*คำสอนท่านพุทธทาสภิกขุ *โลกกลมๆ ใบนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ ของฟรีไม่เคยมี ของดีไม่เคยถูก *อยู่ให้ไว้ใจ ไปให้คิดถึง *คนเราต้องเดินหน้า เวลายังเดินหน้าเลย *ไม่ต้องสนใจว่าแมวจะสีขาวหรือดำ ขอให้จับหนูได้ก็พอ *ยิ่งมีใจศรัทธา ยิ่งต้องมีสายตาที่เยือกเย็น *ในโลกกลมๆ ใบนี้ ไม่มีคำว่า แน่นอน *คนเราเมื่อ ตัวตาย ก็ต้องลงดิน ท้อแท้ได้ แต่อย่าท้อถอย อิจฉาได้ แต่อย่าริษยา พักได้ แต่อย่าหยุด *เหตุผลของคนๆ หนึ่ง อาจไม่ใช่ของคนอีกคนหนึ่ง *ถ้าไม่ลองก้าว จะไม่มีวันรู้ได้เลยว่า ข้างหน้าเป็นอย่างไร *หนทางอันยาวไกลนับหมื่นลี้ ต้องเริ่มต้นด้วยก้าวแรกก่อนเสมอ *ปัญหาทุกอย่าง อยู่ที่ตัวเราทั้งสิ้น *จะเห็นค่าของความอบอุ่น เมื่อผ่านความเหน็บหนาวมาแล้ว *อันตรายที่สุดคือ การคาดหวัง *เริมต้นดีแล้ว ลงท้ายก็ต้องดีด้วย *อย่ายอมแพ้ ถ้ายังไม่ได้พยายามอย่างเต็มที่ *จงใช้สติ อย่าใช้อารมณ์ *เบื้องหลังความเข้มแข็ง สมควรมีความอ่อนโยน *ไม่มีคำว่าบังเอิญ ในเรื่องของความรัก มีแต่คำว่า ตั้งใจ *ยินดีกับสิ่งที่ได้มา และยอมรับกับสิ่งที่เสียไป *หลังพายุผ่านไป ฟ้าย่อมสดใสเสมอ *หลังผ่านปัญหา จะรู้ว่าปัญหานั้นเล็กนิดเดียว *ไม่เป็นขุนนางนะได้ แต่ไม่เป็นคนไม่ได้ *มีแต่วันนี้ที่มีค่า ไม่มีวันหน้า วันหลัง *เมื่อวานก็สายเกินแล้ว พรุ่งนี้ก็สายเกินไป *อย่าหวังว่าจะได้รับความรัก จากคนที่คุณรัก เพราะคนที่คุณรัก ไม่ได้รักคุณหมดทุกคน
2555 ปีใหม่ขอให้พบแต่สิ่งใหม่ๆที่ดีในชีวิตตลอดไป
"ธรรมะที่ปฏิบัติดีแล้ว ย่อมนำความสุขมาสู่ตน"
Group Blog
 
All blogs
 

คำแปลพระคาถาอาการวัตตาสูตร

พระสูตรว่าด้วยพระอาการที่เป็นไปแห่งพระพุทธเจ้า


พระพุทธคุณวรรคที่1
แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น

ทรงครอบงำความทุกข์ได้ ทรงไม่มีความลับ ทรงบริสุทธิ์ หมดจดดี เป็นผู้ไกลจากกิเลส ทรงฝึกฝนจิตจนถึงแก่น ทรงฝึกฝนจิตจนรู้ชอบ ทรงปฏิบัติจิตจนเห็นแจ้งด้วยตนเอง ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง ทรงสมบูรณ์พร้อมด้วยวิชชา การแสดงคุณค่าของจิตให้ปรากฎจรณะ เครื่องอาศัยให้วิชชาได้ปรากฎ ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ ทรงดำเนินไปในทางดี คือ อริยมรรค-ปฏิปทา เป็นผู้ไปแล้วด้วยดี ทรงรู้แจ้งโลก เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง ทรงบังคับยานขึ้นจากหล่มได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นผู้ฝึกบุรุษที่สมควรฝึกได้อย่างไม่มีใครยิ่งกว่า ทรงนำเวไนยนิกร ออกจากแดนมนุษย์และแดนเทพ เป็นครูผู้สอนของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ทรงฝึกฝนจิตจนถึงแก่น ทรงปฏิบัติจิตจนรู้แจ้งจิต ทรงพลังการฝึกปรืออันถูกชอบเป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานด้วยธรรม พระผู้ทรงธรรมเป็นผู้จำเริญจำแนกธรรมสั่งสอนสัตว์




