I'm not a Chef...but I sure am a Good Cook!
Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2554
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728 
 
23 กุมภาพันธ์ 2554
 
All Blogs
 
เมื่อมนุษย์ต้องอยู่กินกับผี [นางตะเคียน]



วันนี้งดนำเสนอเรื่องราวภายในครัว พักเรื่องราวการทำอาหารและขนม ขอเปลี่ยนบรรยากาศมาที่เรื่องราวอันลึกลับเกี่ยวกับ ผะ ผะ ผี ผี ๆๆๆๆๆๆๆ

บ่งบ๊งเชื่อง่าคงมีชาวบล๊อกหลายท่านที่ชอบดูหนังผี หรือรายการท้าพิสูจน์เกี่ยวกับผี ๆ สาง ๆ ไม่ว่าจะเป็นผีฝรั่งหรือผีไทย อาทิ รายการที่กำลังแพร่ภาพออกอากาศอยู่ ณ เวลานี้อย่าง "คนอวดผี" ทางช่อง 7 สี ทุกวันพุธ รายการอาจจะดึกไปสำหรับหลายท่าน แต่สำหรับบ่งบ๊งจำต้องอดตาหลับถ่างตารอเพื่อรับชมเรื่องราวอันลี้ลับชวนระทึกขวัญ บางช่วงมีลุ้นระทึกจนพาเอาคนดูเครียดตามไปด้วย เหอ ๆ






ช่วงชีวิตที่ผ่านมาของบ่งบ๊งเกิดเรื่องราวอันลึกลับแบบไม่เชื่ออย่าลบหลู่ก็หลายครั้ง สำหรับเรื่องราวผี ๆ สาง ๆ เคยพบเจอกับตัวเองเพียงครั้งเดียว น่าจะเรียกว่าวิญญานมากกว่า แต่ด้วยความที่เป็นคนไม่กลัวผี แต่ก็แอบผวากับเหตุการณ์นั้นเหมือนกัน ไม่ได้กลัว แค่ผวา ภาพติดตาจนทุกวันนี้แบบไม่ลืมเลือน ส่วนเรื่องราวของผีสางและวิญญานนั้น ส่วนใหญ่คนรอบตัวมักจะนำมาเล่าสู่กันฟังแบบหลากหลาย บางเรื่องก็น่าสยดสยอง ฟังกันแบบขนหัวลุก เสียวสันหลังวาบ ๆ แต่ก็ระทึกใจอยากที่จะฟังต่อ ส่วนจะเชื่อหรือไม่ตรงนี้ไม่ขอลบหลู่ มันพิสูจน์ไม่ได้ แต่เรื่องราวเล้นลับที่ได้เห็นมากับตาตัวเองจะมีอยู่หลายครั้ง ส่วนจะเท็จจริงอย่างไรตรงนี้ไม่อาจบอกได้ว่าจริงหรือไม่จริง แต่ยืนยันว่าได้เห็นมากับสองตาตัวเองจริง ๆ จะบอกไม่เชื่อก็คงไม่ได้ เป็นเรื่องพิสูจน์ไม่ได้ แต่มัน "แปลก แต่จริง"

อย่างเรื่องที่จะเล่าให้ฟังต่อไปนี้เกิดขึ้นหลายสิบปีมาแล้ว ตอนนี้ไม่ได้ติดตามเรื่องราวว่ามันจะลงเอยอย่างไร เป็นเรื่องลี้ลับที่เกิดขึ้นกับคนใกล้ตัว ครอบครัวของเพื่อนรักที่สนิทกันตั้งแต่เป็นเด็ก เรียนหนังสือมาด้วยกัน บ้านของเราก็อยู่ไม่ไกลกัน .... เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับพี่ชายของเธอ "พี่ต้อย หรือผู้หมวดต้อย" พี่ชายของเธอที่เป็นเพื่อนสนิทกับพี่ชายของเรา พี่ต้อยเป็นนายตำรวจอยู่หน่วยตระเวณชายแดน ยศตอนนั้นร้อยโท [รท.] บ้านเพื่อนเราอยู่แถวสุขาภิบาล 1 ส่วนที่พักของพี่ต้อยช่วงเวลาทำงานเป็นแฟลตตำรวจ แถวถนนวิภาดวีฯ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านเรา

