กรกฏาคม 2554

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
เมื่อลุง มีน้ำคั่งในโพรงสมอง
เมื่อคุณสมพงษ์ สอนประสาร มี น้ำคั่งในโพรงสมอง

ประมาณ 10 โมงเช้าของวันที่ 5 ธันวาคม 2553 ลุงเปี๊ยก(คุณสมพงษ์ สอนประสาร) บ่นปวดต้นคอ ขณะที่นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เหงื่อตก เหมือนจะเป็นลม ลุงจึงทานยาหอม จึงรู้สึกดีขึ้น จึงไปเปลี่ยนเสื้อผ้า นอนที่พื้นหน้าตู้เย็นที่เคยนอนพักกลางวันหลังจากการขายของตอนเช้า หรือเปลี่ยนกิริยาบทจากหน้าคอมฯ มานอนพักสายตาซึ่งกระทำเป็นประจำทุกวัน
จนเที่ยงป้าแอ๋ว(pimpagee) เรียกให้รับประทานอาหารกลางวัน ลุงบอกว่าไม่อยากทาน รู้สึกคลื่นไส้ ป้าแอ๋วให้ดื่มน้ำหวาน ลุงก็ดื่มไม่หมดแก้ว นอนต่อสักพักลุงลุกขึ้นมาอาเจียนออกมาเป็นน้ำหวาน (สีแดง ) ป้าให้ดื่มนมถั่วเหลืองงาดำ ดื่มได้เล็กน้อย ลุกขึ้นมาอาเจียนอีก 2 ครั้ง ลุงขอทานยาเมารถ(ไดเมน) 1 เม็ดป้าให้ทานพร้อมน้ำ เลิกอาเจียน สักพักลุกขึ้นไปที่โต๊ะคอมฯ ลูกชาย(พัสกร สอนประสาร) นั่งเล่นอยู่ไม่ยอมลุกให้พ่อ ลุงเดินลงไปนอนต่อ คราวนี้ลุงหลับกรนดังมาก
ประมาณ 3 โมงเย็นลูกสาว(ณหทัย สอนประสาร) โทรศัพท์เข้ามาลุงก็ไม่ลุกขึ้นรับป้ารับ
แทนแล้วบอกลูกว่าพ่อหลับ ทานยาเมารถเข้าไป ลูกก็บอกว่าปลุกเถอะ ป้าก็ปลุก ลุงไม่ตื่นป้าเขย่าแขน ลุงยกมือมาปัดมือป้าเหมือนรำคาญที่มารบกวนการนอน ป้าเลยไปเก็บของหน้าบ้าน


วันนี้ท้องฟ้าเงียบสนิท ไม่มีคนเดินในตลาดเลย บรรยากาศหดหู่มาก ท่อระบายน้ำหน้าบ้าน ข้างบ้านก็โชยกลิ่นรุนแรงมาก ชวนปวดหัว คลื่นไส้ ลูกชายก็บ่น “ เหม็นร่องน้ำจัง แสดงว่ามีก๊าซไข่เน่ามาก”
ป้าจึงไปในครัวเตรียมอาหารเย็น กลับมาที่ห้องขายของที่ลุงนอนอยู่พบว่าลุงปัสสาวะราด ป้าจึงเรียกลุงอีก ทั้งตะโกน เขย่า ก็ไม่ตื่น ลูกสาวก็โทรมาถามอาการพ่อ ก็บอกไปจะส่งพ่อไปโรงพยาบาลแล้ว ชีพจรพ่ออ่อนมาก ลูกสาวก็บอกว่าแม่ตัดสินใจไปเถอะ ป้าไปเรียกรถพยาบาลของเทศบาล เจอน้องนาทซึ่งเคยทำงานที่กองบรรเทาสาธารณภัยของเทศบาลช่วยโทรให้หน่อย มาดูอาการลุงเปี๊ยกก่อนจะได้แจ้งเหตุขอความช่วยเหลือเขาถูก(พอดีป้าเป็น อพปร. ด้วยค่ะ) น้องนาทมาดู ตรวจสอบลุง ตาไม่เหลือก แขนขาไม่เกร็ง ป้าเตรียมเอกสาร ไม่ทันเสร็จ บัตรประชาชนของลุงก็หมดอายุ บัตรทองก็ไม่มี เพราะลุงไม่เคยไปหาหมอ ป้าเลยพกทะเบียนบ้านไปด้วย เสื้อผ้าก็ไม่ได้เปลี่ยน ป้าใส่ชุดที่ลงมาขายของตั้งเช้ามืด (ซกมกแท้เลย). เจ้าหน้าที่ยกลุงใส่เปลหามขึ้นรถพยาบาลของเทศบาลเมืองปากพนัง ป้าต้องวิ่งตามไปขึ้นรถ รวดเร็วดีแท้เจ้าหน้าที่กองบรรเทาสาธารณภัย ขอบคุณมากๆ....ลุงถึงโรงพยาบาลปากพนัง