อภินิหารวรรคที่2
แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น

ทรงเพียบพร้อมด้วยพระบารมีคือ พระบารมีเกี่ยวกับอภินิหาร พระบารมีเกี่ยวกับอัชฌาสัยอันโอฬาร พระบารมีเกี่ยวกับพระปณิธาน พระบารมีเกี่ยวกับพระมหากรุณา พระบารมีเกี่ยวกับพระญาณ พระบารมีเกี่ยวกับการประกอบความเพียร พระบารมีเกี่ยวกับข้อยุติของข้องใจ พระบารมีเกี่ยวกับจิตใจ โชติช่วงชัชวาลย์ พระบารมีลงสู่พระครรภ์ พระบารมีดำรงอยู่ในพระครรภ์




คัพภวุฏฐานวรรคที่3
แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น

ทรงเพียบพร้อมด้วยพระบารมี คือ พระบารมีอยู่รอดจากพระครรภ์ พระบารมีปราศจากมลทินในการคลอด พระบารมี มีพระชาติอันอุดม พระบารมีที่ทรงดำเนินไป พระบารมีทรงพระรูปอันยิ่งใหญ่ พระบารมีทรงมีผิวพรรณงาม พระบารมีทรงมิ่งขวัญอันยิ่งใหญ่หลวง พระบารมีเจริญวัยขึ้น พระบารมีผันแปร พระบารมีในการคลอดสำเร็จ




อภิสัมโพธิวรรคที่4
แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น

ทรงเพียบพร้อมด้วยพระบารมี คือ พระบารมีในการตรัสรู้เองยิ่ง พระบารมีในกองศีล พระบารมีในกองสมาธิ พระบารมีในกองปัญญา พระบารมีในมหาปุริสลักขณะสามสิบสอง




มะหาปัญญาวรรคที่5
แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น

ทรงเพียบพร้อมด้วยพระบารมี คือ พระบารมีในมหาปัญญา พระบารมีในปัญญาอันหนาแน่น พระบารมีในปัญญาอันร่าเริง พระบารมีในปัญญาอันแล่นเร็ว พระบารมีในปัญญาอันกล้าแข็ง พระบารมีในดวงตาทั้งห้า คือ ตาเนื้อ ทิพพจักษุ ปัญญาจักษุ ธรรมจักษุ พระบารมีในการทำพุทธอัฏฐารส




ปาระมิวรรคที่6
แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น

ทรงเพียบพร้อมด้วยพระบารมี คือ พระบารมีในการให้ปัน พระบารมีในการรักษากาย วาจา ใจ ให้เป็นปกติ พระบารมีในการเว้น ขาดจากความประพฤติแบบประชาชนผู้ครองเรือน พระบารมีกำกับศรัทธาคือปัญญา พระบารมีในความกล้าผจญทุกสิ่งด้วยความมีสติความพากเพียร พระบารมีในความต้องการเป็นพุทธะด้วยความมีสัจจะ ความจริงใจต่อตนเองและผู้อื่น พระบารมีในการตั้งจิตไว้ในฐานอันยิ่ง พระบารมีในความเมตตา พระบารมีในความอดทน พระบารมีในความวางใจตนได้




ทสบารมีวรรคที่7
แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น

ทรงเพียบพร้อมด้วยพระบารมี คือ พระบารมีสิบขั้นต้นบำเพ็ญด้วยวัตถุสิ่งของ พระบารมีสิบขั้นกลางบำเพ็ญด้วยอวัยวะร่างกาย พระบารมีปรมัตถ์สิบขั้นสูงบำเพ็ญด้วยชีวิต พระบารมีสามสิบทัศสมบูรณ์ พระบารมีในฌาน และองค์ฌานนั้นๆ พระบารมีทรงญาณอภิญญายิ่ง พระบารมี มีสติรักษาจิต พระบารมีทรงสมาธิมั่นคง พระบารมีในวิมุตติความหลุดพ้น พระบารมีที่รู้เห็นความหลุดพ้นของจิต




วิชชาวรรคที่8
แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น

ทรงเพียบพร้อมด้วยพระบารมี คือ พระบารมีในวิปัสสนา วิชชาในวิชชา3 และจระณะ15 พระบารมีในวิชชามโนมยิทธิ พระบารมีในอิทธิวิชชา พระบารมีในทิพพโสตวิชชา พระบารมีในปรจิตตวิชชา พระบารมีในปุพพนิวาสานุสสติวิชชา พระบารมีในทิพพจักขุวิชชา พระบารมีในจรณวิชชา พระบารมีในวิชชาจรณธรรมวิชชา พระบารมีในอนุปุพพวิหารเก้า




ปริญญาณวรรคที่9
แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น

ทรงเพียบพร้อมในพระบารมี คือ พระบารมีกำหนดรู้ทุกข์ พระบารมีละเหตุให้เกิดทุกข์ คือ ตัณหา พระบารมีทำจิตให้แจ่มแจ้ง คือ นิโรธ พระบารมีอันเป็นมรรคภาวนา พระบารมีในการกำหนดรู้การละการทำให้แจ้งและการอบรมให้มีให้เป็น พระบารมีในธรรมสัจจะทั้งสี่ พระบารมีในปฏิสัมภิทาญาณ