อ่ะ อย่ามัวพล่าม ตามมาฟังเรื่องราวอันสุดเฮี๊ยนของแม่สาวนางตะเคียนกัน




คือพี่ต้อยพระเอกของเรื่องเธอมีเพื่อนรักซึ่งเป็นตำรวจตระเวณชายแดนเช่นกัน วันหนึ่งเพื่อนเลิฟมีเรื่องรบกวนเพื่อนต้อยขอเอาเตียงไม้ตะเคียนมาฝากไว้ที่แฟลตตำรวจ บอกว่า "กรูว์ขอฝากมรึงไว้ก่อนน๊ะ ให้กรูว์ได้พี่พักแน่นอนก่อนแล้วกรูว์จะมาขอรับคืนไป" พี่ต้อยบอกกับเพื่อนเลิฟไปว่า "ได้เลย ไม่มีปัญหา"

อยู่มาวันหนึ่งเพื่อนรักของบ่งบ๊งมีเหตุจำเป็นต้องไปทำธุระแถวแฟลตพี่ชาย ขากลับขอนอนพักที่แฟลตของพี่ชายสักคืน ... งานนี้หล่อนเจอดี หล่อนได้พบกับเรื่องราวที่ไม่เคยรู้มาก่อน คุณพี่ชายแสนดีมิเคยปริปากแต่ประการใด หล่อนขึ้นไปนอนบนเตียงไม้ตะเคียนหลังนั้น จ๊ากกกก ตื่นเช้ามาเหตุไฉนหล่อนออกมานอนตรงห้องรับแขกได้เนี่ย ห้องรับแขกซึ่งอยู่ด้านหน้าสุด พอจะนึกภาพแฟลตหรือคอนโดห้องยาว ๆ ที่จะต้องผ่านห้องรับแขกก่อนที่จะไปถึงห้องด้านใน แว๊กกก [จะลากเพื่อนเรามาทิ้งไกลอะไรประมาณนั้นฟร๊ะ เอาแค่ถีบลงจากเตียงก็พอมั้งคุณผีสาว" ตอนที่มันเล่าพวกเราอยู่กันหลายคน ยังแซว ๆ ไปว่า "แกเดินละเมอออกมาจากห้องอ่ะดิ" มันก็เถียงคอเป็นเอ็น "ฉานไม่ได้ละเมอว๊อยยยยย" ผีลากกรูว์จริง ๆ ...

พอพี่ชายกลับมามันก็เล่าให้พี่ชายมันฟัง พี่ชายก็อึ้งไป ประมาณหน้าซีดเล็กน้อย คงจะคิดในใจ "ก๊ากกก น้องกรูว์เจอดีเข้าแล้ว" แรก ๆ คุณพี่ชายก็คงจะไม่อยากเล่าเรื่องราวให้น้องสาวฟังเท่าใด ด้วยเกรงว่าน้องสาวจะกลัวตัวสั่นกับเหตุการณ์ ประการต่อมาเล่าไปแล้วจะหาว่าเล่าความเท็จ พูดเรื่องไม่จริงไร้สาระ ฟังแล้วอาจเป็นเรื่องตาหลกขำกลิ้งได้อีก ....

พี่ชายก็เริ่มเล่าความจริงให้น้องสาวฟัง ว่า "เพื่อนมันเอาเตียงไม้ตะเคียนมาฝากพี่ไว้ แรก ๆ ก็ไม่มีเรื่องราวใด ๆ คงเป็นเพราะพี่ไม่อยู่ ไปราชการต่างจังหวัดหลายวัน แต่พอกลับมาก็มีเรื่อง มีนางตะเคียนมาขออยู่ด้วย อยู่กันไปจากคนขออยู่อาศัยแบบต่างคนต่างอยู่เริ่มแปลเปลี่ยนไปเป็นฉันชู้สาว เย้ออออ ชู้สาวระหว่างคนกับผีเนี่ยน๊ะ จะบร้าไปแล้ว จากนั้นก็มีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกันมาตลอด [ตรงนี้บ่งบ๊งไม่ขอบรรยายภาพเพราะมันเป็นเรื่องราวส่วนตั๊ว-ส่วนตัวของสองคนปั๋วเมียระหว่างมนุษย์และผีนางตะเคียน]

