กุมภาพันธ์ 2552

 
All Blog
งูสวัดเป็นรอบเอวแล้วตาย???




งูสวัดเป็นรอบเอวแล้วตาย???

ครั้งที่แล้วได้พูดถึงความเชื่อชาวบ้านเกี่ยวกับเรื่องของ “หัดหลบใน” ครั้งนี้มาว่ากันด้วยเรื่องของ “งูสวัด” ดีไหมครับ

มีอยู่บ่อยครั้งเมื่อหมอตรวจพบว่าเป็น “งูสวัด” คนไข้และญาติคนไข้จะถามหมออย่างหน้าตาตื่นว่า

“คุณหมอครับ งูสวัดถ้าเป็นรอบเอวแล้วมักจะตายจริงไหมครับ?”

หมอก็มักจะตอบว่า “ไม่จริงหรอก งูสวัดจะขึ้นข้างเดียว จะไม่ลามไปอีกข้าง...”

ที่ว่าขึ้นข้างเดียวหมายถึง ลักษณะอาการของโรคนี้ที่พุขึ้นเป็นตุ่มใสเล็กๆ เรียงกันเป็นแถวยาวบนผิวกาย บริเวณที่ขึ้นกันบ่อย ก็คือ แนวบั้นเอวหรือแนวชายโครง (จากสะดือถึงกลางหลัง) บางคนอาจขึ้นที่ใบหน้า แขนหรือขาก็ได้ แต่จะมีลักษณะการขึ้นคล้ายกันคือจะขึ้นเพียงซีกหนึ่งซีกใดของร่างกายเท่านั้น เช่น ซีกขวาหรือไม่ก็ซีกซ้าย

ทั้งนี้เป็นเพราะตุ่มของโรคนี้จะพุขึ้นตามแนวเส้นประสาทในบริเวณนั้น เส้นประสาทของร่างกายจะมีอยู่เป็นคู่ซ้าย-ขวา โดยปลายประสาททั้ง 2 เส้นจะสิ้นสุดในซีกของมันจะไม่ต่อกันเป็นรอบวงกลม และด้วยเหตุที่มันขึ้นตามแนวเส้นประสาทนี่เอง คนไข้จึงมักมีอาการปวดแสบปวดร้อนคล้ายถูกไฟไหม้ก่อนที่จะมีตุ่มพุขึ้น

บางคนแม้ว่าตุ่มจะยุบหายสนิท (กินเวลา 1-3 สัปดาห์) แต่ก็ยังอาจมีอาการปวดเสียวในบริเวณนั้นต่อไปนานเป็นปีๆ ก็ได้ ทั้งนี้เนื่องจากปลายประสาทในบริเวณนั้นเกิดการอักเสบแทรกซ้อนตามมานั่นเอง โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง ซึ่งฝรั่งเรียกว่า “Herpes zoster” (เฮอร์ปีส์ ซอสเตอร์)
เชื้อไวรัสตัวนี้เป็นตัวเดียวกัยที่ทำให้เกิดอีสุกอีใส หรือจะพูดว่าทั้งงูสวัดและอีสุกอีใสเกิดจากเชื้อไวรัสตัวเดียวกันก็ได้ เพียงแต่แสดงอาการต่างกัน กล่าวคือ คนที่ยังไม่เคยรับเชื้อนี้เข้าร่างกาย (เช่นเด็กๆ) เมื่ออยู่ใกล้คนที่เป็นอีสุกอีใสหรืองูสวัดก็จะกลายเป็นอีสุกอีใส (ตุ่มพุทั่วตัว) แต่ถ้าคนที่เคยเป็นอีสุกอีใสมาแล้ว เมื่อรับเชื้อนี้ซ้ำใหม่อีก (พบมากในเด็กโตหรือผู้ใหญ่) ก็จะกลายเป็นงูสวัด (ตุ่มพุเฉพาะที่) แทน ทั้ง 2 โรคนี้ จัดว่ามีมาแต่โบราณกาลเช่นเดียวกับหัด คางทูม จึงมีชื่อเรียกแบบไทยแท้ ที่น่าสนใจก็คือ คำว่า “งูสวัด”

