Air SurOundinG mE liKe mY besT frIendS !
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
1 มีนาคม 2553
 
All Blogs
 
เมนูอาหาร (món ăn) เวียตนาม ที่บ้านนาจอก

หลังจากที่ผมได้เล่าที่มาที่ไปของหมู่บ้านนาจอก
หมู่บ้านชาวไทยเชื้อสายเวียตนามเก่าแก่ของจ.นครพนมมา 2 ตอนแล้ว
ตอนที่ 3 นี้ก็จะเขียนถึงอาหารการกินของคนที่นี่
คงนำภาพมาให้ชมแล้วบรรยายพอสังเขปนะครับ
แต่ละภาพที่นำมามาฝากกันส่วนใหญ่เป็นอาหารพื้นบ้านจริง ๆ
ที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งให้มีราคาทางการตลาดและปรับรสชาติอย่างที่
หลาย ๆท่านอาจเคยรู้จักคุ้นเคยกับอาหารเวียตนามขึ้นห้างเบรนต่าง ๆ

ชาวบ้านนาจอกจะมีอาหารการกินที่ผสมผสานระหว่างอีสาน
กับอาหารเวียตนาม แต่โดยปกติจะหนักไปทางอาหารอีสานซะมากกว่า
เกือบทุกบ้านจะต้องมีปลาร้าไว้ปรุงอาหารกันทั้งนั้น
อาจเพราะที่นี่อยู่ริมฝั่งหนองญาติที่ที่อุดมไปด้วยสัตว์น้ำ
ปลาร้าจึงเป็นผลผลิตหนึ่งของความอุดมนั้น


สำรับอีสานที่บ้านผมครับ



ส่วนอาหารเวียตนามเต็มรูปแบบมักจะมีให้ทานกันบ้างผสมปนกันไป
แต่ถ้าต้องการแบบ เต็มรูปก็มักจะต้องรอช่วงทำบุญ หรือตรุษจีน
หรือมีงานที่สำคัญ


สำรับอาหารเวียตนามที่บ้านนาจอกครับ



ที่นี่จะนำชมทีละจานตามที่ถ่ายภาพมาได้ล่ะกัน
จานแรกชื่อ หญ่าเก่ย



ชื่อ หญ่าเก่ย ไม่รู้จะแปลเป็นไทยว่าอะไร
วิธีทำยากเย็นแสนเข็ญต้องนำขาหมูไปเผาให้หอมก่อนค่อยเริ่มทำได้
เครื่องเครานั้นเล่า มากมายมหาศาล มากกว่าสิบอย่าง
แต่หัวใจสำคัญต้องมี แหม๋ (คล้ายข้าวหมาก) มันจะทำให้มีรสเปรี้ยวอ่อน
เวลาจะทำทีพ่อกับแม่ต้องช่วยกันหลาย ๆ ชม. ซึ่งก็นับว่า
เป็นการเชื่อมความสามัคคีกันดี
เมนูนี้มักทำเวลามีงานไหว้บรรพบุรุษ หรือโอกาสสำคัญเท่านั้น
ไอ้ที่อยู่ดี ๆ นึกอยากทานในบ้านแล้วทำกินกันเป็นไม่มี

จานที่ 2 ยำวุ้นเส้นแบบเวียตนาม



คือไม่เผ็ดจัดจ้าน แต่จะกลมกลอม หวานเปรี้ยว เค็ม เผ็ด แบบพอดี
เท่าที่จำไดใส่พริกเผา ผักบุ้งสดผ่าซีก กุ้งแห้ง หมูยอ พริกซอย
กระเทียมดอง หมูลวนแล้วก็ มีถั่วลิสง ประมาณนี้
ถ้าได้ไปเที่ยวนาจอกหาทานให้ได้นะครับ

จานที่ 3 จ๋าเตริ๋ง = ไข่เจียวหมูสับวุ้นเส้น)



จานนี้ง่ายมากผมก็ทำได้ มีหมูสับเยอะๆ วุ้นเส้นแช่แล้วตัด
ตอกไข่ไก่เข้าไปปรุงรสให้หนักพริกไทย
ใส่น้ำปลา ซอสภูเขา เอานิ้วจิ้มชิมรสดู แล้วไปทอดหรือเจียวเป็นแผ่นหนา
และให้แห้งกรอบ เวลากัดโดนวุ้นเส้นกรอบ ๆ
โอ้ย ...ยังกะได้กินอาหารทิพย์ เชียวนะไปลองทำดูกัน...
เวลาเสริฟ เค้าก็จะใช้มีกรีดให้เป็นชิ้น ๆ สำหรับใช้ตะเกียบคีบทาน