มาวันหนึ่งเราไปงานปีใหม่ที่บ้านพ่อแม่ของเพื่อนรักคนนี้ ไปพบเจอกับพี่ต้อยพอดี โดยอุปนิสัยส่วนตัวของพี่ต้อย พี่ต้อยเป็นคนมัน ๆ ติดจะพูดจาตลก แถมหน้าตาดี สะอาดสะอ้าน ... วันนั้นพวกเราได้ซักถามเรื่องนี้กับพี่ต้อยว่าเป็นมาอย่างไร ช่วยเล่าให้พวกเราฟังแบบขนหัวลุกหน่อยเถอะ วันนั้นพวกเราสังเกตุว่าพี่ต้อยเปี๊ยนไป๋ จากที่เคยสนุกสนานกลับไม่ค่อยพูดคุย ดูจะเงียบ ๆ ขรึม ๆ กว่าเมื่อก่อนที่รื่นเริงบันเทิงสุข ... อยู่ได้ไม่นานพี่ต้อยก็ขอลาพวกเรากลับ เอ๊าๆๆๆ ยังไม่ทันได้เม้าท์กระจายไฉนมาชิ่งหนีกลับก่อนเนี่ย วันสิ้นปีน๊ะคุณพี่ อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะถึงวันปีใหม่ น่าจะได้อยู่เค้าท์ดาวน์กับครอบครัวก่อนน๊ะ เราก็ถามว่าพี่ต้อยไปว่า คุณพี่จะรีบไปไหน อยู่ก่อนเถอะ นาน ๆ เจอที คิดถึงน๊ะ ตะเอง ... พี่ต้อยบอกกับเรา "เค้ามาตามให้กลับบ้านแล้ว" ดึงไม้ดึงมือพี่อยู่เนี่ย เย้อออออ ทำไมเราไม่เห็นฟร๊ะ ไม่เห็นอ่ะดีแล้ว ต่างคนต่างอยู่ "พี่อยู่ไม่ได้แล้ว ต้องรีบไปจริง ๆ " พวกเรามองหน้ากันทำตาปริบ ๆ กะจะปากหมาถามไล่หลังไปว่า "จะกลับไปทำการบ้านกับผีเหรอคุณพี่ชาย" เจ้าปลาตะโกนถามไล่หลังไปว่า "โหยยยยย หึงหวงขนาดนี้เชียวหรือ" พี่ต้อยหันมาพะยักหน้าหงึก ๆ ไปแล้วน๊ะ บ๊ะบายสาวสาว ....

หลังจากพี่ต้อยไปแล้ว พวกสาว ๆ และครอบครัวของพี่ต้อยเริ่มเม้าท์ถึงเรื่องนี้กันต่อ ทุกคนพูดพร้อม ๆ กันว่า "ทำไมพี่ต้อยขอบตาคล้ำดำปี๋ขนาดนั้น หน้าตอบ ๆ อีกด้วย มันแปลกน๊ะ" คุณแม่บอกกับพวกเราว่า "พี่ณีย์ คู่หมั้นของพ่อต้อยมาขอถอนหมั้นแล้ว ณีย์บอกว่าไม่รู้ต้อยเป็นอะไร ไม่เหมือนก่อน ไม่แวะเวียนไปหาเหมือนเดิม ต้องคอยโทรไปตาม หากไม่โทรไปก็จะไม่โทรมา เวลามาหาที่บ้านก็อยู่ไม่นานต้องขอลากลับ ประมาณร้อนรนทุกครั้ง ไม่รู้เป็นเพราะเหตุอะไร" [พี่ณีย์เธอไม่ทราบเรื่องราวอันลึกลับของเตียงไม้ตะเคียน] และเธอก็ไม่เข้าใจในพฤติกรรมของคู่หมั้นที่ทำตัวห่างเหินแล้วจะต้องแต่งงานกันในไม่ช้านี้ [พี่ต้อยเปี๊ยนไป๋]