สันนิษฐานว่า เนื่องมาจากลักษณะอาการของโรคนี้ที่พุขึ้นเป็นแนวยาว คล้ายตัวงูที่พาดตวัดบนผิวกาย จึงเรียกว่า “งูตวัด” ตามความนิยมของคนไทยโบราณที่ชอบเรียกชื่อโรคตามลักษณะอาการที่มองเห็นด้วยตาเปล่า เช่น อีสุกอีใส (มีตุ่มสุกตุ่มใสพุตามตัว) คางทูม (คางบวม) เป็นต้น

คำว่า “งูตวัด” จึงเพี้ยนมาเป็น “งูสวัด” (อย่าเผลอเขียนเป็น “งูสวัสดิ์” ซึ่งความหมายจะเพี้ยนไปอย่างมาก) ส่วนความเชื่อเรื่องงูสวัดเป็นรอบเอวแล้วตายนั้น คงมีมาแต่โบราณกาล เชื่อเพราะดูตามชื่อโรค (คือ ถูกตวัดรอบตัว) หรือเพราะเคยมีประสบการณ์ ก็ยากที่จะคาดเดาได้

แพทย์สมัยใหม่ฟังแล้วหากไม่ทันคิด ก็คงจะนึกหัวเราะว่าไม่จริง เพราะงูสวัดจะขึ้นเพียงซีกเดียว ไม่ลุกข้ามไปอีกซีกหนึ่ง แต่นั่นก็เป็นความจริงสำหรับคนส่วนมากที่มีร่างกายแข็งแรงเป็นปกติ

สำหรับคนบางคนถ้าหากมีภูมิต้านทานโรคบกพร่องหรืออ่อนแอ เช่น ใช้ยารักษามะเร็ง เป็นโรคมะเร็ง เป็นโรคเอดส์ เป็นต้น เมื่อได้รับเชื้องูสวัด ก็อาจกลายเป็นโรคงูสวัดชนิดร้ายแรง คือ กระจายทั่วตัว ถึงขั้นเป็นอันตรายร้ายแรงได้

ความเชื่อที่ว่า เป็นรอบเอวแล้วตาย ก็เข้าได้กับกรณีดังกล่าว ตายเพราะร่างกายอ่อนแอ ขาดภูมิต้านทานโรค การรู้จักรักษาร่างกายให้แข็งแรง เสริมภูมิต้านทานโรคให้สมบูรณ์อยู่เสมอ จึงมีความสำคัญในการป้องกันโรคและระงับความรุนแรงของโรค


ข้อมูลจาก หมอชาวบ้าน





Create Date : 12 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 12 กุมภาพันธ์ 2552 5:22:47 น.
Counter : 771 Pageviews.

4 comments
  
ขอบอกว่าเป็นโรคที่ทรมารมากเคยเป็นมาแล้วพอพูดถึงโรคนี้ทีไรสยองทุกทีไปหาหมอแผนปัจจุบันยังแนะนำให้ไปหาหมอแผนโบราณเลยแต่นานแล้วน่ะนน่ากลัวก้อที่มันพองนี่แหละบางเม็ดใหญ่มากบางทีเห็นแล้วยังคิดว่าจะไม่หายมันปวดแสบปวดร้อนสุดๆกว่าจะหายเป็นเดือนเลยแล้วก้อทิ้งแผลเนดำทั้งแถบไว้ให้เราเชยชมนานนับปี
โดย: อร_ภสรณ์ IP: 115.67.45.95 วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:19:25:30 น.
  
