นิทรรศการอารยธรรมวิวัฒน์ : ลพบุรี-ศรีรามเทพนคร
 


ในภาพยนตร์สุริโยไท จะได้ยินตัวละครในเรื่องกล่าวถึงชื่อเมืองว่า
อโยธยาศรีรามเทพนคร ในขณะที่ปัจจุบันเราเรียกว่า พระนครศรีอยุธยา
คำถามคือว่า สองคำนี้ต่างกันอย่างไร
 
คำว่า อโยธยานั้นเป็นการเรียกชื่อเมืองก่อนสงครามเสียกรุงครั้งที่ 1
หลังจากนั้นจึงเปลี่ยนมาเป็น อยุธยา ที่ความหมายนั้นยังคงเดิม เมืองที่ยากจะต่อรบด้วยได้
เป็นการเปลี่ยนเพื่อที่จะล้างอดีตการสูญเสียเอกราชให้แก่พระเจ้าบุเรงนอง
 
แต่ที่เรายังไม่ทราบคือ ในสมัยอยุธยาตอนต้นร่วมสมัยกับในภาพยนต์
เรียกเมืองนี้ว่า อโยธยาศรีรามเทพนคร จริงหรือไม่ หรือจะเรียกสั้นเพียงว่า
อโยธยา กันแน่ เราจะมาตามหาเรื่องนี้กันในนิทรรศการ ลพบุรี-ศรีรามเทพนคร
จัดขึ้นเมื่อวันที่ 12 เม.ย. ถึง 30 มิ.ย. 2564 ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร
 
คำว่า ศรีรามเทพนคร ปรากฏเพียงในจารึกสุโขทัย 2 หลัก เท่านั้น
คือหลักที่ 2 วัดศรีชุมและจารึกหลักที่ 11 วัดเขากบ จ. นครสวรรค์
แต่ทั้งสองหลักนั้นเขียนแตกต่างกัน ทำให้เกิดการตีความที่แตกต่างกัน
 


 
 

จารึกวัดเขากบ

โดยจารึกหลักที่ 2 ด้านที่ 1 บรรทัดที่ 57 กล่าวว่า
ฉลักประดิษฐานไว้ในศรีรามเทพนครเบื้องใต้เมืองสุโขทัย
จารึกวัดเขากบ ด้านที่ 2 บรรทัดที่ 21-23 กล่าวว่า
ส อโยธยาศรีรามเทพนครที่ศรพิรุณาสตรงบาดาลพระ
เด็จท่านก่อที่นั่น  ผสมแต่ก่อนพระเจดีย์พระศรีรัตนธาตุได้พัน
ร้อยห้าสิบเจ็ดรัตนกูดานครไทว่ากำพงคลอง

จะเห็นว่า จารึกหลักที่ 2 ของพระมหาเถรศรีศรัทธา กล่าวไว้เพียงว่า เมืองศรีรามเทพนคร
มีพระ.. ซึ่งคงจะเป็นพระบาทประดิษฐานไว้ที่เมืองนี้ เมืองที่อยู่ทางทิศใต้ของสุโขทัย
 ส่วนจารึกเขากบกล่าวถึงชื่อเมืองนี้ว่า อโยธยาศรีรามเทพนคร โดยเนื่องจากการเขียนสมัยสุโขทัย
เราไม่มีการเว้นวรรค คำถามสำคัญคือ อโยธยาศรีรามเทพนคร คือชื่อของ 1 หรือ 2 เมือง

แล้วหลักฐานอื่นในช่วงอยุธยาตอนต้นล่ะ กล่าวถึงชื่อเมืองอยุธยาไว้ว่าอย่างไร
ตัวอย่างคือ ลิลิตยวนพ่ายที่แต่งในสมัยพระบรมไตรโลกนารถ ใช้คำว่า ศรีอโยธยา
และจารึกพระธาตุศรีสองรัก ที่เป็นการทำสัตย์สาบานระหว่างพระไชยเชษฐา
กับพระมหาจักรพรรดิ ใช้คำว่า พระนครศรีอโยธยามหาดิลกภพนพรัตน์
 
เมื่อใช้หลักฐานนี้ อโยธยาและศรีรามเทพนครจึงเป็นคนละเมืองกัน แต่คงอยู่ใกล้ๆ กัน
แล้วเช่นนั้นเมืองนี้ตั้งอยู่ที่ไหน เพราะที่กล่าวชื่อเมืองไว้ปรากฏแต่ในจารึกสมัยสุโขทัยเท่านั้น