จานที่ 4 แหนมหมูใบมะยม



ถ้าคุณได้ชิมแล้วจะลืมแหนมดอนมงดอนเมืองไปเลย รับรอง !
ร้อยละร้อยของเพื่อนที่ได้ชิมมักจะอุทานเช่นนี้
แต่ต้องทานดิบ ๆ นะ อร่อยที่ซูดดเลยล่ะ
แต่ในรูปนี้ผมเวฟมันนิดหน่อยเพราะแม่ไม่ชอบให้ทานดิบ ๆ
จานนี้อย่าไปรู้วิธีทำมันเลย สูตรเค้าเป็นความลับ แนะนำให้ซื้อดีกว่า
ที่บ้านนาจอกก็มีเจ้าหนึ่งที่เค้าทำหมูยอ และแหนม คล้าย ๆ แบบนี้แระครับ

จานที่ 5 โย่ย (gioi) เป็นไส้กรอกเลือดหมู กับพวกเครื่องในหมู



อีกภาพครับ



ถ้าทำถูกวิธีมืออาชีพไม่คาวเลย แต่จะอร่อยและหอม เพราะ
มีการใส่ใบผักแพรว และใบอะไรอีกไม่รู้เวลาต้ม
จานนี้ขาดไม่ได้เวลามีการไหว้บรรพบุรุษ หรือทำบุญ
ถือว่าเป็นของที่ต้องมีอยู่คู่สำรับแบบโบราณเวลาไหว้หรือทำบุญ

และต้องจิ้มกับน้ำจิ้ม ที่เรียกว่า เนือกหมำต๋อย (น้ำปลาพริก กระเทียม)
ต้องปรุงให้ข้นมีรสเปรี้ยวมะนาว และเค็มน้ำปลา เผ็ดร้อนกระเทียม



จานที่ 6 ถิดไกว๋ = หมูหันเวียตนาม



มันก็คล้าย ๆกับหมูหันทั่วไปแต่หนังจะแดงกรอบ ภาพที่โชว์นี้ไม่ค่อยสวย
หมูหันเป็นเมนูมาตรฐานสำหรับการจัดสำหรับแบบเวียตนาม เลยละคับ
เวลาทานก็ มักทานคู่กับผักสด ตัดเลี่ยน ถิดไกว๋ อยู่จานริม ๆรูป โน่นครับ



จานที่ 7 เรียกว่า gio mon (เยื๋อ ม๋อน ) = หัวไชเท้าดองหวาน



ถ้าเกาหลีมีกิมจิ เวียตนามก็มี เยื๋อม๋อน นี่แระคลับที่มีศักดิ์ศรีเทียบเคียงกัน
เท่าที่เคยเห็นยายทำตอนเด็ก ๆจะใช้หัวไชเท้าหั่นเป็นชิ้นตากแดด
ให้มันเหี่ยว ๆ แล้วนำไปดอง กับพริก แครอท กระเทียม หอมแดง
การดองจะใช้น้ำเชื่อมเคี่ยวให้เริ่มเหนี่ยวผสมลงไปด้วย
ถ้าเก็บไปนานจะเปรี้ยวมากกว่าหวาน
แต่ถ้าทานตอนใหม่ ๆ จะหวานมากกว่าเปรี้ยว

จานที่ 8 เป็นจานเดียวกันมั้งนะ ขนมจีนแบบเวียตนาม เรียกว่า บุ๋น ครับ



น้ำยาแบบเวียตนามที่บ้านนาจอกนี้จะไม่ข้นเลย แต่วิธีทำนั้น
คิดว่าน่าจะคล้ายกับน้ำยาทั่วไป แต่รสจะไม่จัดจ้านนะครับ
ทานกับผักเยอะ ๆ อร่อยดีครับ
คนที่นี่จะจัดขนมจีนแบบนี้แระ คิดว่าต่างกับทั่วไปตรงผักอ่ะคับ
โดยจะมีใบสาระแหน่ เป็นพระเอกที่ไว้ทานคู่กันขาดไม่ได้เลยล่ะ