แพทย์เวรวันนี้ คือนายแพทย์เชษฐพงษ์ วงศ์วรเชษฐ์ กับทีมพยาบาล ได้ช่วยกันช่วยชีวิตลุง ใส่ท่อหายใจ ท่อปัสสาวะ ส่งต่อ โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช
20 นาฬิกา โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ป้าได้ยินเสียงเพลงสรรเสริญพระบารมี โห่ร้องถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ป้าก้มกราบบนราวทางเดินในโรงพยาบาล ขอพระบารมีขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวช่วยให้ลุงฟื้นจากเจ้านิทรา ขอให้ป้าตัดสินใจถูก เพื่อให้ลุงรอดปลอดภัย หายจากโรคภัย
พยาบาลและแพทย์เรียกป้าไปคุย ส่งลุงไป CTสมอง ซึ่งป้าต้องเข้าไปในห้อง CT ด้วยเพื่อช่วยบีบที่ช่วยหายใจ (เรียกไม่ถูกอ่ะ) ใส่เสื้อกันรังสีเรียบร้อย หนักมาก ป้าลืมไปเลยว่าเป็นมะเร็งเต้านม ต้องระมัดระวังบริเวณหน้าอกให้มาก ( ไม่เป็นไรน่าใส่เสื้อกันรังสีแล้ว ) ผลออกมา แพทย์เรียกป้าไปคุยอีกครั้งและบอกว่าคืนนี้เป็นเวรหมอพาฝัน มุสิกวัตร ศัลยแพทย์ประสาทของโรงพยาบาลพอดี หมอจะเจาะสมองเอาน้ำ และเลือดที่คั่งในสมองออก ถามถึงญาติคนอื่น ป้าบอกว่า ป้าคนเดียวก็พอแล้วเพราะเราอยู่กัน 2 คนแค่นี้ ลูกสาวที่อายุเกิน 20 ก็อยู่กรุงเทพฯมาไม่ได้ ลูกชาย ก็เพิ่ง 18 แต่ป้าก็โทรศัพท์ไปบอกการตัดสินใจแล้ว เขาก็ตกลงเขาบอกว่าเชื่อในการตัดสินใจของแม่ ป้าก็เซ็นต์ยินยอม เป็นไรเป็นกัน จะดับ หรือฟื้นเป็นเจ้าชายนิทรา หรือ จะตื่น สมองจะปกติ หรือไม่ บุญต้องทำ กรรมต้องชดใช้


แพทย์หญิงพาฝัน จะผ่าหลังเที่ยงคืน พยาบาลและผู้ช่วยเหลือคนไข้(ชุดเหลือง) โกนผมลุงเกลี้ยง (ก่อนป้าจะเซ็นต์เสียอีก..) ยืนดูลุงจน 5 ทุ่ม ป้าเริ่มอ่อนแรง เพราะป้านั่งเฝ้าดูอาการลุงข้าวเย็นยังไม่ได้ทาน ป้าเลยขออนุญาตไปงีบหน้าห้องฉุกเฉิน มีอะไรเรียกแล้วกัน จนเที่ยงคืนกว่า ๆพยาบาลเรียกให้ตามไปที่ห้องผ่าตัดใหญ่ เขาก็เข็นลุงเข้าห้องผ่าตัด เจ้าหน้าที่เปล คนหนึ่งมาให้พูดให้กำลังใจ บอกให้ป้านอนหลับก่อน คนไข้อยู่ในมือหมอแล้ว เมื่อเสร็จแล้วป้าต้องจัดการอะไรๆอีกมากมาย ป้าต้องพักผ่อน เตรียมสู้ๆ ป้าเลยเอนลงนอน ที่นั่งรอหน้าห้องผ่าตัด หลับค่ะ หลับจริงๆ จนเขามาเรียกเสร็จแล้วให้ตามไปที่ตึกศัลยกรรมชั้นล่าง
หมอพาฝันได้ทำการผ่าตัดใส่สายระบายน้ำในโพรงสมอง โดยมีวาล์วควบคุมความดันในกะโหลกศีรษะ