 จารึกวัดส่องคบ 1 เป็นจารึกสมัยอยุธยาพบที่เมืองชัยนาท กำหนดศักราช พ.ศ. 1951

ด้านที่ 1 บรรทัดที่ 6 กล่าวว่า 

แต่ ธ เจ้าเมืองกระทำกุศลมาแต่ครั้งกระโน้นในสุพรรณภูมิ ธ ให้ทานเมือง
ธ ให้กระทำกุฏีพิหารในศรีอโยธยา ด้านที่ 2 บรรทัดที่ 2-3 กล่าวว่า
ชีอ้ายผ้าขาวคนหนึ่งท่านให้บำเรอแต่พระศรีรัตนธาตุแห่งนครพระรามโสต



จารึกวัดส่องคบ 
 
แสดงว่ามีเมืองสำคัญ คือ สุพรรณภูมิ อโยธยา และนครพระรามที่มีเจดีย์ศรีมหาธาตุ
ในช่วงเวลานั้นทุกเมืองจะมีเจดีย์ที่เป็นมหาธาตุประจำเมือง แต่เมืองที่น่าจะมีเจดีย์ขนาดใหญ่ที่สุด
ก็ควรเป็น ละโว้ลพบุรีที่ได้อยู่ภายใต้อำนาจของเมืองพระนคร มาตั้งแต่สมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1
จนกระทั่งถึงสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และปรากฏชื่อเมืองหนึ่งที่เรายังไม่เคยได้ยิน เมืองพระราม

เมื่อเชื่อมโยงกลับไปที่จารึกวัดเขากบ เมืองศรีรามเทพนครที่คำขยายว่ามีศรพิรุณนาส
หรือศรแห่งพระราม นั้นก็ตรงกับตำนานเมืองลพบุรีที่กล่าวว่าหลังจากเสร็จศึกลงกา
พระรามได้ปูนบำเหน็จแก่หนุมาน โดยได้แผลงศรไปในอากาศแล้วหากตกลงที่ใด
ก็ให้หนุมานสร้างเมืองแล้วปกครองที่นั่น ศรนั้นมาตกในทะเลทำให้น้ำนั้นเหือดแห้ง

ดินสุกเป็นสีขาว หนุมานจึงแปลงกายให้ใหญ่ตัวแล้วให้หางกวาดดินไปกองเป็นภูเขา
เมืองลพบุรีจึงมีภูเขามาก และมีดินขาวที่ใช้ทำดินสอพองมาจนถึงปัจจุบัน
สัมพันธ์กับเอกสารพระไอยการตำแหน่งนาทหารหัวเมืองสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนารถ
กำหนดว่า ออกพระนครพระราม เป็นเจ้าเมืองลพบุรี นา 500 ขึ้นประแดงเสนาฏขวา

นครพระรามในจารึกวัดส่องคบจึงสามารถเชื่อมโยงกับศรีรามเทพนครในจารึกสมัยสุโขทัย
และสามารถเชื่อมโยงกับเมืองลพบุรีที่ตั้งชื่อตามพระลพ โอรสแห่งพระรามนั่นเอง 


และตามหลักการของการใช้คำว่าศรีที่แปลว่าดีนั้น เป็นคำที่ต้องใส่นำหน้า
ดังนั้นคำว่าศรีอโยธยา และศรีรามเทพนคร จึงต้องต้องเป็นชื่อเมืองคนละเมืองกัน
แต่การเรียกชื่ออโยธยาศรีรามเทพนครนั้นอาจจะเป็นการเรียกชื่อเมืองคู่ที่มีความสัมพันธ์กัน
เช่นเดียวกับการที่เรียกว่าเมืองสุโขทัยศรีสัชนาลัยซึ่งเป็นเมืองหลวงและเมืองลูกหลวง

ดังนั้น อโยธยาก็ควรมีความสัมพันธ์กับศรีรามเทพนครเช่นเดียวกัน
ซึ่งเมืองลูกหลวงของกรุงศรีอยุธยานั้น ก็คือเมืองลพบุรีนั่นเอง


 

