กุมภาพันธ์ 2552

 
22 กุมภาพันธ์ 2552
All Blog
ตาแดง










“ตาแดง” เป็นโรคทางตาที่ฟังดูแล้วน่ากลัวพอประมาณ และน่าตกใจพอสมควรสำหรับคนทั่วๆ ไป หลายคนคิดว่า ถ้าเป็นโรคตาแดงแล้ว ตัวเองอาจจะตาบอดได้

เป็นโรคสามัญที่เป็นได้กับทุกคน ไม่เลือกชั้นวรรณะ จนกระทั่งหมอและพยาบาล อย่าว่าแต่หมอทั่วไปหรือพยาบาลเลยที่เป็น แม้แต่หมอตาเองก็เถอะ เข้าทำนองว่า “ไฟไหม้บ้านหมอ” มานักต่อนักแล้ว เกือบจะเรียกได้ว่า ตาแดงเป็นโรคที่เปรียบเสมือนยาดำแทรกอยู่ทั่วไป ปะปนกับโรคอื่นของผู้ป่วยที่มีอยู่ตามโรงพยาบาล คลินิค สถานพยาบาล สถานีอนามัย เรื่อยไปจนถึงร้านขายยาทุกประเภท ฯลฯ

มีคนไข้หลายคนที่ไปหาผมด้วยเรื่องตาแดง พอผมตรวจเสร็จผู้ป่วยมักจะถามว่า “ผมเป็นอะไรครับหมอ” หรือ “ดิฉันเป็นอะไรคะหมอ”

ผมก็ตอบสั้นๆ ว่า “เมื่อตาอักเสบ”

“อ๋อ...ตาอักเสบ คิดว่าเป็นโรคตาแดง” คนไข้พึมพำเบาๆ คล้ายกับว่าค่อยยังชั่วหน่อยอะไรทำนองนั้น

“ทำไมเหรอครับ” ผมถามคนไข้ ซักสงสัยตะหงิดๆ

“คิดว่าเป็นโรคตาแดง เพราะถ้าเป็นโรคตาแดง แสดงว่าตาติดเชื้อนะซีครับ ถ้าเยื่อตาอักเสบไม่กลัว” คนไข้ตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำ

“ทำไมงั้น” ผมถามพร้อมมองหน้าผู้ป่วยอย่างสงสัยจริงๆ ละคราวนี้

“โรคตาแดง ก็แปลว่าต้องติดมาแน่ๆ ผมกลัวจะเป็นเชื้อจากโรคผู้หญิงซีครับ หรือโรคอะไรก็ได้ เกี่ยวกับเชื้อๆ โรคๆ นั่นแหละ พอดีพอร้ายตาบอดเอาง่ายๆ ถ้าเยื่อตาอักเสบผมไม่กลัว เพราะผมเข้าใจว่าคงอักเสบธรรมดาๆ” เขาอธิบายยืดยาว

“เป็นไงครับอักเสบธรรมดา” ผมซักต่อ ทั้งๆ ที่เวลาการจะมาซักถามผู้ป่วยก็ไม่ค่อยจะมี แต่ความที่อยากรู้เหมือนกันว่าความรู้สึกของคนไข้ทั่วๆ ไปที่เป็นตาแดงมันเป็นอย่างไร กับความเข้าใจของเขาเหล่านั้น

“ก็หมายความว่า แค่เยื่อตาแดงๆ มีขี้ตาหรือไม่มีขี้ตาจากอะไรก็ได้ ทำนองนั้นละครับคุณหมอ คือ มิได้หมายความว่า มีเชื้อโรคเข้าไป ไม่ทราบว่าผมเข้าใจถูกหรือเปล่า” เขาตอบพร้อมย้อนถามและจ้องหน้าถามอย่าสงสัย พลางกระพริบตาขึ้นลงอยู่ตลอดเวลาจากการอักเสบที่ทำให้เขามาหาผม

