กุมภาพันธ์ 2552

 
18 กุมภาพันธ์ 2552
All Blog
พิชิตริดสีดวง





ช่างน่าเห็นใจและสงสารผู้ที่ทรมานจากโรคริดสีดวงทวารเป็นเดือนเป็นปี ต้องรบกวนหมอ ต้องเสียค่ายา ต้องอายคนอื่น ต้องเหน็บยา ต้องเสียเลือด โอย!! ทรมานจังเลย เชิญท่านอ่านต่ออีกนิดเดียว ท่านจะสบาย สบาย ภายในเร็ววันโดยไม่ต้องไปหาหมอ

ปัญหาที่เป็นสาเหตุใหญ่ของโรคริดสีดวงทวารหนัก ท่านคงคิดว่าเกิดจากอาการท้องผูกเท่านั้น ก็จริงอยู่เป็นเหตุใหญ่ แต่ดิฉันขับถ่ายปกติทุกวัน ทุกเช้า นานทีปีหนถึงจะเลื่อนเป็นบ่ายหรือข้าม 1 วันด้วยภาวะจำเป็น ไม่ว่าแปลกที่แปลกถิ่นยังไงก็ถ่ายคล่อง

นอกจากสาเหตุท้องผูกแล้ว หมอยังบอกว่าเกิดจากถ่ายมากหรือบ่อยผิดปกติ อันนี้ก็เป็นเหตุให้ประตูแห่งนี้ทำงานหนัก (ทวารหมายถึงประตู)

สำหรับดิฉันสาเหตุที่เป็นโรคนี้ไม่เหมือนที่กล่าวมา แต่เกิดจากการเร่งให้ประตูแห่งนี้เปิดเร็ว เปิดกว้างให้สิ่งที่ต้องการขับทิ้งออกไวไว หรือพูดง่ายๆก็คือดิฉันเบ่งมากเกินไป บางครั้งดิฉันตื่นเช้ากว่าปกติไปบ้างก็ต้องพยายามทำธุระในห้องน้ำให้เสร็จ เพื่อที่จะใช้เวลาต่อจากนั้นไปวิ่ง ไปเขียนหนังสือ หรือเตรียมงานประจำ ดิฉันมีกล้ามเนื้อหน้าท้องที่แข็งแรงช่วยในการขับถ่ายได้ดี บางครั้งเร่งด้วยการกดหน้าท้องช่วยอีกเพราะไม่อยากเสียเวลาในห้องแคบๆนี้นัก

นอกจากนี้ที่เบ่งมากอีกตอนหนึ่ง ก็คือเมื่อกากอาหารผ่านออกไปชุดใหญ่แล้ว มักจะมีชุดที่สองตามมาอีก ดิฉันมักจะเบ่งเพื่อเร่งมันอีก ในที่สุดแรงเบ่งเพื่อเร่งขับถ่ายกากอาหารก็ทำให้ทวาร (หนัก) ผิดปกติ คือเกิดริดสีดวงขึ้นเพราะหลอดโลหิตดำรอบทวารหนักเกิดมีเลือดคั่งมาก โป่งพองเป็นก้อน จะพบเมื่อชำระล้างด้วยน้ำ สักครู่ก็จะกลับเข้าไปภายใน ดิฉันรู้สึกเจ็บบ้าง ปวดถ่วงบ้างแต่ไม่มาก ปกติดิฉันไม่ชอบกินอาหารเผ็ด เพราะคุ้นกับอาหารไม่เผ็ดมาแต่เด็ก แต่ถ้าวันไหนลิ้มลองอาหารเผ็ดละก็ แสบร้อนทีเดียวเวลาถ่าย

สิ่งที่ทำให้ดิฉันวิตกและรีบหาทางรักษา ก็คือการมีเลือดสดๆ ออกมาขณะขับถ่าย ทั้งนี้เพราะเส้นเลือดที่โป่งพองอยู่แล้วมีแรงขับดันก็จะพองมากขึ้น ผนังก็บางลงและโดนก้อนกากอาหารเบียดเสียดออกมา มันจึงแตกแล้วมีเลือดไหลออกมาจนแดงฉานไปทั้งโถ

