Battle of Guadalcanal : Dog Fight (1)



ในสมัยที่ยังไม่มี Air to Air missile นักบินทั้งสองฝ่ายต่างต้องใช้
ความสามารถเฉพาะตัวในการไล่ล่ากันในระยะที่สายตาหรือ Dog fight
สมรภูมิเหนือน่านฟ้าของเกาะ Guadalcanal ในวันที่ 8 สิงหาคม 1942 นั้น
ได้รับการจดจำมาจนถึงทุกวันนี้ในการต่อสู้ของเสืออากาศ 2 คน
เค้าทั้งคู่คือ Saburo Sakai จากญี่ปุ่นและนักบินสหรัฐ James Southerland

Sakai เป็นลูกชาวนาเกิดเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 1916 ที่เมือง Saga
พฤษภาคม 1933 เค้าสมัครรับใช้ชาติด้วยการเป็นกลาลีเรือ
ประจำการบนเรือรบ Kirishima ต่อมาก็ได้เลื่อนขั้นมาเป็นพลปืน
บนเรือ Haruna ในปี 1936 เค้าสมัครเข้าโรงเรียนการบินที่ Tsuchiura
และเรียนดีจนได้รับพระราชทานนาฬิกาข้อมือจากสมเด็จพระจักรพรรดิ์
เมื่อจบการศึกษาก็เข้าร่วมรบในสงครามระหว่างจีนและญี่ปุ่น

เมื่อสงครามครั้งที่สองระเบิดขึ้น Sakai ประจำการอยู่กับฐานทัพที่ไต้หวัน
โดยเป็นนักบินที่เข้าโจมตีฐานทัพอากาศ Clark ของสหรัฐในฟิลิบปินส์
ช่วงต้นปี 1942 ย้ายไปประจำฐานบินในเกาะบอร์เนียว เพื่อยิงเครื่องบิน
พันธมิตรที่ต่อต้านอยู่ในเขตมาเลเซียและหมู่เกาะอินโดนีเซีย

เค้าสามารถยิงเครื่องบินตกไปกว่า 13 ลำก่อนที่จะล้มป่วยลง
สามเดือนหลังจากนั้นเมื่อหายดี เค้ากลับไปประจำฝูงบินใน Lae, New Guinea
เดือนพฤษภาคม 1942 เข้าร่วมโจมตี Port Moresby ในการยุทธิ์ที่ Coral sea
3 สิงหาคม 1942 ฝูงบินนี้ก็ย้ายมาประจำการในฐานทัพญี่ปุ่นที่ Rabual

James Southerland นั้นต่างออกไป เค้าจบจากโรงเรียนนายเรือที่ Annapolis
ในปี 1936 และเลือกที่จะมานักบินเครื่องบินขับไล่ เป็นนักบินที่ฉลาด
มีกลยุทธิ์เยี่ยมและได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้บังคับฝูงของเครื่องบินขับไล่

เมื่อรู้จักนักบินแล้วเราก็มาทำความรู้จักเครื่องบินของทั้งสองฝ่ายเสียก่อน
ซึ่งค่านิยมการทำสงครามของนักรบทั้งสองฝ่ายนั้นไม่ต่างไปจาก
อัศวินในยุโรปยุคกลางปะทะกับนักรบซามูไรในสมัยเอโดะเลย

Zero สุดยอดเครื่องบินขับไล่ของฝ่ายญี่ปุ่นนั้น มีลำตัวเครื่องที่ทำจาก
แผ่นอลูมิเนียมบางเฉียบ ไม่มีเกราะทั้งในส่วนถังน้ำมันและห้องนักบิน
ทำให้ไม่ทนทานต่อการถูกยิง มีอำนาจการยิงสูงจากปืนกลขนาดใหญ่
ความเร็วสูงทั้งแนวราบ และการไต่ระดับ การบังคับทำได้อย่างคล่องแคล่ว

F4 Wildcat ของสหรัฐนั้นตรงกันข้าม มันมีแผ่นเหล็กหนาหุ้มห้องนักบิน
ถังน้ำมันก็เช่นกัน นอกจากนั้นยังเป็นแบบที่อุดรอยรั่วตัวเองได้เมื่อโดนยิง
ทดแทนความเร็วที่ด้อยกว่าด้วยเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ มันจึงไต่ระดับได้สูง
ปืนที่ติดตั้งใช้กระสุนขนาดที่เล็กกว่า จึงบรรทุกไปได้มากกว่าและยิงเร็วกว่า

Zero นั้นเหมือนผึ้งที่บินอย่างคล่องแคล่ว มีเหล็กไนที่ต่อยได้เจ็บปวด

F4 Wildcat นั้นเป็นเครื่องบินรุ่นเก่าที่อุ้ยอ้าย แต่แข็งแกร่งเหมือนช้าง

ในช่วงต้นสงคราม เมื่อเครื่อง Wildcat ถูกเครื่อง Zero ที่ปราดเปรียวจี้ท้าย
มันเป็นการยากที่จะสลัดพวกเค้าให้หลุดออกไป นักบินอเมริกาถุฏยิงตก
ในอัตราที่สูงมากจนน่ากลัว แต่แล้ววันหนึ่งในการยุทธิ์ที่ Midaway
พวกเค้าก็พบทางแก้ ที่ช้างอันแสนจะอุ้ยอ้ายจะเอาชนะผึ้งที่มีเหล็กไนอันแหลมคม



Create Date : 15 ตุลาคม 2553
Last Update : 15 ตุลาคม 2553 17:36:23 น.
Counter : 796 Pageviews.

3 comments
  
วันนี้ว่างมาก อ่านโน่นนี่ หมดเลยค่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 15 ตุลาคม 2553 เวลา:17:30:40 น.
  
แวะมาเยี่ยมเยียนในวันหยุดอันน่าเบื่อหน่าย
จะออกไปเดินเล่นที่ห้างก็เบื่อที่รถต้องออกไปติดบนถนน แม้ว่าจะเป็นวันหยุด
นั่งดูฝนพรำ กับนั่งเย็บผ้าไปตามเรื่องค่ะ


โดย: addsiripun วันที่: 17 ตุลาคม 2553 เวลา:10:50:52 น.
  
เขียนได้สนุกมากครับ
โดย: NATSKI13 วันที่: 28 ตุลาคม 2553 เวลา:13:34:36 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Nontree.BlogGang.com

ผู้ชายในสายลมหนาว
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 19 คน [?]

บทความทั้งหมด