พฤษภาคม 2552

 
 
 
 
 
9
10
12
 
 
All Blog
รูมาติสซั่ม/รูมาตอยด์/รูมาติก





คำว่า “รูมาติสซั่ม” เป็นศัพท์โบราณที่แพทย์เคยใช้เรียกกัน เป็นคำทับศัพท์มาจากภาษาอังกฤษว่า “rheumatism” (ที่ถูกควรออกเสียงว่า “รูมาติสซั่ม” มากกว่า “รูมาติสซั่ม”)
ความหมายประการแรกก็คือ อาการปวดตามข้อหรือกล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็น จะด้วยสาเหตุอะไรก็ได้ทั้งสิ้น ก็เรียกรวม ๆ ว่า “รูมาติสซั่ม” ไปหมด ไม่ได้เจาะจงถึงโรคหนึ่งโรคใดโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นข้อแพลง ข้ออักเสบ ยอกกล้ามเนื้อ เส้นเอ็นอักเสบ ก็จัดว่าเป็น “โรครูมาติสซั่ม” ได้หมด ดังนั้น คำ ๆ นี้จึงมีความหมายเช่นเดียวกับคำว่า “ปวดหัว” “ตัวร้อน” ซึ่งเพียงแสดงถึงลักษณะอาการของโรคต่าง ๆ ไม่ได้หมายถึงโรคนั้นโรคนี้แต่อย่างใด







แต่เนื่องจากอาการปวดข้อมักจะมีสาเหตุมาจากโรคข้ออักเสบเรื้อรังอยู่หลายชนิด ที่พบบ่อยก็คือ โรคข้อเสื่อม ซึ่งเกิดจากผิวข้อต่อสึกกร่อนตามวัย พบมากที่ข้อต่อและข้อกระดูกสันหลัง ซึ่งภาษาชาวบ้านนิยมเรียกว่า “โรคไขข้อแห้ง” โรคนี้ถือเป็นภาวะเสื่อม สลายตามสังขารตามวัย จึงพบว่าเป็นกันมากในหมู่คนสูงอายุ และยังไม่มียาที่ใช้รักษาโดยตรง ดีไม่ดีคนไข้นิยมซื้อยาแก้ปวดกินเอง จนกลายเป็นโรคกระเพาะหรือกระเพาะเป็นแผลทะลุ เสี่ยงต่ออันตรายไปเสียฉิบ

โรคข้ออักเสบเรื้อรังอีกชนิดหนึ่ง เรียกว่า ข้ออักเสบรูมาดอยด์ (rheumatoid arthritis) เกิดจากการอักเสบของเนื้อเยื่อรอบ ๆ ข้อต่อกระดูก ตามนิ้วมือ นิ้วเท้า และข้อสันหลัง ทำให้มีอาการปวดตามข้อต่าง ๆ พร้อมกัน ทั่วร่างกาย และเป็นเรื้อรังตลอดชีวิตเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีโรคอื่น ๆ อีกมากมาย ที่อาจจะคุ้นตาผู้อ่านอยู่บ้าง ก็เช่น โรคเกาต์ (gout) ที่เกี่ยวข้องกับการมีกรดยูริกในร่างกายมากเกินไป, โรคแอสแอลอี (SLE) ที่เกี่ยวข้องกับความแปรปรวนของภูมิคุ้มกันของร่างกาย ซึ่งจะขอไม่กล่าวถึงรายละเอียดในที่นี้ ซึ่งล้วนแต่มีอาการปวดข้อเรื้อรังทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้เมื่อพูดถึงโรคปวดข้อเรื้อรัง ก็เลยตีขลุมเอาว่าเป็น “รูมาติสซั่ม” เมื่อนึกถึง “รูมาติสซั่ม” ก็พาลคิดว่าเป็นโรคที่รักษาไม่หายขาด ความจริงอาการปวดข้อปวดเส้นเอ็นหรือกล้ามเนื้อ (อาการรูมาติสซั่ม) จะหายขาดหรือไม่ก็ย่อมสุดแล้วแต่สาเหตุที่เป็น ที่หายขาดก็มี ที่เรื้อรังก็มี นี่คือความหมายของโรครูมาติสซั่มในประการแรก