โพธิปักขิยะวรรคที่10
แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น

ทรงเพียบพร้อมด้วยพระบารมี คือ พระบารมีในโพธิปักขิยธรรม พระบารมี มีพระปัญญาในสติปัฏ-ฐาน พระบารมี มีพระปัญญาในสัมมัปปธาน พระบารมี มีพระปัญญาในอิทธิบาท พระบารมี มีพระปัญญาในอินทรีย์หก พระบารมี มีพระปัญญาในพละห้า พระบารมี มีพระปัญญาในโพชฌงค์เจ็ด พระบารมี มีพระปัญญาในมรรคแปด พระบารมีในการทำแจ้งในมหาบุรุษ พระบารมีในอนาวรณวิโมกข์ พระบารมีในวิมุตติอรหัตตผล




ทศพลญาณวรรคที่11
แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น

ทรงเพียบพร้อมด้วยพระบารมี คือ พระทศพลญาณบารมีอันได้แก่ พระบารมีรู้ฐานะและอฐานะ พระบารมีรู้วิบากโดยฐานะโดยเหตุ พระบารมีรู้ปฏิปทายังสัตว์ไปสู่ภูมิทั้งปวง รู้โลกมีธาตุอย่างเดียวและมากอย่าง พระบารมีรู้อธิมุตของสัตว์ทั้งหลาย พระบารมีรู้อินทรีย์ยิ่งและหย่อนของสัตว์ พระบารมีรู้ความเศร้าหมองและความผ่องแผ้วเป็นต้น แห่งธรรมมีฌานเป็นต้น พระบารมีรู้ระลึกชาติได้ พระบารมีรู้จุติและอุบัติของสัตว์ พระบารมีรู้การกระทำให้แจ้งเจโตวิมุตติปัญญาวิมุตติอันหาอาสวะมิได้




กายพลวรรคที่12
แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น

ทรงเพียบพร้อมด้วยพระบารมี คือ พระบารมีทรงกำลังช้างทั้งหลายตั้งพันโกฏิพันปโกฏิ พระบารมีทรงพลังแห่งบุรุษตั้งหมื่นคน พระบารมีหยั่งรู้จักขุห้า คือ ตาเนื้อ ตาทิพย์ ตาญาณ ตาปัญญา ตาธรรม พระบารมีรู้การทำยมกปาฏิหาริย์ พระบารมีในสีลคุณ พระบารมีแห่งคุณค่าและสมาบัติ




ถามพลวรรคที่13
แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น

ทรงเพียบพร้อมด้วยพระบารมี คือ พระบารมีที่เป็นกำลังเรี่ยวแรงแห่งจิต พระบารมีกำลังเรี่ยวแรง พระบารมีที่เป็นพลังภายใน พระบารมีเรี่ยวแรงแห่งจิต พระบารมีรู้กำลังเรี่ยวแรง พระบารมีที่เป็นพลังภายใน พระบารมีรู้กำลังภายใน พระบารมีไม่มีเครื่องชั่ง พระบารมีญาณ พระบารมีอุตสาหะ พระบารมีการแสวงหาทางตรัสรู้




จริยาวรรคที่14
แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น

ทรงเพียบพร้อมด้วยพระบารมี คือ พระบารมีที่ทรงประพฤติ พระบารมีรู้การที่ทรงประพฤติ พระบารมีที่ทรงประทานให้เป็นประโยชน์แก่ชาวโลก(สังคมโลก) พระบารมีรู้สิ่งที่ควรประพฤติแก่ชาวโลก พระบารมีที่ควรประพฤติแก่ญาติวงศ์ พระบารมีรู้สิ่งที่ควรประพฤติให้เป็นประโยชน์แก่พระญาติพระวงศ์ พระบารมีที่เป็นพุทธ-จริยา พระบารมีรู้สิ่งที่ควรประพฤติโดยฐานเป็นพระพุทธเจ้า พระบารมีครบทั้งสามอย่าง พระบารมีครบทั้งบารมีอุปบารมีและปรมัตถบารมี




ลักขณวรรคที่15
แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น

ทรงเพียบพร้อมด้วยพระบารมี คือ พระบารมีเห็นอนิจจลักขณะในการยึดติดขันธ์ห้า พระบารมีเห็นทุกขลักขณะในการยึดติดขันธ์ห้า พระบารมีเห็นอนัตตลักขณะในการยึดติดขันธ์ห้า พระบารมีรู้ลักษณะสามในอายตนะทั้งหลาย พระบารมีรู้ลักษณะสามในธาตุสิบแปดทั้งหลาย พระบารมีรู้ลักษณะอันแปรปรวนไป