จานที่ 9 ก๋วยจั๊บญวน หรือ จ๋าวแกง



จานนี้เห็นจะไม่ต้องแนะนำมากเพราะติดตลาดทั่วประเทศ
น้อยคนที่จะไม่เคยทาน
แต่ถ้าสูตรของทีนี่ น้ำซุปหมูต้องใส ใช้เส้นสด (มีเส้นอบแห้งด้วย)
มีหมูยอซอยบาง ๆ ไม่ใส่หอมเจียว แต่ใส่กระเทียมเจียวแห้ง ๆ
ใส่ผักชีฝรั่งหรือผักขื้นฉ่าย โรยพริกไทย หอม ๆ ไม่ต้องปรุงมาก
แค่มะนาว แล้วก็น้ำปลา พริก ก็พอ
แต่ที่เคยเห็นที่กรุงเทพฯ มีใส่น้ำส้ม น้ำตาล ปรุงแบบก๋วยเตี๋ยว ใส่หอมเจียว
ไม่แน่ใจอาจเป็นสูตรของที่อื่น
แต่ผมว่าไอ้เครื่องปรุงที่ว่ามันมากลบทำให้เข้าไม่ถึงรสชาติ original
แท้ ๆ ของน้ำซุป และความเหนียวข้นที่มันมาจากเส้น
ที่เป็นแบบฉบับของ อาหารจานนี้

จานที่ 10 เตี๊ยด แก่ง = เลือดแปลง



เห็นสีแดงสดน่าสยดสยองยิ่งนัก ไม่ต้องกลัวเป็นเลือดหมูผสมกับน้ำอุ่น
หรีอไงนี่นะ แล้วราดไปบนถ้วยที่มีหมูลวนแห้ง ๆ กับเครื่องในหมูสุก
มีถั่วลิสงด้วย แล้วก็มีตับไตไส้พุงอะไรอีกนิดหน่อยโรยหน้า
เพิ่มความสยดสยองเอ้ยย.. น่ากินสินะ
เลือดที่ราดไปมันจะคล้าย ๆ วุ้น
เมนูนี่ไม่เคยเห็นที่ไหนนอกจากที่นครพนม
จะมีให้ทานกันเมื่อมีงานสำคัญจริง ๆ เช่น งานแต่งที่ต้องล้มหมูกันเท่านั้น
แต่ถ้าอยากกินนอกเทศกาล ตามร้านเฝอเวียตนามบางร้าน
ก็มีไว้บริการ เคยเห็นผู้หญิงบางคนนั่งกิน ดูยังไงชอบกล 555
ผู้หญิงอะร้ายย กินเลือดแปลงซะฟันแดง เล้ยยน่ากลัว น่ากลัว
ไอ้เมนูนี้ก็ทานกับผักสด ๆ พื้นบ้าน กลิ่นฉุนสารพัดอีกนั่นแระ...

จานที่ 11 ข้าวต้มมัดไต้ = แบ๋งไต
หน้าตาก่อนลอกใบตองแบบนี้ครับ



เป็นขนมสำคัญที่คู่กับชุมชนเวียตนามทุกแห่ง จะห่อกัน
เมื่อมีงานหรือเทศกาลสำคัญเท่านั้น เพราะต้องใช้แรงงานคน
และการต้มที่ใช้เวลานานมาก และต้องต้มจากฟืนเท่านั้นจึงอร่อย
เคยเห็นตอนเด็ก ๆ เค้าขุดหลุมข้างหนึ่งแล้วทำเป็นเตาไฟใต้ดินสุม
ฟืน เพื่อไม่ให้โดนลม ขนมจะสุกสม่ำเสมอ
อันนี้แระคับบางบ้านอ่ะ ต้มไหม้ ต้มดิบ เป็นที่หยามเหยียดค่อนแคะ
ของสตรีเชื้อสายเวียตนามทีเดียว
แต่ปัจุจุบัน ก็เหลือแต่รุ่นป้า รุ่นอาบางคนที่ยังรักษาสูตรไว้ได้
ส่วนบางบ้านเช่นบ้านผมหมดคนทำไปตั้งแต่ยายเสียเมื่อ 6 ปีก่อนแล้ว
ที่เห็นนี้เป็นฝีมืออาเค้าล่ะ
เวลาแกะไม่ต้องใช้มีดแต่จะใช้ตอกที่มัดกัดไว้กับฟันข้างหนึ่ง
อีกข้างหนึ่งจับเส้นตอกนั้นมาขดเป็นวนรอบท่อนขนม
คือใช้ตอกหมุนบิดให้เนื้อขนมขาดเป็นท่อน ๆ จะไม่เปื้อนมือ
ลูกหลานเวียตนามแท้ ๆทำเป็นทุกคน อย่างน้อยก็ต้องเคยเห็น