ราวตี 2 ของวันที่ 6 ธันวาคม 2553 ลุงค่อยๆ เปิดเปลือกตา ป้าดีใจมาก เรียกพยาบาลมาดู พยาบาลมาเรียกชื่อ ลุงสมพงษ์ ลุงลืมตาขึ้น ขันเข่าขึ้น พยาบาลหันมาถามป้า ลุงยกขาเองเหรอ ป้าก็บอกว่า ค่ะ พยาบาลดีใจมาก ไปเรียนหมอพาฝัน ให้ทราบ คุณหมอดูดีใจมาก ทดสอบให้ชู 2 นิ้ว ยกขาขวา ขาซ้าย จับมือ ทดสอบพลังกันหน่อย ok คุณหมอหันมาบอกว่าจะติดต่อไป มอ. นะเพื่อจะได้เอกซเรย์ดูว่ามีเส้นเลือดโป่งพองหรือเปล่า เพราะมหาราชไม่มีเครื่องมือ แพทย์ที่เชี่ยวชาญในการฉีดสี เป็นไปได้เที่ยง ๆ คงได้ไป มอ. ป้าก็นั่งเฝ้าลุงต่อ จนเช้าลุงตื่นขึ้นมาอาละวาดใหญ่ จะดึงสายนั่นสายนี่ โดยเฉพาะสายระบายน้ำจากสมอง ท่อหายใจ จะฉี่ จะดึงสายฉี่ออกอีก ลุกขึ้นจากเตียง ป้าเลยใช้ โหมด โหดค่ะ คนเดียวสู้แรงไม่ไหวค่ะ บอกพยาบาลมามัดมือ ป้าไม่ได้ใจร้ายนะคะ เพื่อรักษาชีวิตคุณลุงจริงๆ ลุงดิ้น จนแขนช้ำเลย ป้าต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่หน้าห้องผ่าตัดจริงๆ ที่ให้ป้าได้หลับเติมพลังไว้ จน 6 โมงเช้าป้าฝากลุงไว้กับคนเฝ้าไข้เตียงข้างๆ ออกไปซื้อ ถังน้ำ ผ้าห่ม สบู่ ยาสีฟัน แป้ง สำหรับเช็ดตัวลุง ลืมซื้ออาหารเช้าของตัวเอง.. กลับเข้ามาเจอลุงอาละวาดลุกขึ้นโชว์......ว้าว........