คตัฏฐานวรรคที่16
แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น

ทรงเพียบพร้อมด้วยพระบารมี คือ พระบารมีในสถานที่ไปแล้ว พระบารมีหยั่งรู้สถานที่ไป พระบารมีอยู่จบพรหมจรรย์ แล้วพระบารมีหยั่งรู้ว่าอยู่จบพรหมจรรย์แล้ว พระบารมีในการตระหนัก พระบารมีรู้ในการตระหนัก พระบารมีสำรวมระวังอินทรีย์ พระบารมีรู้ในการสำรวมระวังอินทรีย์




ปเวณิวรรคที่17
แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น

ทรงเพียบพร้อมด้วยพระบารมี คือ พระบารมีในพุทธประเวณี พระบารมีรู้ถึงพุทธประเวณี พระบารมีในการทำยมกปาฏิหาริย์ พระบารมีรู้ในการทำยมกปาฏิหาริย์ พระบารมีการอยู่อย่างประเสริฐ พระบารมีรู้อย่างไม่มีอะไรกั้นกาง พระบารมีรู้อย่างไม่มีขอบเขต พระบารมีรู้สรรพสิ่งทั้งปวง พระบารมีวชิรญาณประมาณยี่สิบสี่โกฏิกัปป์หนึ่งร้อยลักขณวรรคที่15 แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น

ทรงเพียบพร้อมด้วยพระบารมี คือ พระบารมีเห็นอนิจจลักขณะในการยึดติดขันธ์ห้า พระบารมีเห็นทุกขลักขณะในการยึดติดขันธ์ห้า พระบารมีเห็นอนัตตลักขณะในการยึดติดขันธ์ห้า พระบารมีรู้ลักษณะสามในอายตนะทั้งหลาย พระบารมีรู้ลักษณะสามในธาตุสิบแปดทั้งหลาย พระบารมีรู้ลักษณะอันแปรปรวนไป





http://th.wikisource.org/wiki/




 

Create Date : 20 สิงหาคม 2553    
Last Update : 20 สิงหาคม 2553 14:53:19 น.
Counter : 460 Pageviews.  

พระคาถาอาการวัตตาสูตรและอานิสงค์โดยสังเขป

พระอาการวัตตาสูตรนี้ ผู้ใดท่องได้ใช้สวดมนต์ปฏิบัติได้เสมอ มีอานิสงส์มากยิ่งนักหนา แม้จะปรารถนานพระพุทธภูมิ พระปัจเจกภูมิ พระอัครสาวกภูมิ พระสาวิกาภูมิ จะปรารถนามนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ นิพพานสมบัติ ก็ส่งผลให้ได้สำเร็จสมความปรารถนาทั้งนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ได้เป็นพระพุทะเจ้า มีปัญญามากเพราะเจริญพุทธมนต์บทนี้
ถ้าผู้ใดปฏิบัติได้ เจริญได้ทุก ๆวัน จะเห็นผลความสุขเกิดขึ้นเอง ไม่ต้องมีผู้อื่นบอกอานิสงส์ แสดงว่า ผู้ที่เจริญพระสูตรครั้งหนึ่ง จะคุ้มครองภัยอันตราย 30 ประการ ได้ 4 เดือน ผู้ใดเจริญพระสูตรนี้อยู่เป็นนิจ บาปกรรมทั้งปวงก็จะไม่ได้ช่องหยั่งลงสู่สันดาน เว้นแต่กรรมเก่าตามมาทันเท่านั้น ผู้ใดอุสาหะตั้งจิตตั้งใจเล่าเรียน ได้ใช้สวดมนต์ก็ดี บอกเล่าผู้อื่นให้เลื่อมใสก็ดี เขียนเองก็ดี กระทำสักการบูชา เคารพนับถือพร้อมทั้งไตรทวารก็ดี ผู้นั้นจะปรารถนาสิ่งใดก็จะสำเร็จทุกประการ

ท่านผู้มีปรีชาศรัทธาความเลื่อมใส จงกระทำซึ่งอาการวัตตาสูตร อันจะเป็นที่พักผ่อนพึ่งพาอาศัยในวัฏฏะกันดาร ดุจเกาะแลฝั่งเป็นที่อาศัยแห่งชนทั้งหลาย ผู้สัญจรไปมาในชลสาครสมุทรทะเลใหญ่ฉะนั้น อาการวัตตาสูตรนี้ พระพุทธเจ้า 28 พระองค์ที่ปรินิพพานไปแล้วก็ดี พระตถาคตพุทธเจ้าของเราปัจจุบันนี้ก็ดี มิได้สละละวางทิ้งร้างให้ห่างเลยสักพระองค์เดียว ได้ทรงเจริญรอยตามพระสูตรนี้มาทุก ๆ พระองค์ จึงมีคุณานุภาพยิ่งใหญ่กว่าสูตรอื่น ไม่มีธรรมอื่นจะเปรียบให้เท่าถึง เป็นธรรมอันระงับได้โดยแท้