ชั้นนอกเป็นข้าวเหนียว ชั้นต่อมาเป็นถั่วเขียวลอกเปลือกบด
ชั้นในสุดเป็นหมูสามชั้นเป็นไส้ในสุด
อันนี้เก็บไปได้นานมากเป็นเดือน
และถ้ามันแห้งเก่าเก็บมากก็นำมาทอดกรอบเหลือง ๆ
ทานได้อร่อยเหาะเลย ว่าไปผมไม่ได้ทานแบบทอดนี้
มาสี่ห้าปีได้แล้ว เห่อ เห่อ

แถมอีกสักอย่างก่อนจบบล๊อก เป็นเมนูข้าวจี่ชุบไข่ (อีสานนะคร้าบบ)



หอมไข่ไก่ แล้วเวลาทานจะเค็มปะแล่ม ๆ ของเกลือ ทานเพลิน ๆ
หมดไปสองสามชิ้นไม่รู้ตัว

การรับประทานอาหารเวียตนามหรืออีสานของคนที่นี่มักจะทานกับผัก
จานโต ๆ ผักกลิ่นฉุนที่อุดมด้วยแคลเซียมออกซาเลต ล้วนเป็นผักพื้นบ้าน
ที่เป็นที่นิยมรับประทานของคนที่บ้านนาจอก



ภาพสุดท้ายที่นำมาฝากเป็นแผงขายอาหารเวียตนามเมนูที่ทุกท่านคุ้นเคยที่ตลาดสดจังหวัดนครพนม
สังเกตนะครับของแท้จะชิ้นใหญ่ ๆ ทานได้เต็มปากเต็มคำ
ไม่มีแบบชิ้นเล็ก ๆ จุ๋มจิ๋ม ๆ แบบที่เห็นกันตามร้านอาหารใหญ่ขึ้นห้าง



เคล็บไม่ลับ : ถ้าจะทานอาหารเวียตนามให้ถึงรสชาติและได้บรรยากาศ
จะขาดสองอย่างนี้ไม่ได้นั่นคือ
1.ผักจานโต ๆ ที่ประกอบไปด้วยผักพื้นบ้าน กลิ่นฉุน สารพัดสารพัน
2.ต้องคีบอาหารทานด้วยตะเกียบนะคร้าฟฟฟ

บล๊อกต่อไปติดตามเรื่องศาลเจ้าเวียตนามนะครับผม


""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""'








Create Date : 01 มีนาคม 2553
Last Update : 2 มีนาคม 2553 14:40:53 น. 25 comments
Counter : 8911 Pageviews.

 
เคยทานแบ๋งไต มาจากสุรินทร์ ค่ะ

รูปสุดท้าย ...สุดยอด


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 1 มีนาคม 2553 เวลา:16:00:02 น.  

 
น่ากินค่า คุณเพื่อน
ชื่อเรียกยากดี มีวรรณยุกต์แปลก ๆ ทุกตัวเรย
ลองอ่านแล้วแอบออกเสียง เบา ๆ ดู
ต้องนั่งยิ้มกะตัวเองเรยยย สงสัยต้องไปเรียนภาษาไทยใหม่นะเนี่ย หึหึหึหึ


โดย: nut IP: 117.47.68.213 วันที่: 1 มีนาคม 2553 เวลา:16:52:16 น.  

 
เห็นแล้วอยากทานมากเลยค่ะไม่ได้ทานมาหลายปีแล้ว เป้นคนนครพนมเหมือนกันค่ะมาอยู่ญี่ปุ่นหลายปีแล้ว พอได้เข้ามาเห็นก้ออด คิดถึงบ้านไม่ได้ มาอัพเรื่อยๆนะคะอยากอ่านค่ะ คิดถึงบ้าน


โดย: มี่มี๋ IP: 111.99.38.227 วันที่: 1 มีนาคม 2553 เวลา:17:05:30 น.  