การรักษาโรคเบาหวานแบบหายขาดโดยสมุนไพรไทย
หายขาดจริงๆครับ

โดยความบังเอิญที่คุณพ่อผมได้เดินทางมาหาที่บ้านที่จังหวัดขอนแก่นแล้วมาเจอกับ คุณ ยายผมที่ป่วยเป็นเบาหวานมาหลายปี โดยการรักษาตลอด 12ปีที่ผ่านมาต้องไปรับยาทุกอาทิตย์ ตื่นตั้งแต่ตี 5เพื่อไปโรงบาล แกบอกว่าทรมานมากใครไม่เป็นไม่รู้หรอก เพื่อนๆแกได้ตัดนิ้ว-แขน-ขา บางคนตาบอด และตายไปก็หลายสิบคนแล้ว

พ่อบอกกับแม่ว่าแกมีสูตรสมุนไพรโบราณสมัยคุณปู่ผมที่อยู่ที่มาเลย์เซียก่อนเดินทางมาไทยและนำมาผสมกับสมุนไพรของคุณตาผมที่นำมาจากไร่ที่ จังหวัดเลยผสมชงทานกัน ตอนแรกแกไม่ยอมทาน กลัวสารพัดผ่านไปหลายวันเข้าพ่อผมแกก็ชงทานทุกวันให้แกดูเป็นตัวอย่าง แกเลยยอมหลังจากทานไปสัก 3-4วันแกบอกว่าจะปัสสาวะบ่อยมากและจะมีอาการร้อนวูบวาบ และอาการชาปลายนิ้วตอนเช้าได้หายไปและหลังจากทานไปได้ 7วันแกอยากทานนั่นทานนี่(ปรกติไม่ยอมทานอะไร) ผิวพรรณจากแห้งๆเริ่มมีน้ำมีนวล และขาเริ่มมีกำลังสามารถลุกขึ้นเดินได้ จนแม่ได้พาไปตรวจที่ โรงพยาบาลขอนแก่น ผลออกมาว่าน้ำตาลในเลือดจากเดิม 230 ลดลงเหลือเพียง 115เท่านั้น เอง จนหมอเองก็ประหลาดใจอยู่ไม่น้อย แกทานมาได้สักประมาณ 1เดือนแล้วกลับไปวัดน้ำตาลอีกก็ได้รับผลว่าปรกติดี จวบจนถึงปัจจุบันนี้คุณหมอ ได้ทำการแจ้งว่าไม่ต้องมาตรวจแล้วครับ หายจากการเป็นเบาหวานแล้ว ก็ทำให้ทุกคนในบ้านประหลาดใจมากครับ
ผมคนนึงที่ไม่เชื่อครับ ก็เลยเอามให้น้องๆที่ทำงานที่ร้อยเอ็ดนำไปให้คนที่บ้านทาน ผลก็เป็นเช่นเดิมกับยายผมทานไปน่าจะประมาณ 83คน มีที่ไม่หาย 3คน ซึ่งจากการสอบถามแล้วได้ความว่าทานไปเพียง 1-3วันแล้วไม่กล้าทานต่อครับ
ส่วนท่านอื่นๆปัจจุบันหายขาดแล้วเพราะไม่ได้นำไปทานอีกเลย
ผมจึงบอกคนที่หายว่าถ้าทานแล้วหายให้ระลึกถึงคุณของผู้ที่ล่วงลับไปแล้วที่ได้คิดค้นสูตรโบราณนี้ไว้ให้แก่คนรุ่นนี้ครับ
อัศจรรย์จริงๆครับ

รายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อที่ คุณ ธิดา อึ้งนภารัตน์ 123/456 ม.เพรสซิเดนท์ ต.แดงใหญ่ อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000หรือโทร 083-3459197
โดย: รุจิรา IP: 113.53.162.105 วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:17:58:30 น.
  
ผมเปนตอนนี้ปวดมากคับ
โดย: สิบโทนัฐพงษ์ IP: 192.168.1.107, 124.120.2.182 วันที่: 18 กรกฎาคม 2553 เวลา:4:10:18 น.
  
ก๊ ดี คร๊

ขอบ คุ๊ นคร๊

ส่ งงา นครู เรียบ ร้อ ย
โดย: อาย IP: 61.90.18.174 วันที่: 4 สิงหาคม 2553 เวลา:18:18:03 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

pimpagee
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]



Smile...Small...Smooth...Smart...

counter
สร้าง Playlist ของคุณได้ที่นี่
New Comments