ในอนาคตกาล
ถ้าบุคคลใดทำปาณาติบาตคือ ปลงชีวิตสัตว์ให้ตกล่วงไป เป็นวัชชกรรม ที่ชักนำให้ปฏิสนธิในนรกใหญ่ทั้ง 8 ขุม คือ สัญชีพนรก อุสุทนรก สังฆาตนรก โรรุวนรก ตาปนรก มหาตาปนรก อเวจีนรก เปรต อสุรกาย เดรัจฉานกำเนิดไซร้ ถ้าได้ท่องบ่นจำจนคล่องปาก ก็จะปิดบังห้ามกันไว้ไม่ให้ไปสู่ทุคติกำเนิดก่อนโดยกาล นาน 90 แสนกัลป์ ผู้นั้นระลึกตามเนือง ๆ ก็จะสำเร็จไตรวิชชา และอภิญญา 6 ประการ ยังมีทิพจักษุญาณให้บริสุทธิ์ ดุจองค์มเหสักกเทวราช มีการรีบร้อน ออกจากบ้านไป จะไม่อดอาหารในระหว่างทางที่ผ่านไป จะเป็นที่พึ่งอาศัยแห่งชนทั้งหลายในเรื่องเสบียงอาหาร ภัยอันตราย ศัตรูหมู่ปัจจามิตร ไม่อาจจะมาครอบงำย่ำยีได้ นี่เป็นทิฏฐธรรมเวทนียนิสงส์ปัจจุบันทันตา ในสัมปรายิกานิสงส์ที่จะเกื้อหนุนในภพเบื้องหน้านั้น

แสดงว่าผู้ใดได้พระสูตรนี้ เมื่อสืบขันธะประวัติในภพเบื้องหน้า จะบริบูรณ์ด้วยโภคสมบัติหิรัญรัตนมณีเหลือล้น ขนขึ้นรักษาไว้ที่เรือนและที่คลังเป็นต้น ประกอบด้วยเครื่องอลังการวิภูษิตพรรณต่าง ๆ จะมีกำลังมากแรงขยันต่ออยุทธนาข้าศึก ศัตรูหมู่ไพรีไม่ย่อท้อ ทั้งที่ฉวีวรรณผ่องใสบริสุทธิ์ดุจทองธรรมชาติ มีจักษุประสาทรุ่งเรื่องงามไม่วิปริต แลเห็นทั่วทิศซึ่งสรรพรูปทั้งปวง และจะได้เป็นพระอินทร์ ปิ่นพิภพดาวดึงส์อยู่ 36 กัลป์ โดยประมาณและจะได้เป็นบรมจักรพรรดิราชผู้เป็นอิสระ ในทวีปใหญ่ 4 มีทวีปน้อย 2000 เป็นบริการ นานถึง 36 กัลป์ จะถึงพร้อมด้วยประสาทอันแล้วไปด้วยทองควรจะปรีดา บริบูรณ์ด้วยแก้ว 7 ประการ เป็นของเกิดสำหรับบุญแห่งจักรพรรดิราช จะตั้งอยู่ในสุขสมบัติโดยกำหนดกาลนาน ยังเวียนว่ายอยู่ในวัฏฏสงสาร อานิสงส์คงอภิบาลตามประคองไป ให้มีปัญญาเฉียบแหลมว่องไวสุขุมละเอียดลึกซึ้ง อาจรู้ทั่วถึงอรรถธรรมด้วยกำลังปรีชาญาณ อวสานที่สุดชาติก็ได้บรรลุพระนิพพาน

อนึ่ง ถ้ายังไม่ได้ถึงพระนิพพานก็จะไม่ไปบังเกิดในอบายภูมิทั้ง 4 มีนรก เปรต อสุรกาย ดิรัจฉานกำเนิด และมหานรกใหญ่ทั้ง 8 ขุม ช้านานถึง 90 แสนกัลป์ และจะไม่ไปเกิดในตระกูลหญิงจัณฑาลเข็ญใจ จะไม่ไปเกิดในตระกูลมิจฉาทิฏฐิ จะไม่ไปเกิดเป็นหญิง จะไม่ไปเกิดเป็นอุภโตพยัญชนกอันมีเพศเป็น 2 ฝ่าย จะไม่ไปบังเกิดเป็นบัณเฑาะก์ เป็นกระเทย ที่เป็นอภัพพบุคคล บุคคลผู้นั้นเกิดในภพใด ๆ จะมีอวัยวะน้อยใหญ่บริบูรณ์ จะมีรูปทรงสัณฐานงามดีดุจทองคำธรรมชาติ เป็นที่เลื่อมใสแก่มหาชนผู้ได้ทัศนาไม่เบื่อหน่าย จะเป็นผู้มีอายุคงทนจนถึงอายุขัยจึงจะตาย จะเป็นคนมีศีลศรัทธาธิคุณบริบูรณ์ ในการบริจาคทานไม่เบื่อหน่าย จะเป็นคนไม่มีโรคาพยาธิเบียดเบียน สัพพะอันตรายความจัญไรภัยพิบัติ สัพพะอาพาธที่บังเกิดเบียดเบียนกาย ก็จะสงบระงับดับคลายลง ด้วยคุณานิสงส์ ผลที่ได้สวดมนต์ได้สดับฟังพระสูตรนี้ ด้วยประสาทจิตผ่องใส เวลามรณสมัยใกล้ตายจะไม่หลงสติ จะดำรงไว้ในทางสุคติ เสวยสุขสมบัติตามใจประสงค์ นรกชนผู้ใดเห็นตามโดยชอบ ซึ่งพระสูตรอันเจือปนด้วยพระวินัยปรมัตถ์ มีนามบัญญัติชื่อว่าอาการวัตตาสูตร มีข้อความดังได้แสดงมาด้วยประการฉะนี้ จบอานิสงส์สังเขป

