*คำสอนท่านพุทธทาสภิกขุ *โลกกลมๆ ใบนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ ของฟรีไม่เคยมี ของดีไม่เคยถูก *อยู่ให้ไว้ใจ ไปให้คิดถึง *คนเราต้องเดินหน้า เวลายังเดินหน้าเลย *ไม่ต้องสนใจว่าแมวจะสีขาวหรือดำ ขอให้จับหนูได้ก็พอ *ยิ่งมีใจศรัทธา ยิ่งต้องมีสายตาที่เยือกเย็น *ในโลกกลมๆ ใบนี้ ไม่มีคำว่า แน่นอน *คนเราเมื่อ ตัวตาย ก็ต้องลงดิน ท้อแท้ได้ แต่อย่าท้อถอย อิจฉาได้ แต่อย่าริษยา พักได้ แต่อย่าหยุด *เหตุผลของคนๆ หนึ่ง อาจไม่ใช่ของคนอีกคนหนึ่ง *ถ้าไม่ลองก้าว จะไม่มีวันรู้ได้เลยว่า ข้างหน้าเป็นอย่างไร *หนทางอันยาวไกลนับหมื่นลี้ ต้องเริ่มต้นด้วยก้าวแรกก่อนเสมอ *ปัญหาทุกอย่าง อยู่ที่ตัวเราทั้งสิ้น *จะเห็นค่าของความอบอุ่น เมื่อผ่านความเหน็บหนาวมาแล้ว *อันตรายที่สุดคือ การคาดหวัง *เริมต้นดีแล้ว ลงท้ายก็ต้องดีด้วย *อย่ายอมแพ้ ถ้ายังไม่ได้พยายามอย่างเต็มที่ *จงใช้สติ อย่าใช้อารมณ์ *เบื้องหลังความเข้มแข็ง สมควรมีความอ่อนโยน *ไม่มีคำว่าบังเอิญ ในเรื่องของความรัก มีแต่คำว่า ตั้งใจ *ยินดีกับสิ่งที่ได้มา และยอมรับกับสิ่งที่เสียไป *หลังพายุผ่านไป ฟ้าย่อมสดใสเสมอ *หลังผ่านปัญหา จะรู้ว่าปัญหานั้นเล็กนิดเดียว *ไม่เป็นขุนนางนะได้ แต่ไม่เป็นคนไม่ได้ *มีแต่วันนี้ที่มีค่า ไม่มีวันหน้า วันหลัง *เมื่อวานก็สายเกินแล้ว พรุ่งนี้ก็สายเกินไป *อย่าหวังว่าจะได้รับความรัก จากคนที่คุณรัก เพราะคนที่คุณรัก ไม่ได้รักคุณหมดทุกคน
2555 ปีใหม่ขอให้พบแต่สิ่งใหม่ๆที่ดีในชีวิตตลอดไป
"ธรรมะที่ปฏิบัติดีแล้ว ย่อมนำความสุขมาสู่ตน"
Group Blog
 
All blogs
 

การเสริมดวงประจำวันเกิด

สำหรับผู้เกิดวันอาทิตย์

การ เสริมดวง ควรมีรูปปั้น พระยาครุฑบูชา หรือรูปสิงห์ เชื่อว่าจะเสริมดวง ให้มีอำนาจ ชนะศัตรู หมู่มาร หรือหาครุฑมาห้อยคอ หรือบูชาไว้ประจำบ้าน จะทำให้ชีวิตรุ่งเรืองขึ้น
-อัญมณีเสริมราศี คือ แร่หินคราม ทับทิม หินสีแดง
-คบคนทำธุรกิจดี คนเกิดวันพฤหัส ห้ามวันอังคาร
-พระ-เทพบูชาเสริมดวง คือพระปางถวายเนตร พระแก้วมรกต รัชกาลที่ 5 พระแม่อุมาเทวี พระโพธิสัตว์กวนอิม
-ถวายเครื่องสักการะเสริมดวง ฉัตรคู่ ข้าวตอกดอกไม้ กุหลาบชมพู ส้ม
-ทำบุญเสริมดวงท่าน ปล่อยสัตว์ลงน้ำ วันข้างขึ้น 5-15 ค่ำ เชื่อว่าปล่อยทุกข์ปล่อยโศกลงแม่นำเจ้าพระยา ทำให้คลายทุกข์ได้
-ปลูกต้นไม้เสริมดวง ต้นมะพร้าว ขิงข่า ว่านมหาลาภ