หลังจากที่ทราบเรื่องราวกันแล้ว เพื่อนแขก เพื่อนในกลุ่มอีกคนเป็นประเภทไม่กลัวผีแบบบ่งบ๊งนี่หล่ะ หล่อนเปรยขึ้นทันที "แบบนี้เค้าขอท้าพิสูจน์หน่อยเถอะ ไม่อยากจะเชื่อหว่ะ" ... จากนั้นไม่กี่วันมีรายการตามล่าหาความจริง เพื่อนแขกก็ได้นัดหมายกับเพื่อนตุ๋ย น้องสาวพี่ต้อย ขอไปนอนค้างคืนที่แฟลตเพื่อทำการท้าพิสูจน์ความลี้ลับประมาณคนเสือกเรื่องผี เหอ ๆ

ส่วนพวกเราที่เหลือขอเฝ้ารอคอยฝั่งข่าวแบบลุ้นระทึก ... เช้าวันรุ่งขึ้นหล่อนโทรมานัดเพื่อนในแก๊งไปกินข้าวเย็นที่ร้านครัวมุกดา [สมัยนั้น] ตอนนี้ร้านนี้ยังมีหรือไม่ ไม่แน่ใจ ... ทุกคนตอบรับในทันทีด้วยเหตุผลอยากรู้เรื่องราวของชาวบ้าน ... พอเจอหน้ากันยังไม่ทันจิบน้ำสั่งอาหาร สองสาวแย่งกันเล่าเรื่องราวที่ได้ไปพบเจอกับรายการ คนท้าผีตะละแม่นางตะเคียน" .... เย้ออออ งานเข้าเพื่อนแขกอีกคนแล้วคะพี่น้อง ผลงานการท้าพิสูจน์ครั้งนี้หล่อนโดนปี๋ลากออกมานอนที่ห้องรับแขกเหมือนเพื่อนตุ๋ยเลย 5555 คนที่ไม่เคยกลัวผีอย่างเพื่อนแขกชักมีอาการหวาดผวา เล่าไปหน้าก็ซีดเผือด บ่งบ๊งว่าหน้าหล่อนซีดกว่าผีตะละแม่ตะเคียนอีกน๊ะ ...

หล่อนเริ่มบรรยาย "หล่อนไปถึงแฟลตพี่ต้อยประมาณสองทุ่ม เมื่อก้าวย่างเท้าเข้าไปภายในห้องรู้สึกเย็นวูบ ๆ ด้วยสัมผัสที่หกของหล่อน พลันกวาดสายตาไปรอบ ๆ รู้สึกแปลกตาทำไมบ้านหนุ่ม[โสด] ช่างสะอาดสะอ้านได้ขนาด แถมมีกลิ่นหอม ๆ เหมือนดอกไม้ไทย ๆ อีกด้วย หล่อนว่า "มิได้อุปมาอุปมัยน๊ะเฟร๊ย" หล่นอว่าความที่หล่อนมีสัมผัสที่หก หล่อนรู้สึกวูบ ๆ วาบ ๆ ประมาณบ้านแลดูมีชีวิต เหมือนมีคนอยู่ภายใน ไม่ได้เงียบสงัด ไม่ได้มีเสียงเพลง แต่ดูเสมือนมีเสียงวิ๊ง ๆ กุก ๆ กัก ๆ ตลอด ... หลังจากที่กินข้าวกินปลาที่หิ้วติดมือกันมา ก็นั่งดูทีวีกันไปเรื่อย ใจก็รุลุ้นระทึก จากที่ไม่กลัวผี ชักมีอาการหวาดผวาขึ้นมา แต่ยังไม่มีเหตุการใด ๆ แล้วหล่อนทั้งสองก็ผลอยหลับกันไปโดยที่ไม่ได้ดูเวลาว่าตอนนั้นกี่โมงกี่ยาม ... รุ่งเช้าตื่นขึ้นมาคนที่ถูกลากออกมาจากห้องคือเพื่อนแขกเพียงคนเดียว ส่วนเพื่อนตุ๋ยยังคงนอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงไม้ตะเคียนนั่น