ส่วนความหมายของรูมาติสซั่ม ในประการที่สอง หมายถึง โรคจำเพาะชนิดหนึ่ง ที่เกิดจากการอาการคออักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย (ทำให้ต่อมทอนซิลอักเสบเป็นหนอง) แล้วมีอาการลงข้อ (ข้ออักเสบบวม) และลงหัวใจ (หัวใจอักเสบ ลิ้นหัวใจรั่ว ลิ้นหัวใจตีบ) ที่เรียกกันว่าไข้รูมาติก (rheumatic fever) ซึ่งมักจะพบในเด็กวัย 5-15 ปี เมื่อปล่อยทิ้งไว้ ในที่สุดจะกลายเป็นโรคลิ้นหัวใจพิการ (รั่วหรือตีบ) ที่เรียกว่า “โรคหัวใจรูมาติก” โรคดังกล่าว ในสมัยก่อนยังไม่มียารักษา คนไข้มักจะเป็นข้ออักเสบเป็น ๆ หาย ๆ เรื้อรัง ปัจจุบันเราสามารถรักษาด้วยยาเพนิซิลลิน โรคนี้จึงค่อย ๆ หมดความหมายไปดังนั้น คำว่า รูมาติสซั่ม จึงนิยมใช้ในความหมายกว้าง ๆ ในประการที่หนึ่งมากกว่าประการที่สอง


สรุปก็คือ
รูมาติสซั่ม หมายถึง อาการปวดตามข้อ กล้ามเนื้อ หรือเส้นเอ็น ซึ่งอาจมีสาเหตุได้มากมาย ควรค้นหาสาเหตุ แล้วรักษาตามสาเหตุ ที่หายก็มี ที่เรื้อรังก็มี ก็เท่านั้นแหละครับ!



ข้อมูลจาก หมอชาวบ้าน



Create Date : 05 พฤษภาคม 2552
Last Update : 5 พฤษภาคม 2552 5:22:25 น.
Counter : 1333 Pageviews.

7 comments
  
ผมก็ป่วยเป็นautoimmuneครับ
แต่เป็น myasthenia gravis
โดย: Smallhand วันที่: 5 พฤษภาคม 2552 เวลา:9:15:19 น.
  
แม่ป่วยเป็นโรครูมาติสซั่ม

สงสารมาก....

อยากถามว่า...มีวิธีไหนบ้างที่นอกจากการทานยาตามหมอสั่ง???

แล้วดีขึ้นบ้างค่ะ

preeyakoe@hotmail.com
โดย: โกะ IP: 58.8.175.63 วันที่: 7 มิถุนายน 2552 เวลา:20:32:29 น.
  
ลุงป่วยเป็นโรครูมาติซั่ม

จะทำอย่างไร

การให้โภชนบำบัด
โดย: เต้าฮู่ IP: 125.26.247.18 วันที่: 19 มีนาคม 2553 เวลา:10:58:30 น.
  
เอ๋
โดย: เอ๋ IP: 202.91.19.201 วันที่: 22 พฤษภาคม 2553 เวลา:21:29:13 น.
  
รักอายุ 45ปีรู้ตัวว่าเป็นรูมาตอย์ตอน 43 ตอนนั้น ข้อตาตุ่มและเท้าเจ็บมากเดินเหมือนเหยียบหนามเจ็บปวดหลังแข็งปวดข้อนิ้วมือกำได้น้อยมาก เหนื่อยง่าย พอตรวจพบ 3ต่อ4 ถ้าคิดเป็นร้อยละ ก็ 75 โดยนิสัยส่วนตัวโปรดปราน นำพริก หน่อไม้ทุกชนิด ของหมักของดอง ชอบมาก กระทิน ชะอมแตงกวาถั่วงอก ไก่ ข้อไก่ ตีนไก่ ซึ่งนี่แหละคือที่มาของโรค
รักวันนี้ไม่เหมือนก่อนแล้วเพราะสาเหตุมันมาจากปากของเรากินแต่ของที่จะไปทำให้โรคแสดงอาการสิ่งที่ชอบๆ วันนี้งดแทบทุกอย่าง จนทุกวันนี้รักดีขึ้นมากล่าสุดตรวจกับคุณหมอดรุณีรพ.มหาราช ไม่พบรูมาตอย์แล้วแต่มันไม่ได้หายไปไหนแน่ มันไม่แสดงอาการเฉยๆ เพราะเราไม่กระตุ้นมัน สรุปว่าขอให้หาเหตุว่าคืออะไรแล้วแก้ที่ต้นเหตุ ผลก็จะดีขึ้น 0816601349 โคราช รักยินดีที่จะให้คำแนะนำอื่น ๆกับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพโดยกินอาหารเป็นยา ไม่อยากกินยาเป็นอาหาร
โดย: รัก สุขภาพดี IP: 125.26.79.201 วันที่: 16 ตุลาคม 2553 เวลา:14:21:54 น.
  
ตอนนี้เป็นอยู่ ทรมานมาก ถ้าไม่กินยาก็ไม่รู้ว่าจะบรรเทาอาการปวดของโรคได้ยังไง
โดย: อัยย์ IP: 1.47.22.153 วันที่: 4 มกราคม 2554 เวลา:16:44:18 น.
  
ก็หายได้แค่ดูแลตัวเอง
โดย: อิงอิง IP: 202.29.48.250 วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:14:10:13 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

pimpagee
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]



Smile...Small...Smooth...Smart...

counter
สร้าง Playlist ของคุณได้ที่นี่
New Comments