สำหรับผู้เกิดวันจันทร์

การ เสริมดวง ควรมีรูปปั้น เสือ หรือสิงห์ ประดับไว้ที่บ้านหรือที่ทำงาน จะทำให้ก้าวหน้าขึ้น และแก้เคล็ดเรื่องเลวร้ายได้ หรือหารูปปั้นสิงห์โตคาบดาบ หรือรูปปั้นเสือทอง มาตั้ง จะทำให้ชีวิตมีความสุขขึ้น
-อัญมณีเสริมราศี คือ ไลปะการัง ทอง เพชร
-คบคนที่เสริมดวง คือ คนเกิดวันพุธ ศุกร์ ห้ามวันพฤหัส
-ถวายเครื่องสักการะเสริมดวง คือดอกบัวขาว แอปเปิ้ลบูชาพระและเทพ
-พระ-เทพบูชาเสริมดวง คือ หลวงปู่โต ปางห้ามญาติ พระโพธิสัตว์ กวนอิม พระแม่ลักษมี ปู่ฤาษี
-ทำบุญเสริมดวงท่าน ให้ไปนมัสการขอพรที่วัดแขก สีลม หรือ เทวสถาน ไปวันพฤหัส ข้างขึ้น 7-15 ค่ำ ไปขอพรขอให้ชีวิตรุ่งเรืองขึ้น
-ปลูกต้นไม้เสริมดวง ต้นยอ โหรพา ว่านมหาหงส์

สำหรับผู้เกิดวันอังคาร

การ เสริมดวง ควรมีรูปปั้นราชสีห์ขลิบทอง ตั้งหรือประดับไว้ทางทิศตะวันออกเชื่อว่า จะทำให้ชีวิตมั่นคงขึ้น เพราะว่าวันอังคารดวงแข็ง หากมีราชสิงห์ไว้ดวงจะดีขึ้น มีอำนาจขึ้น
-อัญมณีเสริมราศี คือ แร่เหล็ก เพชร พวงชมพู มรกต
-คบคนที่เสริมดวง คือ คนเกิดวันศุกร์ ห้ามวันอาทิตย์
-สิ่งศักดิ์สิทธิ์บูชาเสริมดวง คือ ฤาษี องค์พรหม รัชกาลที่ 5
-ถวายเครื่องสักการะเสริมดวง คือ เมี่ยงหมาก ดอกไม้ชมพู่ ใบมะม่วง
-ทำบุญเสริมดวงท่าน ไปนมัสการขอพรที่วัดโพธิ์ วันอังคารข้างขึ้น 7-15 ค่ำ มีพระประจำวันเกิดท่าน จะทำให้ชีวิตดีขึ้น
-ปลูกต้นไม้เสริมดวงท่าน ปลูกแตงโม ว่านมหานิยม

สำหรับผู้เกิดวันพุธ

การ เสริมดวง ควรมีรูปปั้น สุนัขคู่ หรือ ปลาอุ้มมุก ไว้ที่บ้านเพราะจะทำให้มีความร่มเย็นและสมหวังในชีวิต เพราะเชื่อว่า สุนัขเป็นสัตว์ที่เป็นเหมือนคนรู้ใจ และทำให้คุณก้าวหน้าได้
-อัญมณีเสริมราศี คือ มรกต โอปอล์ หยก
-คบคนที่เสริมดวง คือ คนเกิดวันจันทร์เป็นคู่มิตร ห้ามวันศุกร์
-สิ่งศักดิ์สิทธิ์เสริมดวง คือ พระปางอุ้มบาตร หลวงปู่โต พระแก้วมรกต
-ถวายเครื่องสักการะเสริมดวง คือ ข้าวสวย ส้ม ใบขนุน
-ทำบุญเสริมดวงท่าน ถวายนีออน ในวันเกิดข้างขึ้น 5-15 ค่ำ เสริมแสงสว่างให้ชีวิต อธิษฐานขอพระเสริมความรุ่งเรืองในชีวิต
-ปลูกต้นไม้เสริมดวง ต้นขนุน กุหลาบ ว่านสี่ทิศ

สำหรับผู้เกิดวันพุธกลางคืน ราหู

การเสริมดวง ควรบูชาพญาครุฑ หรือ ราหู จะทำให้ร่ำรวยขึ้นและไหว้ของดำทุกวันพุธ เชื่อว่าจะทำให้มีโชคลาภมากขึ้น ร่ำรวยขึ้น
-อัญมณีเสริมดวง คือ โกเมน หินดำ
-คบคนที่เสริมดวง คือ วันเสาร์ วันพุธ ห้ามวันพฤหัส
-บูชาพระ-เทพเสริมดวง คือ พระราหู ครุฑ รัชกาลที่ 5 พระนารายณ์
-ถวายเครื่องสักการะเสริมบารมี ข้าวสวย ดอกไม้เขียว ใบขนุน แอปเปิ้ล นม น้ำ
-ถ้าเข้าเสวยราหู ของดำ 8 อย่าง ดอกไม้ดำ ใบยอ ขนุน กุหลาบ ไข่เยี่ยวม้า อื่น ๆ สีดำ
-ทำบุญเสริมดวงท่าน ไหว้พระราหู ทุกวันพุธ ขอพร
-ต้นไม้เสริมดวง กุหลาบ ว่านธรณีสาร