“ใกล้เคียงมากที่คุณเข้าใจ แต่ความจริงแล้วคำว่าตาแดงนั้นไม่ใช่โรคตามที่คุณเข้าใจว่าจะต้องเป็นโรคติดเชื้อ หรือมีเชื้อบุรุษหรือเชื้อสตรีทำนองนั้นเข้าไปในตาคุณเสมอหรอกครับ” ผมอธิบายเสียหลายประโยค พร้อมกับกล่าวต่อเมื่อเห็นเขามองหน้าผมจนตา (สีแดง) ไม่กะพริบว่า “ตาแดง เป็นต่ออาการแสดงออกของโรคตาเท่านั้นเอง จะเป็นจากสาเหตุอะไรก็ได้ที่ทำให้เยื่อตาอักเสบ หรือโรคม่านตาอักเสบหรือโรคกระจกตาดำอักเสบ ก็ทำให้เหยื่อตาสีขาวเปลี่ยนเป็นสีแดงได้ เพราะการขยายตัวของเส้นเลือดฝอยที่มาเลี้ยงเยื่อตา”

“ครับ ผมเข้าใจแล้วครับ” ตอบรับพร้อมกับพยักหน้า ที่เห็นผมสู้อุตส่าห์เสียเวลาอธิบายเสียยืดยาวพร้อมกับกล่าวว่า “ขอบคุณคุณหมอมากครับที่ให้ความความเข้าใจ ผมเคยเป็นตาแดงเมื่อสี่ห้าปีก่อนไปตรวจกับหมอที่อื่น เขาไม่ค่อยพูดหรืออธิบายเลยครับ เขาถามอาการของผมสองสามประโยค แล้วก็เอาไฟฉายมาส่องตาไม่ถึงครึ่งนาทีแล้วบอกให้ผมออกไปรอรับยาข้างนอกห้องตรวจ ผมเลยไม่ทราบว่าผมเป็นอะไร เพราะหมอไม่พูดอธิบายผมเลยว่า ผมเป็นอะไร อย่างไร”

นั่นเป็นตัวอย่างของคนไข้รายหนึ่งในจำนวนหลายร้อยรายที่ป่วยเป็นโรคตาแดง หรือเยื่อตาอักเสบที่ไปหาหมอ หรือจักษุแพทย์ (หมอตา) ไม่ว่าที่ไหนๆ ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด

โอกาสที่คนไข้จะซักถาม หรือขอความกระจ่างเกี่ยวกับโรคของตัวเองน้อยเต็มที เพราะหมอมีเวลาให้น้อย คนไข้อีกหลายคนรอเวลาเพื่อพบหมอ ทุกคนต่างมีความหวัง มีความรู้สึกคล้ายๆ กันว่า อยากจะให้หมอตรวจ และบอกตัวเองพอเข้าใจว่าเป็นโรคอะไรมีอันตรายแค่ไหน ถึงขั้นตาบอดหรือเปล่า

ใครเล่าจะไม่กลัวตาบอด เล่นกับตาออกจะเสี่ยงๆ อยู่ มีสองดวง บอดไปดวงเหลือเพียงดวงเดียวไม่สนุกเลย

ผมจึงได้หยิบบอกเอาเรื่องตาบอดมาเขียนให้ผู้อ่านได้รู้จักพอเป็นความรู้ประดับตนเอง อย่างน้อยก็เป็นแนวทางว่า อาการ หรือลักษณะที่พอจะเห็นได้จากการส่องกระจกดูตาตัวเอง หรือดูญาติพี่น้อง ลูกหลาน แม้แต่เพื่อนฝูง หรือคนรัก ด้วยการใช้ไฟฉายสว่างๆ เพียงอย่างเดียวน่าจะเป็นโรคตาแดงชนิดไหน ควรปฏิบัติอย่างไร ดีกว่าพอเป็นตาแดงขึ้นมา รีบไปซื้อยาตามร้านขายยา หาหมอตี๋ช่วยจัดยาหยอดตาแก้โรคตาแดงให้ที ถ้าดีเป็นยาที่ตรงกับโรคตาแดงอันนั้นก็แล้วไป ถ้าโรคร้ายเผอิญตาแดงที่เป็นอยู่ไม่ใช่มาจากเยื่อตาอักเสบแต่มาจากอย่างอื่น (ที่ทำให้ตาแดงได้) นับวันนับเวลาได้เลยว่า ท่านกำลังทำตาของท่านให้บอดลงไปทุกชั่วโมง ทุกนาทีที่ผ่านไปทีเดียว