 
คุณมี่มี๋ ครับ ยินดีที่ได้เจอคนนครพนมเหมือนกัน
แม้ว่าจะเป็นการเจอทางเน็ตก็ตาม

จะเขียนเรื่อย ๆ ครับอีกสักสิบตอน สำหรับบล๊อกนี้

ช่วงนี้ลองกดไปอ่านสามตอนก่อนหน้าได้นะครับ
อีกสักพักจะเขียนตอนใหม่ครับ


โดย: peeradol33189 วันที่: 1 มีนาคม 2553 เวลา:17:27:15 น.  

 
แถวตากใกล้เมืองหลวงของพม่ามากกว่ากรุงเทพอีกนะคะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 1 มีนาคม 2553 เวลา:20:33:43 น.  

 
เมนูแต่ละอย่างไม่คุ้นทั้งชื่อและหน้าตาเลยค่ะพี่พีร์


โดย: มัยดีนาห์ วันที่: 1 มีนาคม 2553 เวลา:21:37:21 น.  

 
น่ากิน


โดย: Bluejade วันที่: 2 มีนาคม 2553 เวลา:0:15:59 น.  

 
อัพไวจัง

แวะมาทักทายก่อน ยังไม่ค่อยว่างเลย กลับมาแล้วค่ะ

ไว้ว่าง ๆ ค่อยอ่านนะคะ


โดย: รัชชี่ (รัชชี่ ) วันที่: 2 มีนาคม 2553 เวลา:19:52:09 น.  

 
ไข่เจียว แหนมใบมะยม แล้วก็ข้าวต้ม สามอย่างนี้อยากกิ๊นอยากิน ไข่เจียวนี่ดูท่าไม่ยาก ทำได้เองแหง ๆ แต่สองอย่างหลัง มีเวลาและสตังค์ ก็ส่งมาให้อ้ายกินหน่อยเด้อน้องพีร์ แหนมใบมะยมพี่เห็นในหนังสือทำอาหารที่พี่หอบหิ้วมาจากเมืองไทยแหมบ ๆ ยังคิดอยู่เลยว่าน่ากินมาเจอที่บล็อกนี้อีก แหม ทำไมมันทรมานใจอย่างนี้

ชื่ออาหารแต่ละอย่างแบบว่า พวกไส้พวกเลือดไรงี้ น่ากลั๊วน่ากลัว เห็นแล้วแบบว่า แต่ไม่แน่ถ้ามีโอกาสได้กินอาจจะติดใจก็ได้นะเนี่ย

ขนมจีนน่ากินอะ วันนี้พี่ยังคุยกะเพื่อนคนไทยอยู่เลยว่าอยากกิน เมื่อวันก่อนซื้อเส้นมาละ แต่น้ำยาจะได้ทำเมื่อไรค่อยว่ากันอีกที

ก๋วยจั๊บญวนไม่เคยกินสะที มีโอกาสเมื่อไร ต้องขอลองกินสักหน่อย จริง ๆ ต้องบอกว่าไม่น่ามาเห็นที่นี่เลย ทำให้ความอยากกินก๋วยจั๊บมันเกิดขึ้นทันทีทันใดเลยนะเนี่ย ทำไมนะทำไม ตอนอยู่เมืองไทยก็ไม่เคยนึกอยากกิน ตอนนี้มาอยากกินสะงั้น จะกิน ๆ

ข้าวจี่ กิ๊บเก๋นะจ๊ะ มีการทำเป็นรูปหัวใจสะด้วย แถมรูปสุดท้ายสารพัดอาหารเห็นแล้วทำให้ความอยากอาหารมันพลุ่งพล่าน อยากกินนนนน กลับไปเมืองไทยเมื่อเดือนก่อน พี่ไปกินอาหารเวียดนามมาตั้งสองครั้ง แหนมเนือง แหล่มมาก ๆ ทำไงจะได้กินละเนี่ย ที่ปักกิ่งก็มีนะอาหารเวียดนาม แต่ไม่ยักกะเห็นว่ามีแหนมเนืองเลยอะ แต่ก๋วยเตี๋ยวชามใหญ่มากกกกกกกกกกกกก


โดย: พล (aoigata ) วันที่: 2 มีนาคม 2553 เวลา:23:06:37 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่









โดย: กะว่าก๋า วันที่: 3 มีนาคม 2553 เวลา:7:28:40 น.  