สำหรับผู้เกิดวันพฤหัส

การ เสริมดวง ท่านควรมีรูปปั้น หนูขลิบทองคู่ ตั้งหรือแขวนไว้ที่บ้านหรือที่ทำงาน จะเสริมดวงด้าน ความสุข ความสมหวังในชีวิตได้ เพราะเชื่อว่า หนู เป็นสัตว์ที่ให้ชีวิตใหม่ ๆ ได้
-อัญมณีเสริมราศี คือ เพชร ทอง ลูกแก้ว บุษราคัม พลอยแดง
-คบคนเสริมดวงชีวิต คือ คนเกิดวันอาทิตย์ ศุกร์ ห้ามวันจันทร์
-บูชาด้วยเครื่องสักการะเสริมดวง คือ ข้าวตอกดอกไม้ ใบขนุน ดอกไม้ สีเมฆ ใบกล้วย ฟักทอง
- พระบูชาเสริมดวง พระปางพุทธชินราช ปู่ฤาษี พระแม่อุมาเทวี พระพุทธเจ้าหลวงรัชกาลที่ 5 พระโพธิสัตว์กวนอิม
-ทำบุญเสริมดวงท่าน ไปปฏิบัติธรรม ปีละครั้งจะเสริมชีวิตดีขึ้น
-ปลูกต้นไม้เสริมดวง ว่านเพชรนารายณ์ ไผ่กวนอิม

สำหรับผู้เกิดวันศุกร์

การเสริมดวง ควรมีรูปปั้น หนู หรืองูใหญ่ ตั้งหรือประดับไว้ที่บ้าน จะทำให้ชีวิตท่านก้าวหน้าขึ้น
-อัญมณีเสริมราศี คือ ทอง โมรา
-คบคนที่เสริมดวง คือ คนเกิดวันอังคาร วันศุกร์ ห้ามวันเสาร์ วันอื่น ไม่เป็นไร
-พระ - เทพเสริมดวง ปางรำพึง พระพุทธชินราช รัชกาลที่ 5 พระโพธิสัตว์ กวนอิม พระแม่อุมาเทวี พระแม่ลักษมี
-ถวายเครื่องสักการะเสริมดวง คือ ฉัตรคู่พระ ข้าวตอกดอกไม้ เมี่ยงหมาก ดอกมะลิ กล้วย ดอกไม้เหลือง ใบเงิน ใบทอง
-ทำบุญวันเกิดเสริมดวง ปฏิบัติธรรมตามลมหายใจ ไม่ใช่ตามสามี จะทำให้จิตสงบ ได้บุญมาก
-ปลูกต้นไม้เสริมดวง กุหลาบ ว่านเศรษฐีเรือนกลาง

สำหรับผู้เกิดวันเสาร์

การ เสริมดวง ควรบูชา พญานาคราช หรือมีรูปพญานาคจะทำให้มีเดฃ มีอำนาจมากดุจดั่งราชสีห์ครองเมือง เชื่อว่าคนเกิดวันเสาร์ มีนาคราชคุ้ม ควรบูชานาคราชชีวิตจะร่ำรวยขึ้น
-อัญมณีเสริมดวง คือ นิลดำ ทับทิม หินดำ
-คบคนเสริมดวง คนเกิดวันพุธกลางคืน พฤหัส ห้ามวันศุกร์
-บูชาพระ - เทพเสริมบารมี ปางนาคปรก พระแก้วมรกต รัชกาลที่ 5 พระนารายณ์ พระพรหม
-ถวายเครื่องสักการะ คือ กล้วย น้ำอบ ดอกไม้ดำ ใบมะตูม
-ทำบุญวันเกิดเสริมดวง บูชาเทพทุกวันเสาร์ จะทำชีวิตรุ่งเรือง อยากได้สิ่งใดก็ได้
-ปลูกต้นไม้ ต้นขนุน ต้นมหากาฬ ไผ่มงคล



http://board.palungjit.com/f16/เสริมดวงประจำวันเกิด-280826.html




 

Create Date : 22 กุมภาพันธ์ 2554    
Last Update : 22 กุมภาพันธ์ 2554 10:41:38 น.
Counter : 902 Pageviews.  