ผมขอยกตัวอย่างคนไข้อีกรายเป็นชายหนุ่มอายุประมาณยี่สิบห้าปี ทำงานเป็นเสมียนที่ดิน มีอาการตาแดง ข้างขวามา 3-4 วัน เคืองๆ ปวด มีน้ำตานิดหน่อย ซื้อยามาล้างตาตามร้านขายยาที่โฆษณาทางโทรทัศน์ และวิทยุมาล้างทุกวันยังไม่ดีขึ้น เผอิญและก็เผอิญจริงๆ คุณป้าของคนไข้รายนี้กลับจากโรงพยาบาล หลังจากไปตรวจตาด้วยโรคตาแดงเรียบร้อยแล้ว แพทย์ได้สั่งยาหยอดชนิดขยายม่านตาให้ด้วย เพราะคุณป้าแก่เป็นตาแดงที่เกิดจาก “ม่านตาอักเสบแบบเฉียบพลัน” คุณป้าใช้ยาที่ได้จากโรงพยาบาลอาการตามัวตาแดงก็ดีขึ้น จึงชวนหลานชายให้ใช้ดู หลานชายจึงใช้ยาขยายม่านตาคุณป้าหยดไปได้เพียง 2 ครั้ง วันรุ่งขึ้นทนแทบไม่ได้ เพราะมัวแทบไม่เห็นอะไรเลย เนื่องจากม่านตาขยาย อ่านหนังสือหรือเขียนหนังสือไม่เห็นเลย ต้องวิ่งไปหาหมอทันที

ร้ายยิ่งกว่านั้นครับ คนไข้อีกรายเป็นนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4 ตาแดงมาได้ 2 วัน ไปหาซื้อยาตามร้ายขายยา ที่ขายยาแผนปัจจุบันในตัวเมืองด้วยซ้ำ บอกว่าหยอดยาได้ 2 ครั้งเท่านั้นเอง เดินลงบันไดบ้านไม่ได้เพราะตาพร่าไปหมด ผมขอดูยาที่ซื้อมา พอเห็นขวดยา อ่านฉลากชื่อยาเท่านั้น ผมแทบเป็นลม เพราะยาที่ยื่นให้ผมยาอะโทรบืน (Atropine) ครับ คือยาที่ใช้ขยายม่านตาสำหรับรักษาโรคม่านตาอักเสบเฉียบพลัน เช่นเดียวกับผู้ป่วยรายแรก ที่ผมสงสัยอยู่ในใจก็คือ ทำไมร้านขายยาจึงจัดยานี้ให้คนไข้

ผมถามเด็กหนุ่มคนนั้นไปว่า “คุณตั้งใจจะซื้อยานี้ หรือทางร้านจัดให้” แกบอกว่า “ผมเข้าไปขอซื้อหยอดตาอะไรก็ได้ที่แก้ตาแดงหนึ่งขวด เขาก็หยิบยานี้มาให้ผม”

นั่นเป็นตัวอย่าง รายย่อยๆ เพียง 2-3 ราย ที่พอจะเรียนให้ท่านผู้อ่านทราบเป็นอุทาหรณ์ไว้

การจะซื้อยาหยอดตาใช้เอง อาจมีอันตรายได้ บางรายตามัวพร่า บางรายแพ้ยาหยอดตา เปลือกตาบวมเห่อหนาเป็นปี้นคันมาก บางรายมีโรคต้อพิษแทรกซ้อนซ้ำเติมไปเลย