 
เพิ่งทราบว่าพี่พีร์ดูดวงได้ด้วย

ยังไงถ้ามีโอกาสก็ทักทายกันด้วยนะครับพี่ อิอิิอิ
อยากเจอ อยากทักทายเพื่อนบล้อกทุกคนเลยครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 3 มีนาคม 2553 เวลา:11:55:02 น.  

 
อยากกินยำวุ้นเส้น ไข่เจียววุ้นเส้น ก๋วยจั๊บญวน

เพิ่งรู้ว่าของแท้เขาต้อง size ใหญ่

ถามหน่อย ทำไมอาหารเวียดนามส่วนใหญ่เขาต้องใส่
หมูยอคะ


โดย: รัชชี่ (รัชชี่ ) วันที่: 3 มีนาคม 2553 เวลา:12:27:29 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่


อยากลองทุกอย่าง
ยกเว้นโย่ยครับ 5555









โดย: กะว่าก๋า วันที่: 6 มีนาคม 2553 เวลา:7:30:11 น.  

 
มาชวนไปเที่ยวฮ่องกงตอนแรกค่ะ

วันหยุดนี้ไปเที่ยวไหนหรือเปล่าคะ


โดย: รัชชี (รัชชี่ ) วันที่: 6 มีนาคม 2553 เวลา:17:53:57 น.  

 
ไม่ได้ไปงานแนะนำ "หมื่นตา" ค่ะ เพราะไม่ได้อยู่บ้านเลยช่วงวันหยุด 2 เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา เลยมีคิวทำนู่นทำนี่ค่ะ



โดย: รัชชี่ (รัชชี่ ) วันที่: 8 มีนาคม 2553 เวลา:19:11:40 น.  

 
ต้องยอมรับว่าเขาวางระบบคมนาคมไว้ดีมากค่ะ รถไฟใต้ดินเขาไปได้ทุกมุมเมือง แต่เมืองไทยมันสั้นน่ะ ใครจะไปต่ออีกฟากหนึ่งของกรุงเทพ ก็ไปไม่ได้

จริง ๆ ราคารถยนต์ที่นั่นถูกกว่าไทยเยอะมาก ๆ ค่ะ แต่ว่าค่าเลี้ยงดูแพง ค่าเลี้ยงดูคือ คุณซื้อรถมา คุณต้องจ่ายค่าที่จอดรถแถวที่พัก (95% ของชาวฮ่องกงอยู่ตึกสูง ๆ ค่ะ) คนที่จะมีบ้านแบบมีเนื้อที่ต้องรวยมาก ๆ ดังนั้นต้องจ่ายค่าจอดรถทั้งแถวที่พัก + อัตราค่าที่จอดของสถานที่อื่น ๆ ที่เราจะเอารถไป ก็แพงมากอีก ดังนั้นจึงไม่คุ้มที่จะมีรถ อีกอย่างระบบคมนาคมเขาดี จึงไม่ต้องพึ่งพารถเลย

แล้วก็เขาวางระบบดีที่ทำให้ซื้อบัตร 1 ใบใช้ได้กับหลายอย่าง มองด้วยพวกเรา พกสารพัดบัตรเลยนะคะ เพื่อให้ได้ส่วนลดของที่ต่าง ๆ จนกระเป๋าตุง ปัจจุบันรัชชี่มักไม่พกบัตรพวกนี้ ยกเว้นถ้าวางแผนว่า เช่น เย็นนี้แวะเซ็นทรัลนะ ก็จะพก The one card แต่หลักใหญ่ที่ต้องพกแน่ ๆ คือบัตรลดซีเอ็ดค่ะ เพราะมักเข้าโดยไม่ได้นัดหมาย
(ช่วงนี้ได้อ่านหนังสืออะไรหรือเปล่าคะ???)