ขันธ์ 5 คืออะไร

สรรพสิ่งทั้งหลายในอนันตจักรวาลนั้น แยกประเภทได้เป็น 3 ส่วน คือ

1.) ส่วนที่เป็นวัตถุทั้งหลาย ได้แก่ สสารทั้งหลาย แสง สีทั้งหลาย เสียง กลิ่น รส ความเย็น ความร้อน ความอ่อน ความแข็ง ความหย่อน ความตึง อาการเคลื่อนไหวของสิ่งต่างๆ ช่องว่างต่างๆ อากาศ ดิน น้ำ ไฟ ลม สภาพแห่งความเป็นหญิง เป็นชาย เนื้อสมองและระบบของเส้นประสาททั้งหลาย อันเป็นฐานให้จิตเกิด รวมทั้งอาการแห่งความเกิดขึ้น ตั้งอยู่ เสื่อมไป ดับไปของวัตถุทั้งหลายด้วย
ซึ่งรวมเรียกว่ารูปขันธ์ (ขันธ์ = กอง หมวด หมู่)

2.) ส่วนที่เป็นความรู้สึกนึกคิด และความคิดทั้งหลาย รวมเรียกว่านามขันธ์ แยกได้ 4 ชนิดคือ

2.1) เวทนาขันธ์ คือความรู้สึกเป็นสุขทางกาย ทุกข์ทางกาย โสมนัส(สุขทางใจ) โทมนัส(ทุกข์ทางใจ) อุเบกขาหรืออทุกขมสุขเวทนา(เป็นกลางๆ ไม่สุขไม่ทุกข์)

2.2) สัญญาขันธ์ คือความจำได้หมายรู้ในสิ่งต่างๆ คือส่วนที่ทำหน้าที่ในการจำนั่นเอง (ไม่ใช่เนื้อสมอง แต่เป็นส่วนของความรู้สึกนึกคิด เนื้อสมองนั้นจัดเป็นรูปขันธ์ เนื้อสมองเป็นเหมือนสำนักงาน ส่วนนามขันธ์ทั้งหลายเหมือนผู้ที่ทำงานในสำนักงานนั้น)

2.3) สังขารขันธ์ คือส่วนที่ปรุงแต่งจิต คือสภาพที่ปรากฎของจิตนั่นเอง เช่น ความโลภ ความโกรธ ความหลง ทาน(สภาพของจิตที่สละสิ่งต่างๆ ออกไป) ความเมตตา กรุณา มุทิตา สมาธิ ความฟุ้งซ่าน ความหดหู่ท้อถอย ความง่วง ความละอาย ความเกรงกลัว ความไม่ละอาย ความไม่เกรงกลัว เจตนาในการทำสิ่งต่างๆ ความลังเลสงสัย ความมั่นใจ ความเย่อหยิ่งถือตัว ความเพียร ปิติ ความยินดีพอใจ ความอิจฉา ความตระหนี่ ศรัทธา สติ ปัญญา การคิด การตรึกตรอง

2.4) วิญญาณขันธ์ หรือจิต คือผู้ที่รับรู้สิ่งทั้งปวง คือรับรู้ความรู้สึกต่างๆ
ตั้งแต่ ข้อ 2.1 จนถึงข้อ 2.3 และเป็นผู้รับรู้ถึงส่วนที่เป็นรูปขันธ์ทั้งหลายด้วย อันได้แก่เป็นผู้รับรู้สิ่งทั้งหลาย ที่มากระทบทางตา หู จมูก ลิ้น กาย นั่นเอง รวมถึงเป็นผู้รับรู้ในสภาวะแห่งนิพพานด้วย

3.) นิพพาน คือสภาวะที่พ้นจากรูปขันธ์และนามขันธ์ทั้งปวง
หรือสภาวะจิตที่พ้นจากความยึดมั่นผูกพันธ์ในสิ่งทั้งปวง รวมถึงไม่ยึดมั่นในนิพพานด้วย
นิพพาน = นิ + วาน (ในภาษาบาลีนั้น ว. กับ พ. ใช้แทนกันได้ วาน จึงเท่ากับ พาน)
นิ = พ้น
วาน = สิ่งที่เกี่ยวโยงไว้ ได้แก่ ตัณหาคือความทะยานอยาก และอุปาทานคือความยึดมั่นถือมั่นนั่นเอง
นิวาน หรือนิพพาน แปลตามตัวจึงหมายถึงความพ้นจากเครื่องเกี่ยวโยง(ตัณหาและอุปาทาน) นั่นเอง