ผมจะเขียนถึงโรคตาแดง หรือโรคที่ทำให้มีอาการเยื่อตาเป็นสีแดงว่ากี่ชนิด ชนิดละกี่โรค และแต่ละชนิดมีลักษณะเด่นหรืออาการนำมาอย่างไร เมื่อมีอาการอย่างนั้นแล้ว น่าจะปฏิบัติตนอย่างไร ไว้เป็นแนวทางก็แล้วกันครับ ถ้าชนิดไหนไม่แน่ใจ ผมก็จะบอกว่าน่าจะไปปรึกษาหมอ (หมอตา) ทันที

โรคที่ทำให้มีอาการตาแดง มีอยู่ด้วยกันสี่กลุ่ม ดังนี้

ก. เยื่อตาอักเสบแบบเฉียบพลัน (Acute Conjunctivitis)

ข. ม่านตาอักเสบแบบเฉียบพลัน (Acute lridocyclitis หรือ Anterior Uveitis)

ค. ต้อหินชนิดมุมช่องลูกตาด้านหน้าตีบแคบแบบเฉียบพลัน (Acute narrow angle Glaucoma)

ง. แผลถลอก หรือแผลลึกหรือสิ่งแปลกปลอมเกิดที่ตาดำ (Corneal Abrasion or Ulcer or Foreign bodies)

ท่านจะเห็นว่า ทำไมมีได้หลายสาเหตุเช่นนั้น แค่เพียงตาแดงอย่างเดียว ยังครับ ยังมีอีกหลายอย่าง โดยเฉพาะในหัวข้อที่ 1 หรือเยื่อตาอักเสบแบบเฉียบพลัน ยังมีแบ่งย่อยออกไปอีกหลายสาเหตุ จะยกเอาเฉพาะที่พบบ่อยๆ มาเขียนให้ท่านทราบดังนี้ครับ

ก. สาเหตุที่ทำให้เกิดเยื่อตาอักเสบแบบเฉียบพลัน (Acute Conjunctivitis) อาจมีสาเหตุจากสิ่งต่างๆ ดังต่อไปนี้








1. แบคทีเรีย (Bacterial Conjunctivitis) คือ เชื้อแบคทีเรียหรือบางคนชอบเขียนหรือเรียกบัคเตรี นั่นแหละเป็นสาเหตุ เราก็เรียกโรคตาแดงชนิดนี้ว่า เยื่อตาอักเสบ จากแบคทีเรีย อันนี้ละครับที่พบบ่อย และหลายๆ คนกลัวกันดังที่ได้เขียนอารัมบทไว้ข้างต้นว่าเป็นโรคตาแดงแบบติดเชื้อแบคทีเรีย แบคทีเรียในที่นี้อาจจะมาจากหลายตัวและตัวที่กลัวกันก็คือ ตัวที่เรียกว่า “โกโนค็อดไค หรือ “เชื้อหนองใน” เป็นตัวเดียวกับที่ทำให้เกิดหนองใน คือโรคบุรุษหรืโรคสตรีอันเดียวกัน

จึงเป็นสาเหตุให้คนไข้เกรงว่า ตาแดงของตนจะเกิดมาจากเชื้อหนองในตัวนี้ ทำให้วิตกกังวลเป็นหนักหนา

ข้อสังเกตของโรคนี้ ที่เด่นคือ ตาแดงมีขี้ตามาก มากจนมองเห็นเป็นสีเขียวข้น ขอบตาแดง กดเจ็บเล็กน้อย มักเป็นพร้อมกันทีเดียวทั้งสองข้าง จะมีอาการเคือง ปวดแสบปวดร้อนในตามาก บางครั้งมีเลือดปนหนองซึมบริเวณขอบตา โดยเฉพาะในเด็กเล็กๆ

ถ้าเป็นจากเชื้อแบคทีเรียชนิดที่มีชื่อประจำตัวว่า “สะแต๊ฟไฟโลค็อดไค” ก็ไม่ค่อยจะน่าเกรงกลัวเท่าไร แต่ถ้าเป็นจากเชื้อ “หนองใน” ละก๊อ อาการค่อนข้างรุนแรงดังกล่าว ตาอาจบอดได้