จารึกวัดศรีชุม ที่ไม่ได้นำมาจัดแสดงในงาน  ขอนำภาพมาจาก internet 

ทั้งหมดนี้จึงเป็นที่มาของชื่อนิทรรศการครั้งนี้ว่า ลพบุรี-ศรีรามเทพนคร
ซึ่งนิทรรศการครั้งนี้ จัดแสดงสิ่งที่เกี่ยวข้องกัน เช่น จารึกต่างๆ ที่กล่าวถึงข้างต้น
สิ่งของในสมัยทวารวดี วัสดุสำริด เพราะว่าเมืองนี้ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งทองแดงที่สำคัญ
และสุดท้ายก็คือวัฒนธรรมเมืองพระนคร ที่แผ่เข้ามาในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1
 
โดยสิ่งที่เป็น highlight ของนิทรรศการนี้ ที่มีการจำลองชิ้นส่วนของเทวรูปประโคนชัย
จากเดิมที่ได้มาเป็นชิ้นส่วน มาสร้างส่วนประกอบอื่นๆ ด้วยอีพอกซี่จนได้แบบจำลอง
ของเทวรูปที่คาดว่า จะมีลักษณะดั้งเดิมออกมาให้เราเห็นได้ ทำให้สามารถจินตนาการถึงว่า
หากเราเป็นชาวบ้านที่เมืองโตนด ได้เดินเข้ามาบูชาเทวรูปนี้ในสมัยนั้น จะยิ่งใหญ่เพียงใด
 
แต่ถ้าคุณไม่ได้อ่านสิ่งที่ผมเขียนมาข้างต้นนี้ อาจจะงงๆ หน่อยว่า เค้าจัดแสดงเรื่องอะไร
ผมว่าการเล่าเรื่องในนิทรรศการครั้งนี้ไม่ผ่าน เพราะเนื้อเรื่องอาจจะกว้างเกินไป
กลายเป็นเหมือนเอาสิ่งของมาวางๆ ตามช่วงเวลาสมัย แต่ไม่รู้ว่าเกี่ยวข้องอย่างไรกับหัวข้อ
 
แตกต่างจากนิทรรศการก่อนหน้านี้ที่มีธีมชัดเจน มีการยืมสิ่งของจัดแสดงมาจาก
พิพิธภัณฑ์สถานแห่งอื่นมาประกอบ เพื่อให้เรื่องราวนั้นสมบูรณ์ตามที่ควรจะเป็น
ครั้งนี้อาจจะอยู่ในช่วงการระบาดโรคโควิดด้วยมั้ง ก็เลยดูเหมือนทำให้มันมีได้แค่นี้



Create Date : 03 กันยายน 2564
Last Update : 9 กันยายน 2564 10:06:51 น.
Counter : 370 Pageviews.

3 comments
(โหวต blog นี้) 
ถนนสายนี้ ... มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 289 "ทดลอง" ทนายอ้วน
(7 พ.ย. 2564 12:30:46 น.)
ประจักษ์เป็ดย่าง & โจ๊กปรินซ์ & ครัวพรละมัย peaceplay
(6 พ.ย. 2564 07:14:58 น.)
ยี่สิบสองวันในสหรัฐหลังโควิด โดย ธนา เธียรอัจฉริยะ newyorknurse
(9 พ.ย. 2564 04:59:41 น.)
กุหลาบ 2 กิ่งฟ้า
(1 พ.ย. 2564 12:52:37 น.)

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณหอมกร, คุณtuk-tuk@korat, คุณทนายอ้วน, คุณhaiku, คุณKavanich96, คุณนายแว่นขยันเที่ยว

  
แวะมาลงชื่อจ้าพ่อคนโบราณ

โดย: หอมกร วันที่: 3 กันยายน 2564 เวลา:15:55:24 น.
  
หลายเมืองที่เป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่ในอดีต
จึงควรต้องมีพันธมิตรเป็นเมืองเอก เมืองรองในบริเวณเดียวกัน
มีความรุ่งเรืองไปตามกันไป ถ้อยทีถ้อยอาศัยไป ของชุมชนเมือง
เนาะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 3 กันยายน 2564 เวลา:16:07:42 น.
  
อยากไปชมนิทรรศการมากๆครับ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 3 กันยายน 2564 เวลา:17:47:10 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Nontree.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#17



ผู้ชายในสายลมหนาว
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]

บทความทั้งหมด