เพื่อนแขกบอกอีกว่า คนข้างห้องมาด้อม ๆ มอง ๆ แล้วสอบถามว่า "เป็นอะไรกับเจ้าของห้อง" หมายถึงผู้หมวดต้อย เพื่อนแขกและเพื่อนตุ๋ยบอกไปว่า "เป็นน้องสาว" เพื่อนข้างห้องเล่าต่อ "ที่ห้องนี้มีเรื่องแปลก ๆ มันเหมือนมีคนอยู่ข้างในตลอดเวลา ได้ยินเสียงเดินและทำโน่นนี่" เวลาผู้หมวดต้อยกลับมาเหมือนมีเสียงคนพูดคุยกัน แปลกใจตรงที่ทุกครั้งเห็นผู้หมวดต้อยกลับมาเพียงลำพัง แต่เหตุไฉนมีเสียงหมวดต้อยพูดคุยกับผู้หญิง .. นี่คือข้อสงสัยของเพื่อนข้างห้อง ...

เกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนแขกของหมู่เฮา ทุกคนได้แต่มองหน้า ทำตาปริบ ๆ และพากันวิพากษ์วิจารณ์กับเรื่องราวที่เกิดขึ้นกันไปต่าง ๆ นา ๆ เพื่อนตุ๋ยเล่าต่อ "พี่ต้อยมันบอกกับฉันว่า เค้ามีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง คือหลับนอนฉันสามีภริยากับแม่นางตะเคียนทุกครั้งที่ได้กลับมาพักที่บ้าน แบบหลงรูปและกลิ่น" ซึ่งเรื่องนี้บ่งบ๊งได้รับการยืนยันจากปากพี่ต้อยเองว่า มันเป็นความจริง พี่ต้อยบอกว่า "แม่นางเป็นผีสาวที่สวยมาก นุ่งห่มสไบ เนื้อตัวของเธอก็หอมมาก ๆ หอมแป้งร่ำโบราณ เวลาร่วมหลับนอนกัน ไม่ได้แตกต่างไปจากที่ได้เสพย์สุขกับมนุษย์".... เย้ออออ อะไรจะขนาดนั้นฟร๊ะ มันจริงรึฟร๊ะเพื่อนตุ๋ย นังตุ๋ยมันว่า "แกเองก็ได้ยินเองกับหูมิใช่รึ" เง้อออ ... จะบร้าไปแล้ว ประโยคนี้พวกเราสบถกันเอง เหอ ๆ

เฮ้อออ อะไรจะขนาดนั้นฟร๊ะ พวกเราพากันสรุปว่า ไอ้ที่พี่ต้อยขอบตาหมองคล้ำหน้าตาอ่อนระโหยโรงแรงขนาดนั้นคงเป็นเพราะพิษสงค์จากการที่ได้หลับนอนกับผีนางตะเคียนอย่างแน่นอน เพื่อนตุ๋ยบอกอีกว่า เวลาไปกินเหล้ากับเพื่อน หากมีเฉพาะพื่อนผู้ชายจะไม่มีเหตุการณ์ใด ๆ เกิดขึ้น แต่ถ้าไปกินเหล้าแล้วมีสาว ๆ นั่งอยู่ในวงเหล้าด้วย ไอ้พี่ต้อยมักจะอยู่ไม่ได้ ต้องโดนดึงกลับบ้านแต่หัววันทุกครั้ง พี่ต้อยจะบอกกับเพื่อน ๆ ว่า "เฮ้ย กรูว์ขอกลับก่อนน๊ะเฟร๊ย" ตอนแรก ๆ เพื่อนๆ ยังไม่รู้เรื่องราวก็จะพากันโวย "ได้ยังไงฟร๊ะ มรึงจะกลับก่อนได้ไง" หลัง ๆ เพื่อน ๆ จะไม่พูดอะไร ได้แต่สบตากันแล้วทำตาปริบ ๆ ไม่ทักท้วงใด ๆ เพราะดีรู้ว่าท้วงไปก็ไม่มีผล ยังไงมันก็ยืนยันว่ากรูว์จะต้องกลับบ้านโดยด่วน เพราะโดนพิษรักตามจิกกัดด้วยความหึงหวง" นั่นเอง