ที่สำคัญอีกประการคือดิฉันเป็นคนกินจุ ซึ่งเหมาะกับการใช้พลังงานของร่างกาย เพราะดิฉันเล่นกีฬาหนัก ดังนั้นจึงมีกากอาหารมาก ยิ่งเสริมให้ประตูนี้ทำงานหนักมากขึ้น เปิดกว้างมากขึ้น

ทีนี้ก็มาถึงการรักษาด้วยตนเอง ดิฉันเคยได้ยินเพื่อนที่เป็นพยาบาลแนะนำคนอื่นให้นั่งแช่น้ำอุ่น จึงลองทำบ้างโดยผสมน้ำอุ่นจัดขนาดที่พอทนได้ลงในกาละมัง แล้วนั่งลงไปใช้มือช่วยนวดคลึงบริเวณทวารหนักจนกระทั่งน้ำเกือบหายอุ่น ทำเช้า-เย็น ถ้าหลังการแช่นวดแล้วได้นอนยกขาสูง หรือยกสะโพกให้สูงเพื่อให้เลือดไหลเวียนกลับสู่หัวใจได้ จะช่วยให้หายเร็วขึ้น

นอกจากนี้สิ่งที่ช่วยลดการทำงานของทวารหนัก ก็คือดื่มน้ำมาก ๆ กินผลไม้ที่ช่วยให้กากอาหารไม่จับเป็นก้อนแข็งให้มากกว่าปกติ เช่น ส้ม มะกอ งดอาหารเผ็ด และที่สำคัญคือขจัดต้นเหตุ นั่นคือการเบ่ง ดิฉันจะปล่อยให้ท้องปวดจัด ๆ ก่อนจึงขับถ่าย ใช้เวลาก่อนนั้นทำงานอื่น ๆ เสียก่อน แต่ต้องตื่นเช้าหน่อย เมื่อมันปวดตามธรรมชาติเราก็ไม่ต้องเบ่งมัน มันจะออกมาเองและคล่องแคล่วเพราะไม่แข็ง เนื่องจากการกินอาหารดังกล่าว

เท่านี้ก็สบาย สบาย 2-3 วันก็หาย ถ้าเป็นมากก็ไม่เกิน 4-5 วัน แต่ดิฉันไม่ลืมที่จะเพิ่มอาหารเสริมธาตุเหล็กชดเชยที่เสียเลือดไป เช่น ตับ เนื้อ และอื่นๆ เพื่อป้องกันโรคโลหิตจางเป็นของแถม ที่ว่าหายก็คือไม่มีเลือดออกแต่ต้องควบคุมพฤติกรรมการกินและถ่ายต่อไปด้วยจึงจะหายขาด

ท่านที่กำลังเดือดร้อนจากโรคนี้ลงปฏิบัติดูสิคะ...แต่ท่านต้องไม่มีจิตใจเคร่งเครียดด้วยนะคะ เพราะเจ้าความเครียดน่ะเป็นอุปสรรคสารพัดโรคเชียวล่ะค่ะ


ขอบคุณ หมอชาวบ้าน



Create Date : 18 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 18 กุมภาพันธ์ 2552 5:13:43 น.
Counter : 556 Pageviews.

1 comments
  
ไปผ่าตัดมาแล้วทรมานมากๆ เป็นเยอะเลยต้องผ่า แบบฉีดยาชายิ่งทรมาน อย่าให้เป็นหนักเหมือนเราเลยรักษาให้หายเร็วๆจะได้ไม่ต้องไปผ่า
โดย: พนมรุ้ง12 วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:21:00:51 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

pimpagee
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]



Smile...Small...Smooth...Smart...

counter
สร้าง Playlist ของคุณได้ที่นี่
New Comments