สรุปแล้วขันธ์ 5 ประกอบด้วย

1.) รูปขันธ์
2.) เวทนาขันธ์
3.) สัญญาขันธ์
4.) สังขารขันธ์
5.) วิญญาณขันธ์

โดยที่เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์รวมเรียกว่าเจตสิก ซึ่งแปลว่าเป็นสิ่งที่เกิดร่วมกับจิตเสมอ (ในภาษาบาลีนั้นสระ อิ กับสระ เอ ใช้แทนกันได้ เจต จึงเท่ากับ จิต นั่นเอง) คือจิตและเจตสิกจะเกิดและดับพร้อมกันเสมอ จะแยกกันเกิดไม่ได้ เพราะเป็นสิ่งที่เกี่ยวเนื่องกันอยู่ เพียงแต่ว่าตอนนั้นนามขันธ์ตัวไหนจะแสดงตัวเด่นกว่าตัวอื่นเท่านั้นเอง



ที่มา http://www.geocities.com/TMCHOTE/Thumma/General/gn001.htm




 

Create Date : 08 ธันวาคม 2553    
Last Update : 8 ธันวาคม 2553 16:11:06 น.
Counter : 545 Pageviews.  

บุญบารมี 10 ประการ

บุญบารมี 10 ประการ ซึ่งประกอบด้วย


1.ทาน คือ การลดความโลภด้วยการให้สิ่งของต่างๆแก่ผู้ที่ด้อยกว่า ตลอดจนถึงธรรมทาน คนที่ให้ทาน ใจดี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ย่อมมีบารมีสูงกว่าคนตระหนี่ถี่เหนียว

2.ศีล คือ การรักษาศีลด้วยการละเว้นจากการทำความชั่วต่างๆ ผู้รักษาศีล ย่อมได้รับการนับถือว่าเป็นคนดีมีบารมีมากกว่าผู้ประพฤติชั่ว

3.เนกขัมมะ หนังสือบางเล่มจะอธิบายว่า การออกจากกาม แต่ในทางฆราวาสแล้ว ควรจะหมายถึง การบวชเรียน และ ปฏิบัติธรรม ผู้ที่บวชเรียนอยู่เป็นนิจ ย่อมได้รับการยกย่องว่า เปี่ยมด้วยบุญบารมีมากกว่าผู้ที่ไม่ปฏิบัติธรรม

4.ปัญญา คือ การใช้ความคิดที่มีเหตุมีผล ในการกระทำสิ่งต่างๆ ผู้ที่มีความคิดอ่านดีมีเหตุมีผล ย่อมได้รับความเชื่อถือและเป็นผู้มีบารมีมากกว่าคนที่ไร้ความคิดไร้เหตุผล

5.วิริยะ คือความเพียรพยายามทำสิ่งต่างๆให้สำเร็จ ผู้ที่มีความเพียรเป็นนักสู้ ไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก ย่อมมีบารมีมากกว่าคนท้อแท้ง่าย และจะเป็นตัวอย่างที่ดีแก่คนทั่วไป

6.ขันติ คือ ความอดทนต่อความทุกข์ยากลำบากซึ่งคู่กับวิริยะไม่เบื่อง่าย คนที่มีความอดทนสูงกว่า ย่อมมีโอกาสมากกว่าในการรอคอยความสำเร็จหรือสิ่งที่คาดหวัง โดยไม่เลิกราเสียก่อน และย่อมเป็นผู้ที่มีบารมีมากกว่าคนเบื่อง่าย ไม่อดทน

7.สัจจะ คือ ความจริงใจ การรักษาความสัตย์ พูดแต่เรื่องจริง ไม่โกหกหลอกหลวงผู้อื่น เพื่อประโยชน์ของตน คนรักษาสัจจะย่อมมีบารมีสูงกว่า และได้ความเชื่อถือ เชื่อใจ จากคนทั่วไป โดยไม่ห่วงกังวลว่าจะถูกหลอก

8.อธิษฐาน นั้นไม่ใช่การขอให้ได้สิ่งต่างๆโดยไม่ทำอะไร แต่คือ การกำหนดเป้าหมายในชีวิตหรือการงานต่างๆ คนที่มีเป้าหมายย่อมเป็นผู้มีบุญบารมีดีกว่าคนหลักลอยไม่มีเป้าหมาย

9.เมตตา คือ ความรักเอ็นดู ปรารถนาอยากให้ผู้อื่นได้สุข ผู้ที่มีจิตเมตตาสูง จะมีบารมีสูง มีเสน่ห์ในตัวเอง เพราะมองโลกในแง่ดี และทำแต่สิ่งที่ดีๆ ให้คนอื่นมีความสุข

10.อุเบกขา คือ ความเที่ยงธรรมและการวางเฉย ในสถานการณ์ที่ทุกข์มากหรือสุขมาก ความเที่ยงธรรมนั้นสำคัญมากสำหรับผู้พิพากษาและแม้กระทั่งผู้บังคับบัญชาหรือบิดา มารดา การรู้จักข่มใจวางเฉยต่อวิกฤติการณ์ย่อมทำให้จิตใจสงบแน่วแน่ ไม่ตื่นตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ แต่กลับยังคงมีปัญญาที่จะคิดการต่างๆได้ดี ผู้ที่มีอุเบกขา จึงย่อมมีบารมีสูงกว่าผู้ที่ไม่มี




 

Create Date : 06 สิงหาคม 2553    
Last Update : 6 สิงหาคม 2553 13:50:06 น.
Counter : 1031 Pageviews.  