พยาบาลมาบอกว่าติดต่อ ทาง มอ.เรียบร้อยแล้วจะส่งลุงไปตอนสายๆ ฝนตกมาก ....ให้ป้าไปจัดการเรื่องเอกสาร ป้าขอทานข้าวเช้าก่อนนะ พยาบาลบอกว่ารีบเลย ทานโดยเร็วด้วย เพราะป้าต้องเดินแทบเป็นลมเลยล่ะ แล้วก็จริงๆค่ะ ป้าซื้อข้าวมันไก่ที่สหกรณ์ ทานได้ 3คำ ทานไม่ลง ทานแต่ไก่ละกัน ข้าว กับน้ำจิ้ม ซีอิ้ว ไว้ก่อน อย่าทิ้งเลยเก็บไว้ก่อน รีบไปจัดการเรื่องเอกสารจากห้องนั้นไปห้องนี้ จำไม่ได้ค่ะ...จนต้องวิ่งตามไปขึ้นรถพยาบาลที่รออยู่หน้าอาคารพัสดุ เขาขนของและคนไข้ขึ้นรถพยาบาลเรียบร้อยแล้ว
ป้านั่งรถพยาบาลของโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ฝ่าสายฝนอย่างหนัก จนถึง โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ หาดใหญ่ รอดปลอดภัย ลุงยังต้องมัดมือไว้เหมือนเดิม ถึงตึกอุบัติเหตุ จัดการเรื่องเอกสาร สิทธิรักษา ลุงใช้สิทธิครอบครัว อสม. ค่ะ ก็ป้าเป็น อสม.นี่คะ รับเหรียญ 10 ปี แล้วด้วย
ขณะนั้นเวลาเท่าไหร่ป้าไม่ทราบ ป้ารู้แต่ว่าป้ากำลังหมดพลัง แต่ต้องสู้ ๆ ฟังหมอพูด ...พยาบาลพูด....... เบลอไปหมด พรุ่งนี้หมอขอพบญาติอีกคนเพิ่มจากป้า ป้าเพิ่งนึกได้เดี๋ยวนั้นเองโทรศัพท์ป้าแบตเตอรี่หมดไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ที่ชาร์จไม่ได้หยิบมา เลยโทรหยอดเหรียญไปบอกลูกสาวให้ลงมา ป้าเดินออกมาจากตึกอุบัติเหตุ เจอ ตานิดลูกชายของพี่วิจิตร์ (ขอโทษด้วยนะหลานที่อาจำชื่อจริงไม่ได้) ดีใจมาก กำลังใจมา...พูดคุยกันพักหนึ่ง ตานิดก็กลับเพราะติดธุระ ตานิดบอกให้ไปทานอะไรเสียบ้าง หรือดื่มอะไรหวานๆ ป้านึกถึงข้าวมันไก่เปล่าๆกับน้ำจิ้ม โอ้มันยังไม่เสียเลย ...ป้าเลยนั่งทานที่เก้าอี้รอรับยาแถวนั้น รอดไป อีก 1 มื้อ ด้วยข้าวกล่องเดียวกัน แล้วดื่มน้ำของโรงพยาบาล..... กลับเข้าไปห้องฉุกเฉิน เขาส่งลุงไปห้อง ICU ชั้น 3ลุงยังคงถูกมัดมือเหมือนเดิม
1 ทุ่ม พ.ต.ท. วิโรจน์ พริกบุญจันทร์ (ประธานกลุ่มสัจจะวันละบาท เทศบาลเมืองบ้านพรุ)พี่ชายมารับให้ไปนอนที่บ้านของท่านที่บ้านพรุ ลูกสาวโทรศัพท์บอกว่า มาถึงแล้วโดยเครื่องบินถึงบ้านพัก ป้ามาชุดเดียวค่ะชุดที่ใส่ลงมาขายของวันที่ 5 นั่นล่ะ คุณครูสมร พริกบุญจันทร์ พี่สะใภ้เลยบริจาคเสื้อ 2 ตัว ผ้าถุง 1 ผืน ผ้าเช็ดตัว 1 ผืน อาบน้ำ พักผ่อน 2 แม่ลูก ในบ้านอีกหลังของท่านสบายมาก อิสระ ไม่เกรงใจละนะ



รุ่งขึ้น พี่วิโรจน์ขับรถไปส่งที่โรงพยาบาลฟังคำอธิบายการรักษาตามสิทธิของผู้ป่วยและญาติต้องรับรู้ ยินยอมในการรักษา ก็คือจะฉีดสีในหลอดเลือดเพื่อเอกซเรย์สมองดูว่ามีเส้นเลือดโป่งพองหรือไม่ ถ้ามีจะทำการรักษาโดยผ่าตัดสมอง เพื่อ คีบ (หนีบ) เส้นเลือดให้ตีบแห้งไป หรือใช้ลวดรัด แล้วแต่กรณีว่าจะใช้วิธีใดเหมาะ ลูกสาว ยินยอม ส่วนป้ายินยอมไปตั้งนานแล้ว ลุงยังคงอยู่ ICU ผู้ป่วยศัลยกรรม
วันที่ 8 ธันวาคม ป้าขอตัวกลับปากพนังเพื่อกลับมาปิดบ้านให้เรียบร้อยเสื้อผ้ามาเปลี่ยน พร้อมด้วยที่ชาร์จโทรศัพท์ รับลูกชายมาเยี่ยมพ่อเขาด้วย ถึงหาดใหญ่ เขาย้ายลุงไปหอผู้ป่วยศัลยประสาท ตึก 100ปี ชั้น 2