การที่จะทราบว่าขี้ตาที่เยิ้มอยู่ขอบตา เป็นผลมาจากเชื้อแบคทีเรียตัวไหน บางครั้งต้องนำเอาขี้ตาไปย้อมเชื้อส่องกล้องจุลทรรน์ดูรูปร่างหน้าตา เป็นการเสริมการวินิจฉัยของแพทย์อีกชั้นหนึ่ง แต่จากอาการที่แสดงออกพอจะทราบได้

การปฏิบัติตัว ถ้ารู้สึกว่าตาแดงมีขี้ตามาก ควรเอาสำลีซุบน้ำอุ่นบีบให้หมาดๆ เช็ดขี้ตาตอนเช้าๆ ให้มากที่สุดเท่าที่เช็ดได้ แล้วป้ายด้วยขี้ผึ้งเพนนิซิลลิน (ขนาด 4 กรัม ราคาประมาณหลอดละ 2.00 บาท) หรือขี้ผึ้งอ๊อคคูเลนท์ที (ขนาด 3.5 กรัม ราคาประมาณหลอดละ 2.00 บาท) หรือขี้ผึ้งเทอรามัยซิน (ขนาด 1/8 ออนซ์ ราคาประมาณหลอดละ 8.00 บาท) หรือพวกยาปฎิชีวนะแบบครอบจักรวาลชนิดหนึ่งชนิดใด หรือยารักษาตาอักเสบตำรับหลวงวันละ 3-4 ครั้ง จะให้ดีควรกินยาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะร่วมด้วย ประมาณ 3-4 วัน และถ้ารู้สึกปวดมากให้กินยาแก้ปวดแอสไพริน (ราคาเม็ดละ 5 ส.ต.) หรือยาพาราเซตาม่อล (ราคาเม็ดละ 25 ส.ต.) ครั้งละ 1-2 เม็ด อาการจะค่อยทุเลา ถ้าไม่ทุเลากรุณารีบไปปรึกษาหมอโดยเร็วครับ

ระวังอย่าใช้ของร่วมกัน ติดต่อกันได้ง่ายมาก

2. ไวรัส (Viral Conjunctivitis.) คือ เยื่อตาอักเสบที่เกิดจากเชื้อไวรัส (Virus) ตัวที่ทำให้เกิดการอักเสบที่เยื่อตามีได้หลายตัว บางตัวทำให้ตาแดงพร้อมกับมีเลือดออกใต้เยื่อตาพร้อมกันไปด้วย บางตัวทำให้เพียงแค่หางตาแดงบางตัวทำให้ตาแดงและเยื่อตาบวมเป่ง

ข้อสังเกตของโรคนี้ อาการเด่นชัด คือ เยื่อตาขาวบวม แดง มีอาการระคายเคืองเหมือนมีผงหรือฝุ่นเข้าตา น้ำตาไหลพราก ไม่ค่อยมีขี้ตา! อาจมีอาการเป็นหวัดหรือคัดจมูก เจ็บคอร่วมด้วย โดยเฉพาะในเด็กเล็กๆ ขนาด 2 ถึง 10 ขวบ พบได้บ่อย

พร้อมๆ อาการดังกล่าว จะมีอาการคันๆ ตา ยิบๆ อยากขยี้ให้มันมือ บางคนมีอาการปวดกระบอกตา ปวดมากน้อยแล้วแต่คน บางรายมีตาพร่ามัวนิดหน่อย อาจมีขี้ตาติดบริเวณขอบตา เมื่อตื่นขึ้นมาตอนเช้าๆ แต่ไม่มากเท่าข้อ 1

