย ทุกครั้งที่ถอดสายสวนพี่ทิพลุ้นมากพยายามดื่มน้ำเยอะๆ อจ ให้พี่ทิพเดินเล่น นั่งเล่นเพื่อรอดูว่าจะปวดปัสสวะเมื่อไหร่ แต่ทุกครั้งก็ไม่เคยสำเร็จ พี่ทิพเข้าห้องน้ำทั้งๆที่ปวดปัสสวะแต่ก็ปัสสวะไม่ออก สุดท้ายก็ต้องสวนใหม่อีก มีอยู่ครั้งหนึ่งพี่ ทิพต้องมาถอดสายสวนเพราะท่อปัสสวะอักเสบ อจ เลยบอกว่าลองดูว่าถอดครั้งนี้อาจไม่ต้องใส่แล้วก็ได้ ลองถอดเล่นๆดู พี่ทิพดื่มน้ำผ่านไปเป็นชั่วโมงจนท้องใหญ่พี่ทิพเดินเข้าเดินออกห้องน้ำเป็น สิบๆเที่ยวจนกระทั่ง อจ มานั่งรอในห้องคุยกับลูกพี่ทิพ แต่พี่ทิพไม่รู้ว่า อจ มารอพอออกจากห้องน้ำพี่ทิพบอกว่า ออกมานิดเดียวค่ะแต่เดี๋ยวใช้เวลาหน่อยก็คงจะปัสสวะได้ อจ พยักหน้าเสร็จแล้วบอกให้พี่ทิพขึ้นนอนบนเตียงเสร็จแล้ว อจ บอกว่าสวนอีกครั้งก็ไม่น่าเกลียด สวนอีกสักอาทิตย์สรุปว่าตลอดเวลา 2 เดือนพี่ทิพต้องเปลี่ยนสายสวน เกือบ 7 ครั้ง

พี่ ทิพใส่สายสวนจะลืมไปว่าการที่คนเราจะปัสสวะได้ปกติต้องมีอาการอย่างไร เพราะพอถอดสายสวยแล้ว อจ ให้กลับบ้านดูว่าจะสามารถปัสสวะได้ปกติมั้ย แต่ปรากฎว่าพี่ทิพปัสสวะได้แค่ครึ่งกระเพาะปัสสวะ จะตกค้างในกระเพาะปัสสวะเกือบครึ่งหรือกว่านั้น จะไม่มีแรงหรืออ๊อกซิเจ่นในน้ำปัสสวะที่จะให้ปัสสวะมีแรงออกมาเหมือนคน ธรรมดา ของพี่ทิพจะออกมาแบบน้ำไหลเอื่อยๆ ค่อยไหล ค่อยๆซึมจะนั่งส้วมนานมากค่ะ แต่ในที่สุดพี่ทิพก็ผ่านพ้นวิกฤติจุดนั้นมาได้ก็ใช้เวลาร่วมสองเดือน

ตลอด เวลาสองเดือนพี่ทิพรบกวน อจ ก่อนนัดตลอดเวลา มาแทรกคลินิกนอกเวลาเป็นประจำ จนหลังๆพี่ทิพเกรงใจ อจ พอพี่ทิพโผล่หน้าเข้าไปพี่ทิพต้องบอก อจ ก่อนเลยว่า อจ อย่ารำคาญดิฉันน๊ะค่ะ หรือ อจ ห้ามโกรธน๊ะค่ะ อจ ก็จะหัวเราะทุกครั้ง และก็จะพูดว่า คุณไม่ได้ผ่าตัดธรรมดา แต่คุณผ่าตัดมะเร็งและที่สำคัญคุณผ่ามากคือผ่าเยอะกว่าเคสอื่น คุณก็จะบอบช้ำกว่าเคสอื่น เมื่อมีอะไรที่ผิดปกติ คุณก็ต้องรีบมาพบหมออย่างนี้ก็ถูกต้องแล้ว พี่ทิพเลยพูดว่าดิฉันมาหา อจ บ่อยจนเหม็นหน้ากันไปข้างหนึ่งเลย อจ ก็อมยิ้ม เลยทำให้พี่ทิพสบายใจขึ้นค่ะ

พี่ทิพ
โดย: ทิพ IP: 125.25.1.127 วันที่: 27 กรกฎาคม 2554 เวลา:21:43:27 น.
  