ออกจาก ICU มาหอผู้ป่วยศัลยประสาท ตึก 100 ปี ชั้น 2









วันที 9 ธันวาคม 2553 หายใจด้วยตนเองแล้วค่ะ แต่ยังใส่ท่อปัสสาวะซึ่งใส่มาจากปากพนัง



น้ำ ปนเลือด ที่ออกมาจากสายระบายน้ำโพรงสมอง







ณหทัย สอนประสาร ลูกสาว


แพทย์ผู้รักษา มาตรวจเยี่ยมลุง ถามลุงว่า นี่ใครชี้มาที่ป้า ลุงเขาตอบว่า “ แฟน” ตอบว่าอย่างอื่นเป็นเรื่องแน่ๆ..แต่พอถามว่าอยู่ที่ ไหน ตอบว่า “โรงพยาบาลภูมิพล” บ้านอยู่ไหน ตอบกรุงเทพฯ พอถามชื่อ ตอบเสียงดังด้วยความภูมิใจ “สมพงษ์ สอนประสาร” สามารถ ยก 2 นิ้วได้ยกขาได้ งัดข้อได้ ตาตอบสนองต่อแสง แต่ยังสับสน ดิ้นก็เลยยังคงถูกมัดมือ ความดันโลหิตสูงมาก ผู้ช่วยพยาบาล(สาวกางเกงม่วง) วัดความดันโลหิตทุกชั่วโมง พลิกตัวทุก 2 ชั่วโมง

การวางระดับของสายระบาย แพทย์จะพิจารณาจากระดับความดันโลหิตเป็นระยะๆ ป้าต้องคอยระวังไม่ให้ลุงดึงสาย ส่วนลุงคอยแต่จะดึงออก 
วันที่ 10 ธันวาคม แพทย์ส่งไปฉีดสี และเอกซเรย์สมอง ผลปรากฏว่าไม่เจออะไร แพทย์จะทำใหม่อีกครั้ง โล่งอกไปเปราะหนึ่ง ภาวนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายขอให้การรักษาสิ้นสุดแค่นี้ไม่มีการผ่าตัดอีกรอบ รุ่งขึ้นลูกสาวก็กลับไปทำงานต่อ คราวนี้ ล่ะ คนเดียว ต้องเฝ้าคนเดียวกลางวัน ลุงตอบคำถามของหมอ ผิดบ้างถูกบ้าง ลุงยังลุกจากเตียงไม่ได้เพราะใส่สายระบายน้ำจากโพรงสมองอยู่ ป้าต้องคอยปรับเตียง ปิด – เปิด วาล์วท่อระบาย ปิดเมื่อลุกขึ้นทานข้าว เปิดเมื่อนอนต่อ ลุงสับสนเรื่องกินมาก ทานข้าวเสร็จเอาถาดไปเก็บสักพักบ่นหิวอีกแล้ว ว่าไม่ได้ทานข้าว ให้ชง โอวัลติน พอดื่มเสร็จแก้วยังไม่ได้ล้างลุงขอให้ป้าชงอีก อยากทานกล้วย ผลไม้ ขอกินทั้งวัน ดีนะที่ มอ. กลางวันหาซื้อง่าย ราคาไม่แพง ปริมาณพอเหมาะ