ปกติเวลาไปเที่ยว จะซื้อทัวร์เต็มรูปแบบค่ะ สรุปเราไม่ต้องคิดอะไรมาก จะพาไปไหนก็ไป แต่แอบหงุดหงิดบางสถานที่เราอยากอยู่นาน ๆ ไม่ได้ บางสถานที่ไม่อยากอยู่นาน แต่ต้องอยู่นาน

ส่วนฮ่องกง เป็นซื้อแพ็คเกจอย่างย่อ คือ ตั๋วเครื่องบิน โรงแรม + อำนวยความสะดวกรถจากสนามบินไปโรงแรม และขากลับ มีพาไปกินติ่มซำ 1 มื้อ พาซิตี้ทัวร์ 1 วัน รวมค่าพาหนะให้

มี 1 วันที่เขาจะถามว่า จะอิสระไปไหนมาไหนเอง หรือจะซื้อแพ็คเกจ ไปโอเชี่ยนปาร์ค ดิสนีย์แลนด์ หรือ มาเก๊า ก็เลยเลือกมาเก๊า จ่ายเพิ่ม 2,900 บาท จริง ๆ ถ้าจะไปจัดการเองที่นู่นก็ได้ แต่ต้องไปเข้าแถวซื้อตั๋วเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากเอง เบ็ดเสร็จไปกลับประมาณ 1,000 กว่าบาท ก็ถือว่าให้กำไรส่วนที่เหลือให้เขาแล้วกัน มีรวมอาหารกลางวัน 1 มื้อ แล้วก็รถพาไปไหนต่อไหน (ซึ่งคงสะดวกกว่าไปหาเอง)

ส่วนที่เหลือก็อิสระ จะไปไหนก็ไป อาหารการกินก็ไปมองหน้าร้าน ร้านไหนมีรุปภาพแปะไว้ด้วยก็ดี

สรุปว่าซื้อเป็นแพ็จเกจแบบนี้ บางทีถูกว่าไปหาจองโรงแรมเองค่ะ เพราะว่าพวกเอเจนซี่จะได้ราคาดีกว่าที่เราไปจองเอง

ตอนนี้ชักติดใจรูปแบบเที่ยวแบบนี้ค่ะ คือ เที่ยวอิสระ มุมไหนชอบก็อยู่นานหน่อย

ส่วนกล้องใช้ Canon G10 ค่ะ ซื้อมาประมาณ 1 ปี เคยอัพบล็อกไว้ที่นี่ค่ะ
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=rngja&month=15-02-2009&group=15&gblog=9


โดย: รัชชี่ (รัชชี่ ) วันที่: 9 มีนาคม 2553 เวลา:12:50:37 น.  

 
อาหารเริ่มมีกลิ่นตุ๊ ๆ แล้วเน้อ เปลี่ยนสำรับได้แล้วเน้อ


โดย: พล (aoigata ) วันที่: 9 มีนาคม 2553 เวลา:22:08:19 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณพีร์


ช่วงนี้ป้ากุ๊กไม่ค่อยได้เข้าบล็อกเลย
งานประจำ…แจ๋ว ดึงเวลาป้าไปหมดค่ะ
อย่างเก่งก็แค่แว๊บเข้ามาอ่าน….แล้วก็แว๊บหายไป
แต่แม้จะไม่ได้ฝากคำไว้ก็ยังระลึกถึงเสมอค่ะ


อาหารเวียตนามรู้จักแต่แหนมเนืองค่ะ….ชอบทานด้วย
ไม่ต้องไปหาไกลเพราะมีร้านใกล้บ้าน ชื่อร้าน …ญีญวน ค่ะ
ส่วนจานอื่นๆ …..ไข่เจียวหมูสับวุ้นเส้นน่าจะเวิร์ค




โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 12 มีนาคม 2553 เวลา:21:55:41 น.  

 
กำลัง enjoy reading ใช่มั้ย

ที่คุณพีร์พูด เพื่อนเคยซื้อ "สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม" ให้ 2 เล่มตอนวันเกิดค่ะ

เห็นเขาว่างานสัปดาห์หนังสือใกล้มีอีกแล้วนะคะ ปลายเดือนนี้ที่เดิม แต่ถ้าอะไร ๆ ยังวุ่น ๆ อยู่ แล้วไม่รู้จะยังไงเนาะ

ที่แน่ ๆ ช่วงนี้สัปดาห์ไทยเที่ยวไทย เปิดตัว eco car รถ
นิสสัน งาน Nikon day งาน DTAC เปิดตัวจับคู่ iPhone มีเสาร์อาทิตย์พอดีเลย ไม่รู้เป็นไงกันมั่ง

งานสัปดาห์หนังสืองวดนี้คงไม่ไปค่ะ เพราะไม่ได้มีลิสต์รายการที่อยากได้มาก อาศัยว่าช่วงไหนอยากได้เล่มนั้น หรือเจอเล่มไหนน่าสนใจ ก็ซื้อทีละเล่ม

แต่จะว่าไปก็ไม่แน่ เผลอ ๆ อาจไปเดินเที่ยวก็ได้



โดย: รัชชี (รัชชี่ ) วันที่: 13 มีนาคม 2553 เวลา:15:11:52 น.  