พระอาการวัตตาสูตร เป็นพระสูตรซึ่งบรรจุ นวหรคุณอภินิหาร การก้าวลงสู่พระครรภ์ การตั้งอยู่ในพระครรภ์ ความตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณของพระองค์บ้าง มหาปัญญาบารมีธรรมของพระองค์บ้าง วิชชาปริญญาธรรมบ้าง บรรจุไว้ซึ่งทศพลญาณกายกำลังของพระองค์บ้าง พุทธจริยาและลักษณะธรรมบ้าง ตลอดทั้งความชำนาญในกำลังญาณต่างๆ และบรรจุไว้ซึ่งพระพุทธประเพณี เมื่อบุคคลใดได้ท่องบ่นสาธยายทุกเช้าค่ำ จะมีอานุภาพ มหาตบะเดชะ ตลอดทั้งยศอำนาจ ลาภเมตตามหานิยม ทั่วทุกสารทิศ บันดาลให้เกิดโภคสมบัติ บริวารสมบัติ ประกอบด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ ตลอดจนดลบันดาลตนเองให้มีฤทธิ์ มีโชค มีสติ มีปัญญา ป้องกัน สรรพภัย มิให้แผ้วพาลได้ จะคิดอะไรก็สมปรารถนา ด้วยอำนาจแห่งพระอาการวัตตาสูตรที่ตนสาธยาย ตลอดกาลนานฯ

ให้ใช้ภาวนาสำหรับคนดวงชะตาขาด เป็นการต่อดวงชะตาชีวิตและจะมีอานุภาพให้เกิดโชคลาภ อำนาจ บริวาร และปราศจากภัยอันตราย ให้ภาวนาทุกเช้าค่ำ



ขึ้นต้นพระคาถาอาการวัตตาสูตร

เอวัมเม สุตัง เอกัง สะมะยัง ภะคะวา ราชะคะเห วิหะระติ คิชฌะกูเฏ
ปัพพะเต เตนะ โขปะนะ สะมะเยนะ สัพพะสัตตานัง พุทธะคุโณ ธัมมะคุโณ สังฆะคุโณ
อายัสมา อานันโท อะนุรุทโธ สารีปุตโต โมคคัลลาโน มะหิทธิโก มะหานุภาเวนะ สัตตานัง เอตะทะโวจะ


พระอาการวัตตาสูตร


1.อิติปิโส ภะคาวา อะระหัง
อิติปิโส ภะคะวา สัมมาสัมพุทโธ
อิติปิโส ภะคะวา วิชชาจะระณะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา สุคะโต
อิติปิโส ภะคะวา โลกะวิทู
อิติปิโส ภะคะวา อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ
อิติปิโส ภะคะวา พุทโธ
อิติปิโส ภะคะวา ภะคะวาติ
พุทธะคุณะวัคโค ปะฐะโม ฯ

2.อิติปิโส ภะคะวา อภินิหาระ ปาริมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา อุฬารัชฌาสะยะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ปะณิธานะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา มะหากะรุณา ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ญาณะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ปะโยคะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ยุติ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ชุติ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา คัพภะโอกกันติ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา คัพภะฐิติ ปาระมิสัมปันโน
อะภินิหาระวัคโค ทุติโยฯ

3.อิติปิโส ภะคะวา คัพภะวุฏฐานะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา คัพภะมะละวิระหิตะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา อุตตะมะชาติ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา คะติ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา อะภิรูปะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา สุวะวัณณะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา มะหาสิริ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา อาโรหะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ปะริณามะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา สุนิฏฐะ ปาระมิสัมปันโน
คัพภะวุฏฐานะวัคโค ตะติโยฯ

4.อิติปิโส ภะคะวา อะภิสัมโพธิ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา สีละขันธะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา สะมาธิขันธะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ปัญญาขันธะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ทวัตติงสะมะหาปุริสะลักขะณะ ปาระมิสัมปันโน
อะภิสัมโพธิวัคโค จะตุตโถ ฯ