เวลาผ่านไปอาการของลุงดีขึ้นแพทย์ถอดสายปัสสาวะ สายน้ำเกลือ ลุงทานอาหารเองได้ไม่ต้องป้อน หกบ้าง คอยดูแลอยู่ ผลการตรวจเลือดลุงขาดโซเดียม ต้องทานเกลือ ทุกมื้อหลังอาหาร พูดคุยกันได้ แต่ยังสับสนเหมือนเดิม วกไปวนมา ถามแล้วถามอีก ก็ต้องตอบทุกครั้ง เหมือนๆกับตอนที่คุยกับลูก เล็กๆ รำไพ โกฐหอม มาเยี่ยม ถามลุงว่าตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาลอะไร ตอบชัดเจนว่าโรงพยาบาลจิตเวชสระแก้วราชนครินทร์ โรงพยาบาลจิตเวชเสียนี่ เพราะ ก่อนที่ลุงจะล้มป่วยลงลุงเปิดเวปไซต์ของโรงพยาบาลจิตเวชสระแก้วราชนครินทร์ที่คุณเยาวภา พริกบุญจันทร์เป็นรองผู้อำนวยการอยู่ ลุงจะจำเรื่องราวในอดีตไกลๆได้ แต่ปัจจุบันสับสน


หลายวันต่อมา แพทย์ก็ปรับระดับความดัน จาก 20 Hg ลงเหลือ 15 Hg ปวดศีรษะบ้าง เวลาความดันโลหิตขึ้นสูงแต่ไม่บ่อย ปิดวาล์วก็ไม่ปวดศีรษะ แต่ปิดนานๆไม่ได้ ก็ปวดศีรษะอีก จึงต้องเปิดต่อ แพทย์จะมาดูแลเรื่องระดับความดันตลอด ถ้าความดันโลหิตสูงเส้นเลือดในสมองอาจแตกได้ เพราะมีรอยอยู่ ถ้าปิดวาล์วไม่ได้ต้องผ่าใหม่ใส่สายระบายน้ำในโพรงสมองสู่ช่องท้องเป็นการถาวร ป้าภาวนาให้เมื่อปิดวาล์วแล้วลุงไม่ปวดหัว...ขอพรพระ สวดมนต์ ให้ลุงฟังทุกคืนก่อนกลับไปพักผ่อนที่บ้านพรุ ต่อมาแพทย์ก็ปรับระดับสายระบาย ที่ 10 Hg – ระดับเตียง ลุงก็มือซนไปดึงสายข้อต่อระหว่างวาล์วหลุด ป้าต้องเรียกพยาบาลด่วน เพราะกลัวติดเชื้อ 


วันที่ 26 ธันวาคม แพทย์ลองปิดวาล์ว ปรากฏว่าลุงไม่ปวดศีรษะเลย แพทย์ถอดสายออก ดีใจจังที่ไม่ต้องผ่าใหม่ แต่ถ้าถอดแล้ว ลุงปวดศีรษะอีกก็ต้องผ่า ในที่สุดลุงไม่ต้องผ่าใหม่ ป้าลองให้ลุงนั่งโดยไม่พิง 5 นาที ลุงไม่ปวด ให้นอนพัก ตื่นมาให้นั่งอีก10 นาที ไม่ปวดอีก นอนพักอีกตื่นขึ้นมา ให้นั่งคุยกัน 30 นาที ลุงก็ไม่ปวดอีก เป็นที่น่ายินดีมาก ผลจากการที่ลุงไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้า สารพิษตกค้างจึงไม่มี เมื่อหายป่วยก็กลับเป็นปกติเร็ว นอกจากไม่ปวดศีรษะแล้ว อาการปกติไม่มีโรคแทรกซ้อน ไม่มีการติดเชื้อของสายระบายน้ำในสมอง ปราศจากการปนเปื้อนระหว่างผ่าตัด การติดเชื้อจากผิวหนัง ไชโย....(...คนเฝ้าเก่งจัง อิอิอิ).... แถมลุงลุกลงจากเตียงได้ด้วยป้านวดเท้าให้ลุงทุกวัน ป้าผ่านการอบรมนวดฝ่าเท้าในโครงการส่งเสริมอาชีพเสริมในชุมชน มาแล้ว เปิดตำรานวดเลยล่ะ ทำกายภาพบำบัดให้ลุงตามสภาพของป้าที่แขนข้างขวาไม่ค่อยแข็งแรง อาจจะไม่ดีนักแต่ก็คงพอช่วยได้ บางวันมีการเอาเท้าแช่น้ำกระตุ้นการทำงานของเท้า ขัดเท้า ฝ่าเท้าเพลิดเพลินทั้งผู้ป่วย คนเฝ้าไข้ก็หายเซ็ง แต่ยังไงลุงก็ลงไปทำกายภาพบำบัด 2 วัน ทำให้เดินแข็งแรงขึ้น สามารถเข้าห้องน้ำเองได้ หลังจากที่ ต้อง ปัสสาวะ อุจจาระ บนเตียง ป้าต้องเช็ดตัวให้มาตลอด อยากกลับบ้าน เป็นห่วงแมว 7 ตัว มันหาอะไรกินกันไม่มีเจ้าของ แต่บ้านอยู่ในตลาดสดคงขโมยปลาแม่ค้ากินกันไปแล้ว ..