ส่วนเรื่องราวยังคงดำเนินต่อไป แต่บ่งบ๊งมิสามารถติดตามได้เนื่องด้วยหลังจากนั้นเพื่อนตุ๋ยเธอก็แต่งงานไปอยู่กับคุณสามีที่แปดริ้ว ไปทำกิจการค้าพืชเกษตรอยู่ที่นั่น ชีวิตแต่งงานจะไม่เหมือนชีวิตโสดที่มีเวลาให้กับเพื่อนเสมอ ๆ ... ส่วนเพื่อนปลาสุดสวยก็เดินทางไปทำงานที่เยอรมันนี เพื่อนแขกก็แต่งงานใหม่ไป เหลือแต่นังบี๊ที่อยากขุดคุ้ยเรื่องราวต่อว่าจะจบลงอย่างไร แต่ก็อ่ะน๊ะ ต่างคนต่างมีภาระหน้าที่อันพึงกระทำ ทำให้พวกเราไม่ค่อยได้มีเวลาเจอะเจอกันเหมือนก่อน บ่งบ๊งเองก็มิสามารถติดตามผลงานว่าเรื่องราวของคุณพี่ต้อยว่ามันจะลงเอยในทิศทางใด ทุกคนทราบแต่เพียงว่าเพื่อนรักของพี่ต้อยได้มาขอรับเตียงไม้ตะเคียนของเขาคืนไปแล้ว เรื่องราวจบลงแค่นั้น ...

ที่สุดแล้วพี่ต้อยและพี่ณีย์ก็ต้องมีการถอนหมั้นกันไป ถือเป็นเรื่องน่าเศร้าใจจริง ๆ เรื่องบ้า ๆ แบบนี้ทำให้รักของคนทั้งสองต้องมาร่มกลางคลอง พวกเรารู้สึกเสียดายเพราะเราเห็นเค้าทั้งคู่ตั้งแต่เรียนหนังสือด้วยกันมา เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน พี่ณีย์เธอเป็นคนน่ารักมาก ที่สำคัญเธอเป็นผู้หญิงสวยที่เพียบพร้อมทั้งฐานะและหน้าที่การงาน เค้าทั้งสองหล่อและสวย ทุกอย่างช่างเหมาะสมกันอย่างกับกิ่งทองใบหยก พี่ณีย์เป็นผู้หญิงที่มีความสูงถึง 175 ซม. และพี่ต้อยก็เป็นนายตำรวจหนุ่มที่หน้าตาดี ตัวสูงใหญ่ พูดแล้วก็เหลือเชื่อน๊ะ เลิกกันเพราะผีนางตะเคียนเนี่ยน๊ะ บ่งบ๊งไม่อยากจะเชื่อเลย ถือเป็นเรื่องเศร้าใจและเสียดายจริง ๆ เอวัง ....

ส่วนตะละแม่นางตะเคียนจะยอมเปลี่ยนรส เปลี่ยนกลิ่นจากคุณพี่ต้อยไปเป็นเพื่อนคุณพี่ต้อยที่เป็นเจ้าของเตียงตัวจริงหรือไม่นั้น คงต้องให้พบกับตัวเป็น ๆ ของพี่ต้อยก่อนแล้วจะได้ทราบเรื่องราวอันลึกลับกันต่อไปว่ามันจะจบลงเอยอย่างไร ...