การสร้างบุญบารมี

การสร้างบุญบารมี

บุญ เครื่องชำระสันดาน, ความดี, กุศล, ความสุข, ความประพฤติชอบทางกายวาจาและใจ, กุศลธรรม

บารมี คุณความดีที่บำเพ็ญอย่างยิ่งยวด เพื่อบรรลุจุดหมายอันสูงยิ่ง มี ๑๐ คือ ทาน, ศีล, เนกขัมมะ, ปัญญา, วิริยะ, ขันติ, สัจจะ, อธิษฐาน, เมตตา, อุเบกขา

วิธีสร้างบุญบารมีในพระพุทธศาสนามีอยู่ ๓ ขั้นตอนคือการให้ทาน การถือศีล และการเจริญภาวนา ที่นิยมเรียกกันว่า "ทาน ศีล ภาวนา"

ซึ่งการให้ทานหรือการทำทานนั้น เป็นการสร้างบุญที่ต่ำที่สุด ได้บุญน้อยที่สุด ไม่ว่าจะทำมากอย่างไรก็ไม่มีทางที่จะได้บุญมากไปกว่าการถือศีลไปได้ การถือศีลนั้นแม้จะมากอย่างไร ก็ไม่มีทางที่จะได้บุญมากเกินไปกว่าการภาวนาไปได้ ฉะนั้น การเจริญภาวนานั้น จึงเป็นการสร้างบุญบารมีที่สูงที่สุด ได้มากที่สุด ในทุกวันนี้เรารู้จักกันแต่การให้ทานอย่างเดียว เช่นการทำบุญตักบาตร ทอดกฐิน ทอดผ้าป่า สละทรัพย์สร้างโบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ ส่วนการถือศีล แม้จะได้บุญมากกว่าการทำทาน ก็ยังมีการทำเป็นส่วนน้อย เพื่อความเข้าใจอันดี จึงขอชี้แจงการสร้างบุญบารมีอย่างไรจึงจะเป็นการลงทุนน้อยที่สุด แต่ได้บุญบารมีมากที่สุด ดังนี้คือ "ทาน ศีล ภาวนา"

โดย สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก




 

Create Date : 06 สิงหาคม 2553    
Last Update : 6 สิงหาคม 2553 12:35:29 น.
Counter : 333 Pageviews.  

วิธีสร้างบุญบารมีในชีวิตประจำวัน

"วิธีสร้างบุญบารมีในชีวิตประจำวัน"

1. นั่งสมาธิให้จิตนิ่งสนิท อย่างน้อยวันละ 15 นาที (หรือเดินจงกรมก็ได้)

อานิสงส์ ---เพื่อสติปัญญาที่เฉลียวฉลาดขึ้นทั้งภพนี้และภพหน้า
เมื่อจิตสงบนิ่ง จะปราศจาก โลภะ โทสะ โมหะ ได้บุญมาก
จิตจะผ่อนปรนจากกิเลส ปล่อยวางได้ง่าย
จิตจะรู้วิธีแก้ปัญหาชีวิตโดยอัตโนมัติ ชีวิตจะเจริญรุ่งเรืองไม่มีวันอับจน
ผิวพรรณผ่องใส สุขภาพกายและจิตแข็งแรง
เจ้ากรรมนายเวรและญาติมิตรที่ล่วงลับจะได้บุญกุศล

2. สวดมนต์ด้วยพระคาถาต่างๆอย่างน้อยวันละครั้งก่อนนอน

อานิสงส์ ---เพื่อให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง ชีวิตหน้าที่การงานเจริญก้าวหน้า
เงินทองไหลมาเทมา แคล้วคลาดจากอุปสรรคทั้งปวง จิตจะเป็นสมาธิได้เร็ว
แนะนำพระคาถาพาหุงมหากา,พระคาถาชินบัญชร,
พระคาถายอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก เป็นต้น เมื่อสวดเสร็จต้องแผ่เมตตาทุกครั้ง