 
กำลัง enjoy reading ใช่มั้ย

ที่คุณพีร์พูด เพื่อนเคยซื้อ "สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม" ให้ 2 เล่มตอนวันเกิดค่ะ

เห็นเขาว่างานสัปดาห์หนังสือใกล้มีอีกแล้วนะคะ ปลายเดือนนี้ที่เดิม แต่ถ้าอะไร ๆ ยังวุ่น ๆ อยู่ แล้วไม่รู้จะยังไงเนาะ

ที่แน่ ๆ ช่วงนี้สัปดาห์ไทยเที่ยวไทย เปิดตัว eco car รถ
นิสสัน งาน Nikon day งาน DTAC เปิดตัวจับคู่ iPhone มีเสาร์อาทิตย์พอดีเลย ไม่รู้เป็นไงกันมั่ง

งานสัปดาห์หนังสืองวดนี้คงไม่ไปค่ะ เพราะไม่ได้มีลิสต์รายการที่อยากได้มาก อาศัยว่าช่วงไหนอยากได้เล่มนั้น หรือเจอเล่มไหนน่าสนใจ ก็ซื้อทีละเล่ม

แต่จะว่าไปก็ไม่แน่ เผลอ ๆ อาจไปเดินเที่ยวก็ได้



โดย: รัชชี (รัชชี่ ) วันที่: 13 มีนาคม 2553 เวลา:15:11:54 น.  

 
วันหยุดไม่ได่หยุด
แต่ร้านสวยมาก


โดย: สมชาย IP: 125.27.202.178 วันที่: 14 กันยายน 2553 เวลา:18:27:11 น.  

 
อย่าลืมสิครับ

ว่าแหล่งของคนเวียดนามของไทย

อีกที่นึงคือ หนองคาย ท่าบ่อ

บางทีอาจมากกว่านครพนมก็ได้


อยู่ท่าบ่อมีครับ

เตี๊ยดแกง

แล้วรู้จักมั้ย

แบ๋งจึง(บ้านผมออกว่าบั๋นจึง)

ข้าวต้มสี่เหลี่ยมของเวียดนามน่ะครับ

ผมคนเวียดนามที่ท่าบ่อ หนองคาย

มีทั้งหย่าเก่ย(ส่าเก่ย)

แกงเซียวก๋า

แบ๋งก๋วน

แล้วลืมไปความจริงเหลนของผู้ตายในงานศพต้องสวมผ้าสี

เหลืองไม่ใช่แดง

แดงคือโหลน





โดย: บอส IP: 192.168.1.106, 124.121.183.113 วันที่: 6 ตุลาคม 2553 เวลา:19:08:39 น.  

 
แหนมใบมะยมยังมีอยู่หรอนึกว่าเขาไม่ทำกันแล้วนะเพราะหอ่มันเล็กๆ


โดย: kesorn.harrison IP: 86.22.23.158 วันที่: 24 ธันวาคม 2553 เวลา:1:17:05 น.  

 
ดีใจจัง เพราะเป็นคนนครพนม ญาเก่ย ถ้าเป็นภาษาไทยน่าจะเรียกว่า ขาหมูต้มเค็มญวนได้นะคะ และอยากได้ตำราต้มเค็มปลาที่เค้าใส่ขมิ้นด้วยหรือที่เรียกว่า หยาขอ เพราะเคยกินในสมัยที่แม่ยังมีชีวิตอยู่


โดย: วัชรี IP: 115.87.38.135 วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:21:26:16 น.  

 
สุดยอดครับ



โดย: วีระศีกดิ์ บัวโคกรัง IP: 223.205.100.106 วันที่: 31 พฤษภาคม 2558 เวลา:15:10:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
peeradol33189
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




Air SurOundinG mE liKe mY besT frIendS !
แจกฟรีแบ๊คกราว
Friends' blogs
[Add peeradol33189's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.