5.อิติปิโส ภะคะวา มะหาปัญญา ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ปุถุปัญญา ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา หาสะปัญญา ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ชะวะนะปัญญา ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ติกขะปัญญา ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา นิพเพธิกะปัญยา ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ปัญจะจักขุ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา อัฏฐาระสะพุทธะกะระ ปาระมิสัมปันโน
มะหาปัญญาวัคโค ปัญจะโม ฯ

6.อิติปิโส ภะคะวา ทานะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา สีละ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา เนกขัมมะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ปัญญา ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา วิริยะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ขันติ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา สัจจะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา อะธิษฐานะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา เมตตา ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา อุเปกขา ปาระมิสัมปันโน
ปาระมิวัคโค ฉัฏโฐ ฯ

7.อิติปิโส ภะคะวา ทะสะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ทะสะอุปะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ทะสะปะระมัตถะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา สะมะติงสะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ตังตังชานะหะนัง ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา อะภิญญาณะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา สะติ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา สะมาธิ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา วิมุตติ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา วิมุตติญาณะ ปาระมิสัมปันโน
ทะสะปาระมิวัคโค สัตตะโมฯ

8.อิติปิโส ภะคะวา วิชชาจะระณะวิปัสสะนาวิชชา ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา มะโนมยิทธิวิชชา ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา อิทธิวิชชา ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ทิพพะโสตะวิชชา ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ปะระจิตตะวิชชา ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ปุพเพนิวาสานุสสะติวิชชา ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ทิพพะจักขุวิชชา ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา วิชชาจารณะธัมมะวิชชา ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา อะนุปุพพะวิหาระ ปาระมิสัมปันโน
วิชชาวัคโค อัฏฐะโม ฯ

9.อิติปิโส ภะคะวา ปะริญญาณะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ปาหานะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา สัจฉิกิริยา ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ภาวะนา ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ปะริญญา ปะหานะ สัจฉิกิริยา ภาวนะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา จะตุธัมมะสัจจะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ปะฏิสัมภิทาญานะ ปาระมิสัมปันโน
ปะริญญาวัคโค นะวะโม ฯ

10.อิติปิโส ภะคะวา โพธิปักขิยะธัมมะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา สะติปัฏฐานะปัญญา ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา สัมมัปปะธานะปัญญา ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา อิทธิปาทะปัญญา ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา อินทริยะปัญญา ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา พะละปัญญา ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา โพชฌังคะปัญญา ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา อัฏฐังคิกะมัคคะธัมมะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา มะหาปุริสะกิริยา ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา อะนาวะระณะวิโมกขะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา อะระหัตตะผะละวิมุตติ ปาระมิสัมปันโน
โพธิปักขิยะวัคโค ทะสะโมฯ

11.อิติปิโส ภะคะวา ทะสะพะละญาณะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ฐานาฐานะญาณะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ญาณะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา สัพพัตถะคามินีปะฏิปะทาญาณะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา นานาธาตุญาณะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา สัตตานัง นานาธิมุตติกะญาณะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ปะโรปะริยัตติ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา นิโรธะวุฏฐานะญาณะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ฌานาทิสังกิเลสาทิญาณะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา จุตูปะปาตะญานะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา อาสะวักขะยะญาณะ ปาระมิสัมปันโน
ทะสะพะละญาณะวัคโค เอกาทะสะโมฯ

12.อิติปิโส ภะคะวา โกฏิสะหัสสานัง ปะกะติสะทัสสานัง หัตถีนัง พะละธะระ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ปุริสะโกฏิทะสะสะหัสสานัง พะละธะระ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ปัญจะจักขุญาณะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ยะมะกะญาณะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา สีละคุณะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา คุณะปาระมี สะมาปัตติ ปาระมิสัมปันโน
กายะพะละวัคโค ทวาทะสะโมฯ

13.อิติปิโส ภะคะวา ถามะพะละ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ถามะพะละญาณะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา พะละ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา พะละญาณะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ปุริสะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา อะตุละยะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ญาณะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา อุสสาหะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา คะเวสิญาณะ ปาระมิสัมปันโน
ถามะพะละวัคโค เตระสะโมฯ

14.อิติปิโส ภะคะวา จะริยา ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา จะริยาญาณะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา โลกัตถะจะริยา ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา โลกัตถะจะริยาญาณะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ญาตัตถะจะริยา ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ญาตัตถะจะริยาญาณะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา พุทธะจะริยา ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา พุทธะจะริยาญาณะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ติวิธะจะริยา ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ปาระมิ อุปะปาระมิ ปะระมัตถะ ปาระมิสัมปันโน
จริยาวัคโค จะตุทะสะโม ฯ