แม่ลูกโดย Pimonthip Jitcharoenvirakul ณ วันที่ 11 สิงหาคม 2010 เวลา 0:06 น.พี่ ทิพแต่งงานเมื่อปี 24 ก่อนแต่งได้ปรึกษาหมอ(คราวนี้ไม่ใช่หมอดำรง ตรีสุโกศลค่ะ)เพื่อวางแผนครอบครัวยังไม่อยากมีลูกในเวลานั้นเพราะไม่พร้อม หลายๆอย่าง พี่ทิพทานยาคุมที่คุณหมอให้มา แต่พี่ทิพก็ลืมทานแต่พอนึกขึ้นมาได้ก็รีบทานในมื้อเช้า

พี่ทิพแต่งงานได้ประมาณ 2 เดือนก็ไม่สบายรู้สึกว่ามีไข้เวียนศรีษะ เบื่ออาหาร เป็นอย่างนี้อยู่เกือบอาทิตย์ จนแม่แฟนบอกว่าพี่ทิพท้องแน่ๆ พี่ทิพก็บอกไม่ใช่หรอกเพราะทานยาคุมอยู่

แต่อาการก็ไม่ดีขึ้นพี่ทิพเลยไปหาหมอที่รพ.พญาไท 1 ตรวจปัสสวะปรากฎว่าพี่ทิพท้องได้เดือนเศษๆ ตอนนั้นพี่ทิพงงกับผลตรวจมาก แต่ในใจก็แอบดีใจว่าเราจะมีลูกแล้วหรือนี่ ตอนนั้นพี่ทิพอายุ 24 ปีค่ะ

หลังจากวันที่รู้ผลตรวจพี่ทิพก็งงกับอาการของตัวเอง คือพี่ทิพมีเลือดออกเหมือนคนมีประจำเดือนแต่มาแบบน้อยๆ แต่ก็ต้องใส่ผ้าอนามัยตลอด พี่ทิพมีอาการแพ้ท้องอย่างมโหฬารทานอะไรก็ไม่ได้ แค่ได้กลิิ่นก็อาเจียนจนเป็นน้ำสีเหลืองๆขมๆอาเจียนจนตัวสั่นเลยค่ะ

พอพี่ทิพรู้ว่าตัวเองมีความผิดปกติก็เลยนึกอยากเปลี่ยนหมอ มีคนแนะนำว่ารพ.กรุงเทพคริสเตียนดี พี่ทิพก็ตัดสินใจไปรพ.เลย พอไปถึงเจ้าหน้าที่ก็ซักประวัติและถามว่ามีอาการและเป็นอะไรมา พี่ทิพบอกว่าพี่ทิพมีท้อง พยาบาลถามว่ารู้ได้อย่างไร พี่ทิพบอกว่าประจำเดือนขาดไป 2 เดือนแล้ว เขาถามว่าแล้วพี่ทิพรู้หรือว่าประจำเดือนขาดต้องมีท้องด้วย งง กับคำถาม

เขาเลยให้พี่ทิพไปตรวจปัสสวะ ผลออกมาว่าพี่ทิพท้องได้ 2 เดือนแต่มีอาการจะแท้งเพราะมีเลือดออกมาตลอด ทางรพ.จัดยาให้พี่ทิพกลับมาทาน แต่หมอบอกกับพี่ทิพว่า ให้ทานยาแต่ไม่รับรองว่าจะแท้งหรือไม่ วันนั้พี่ทิพก็กลับไปทำงานตามปกติ แต่อาการแพ้ท้องก็มีมากเหมือนเดิม จนกระทั่งประมาณบ่าย 3 โมงพี่ทิพอยากทานซุปหน่อไม้มากๆเลยฝากแม่บ้านซื้อมาเพราะยังอยู่ในเวลางาน

พี่ทิพแอบไปนั่งทานอย่างอร่อยมาก แต่หลังจากนั้นไม่ถึง 15 นาทีพี่ทิพก็ปวดท้องอย่างรุนแรงปวดจนกระทั่งพี่ทิพเป็นลมไม่รู้สึกตัว เพื่อนๆเลยพาพี่ทิพไปส่งรพ.เพชรบุรี(สมาคมไคเช็คชนเก่า) ถนนเพชรบุรีค่ะเพราะอยู่ใกล้ที่ทำงานพี่ทิพทำงานอยู่ซอยอโศก