แพทย์ก็ให้กลับก่อนปีใหม่(31 ธันวาคม 2553) กลับมาใหม่ วันที่ 17 มกราคม 2554 เพื่อฉีดสีในวันที่ 18 มกราคม 2554
กลับมาฉลองปีใหม่ที่บ้านพร้อมทั้งลูกสาว และลูกชาย ด้วยการกวาดดินโคลนในบ้านเพราะฝนตกน้ำท่วม ท่อระบายน้ำไม่ทัน ต่อไปนี้ป้าต้องขายของเอง กิจกรรมสาธารณทั้งหลายคงต้องรอให้ลุงอาการสู่ปกติเสียก่อน
16 มกราคม 2554 เดินทางไปหาดใหญ่พักที่บ้านพรุเหมือนเดิม พี่วิโรจน์ท่านยินดีที่บริการน้อง เพราะตลอดเวลาที่ไปพัก 6 โมงเช้าพี่วิโรจน์จะขับรถจากบ้านพรุไปส่งที่โรงพยาบาลแล้ว 2ทุ่ม พี่วิโรจน์ก็ขับรถมารับน้องสาว ป้าขอนั่งสองแถวมาท่านก็ไม่ยอม

17 มกราคม 2554 ไปโรงพยาบาล แพทย์ให้พักเตรียมตัวฉีดสีในวันรุ่งขึ้น ต้องงดอาหาร น้ำ ทำความสะอาดร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณที่ต้องฉีดสี (ขาหนีบ)พยาบาลให้คนเฝ้าไข้นอนโรงพยาบาลด้วย 

18 มกราคม 2554 ฉีดสี กว่าจะได้ฉีด 3 ทุ่ม เพราะมี case ด่วนมา ต้องทำก่อน ลุงยังไงก็นอนโรงพยาบาลอยู่ แล้วรอได้ นายแพทย์กิตติพงษ์ เรียบร้อย เป็นผู้ฉีดสี ท่านชวนคนไข้คุยดีมาก เพลินจนลืมเจ็บ ผลการฉีดสี ไม่เจอเส้นเลือดโป่งพอง แตก ตีบ ตรงไหนทั้งสิ้น สันนิษฐานว่าร่างกายได้ซ่อมเส้นเลือดฝอยที่ปริเรียบร้อย ก็ลุงอ่ะ กินได้ นอนหลับ ก็หายเร็ว แพทย์ พยาบาลยังชมเลย ฟื้นตัวได้เร็วมาก
ในเมื่อไม่เจออะไร ลุงไม่ชอบเดินทางไกล ได้ขอตัวมารักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ที่ได้รักษาเบื้องต้นมา ทางโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ยินยอม.
ลุงสมพงษ์ สอนประสาร กลับมาเป็นคนไข้ของแพทย์หญิง พาฝัน มุสิกวัตร ตามเดิม
เมื่อกลับมาพบหมอพาฝัน 2 ครั้ง ท่านเห็นว่าสภาพร่างกายค่อนข้างปกติแล้ว ให้ไปรักษาด้านอายุรกรรม จึงขอไปรับยาที่โรงพยาบาลปากพนัง



Create Date : 18 กรกฎาคม 2554
Last Update : 6 กรกฎาคม 2557 16:07:08 น.
Counter : 1962 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

pimpagee
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]



Smile...Small...Smooth...Smart...

counter
สร้าง Playlist ของคุณได้ที่นี่
New Comments