15.อิติปิโส ภะคะวา ปัญจุปาทานักขันเธสุ อะนิจจะลักขะณะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ปัญจุปาทานักขันเธสุ ทุกขะลักขะณะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ปัญจุปาทานักขันเธสุ อะนัตตะลักขะณะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา อายะตะเนสุ ติลักขะณะญาณะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา อัฏฐาระสะธาตูสุ ติลักขะณะญาณะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา วิปะรืณามะลักขะณะ ปาระมิสัมปันโน
ลักขะณะวัคโค ปัญจะทะสะโม ฯ

16.อิติปิโส ภะคะวา คะตัฏฐานะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา คะตัฏฐานะญาณะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา วุสิตะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา วุสิตะญาณะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา สิกขา ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา สิกขาญาณะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา สังวะระ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา สังวะระญาณะ ปาระมิสัมปันโน
คะตัฏฐานะวัคโค โสฬะสะโมฯ

17.อิติปิโส ภะคะวา พุทธะปะเวณิ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา พุทธะปะเวณิญาณะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ยะมะกะปาฏิหาริยะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ยะมะกะปาฏิหาริยะญาณะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา จะตุพรหมะวิหาระญาณะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา จะตุพรหมะวิหาระญาณะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา อะนาวะระ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา อะนาวะระญาณะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ปะริยันตะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ปะริยันตะญาณะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา สัพพัญญุตะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา สัพพัญญุตะญาณะ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา จะตุวีสะติโกฏิสะตะวะชิระ ปาระมิสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา จะตุวีสะติโกฏิสะตะวะชิระญาณะ ปาระมิสัมปันโน
ปะเวณิวัคโค สัตตะระสะโม ฯ

จบพระอาการวัตตาสูตรแต่เท่านี้



http://board.palungjit.com




 

Create Date : 20 สิงหาคม 2553    
Last Update : 25 สิงหาคม 2553 11:03:18 น.
Counter : 23872 Pageviews.  


mambococonut
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





*ข้อคิดในการดำเนินชีวิต......

1. ระลึกเสมอว่า การจะได้พบความรักและความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ก็ต้องประสบกับความเสี่ยงอันมหาศาลดุจกัน

2. เมื่อคุณแพ้ อย่าลืมเก็บไว้เป็นบทเรียน

3. จงปฏิบัติตาม 3 Rs

3.1 เคารพตนเอง ( Respect for self )

3.2 เคารพผู้อื่น ( Respect for others )

3.3 รับผิดชอบต่อการกระทำของตน ( Responsibility for all your actions )

4. จงจำไว้ว่า การที่ไม่ทำตามใจปรารถนาของตนบางครั้งก็ให้โชคอย่างน่ามหัศจรรย์

5. จงเรียนรู้กฎ เพื่อจะทราบวิธีการฝ่าฝืนอย่างเหมาะสม

6. จงอย่าปล่อยให้การทะเลาะเบาะแว้งด้วยเรื่องเพียงเล็กน้อย มาทำลายมิตรภาพอันยิ่งใหญ่ของคุณ

7. เมื่อคุณรู้ว่าทำผิด จงอย่ารอช้าที่จะแก้ไข

8. จงใช้เวลาในการอยู่ลำพังผู้เดียวในแต่ละวัน

9. จงอ้าแขนรับการเปลี่ยนแปลง แต่อย่าปล่อยให้คุณค่าของคุณหลุดลอยจากไป

10. จงระลึกไว้ว่า บางครั้งความเงียบก็เป็นคำตอบที่ดีที่สุด

11. จงดำเนินชีวิตด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อที่ว่าเมื่อคุณสูงวัยขึ้นและคิดหวนกลับมาคุณจะสามารถมีความสุขกับสิ่ง ที่ได้ทำลงไปได้อีกครั้ง

12. บรรยากาศอันอบอุ่นในครอบครัวเป็นพื้นฐานสำคัญของชีวิต

13. เมื่อเกิดขัดใจกับคนที่คุณรัก ให้หยุดไว้แค่เรื่องปัจจุบัน อย่าขุดคุ้ยเรื่องในอดีต

14. จงแบ่งปันความรู้ เพื่อเป็นหนทางก้าวสู่ความเป็นอมตะ

15. จงสุภาพกับโลกใบนี้

16. จงหาโอกาสท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่าง ๆ ที่คุณไม่เคยไป อย่างน้อยก็ปีละครั้ง

17. จำไว้ว่า ความสัมพันธ์ที่ดีที่สุด คือความรักมิใช่ความใคร่

18. จงตัดสินความสำเร็จของตนด้วยสิ่งที่ต้องเสียสละ

19. จงเข้าใกล้ความรักด้วยการปล่อยวาง

***************************

"คุณงามความดีเราสร้างไว้แล้ว
ถ้าเกิดในภพใดชาติใด
หากมีความจำเป็น
รำลึกถึงบุญ บุญจะมาปรากฏทันที
ช่วยเหลือเราให้หลุดพ้นไปโดยลำดับลำดา
นี่คือบุญ"

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน


Online Users
Friends' blogs
[Add mambococonut's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.