พี่ทิพโชคดีได้เจอคุณหมอที่เพิ่งกลับมาจากเยอรมันเป็นคุณหมอผู้หญิง พี่ทิพมารู้สึกตัวที่รพ.ได้ยินคุณหมอพูดกับแฟนพี่ทิพว่า พี่ทิพมีอาการจะแท้งลูก เพราะพี่ทิพมดลูกต่ำ ปากมดลูกสั้น เพราะฉนั้นเมื่อมดลูกขยายตัวปากมดลูกก็ยิ่งสั้นและปากมดลูกก็จะเปิด นั้นหมายถึงการแท้งลูก แฟนพี่ทิพถามคุณหมอว่าแล้วต้องทำอย่างไร แล้วจะแท้งมั้ย คุณหมอบอกว่าถ้าจะเก็บเด็กไว้ก็ต้องปฎิบัติตามคุณหมอ ตอนนั้นบอกตรงๆว่ากลัวว่าถ้าพี่ทิพมีเลือดออกมาตลอดแล้วลูกออกมาจะปกติมั้ย
อวัยวะจะครบทุกส่วนมั้ย คุณหมอก็บอกว่าไม่เป็นไร พี่ทิพเลยตัดสินใจทีจะเก็บลูกไว้ค่ะ

หลังจากนั้นพี่ทิพก็ต้องทานยาไม่ทราบว่ายาอะไรบ้าง แต่ในขณะเดียวกันก็มีเลือดมาแต่ก็ไม่มาก แต่ที่ทรมานที่สุดคือปวดท้อง แพ้ท้อง เดินไม่ได้เลยบ้านหมุนติ้ว พี่ทิพน้ำหนักตัวลดแทนที่จะเพิ่ม พี่ทิพแพ้ท้องจนพ่อ แม่พี่ทิพสงสาร แม่พี่ทิพหากระโถนมาให้เวลาอาเจียน ปารกฎว่าเวลาจะอาเจียนมันพุ่งไปไกลกว่ากระโถนอีกตั้งไกล

พอพี่ทิพแพ้หนักๆเข้าก็เริ่มมีผลกระทบกับท้องพี่ทิพ คือจะเจ็บและมีเลือดออกทางช่องคลอดมากขึ้น ในที่สุดก็ต้องไปหาหมออีก คุณหมอเลยต้องให้น้ำเกลือและยาบำรุงผ่านทางน้ำเกลือ พี่ทิพต้องไปให้น้ำเกลือวันเว้นวัน บางครั้งเว้นสองวันจนคุณหมอเห็นใจไม่คิดค่าห้อง แค่ฝากให้นอนให้น้ำเกลือแล้วก็กลับบ้าน เป็นอย่างนี้ตลอด จนตัวพี่ทิพมีแต่กลิ่่นยาจากการให้น้ำเกลือ ที่สำคัญหลังมือพี่ทิพมีแต่รอยเข็มที่เจาะให้น้ำเกลือแลดูเหมือนคนติดยา จนตอนหลังๆพยาบาลต้องถามว่าเมื่อวานนี้เจาะข้างไหน

เรื่องยังมีเล่าต่ออีกพอพี่ทิพท้องได้ 4 เดือนเริ่มมีปัญหาเด็กดิ้นเลือดก็ยังออกพอดิ้นแต่ละครั้ง มันมีความรู้สึกว่าเหมือนมีปลาดิ้นต่ำๆใกล้ๆปากช่องคลอด พี่ทิพต้องหยุดเดินทันทีแล้วต้องนั่งลงเลยค่ะ ไม่งั้นเด็กหลุดแน่ๆ มีอยู่ครั้งหนึ่งพี่ทิพอยากจะไปเดินห้างเมโทร(สมัยนั้นอยู่ใกล้ทางด่วนพชร บุรี)พอพี่ทิพเดินได้แค่ประมาณ 100 เมตร ลูกก็ดิ้นจะหลุดออกมาต้องรีบหาเก้าอี้นั่ง แล้วเลยรีบไปรพ.คุณหมอเลยให้พี่ทิพเย็บปากมดลูก แถมบอกให้ต้องนอนคว่ำเพื่อให้มดลูกลอยตัวให้สูงขึ้นพี่ทิพต้องนอนคว่ำจนท้อง เริ่มใหญ่ (ก็แค่เหมือนคนลงพุงน้อยๆ) ตอนนั้นพี่ทิพรู้สึกว่าทำไมคนท้องถึงได้ลำบากขนาดนี้(คิดถงแม่ที่สุด)