การปฏิบัติตน กินยาแก้ปวดได้ถ้าปวดมาก ใช้ยาปฏิชีวนะหยอด เพื่อป้องกันโรคแบคทีเรียแทรกซ้อน ปกติโรคนี้ไม่มียารักษา เป็นแล้วหายเอง ระยะเวลาตั้งแต่ 3 วัน ถึง 2 อาทิตย์ แบบเดียวกับการเป็นไข้หวัดใหญ่

พักผ่อนมากๆ ถ้ายังไม่ดีขึ้น หรือใจคอไม่ดี รีบไปหาหมอก็ไม่ห้าม

พักสายตา ในช่วงที่เป็น ไม่ควรใช้สายตามากเกินไป ถ้าปวดมากอาจเอาน้ำแข็งห่อด้วยถุงพลาสติกแล้วห่อทับด้วยผ้าบางๆ ประคบตาแก้อาการระคายเคือง ปวดแสบปวดร้อนได้ดี

โรคตาแดงที่เกิดจากเชื้อไวรัสตัวนี้ พบได้บ่อยเป็น อันดับหนึ่งของโรคตาแดงเลยก็ว่าได้ เป็นแล้วติดต่อกันง่ายมาก เช่นเดียวกับไข้หวัดใหญ่ที่ติดต่อกันทางน้ำมูกน้ำตาที่ออกมา หรือใช้ของใช้ร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าขาวม้า ปลอกหมอน แว่นตา เครื่องมือ การตรวจตาของจักษุแพทย์ (หมอตา)

โรคนี้ระบาดเป็นระยะๆ โดยเฉพาะตอนเปลี่ยนฤดูจากหน้าร้อนเป็นหน้าฝนพบได้มาก บางคนเห็นกันทั้งครอบครัว หรือโรงเรียนประจำเป็นเกือบทั้งหอพัก

ถ้าเห็นลักษณะเช่นนี้ ควรนึกถึงโรคนี้ และจับคนที่เป็นแยกต่างหากให้ห่างจากเพื่อนฝูง ทางที่ดีให้หยุดเรียนส่งกลับบ้านเลย (ให้ไปเป็นที่บ้านทั้งครอบครัวงั้น ? ?)

ถ้าสงสัยไม่แน่ใจ รีบไปหาหมอตา หรือหมอที่ใกล้บ้านท่านดูอีกครั้ง

โรคแทรก อาการรุนแรงมากๆ อาจทำให้มีการอักเสบชั้นพื้นผิวกระจกตาดำได้ เป็นจุดละเอียดแบบเม็ดทราย ทำให้ระคายเคืองเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณบวกกับตาพร่ามัวกว่าเดิม เข้าระยะนี้ควรระวังให้จงหนักพึ่งพาหมอไว้ดีกว่ารักษาด้วยตนเอง อาจอันตรายได้

ถ้าไม่มีโรคแทรก อาการต่างๆ จะค่อยๆ ทุเลาลง และเป็นปกติประมาณอาทิตย์ที่ 2 หรือ 3

3. เชื้อกึ่งแบคทีเรียกึ่งไวรัส (Rickettsia like organism) ได้แก่ ตัวที่ทำให้เป็นเยื่อตาอักเสบแบบที่มีชื่อว่า “ริดสีดวงตา” (Trachoma) โรคนี้ไม่ค่อยพบในคนที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง อนามัยสะอาดพอสมควร แต่จะพบกับคนที่ค่อนข้างมีสุขภาพอนามัยไม่ดี เช่น พวกอยู่ตามสลัม รวมกันหนาแน่นแถบชานเมืองที่สกปรก หรือแถวชนบทที่อาหารการกินไม่ค่อยอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะแถบชนบทภาคอีสานพบมากอันดับหนึ่ง

ข้อสังเกตของโรคนี้ ตาแดงเรื่อๆ คันและระคายคล้ายมีผงเข้าตาเช่นเดียวกับกลุ่มไวรัส ตาพร่ามัวเล็กน้อยในระยะแรก ถ้าเป็นมากๆ อาจมัวจนตาบอดได้