3. ถวายยารักษาโรคให้วัด,ออกเงินค่ารักษาให้พระตามโรงพยาบาลสงฆ์ ตามสมควร

อานิสงส์--- ก่อให้เกิดสุขภาพร่มเย็นทั้งครอบครัว โรคที่ไม่หายจะทุเลา
สุขภาพกายจิตแข็งแรง อายุยืนทั้งภพนี้และภพหน้า
ถ้าป่วยก็จะไม่ขาดแคลนการรักษา

4. ทำบุญตักบาตรทุกเช้า หรือ ที่มีโอกาส

อานิสงส์ ---ได้ช่วยเหลือศาสนาต่อไปทั้งภพนี้และภพหน้า ไม่ขาดแคลนอาหาร
ตายไปไม่หิวโหย อยู่ในภพที่ไม่ขาดแคลน ข้าวปลาอาหารอุดมสมบูรณ์

5. ทำหนังสือหรือสื่อต่างๆเกี่ยวกับธรรมะแจกฟรีแก่ผู้คนเป็นธรรมทาน

อานิสงส์---เพราะธรรมทานชนะการให้ทานทั้งปวง ผู้ให้ธรรมจึงสว่างไปด้วยลาถยศ
สรรเสริญ ปัญญา และบุญบารมีอย่างท่วมท้น เจ้ากรรมนายเวรอโหสิกรรมให้
ชีวิตจะเจริญรุ่งเรืองอย่างไม่คาดฝัน

6. สร้างพระถวายวัด สร้างคนเดียวหรือรวมๆกันไปก็ได้ครับ

อานิสงส์---ผ่อนปรนหนี้กรรมให้บางเบา ให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง
สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง แคล้วคลาดจากอุปสรรคทั้งปวง ครอบครัวเป็นสุข
ได้เกิดมาอยู่ในร่มโพธิ์ของพุทธศาสนาตลอดไป


7. แบ่งเวลาชีวิตไปบวชชีพรามณ์หรือบวชพระอย่างน้อย9วันขึ้นไป

อานิสงส์ ---ได้ตอบแทนคุณพ่อแม่อย่างเต็มที่
ผ่อนปรนหนี้กรรมอุทิศผลบุญให้ญาติมิตรและเจ้ากรรมนายเวร
สร้างปัจจัยไปสู่นิพพานในภพต่อๆไป ได้เกิดมาอยู่ในร่มโพธิ์ของพุทธศาสนา
จิตเป็นกุศล

8. บริจาคเลือดหรือร่างกาย

อานิสงส์---ผิวพรรณผ่องใส สุขภาพแข็งแรง ช่วยต่ออายุ
ต่อไปจะมีผู้คอยช่วยเหลือไม่ให้ตกทุกข์ได้ยาก เทพยดาปกปักรักษา
ได้เกิดมามีร่างกายที่งดงามในภพหน้า ส่วนภพนี้ก็จะมีราศีผุดผ่อง

9. ปล่อยปลาที่ซื้อมาจากตลาดรวมทั้งปล่อยสัตว์ไถ่ชีวิตสัตว์ต่างๆ

อานิสงส์---ช่วยต่ออายุ ขจัดอุปสรรคในชีวิต
ชดใช้หนี้กรรมให้เจ้ากรรมนายเวรที่เคยกินเข้าไป ให้ทำมาค้าขึ้น
หน้าที่การงานคล่องตัวไม่ติดขัด ชีวิตที่ผิดหวังจะค่อยๆฟื้นคืนสภาพที่สดใส
เป็นอิสระ

10. ให้ทุนการศึกษา,บริจาคหนังสือหรือสื่อการเรียนต่างๆ,อาสาสอนหนังสือ

อานิสงส์---ทำให้มีสติปัญญาดี ในภพต่อๆไปจะฉลาดเฉลียวมีปัญญา
ได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนอย่างรอบรู้ สติปัญญาสมบูรณ์พร้อม

11. ให้เงินขอทาน,ให้เงินคนที่เดือดร้อน(ไม่ใช่การให้ยืม)

อานิสงส์ ---ทำให้เกิดลาภไม่ขาดสายทั้งภพนี้และภพหน้า ไม่ตกทุกข์ได้ยาก
เกิดมาชาติหน้าจะร่ำรวยและไม่มีหนี้สิน ความยากจนในชาตินี้จะทุเลาลง
จะได้เงินทองกลับมาอย่างไม่คาดฝัน

12. รักษาศีล5หรือศีล8

อานิสงส์---ไม่ต้องไปเกิดเป็นเปรตหรือสัตว์นรก
ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ผู้ประเสริฐครบบริบูรณ์ ชีวิตเจริญรุ่งเรือง
กรรมเวรจะไม่ถ่าโถม ภัยอันตรายไม่ย่างกราย เทวดานางฟ้าปกปักรักษา