หลังจากเดือนที่ 4 เลือดก็ออกน้อยลง คงเกี่ยวกับการเย็บปากมดลูก แต่อาการแพ้ท้องมันไม่น้อยกว่าเดิมเลย ช่วงนั้นแฟนพี่ทิพต้องทำงาน 2 ที่ คือหลังเลิกงาน 5 โมงเย็น พอ 1ทุ่มก็ไปทำงานพิเศษกลับ ตี 3 ช่วงนั้นพี่ทิพรู้สึกแย่มากๆ แถมครอบครัวที่พี่ทิพอยู่มีย่าทวดอายุมากแล้ว เขาก็รักพี่ทิพน๊ะ แต่คนสมัยย่าทวดเวลามีท้องเขาก็แค่รู้ว่าท้อง จะไปรพ.อีกทีก็ตอนคลอดแล้ว แต่กับพี่ทิพมันไม่ใช่อย่างนั้น หาหมอตลอดทุกครั้งที่ไปหาหมอต้องหลบๆแอบๆ แถมครอบครัวที่บ้านแฟนขายขาหมู ขาหมูย่าทวดก็เผาเอง ตอนนั้นพี่ทิพท้องได้ประมาณ 5 เดือน ท้องเริ่มใหญ่ขึ้น พี่ทิพต้องรับหน้าที่เผาขาหมู ตอนแรกๆพี่ทิพไม่ต้องทำ แต่ตอนหลังน้องสามีแต่งงานไปพี่ทิพเลยต้องทำแทน เวลาเผาขาหมูพี่ทิพต้องนั่งขอนไม้ประมาณเก้าอี้เตี้ยๆ เตาไฟก็ต้องไฟแรงๆ พี่ทิพก็ขี้ร้อน แถมแพ้ท้องเหม็นกลิ่นขาหมูที่เผา แถมเผาแล้วก็ต้องขูดขาหมูอีก พี่ทิพทำได้อยู่นานแค่ไหนจำไม่ได้ ความที่นั่งค้ำท้องหลายครั้ง
เลือดก็เริ่มออกอีก แฟนพี่ทิพเลยพาพี่ทิพกลับมาอยู่กับพ่อ แม่พี่ทิพ พี่ทิพเลยค่อยยังชั่วหน่อย เพราะที่บ้านดูแลเป็นอย่างดี

ตลอดเวลาพี่ทิพต้องฉีดยากันแท้งเป็นระยะๆ เจอทั้งน้ำเกลือ เจอทั้งยากันแท้ง เป็นอย่างนี้จนกระทั่งเข้าเดือนที่ 9 พี่ทิพก็มีอาการเหมือนปวดท้องถ่าย แต่ถ่ายไม่ออก พี่ทิพเลยโทรไปถามคุณหมอ คุณหมอบอกว่าพี่ทิพจะคลอดแล้ว เชื่อมั้ยค่ะท้องพี่ทิพยังเล็กมากๆเลย พอไปถึงรพ.พยาบาลถามพี่ทิพว่า เอ้า!วันนี้จะเจาะน้ำเกลือข้างไหนดี พี่ทิพบอกจะมาคลอด พยาบาลบอกว่า ท้องยังเล็กเลย แล้วเด็กออกมาหัวจะได้เท่านมข้นตราหมีได้มั้ย พี่ทิพก็คิดหนัก