เชื่อว่าประชากรของโลกนับเป็นสิบๆ ล้านคน ตาบอดด้วยโรคริดสีดวงตา เพราะสภาวะอดๆ อยากๆ และอนามัยเลว ได้แก่ ประเทศ(ด้อย) กำลังด้อยพัฒนาทั้งหลาย แต่แถวยุโรปอเมริกาพบน้อยมาก คนยุโรปหรืออเมริกาที่เป็นโรคนี้ คล้ายเป็นโรคประหลาดของหมอตาที่นั่นไปเลย ส่วนมากถ้าเป็นมักจะเป็นคนที่ไปจากแถบกำลังพัฒนา หรือลาตินอเมริกาส่วนใหญ่

การปฏิบัติตน ถ้าสงสัย รีบไปให้พบหมอตรวจดีที่สุด เพราะลักษณะแสดงออกระยะแรกบอกยากมาก

โรคนี้สามารถรักษาให้หายได้ ถ้าเริ่มเป็นระยะต้นๆ หายได้ประมาณ 2-3 อาทิตย์ เว้นรายที่เป็นมากจนมีโรคแทรกซ้อน

โรคแทรกซ้อน ทำให้มีขอบตาม้วนเข้าด้านใน แผงขอบขนตาทั้งแถบจะม้วนเข้าไป เขี่ยตาดำให้การอักเสบ ก่อความรำคาญอย่างยิ่งยวด ต้องช่วยด้วยการผ่าตัดตกแต่งเปลือกตาให้ใหม่



ข้อมูลดีๆๆจาก หมอชาวบ้าน



Create Date : 22 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 22 กุมภาพันธ์ 2552 5:23:19 น.
Counter : 1331 Pageviews.

10 comments
  

สวัสดีคะ แวะมาทักทายในวันหยุดที่อากาศร้อนมาก ๆ

โดย: หน่อยอิง วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:15:07:09 น.
  
ขอบคุณคับ เพื่อเด็กๆ
โดย: จอน IP: 203.170.219.232 วันที่: 27 ตุลาคม 2552 เวลา:23:17:27 น.
  
ดีคะกำลังเป็นตาแดงอยู่พอดีเลยอะขอบคุณนะคะ
โดย: สตางค์ IP: 117.47.65.235 วันที่: 28 ตุลาคม 2552 เวลา:9:27:18 น.
  
พื้นหลังสวย/ความรู้ดี
โดย: สาย IP: 118.173.23.22 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2552 เวลา:12:56:47 น.
  
ดีมากค่ะ
โดย: เด็กเทพ IP: 124.121.127.87 วันที่: 13 พฤศจิกายน 2552 เวลา:18:41:21 น.
  
อืม
โดย: niranam IP: 58.147.41.25 วันที่: 15 มกราคม 2553 เวลา:10:02:31 น.
  
ได้ความรู้มากๆเลย
โดย: คนเก่ง IP: 110.164.41.135 วันที่: 23 มกราคม 2553 เวลา:17:01:58 น.
  
ขอยืมไปให้เด็กส่งครู ครับ
โดย: moonoo IP: 118.173.220.255 วันที่: 22 ตุลาคม 2553 เวลา:20:17:45 น.
  
ขอบคุงมากนะคร๊าสำหรับเนื้อหา
โดย: คิตตี้จังจ๊า IP: 223.204.73.138 วันที่: 14 มกราคม 2554 เวลา:16:44:32 น.
  
you are really a excellent webmaster. The site loading pace is incredible. It sort of feels that you're doing any unique trick. Furthermore, The contents are masterpiece. you've performed a magnificent task on this matter!
Louis Vuitton Handbags On Sale outlet http://www.sunriseventuresllc.com/investments.html
โดย: Louis Vuitton Handbags On Sale outlet IP: 94.23.252.21 วันที่: 2 สิงหาคม 2557 เวลา:21:09:36 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

pimpagee
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]



Smile...Small...Smooth...Smart...

counter
สร้าง Playlist ของคุณได้ที่นี่
New Comments