สิบสองข้อที่กล่าวมานี้ ทำเมื่อมีโอกาสและเวลา เช่นข้อที่เก้า เวลาเดินตลาด ปลาดิ้นออกมาจากที่ขาย ก็ขอซื้อจากแม่ค้าเลย แล้วก็เอาไปปล่อย บางทีอาจเป็นญาติเราแต่หนใหนก็ไม่รู้ (อันนี้ประสบการณ์ตรงจากผู้เขียน) พอปล่อยลงน้ำ ก็ยังลอยคอมองหน้าผู้เขียน ผู้เขียนก็จ้องเขา สักพักใหญ่ ก็ค่อยๆว่ายจากไป ไม่เหมือนการว่ายหนีจากเหมือนทั่วๆไป
ลองทำดูครับ แล้วจะรู้ว่ามีความสุขแค่ใหน

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะครับ สะดวกแบบใหนก็ทำแบบนั้น อย่าดิ้นรนกระเสือกกระสน ให้ทุกข์กายทุกข์ใจ ทั้ง
ตนเองและผู้อื่นนะครับ ให้ยึดหลักที่ว่า "บาทเดียว ก็ทำบุญ/ทาน ได้ ถ้าตั้งใจและเต็มใจทำ"

เขียนโดย นพดล ลือประเสริฐชัย




 

Create Date : 06 สิงหาคม 2553    
Last Update : 6 สิงหาคม 2553 12:36:28 น.
Counter : 586 Pageviews.  


mambococonut
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





*ข้อคิดในการดำเนินชีวิต......

1. ระลึกเสมอว่า การจะได้พบความรักและความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ก็ต้องประสบกับความเสี่ยงอันมหาศาลดุจกัน

2. เมื่อคุณแพ้ อย่าลืมเก็บไว้เป็นบทเรียน

3. จงปฏิบัติตาม 3 Rs

3.1 เคารพตนเอง ( Respect for self )

3.2 เคารพผู้อื่น ( Respect for others )

3.3 รับผิดชอบต่อการกระทำของตน ( Responsibility for all your actions )

4. จงจำไว้ว่า การที่ไม่ทำตามใจปรารถนาของตนบางครั้งก็ให้โชคอย่างน่ามหัศจรรย์

5. จงเรียนรู้กฎ เพื่อจะทราบวิธีการฝ่าฝืนอย่างเหมาะสม

6. จงอย่าปล่อยให้การทะเลาะเบาะแว้งด้วยเรื่องเพียงเล็กน้อย มาทำลายมิตรภาพอันยิ่งใหญ่ของคุณ

7. เมื่อคุณรู้ว่าทำผิด จงอย่ารอช้าที่จะแก้ไข

8. จงใช้เวลาในการอยู่ลำพังผู้เดียวในแต่ละวัน

9. จงอ้าแขนรับการเปลี่ยนแปลง แต่อย่าปล่อยให้คุณค่าของคุณหลุดลอยจากไป

10. จงระลึกไว้ว่า บางครั้งความเงียบก็เป็นคำตอบที่ดีที่สุด

11. จงดำเนินชีวิตด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อที่ว่าเมื่อคุณสูงวัยขึ้นและคิดหวนกลับมาคุณจะสามารถมีความสุขกับสิ่ง ที่ได้ทำลงไปได้อีกครั้ง

12. บรรยากาศอันอบอุ่นในครอบครัวเป็นพื้นฐานสำคัญของชีวิต

13. เมื่อเกิดขัดใจกับคนที่คุณรัก ให้หยุดไว้แค่เรื่องปัจจุบัน อย่าขุดคุ้ยเรื่องในอดีต

14. จงแบ่งปันความรู้ เพื่อเป็นหนทางก้าวสู่ความเป็นอมตะ

15. จงสุภาพกับโลกใบนี้

16. จงหาโอกาสท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่าง ๆ ที่คุณไม่เคยไป อย่างน้อยก็ปีละครั้ง

17. จำไว้ว่า ความสัมพันธ์ที่ดีที่สุด คือความรักมิใช่ความใคร่

18. จงตัดสินความสำเร็จของตนด้วยสิ่งที่ต้องเสียสละ

19. จงเข้าใกล้ความรักด้วยการปล่อยวาง

***************************

"คุณงามความดีเราสร้างไว้แล้ว
ถ้าเกิดในภพใดชาติใด
หากมีความจำเป็น
รำลึกถึงบุญ บุญจะมาปรากฏทันที
ช่วยเหลือเราให้หลุดพ้นไปโดยลำดับลำดา
นี่คือบุญ"

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน


Online Users
Friends' blogs
[Add mambococonut's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.