เพื่อนๆค่ะพี่ทิพเข้ารพ.เตรียมคลอดวันพุธตัดไหมที่เย็บปากมดลูกทิ้ง คุณหมอบอกว่าเด็กเกิดปีนี้ให้เกิดวันพฤหัสจะดีพี่ทิพก็ตามใจคุณหมอ พอวันรุ่งขึ้นพยาบาลมาฉีดยาเพื่อเร่งให้มดลูกบีบตัว ปากมดลูกเปิด แต่ปรากฎว่าจนกระทั่งบ่ายโมงพี่ทิพก็ยังไม่คลอด มีแต่เลือดออกมาเยอะมากๆ พี่ทิพต้องนอนเอาผ้ายางรองก้น พยาบาลต้องเข้ามายกผ้ายางเทเลือดลงกระโถน จนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบจะ 6 โมงเย็นในห้องที่พี่ทิพนอน (ไม่ใช่ห้องรอคลอด) เหม็นคาวเลือดอย่างมาก น้องๆหรือคนที่มาเยี่ยมต่างก็บ่น พี่ทิพเริ่มกลัว และอ่อนเพลีย บอกให้คุณหมอผ่าออก แต่ตอนนั้นประมาณ สองทุ่มกว่าๆแล้วคุณหมอบอกว่าผ่าไม่ได้ เพราะพี่ทิพความดันต่ำมาก และเสียเลือดมาก บอกให้พี่ทิพมีสติ ใจเย็นๆ หายใจลึกๆ บอกตรงๆว่าตอนนั้นพี่ทิพปวดหลังอย่างมาก แต่ในที่สุด สามทุ่ม สิบนาที

พี่ทิพก็คลอดเองตามธรรมชาติ คำแรกพี่ทิพถามคุณหมอว่าลูกอวัยวะครบมั้ยเพราะพี่ทิพกังวลตลอด 9 เดือน พี่ทิพทานน้อยมาก มีแต่น้ำเกลือ และยา มาพอทานได้ก็ตอนกลับมาอยู่กับ พ่อ แม่ พี่ทิพ เพราะบ้านพี่ทิพเป็นร้านอาหารโต้รุงเลยได้ทานในสิ่งที่อยากทาน คือปลานึ่ง และไก่ไหว้เจ้า คือไก่ต้มทั้งตัว แต่ต้องไปไหว้เจ้าที่ก่อนแล้วค่อยทานได้ ไม่งั้นทานไม่ได้จะเหม็น มีอยู่ครั้งนึง แม่เห็นพี่ทิพอยากทานมากเลยบอกว่าไหว้แล้ว ปรากฎว่าทานเข้าไปคำเดียวออกหมดเลย(ไม่เชื่ออย่าลบหลู่)

หลังจากพี่ทิพคลอดแล้ว ลูกสาวพี่ทิพเลี้ยงยาก (หรือเราเลี้ยงไม่เป็น) นมก็กินน้อย พอมากินอาหารเสริมก็ไม่ยอมกินอีก โจ็ก 1 บาท กินไปกินมาเหลือเยอะกว่าเดิมอีก เพราะลูกพี่ทิพอมข้าวพอบ้วนออกมาเลยมีทั้งน้ำลาย ทั้งโจ็ก ลูกสาวพี่ทิพไม่ค่อยแข็งแรง หาหมอค่อนข้างบ่อย

มีอยู่ครั้งหนึ่งพี่ทิพอยู่กับลูกลำพังสองคน ลูกพี่ทิพตัวร้อนจัดพอไปหาหมอ คุณหมอให้ยาแก้ไข้เป็นยาน้ำเชื่อมสีแดงๆ ลูกสาวพี่ทิพไม่ยอมกินยา ซึ่งพี่ทิพก็ไม่เก่งในเรื่องป้อนยา พี่ทิพป้อนยาลูกโดยค่อยๆเทเข้าทางข้างๆแก้มปรากฎว่าลูกสาวพี่ทิพสำลักยา ซึ่งตอนนั้นลูกพี่ทิพเพิ่งได้แค่ประมาณ 3 เดือนตัวเล็กมาก พี่ทิพทำอะไรไม่ถูก พอลูกดิ้นเพราะหายใจไม่ออก พี่ทิพอยู่กับลูกที่ชั้นสี่ซึ่งเป็นชั้นดาดฟ้า พี่ทิพตะโกนบอกน้องแฟนว่าให้เรียกแม่ (แม่สามี)มาช่วยดูหน่อยเพราะลูกพี่ทิพหายใจไม่ออกดิ้นใหญ่เลย แต่แม่สามีบอกว่าเดี๋ยวก็หายไม่ต้องทำอะไร

ตอนนั้นพี่ทิพกลัวมากคิดว่าลูกต้องตายแน่ๆ แฟนก็ไม่อยู่เพราะไปทำงานต่างจังหวัด พอดีพี่ทิพนึกขึ้นมาได้ว่าเคยอ่านแม่และเด็กอยู่ฉบับบนึงว่า ถ้าลูกลำลักยา หรือสำลักอาหารให้ดูดออกมาตอนนั้นจำได้แค่นั้น พี่ทิพเลยตัดสินใจใจปากพี่ทิพดูดจมูกของลูกซึ่งวินาทีนั้นพี่ทิพก็ไม่รู้ว่า ทำถูกหรือไม่ พี่ทิพเห็นลูกหน้าเขียวร้องไม่มีเสียง พี่ทิพใจเสีย กลัวก็กลัวพี่ทิพทำอย่างนั้นอยู่สองครั้ง พอครั้งที่สองก็มียากับน้ำมูกออกมาอยู่ในปากพี่ทิพ วินาทีนั้นพี่ทิพคิดว่าลูกเรารอดแล้ว และโชคก็เข้าข้างพี่ทิพ ลูกพี่ทิพร้องเสียงดังและไม่ดิ้นแบบตอนรกแล้ว

เชื่อมั้ยค่ะพี่ทิพอยู่กันสองแม่ลูก พี่ทิพนั่งร้องไห้ เสียใจ เสียขวัญ เป็นความรู้สึกที่คิดถึงแม่พี่ทิพอย่างมากที่สุดพี่ทิพเลี้ยงลูกแบบถูกๆผิดๆ ในใจคิดเสมอว่า ถ้าลูกเกิดมาแล้วไม่ปกติในด้านสมอง หรืออวัยวะไม่ครบ แล้วจะทำอย่างไร เพราะตลอดเวลาพี่ทิพมีแต่ยาเท่านั้นที่เข้าสู่ร่างกายพี่ทิพ แถมลูกสาวก็ไม่แข็งแรง ต้องตัดต่อมทอลซิลตอนอายุ 6 ขวบ

ตอนที่พี่ทิพคลอดลูกสาวคนนี้พี่ทิพลำบาก พี่ทิพยังจำภาพที่ลูกสาวพี่ทิพดูดนมจากขวดจนเหงื่อแตก ดูดไปก็ร้องไห้ไปเพราะดูดไม่ออก ที่ดูดไม่ออกเพราะพี่ทิพไม่มีเงินซื้อนมกระป๋องใหม่ให้ลูก พี่ทิพซื้อนมยี่ห้อ คลิม แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาแต่เพราะพี่ทิพไปซื้อนมที่หมดอายุ กระป๋องบุบๆ เวลาชงนมแล้วนมไม่ละลาย มันจะเป็นเม็ดๆ เวลาดูดมันก็จะติดที่ปลายจุกนม

มาจนถึงปัจจุบันลูกสาวพี่ทิพเป็นเด็กกตัญญู (พี่ทิพยังเคยพูดให้อาจารย์ดำรงฟังเลยว่าฉันได้ลูกดี) แถมเรียนจบมหาวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์ ได้เกียรตินิยมอันดับสองค่ะ

พี่ทิพคิดว่าเรื่องที่พี่ทิพเล่ามาทั้งหมดมันยังอยู่ในความทรงจำพี่ทิพไม่ รู้ลืม
โดย: ทิพ IP: 125.25.191.93 วันที่: 3 สิงหาคม 2554 เวลา:7:22:31 น.
  
พี่ทิพได้บันทึกเมื่อปีที่แล้วค่ะ วันนี้มาอัพเดทอีกครั้ง ใกล้วันแม่แล้ว

รักแม่เยอะๆน๊ะค่ะ

พี่ทิพ
โดย: ทิพ IP: 125.25.191.93 วันที่: 3 สิงหาคม 2554 เวลา:7:25:18 น.
  
ขอบคุณคุณทิพย์ที่นำเรื่องมาโพสเป้นประโยชน์มากค่ะ
โดย: หลี IP: 124.121.132.209 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:22:26:17 น.
  
ขอบคุณพี่ทิพด้วยเหมือนกันคะ
โดย: เนตร IP: 61.90.81.97 วันที่: 24 กันยายน 2557 เวลา:14:40:40 น.
  
ขอบคุณเพื่อนๆคะ
โดย: ทิพ IP: 125.24.192.195 วันที่: 23 ตุลาคม 2557 เวลา:23:38:45 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

pimpagee
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]



Smile...Small...Smooth...Smart...

counter
สร้าง Playlist ของคุณได้ที่นี่
New Comments