เรื่องราวของแม่นางตะเคียน หรือตางตะเคียนทองถือเป็นความเชื่อของคนไทยที่ตกทอดและเล่าต่อ ๆ กันมา ส่วนจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่สุดแล้วแต่ความเชื่อของแต่ละบุคคล ก่อนจากกันไปขอแถมท้ายเล่าสู่กันฟังอีกสักเรื่อง คือคนโบราณเค้าบอกต่อ ๆ กันมาว่าหากจะปลูกสิ่งก่อสร้างใด ๆ แล้วไปพบต้นหรือขุดเจอตอไม้ตะเคียนแล้วไปตัดโค่นจะพามาซึ่งความหายนะ ... ตรงนี้บ่งบ๊งเองก็เคยสัมผัสมา คือเรื่องมีอยู่ว่า สถาปนิกของหมู่บ้านที่บ่งบ๊งอาศัยอยู่เขาจะสร้างแท๊งค์น้ำใหญ่ของหมู่บ้าน ก็สำรวจหาที่ทางที่เหมาะสมเพื่อวางแท๊งค์น้ำ ไปพบเจอเอาจุดที่มีต้นตะเคียนท้ายหมู่บ้าน เขาวาเหมาะเจาะและขอสร้าง ณ จุดนั้น ได้สั่งการให้คนงานตัดโค่นต้นตะเคียนต้นนั้นโดยไม่ฟังเสียงคัดค้านของคนงาน แถมไม่มีการทำพิธีจุดธูปขอขมาแต่อย่างใด คนโบราณว่า หากจะตัดหรือโค่นต้นตะเคียนก็ต้องตัดและขุดกันให้ถึงรากถึงโคนกันไปเลย ไม่เช่นนั้นจะนำพามาซึ่งความหายนะและความตาย ...

หลายวันต่อมาสถาปนิกของหมู่บ้านไปรถคว่ำตายที่ต่างจังหวัดขณะเดินทางไปตรวจไซด์งานทางภาคเหนือ ... เรื่องแบบนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ มันก็เกิดขึ้นจริงจะด้วยความบังเอิญ หรืออุบัติเหตุก็สุดแล้วแต่ แต่มันก็เป็นดังคำกล่าวนั้นจริง ๆ

เป็นข่าวอยู่บ่อย ๆ ที่มีการขุดพบตอไม้ตะเคียน หรือต้นตะเคียนผุดโผล่ที่ใด จะเห็นมีชาวบ้านพากันไปกราบไหว้ ขอหวย แล้วก็มีผ้าเจ็ดสีเจ็ดศอกพันโดยรอบ มีการตั้งศาลและการบูชากราบไหว้ มีชุดไทยสไบนางมาผูกแขวนไว้ตามต้นอีกด้วย เสื้อผ้าเหล่านั้นส่วนใหญ่เป็นชุดสไบนางที่ถูกจัดมาเนื่องจากผู้ที่นับถือพากันถูกเบอร์ ถูกหวยนั่นเอง ....






เรื่องราวทั้งหมดโปรดใช้วิจารณยาน เป็นความเชื่อส่วนบุคคล ประโยคนี้คุ้น ๆ ... บ่งบ๊งต้องขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านเรื่องราวมาโดยตลอด ส่วนจะเชื่อหรือไม่คงไปบังคับกันไม่ได้ ถือว่านำมาเล่าสู่กันฟังพอให้ระทึกใจและหายง่วง แล้วพบกันใหม่กับเรื่องราวอันลี้ลับเรื่องต่อไปของบ่งบ๊งนะคะ ...


ปูลู ... ส่วนภาพด้านล่างนี้ไม่เกี่ยวข้องใด ๆ กับเรื่องราวด้านบนของผีสาวนางตะเคียนที่ได้เล่ามา ... ผีนางตานีสุดสวย ความเฮี๊ยนไม่ได้ยิ่งย่อนกว่ากัน เอิ๊กกกกกก แห๋มมม สวยขนาดน๊ะจ๊ะหล่อน .... กล้วยตานีใบหวีเหี่ยว เหี่ยวซ๊ะที่ไหน ออกเต่งตึงซ๊ะขนาดนี้ ... รู้สึกรำคาญลูกนัยตากับใบตองที่ปกปิดส่วนท่อนล่าง หากไม่มีมาแปะปิดของกลางเอาไว้คงจะปลุกใจเสือป่าได้มากกว่านี้ เหอๆ



ไปแระ .... บ๊ะบายยยยยยยยยยย







Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2554
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2554 16:44:46 น. 18 comments
Counter : 13195 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะพี่บี๊ มาติดตามมนต์รักนางตะเคียน
ไม่เชื่ออย่างลบหลู่จริงๆ นะคะ
อ่านเรื่องพี่ต้อยแล้ว ขนศีรษะลุก (นิดๆๆๆ)
โอ้ว รักข้ามมิติ มาอยู่กินกันฉันคู่สามีภรรยา อรุยยยย
แต่น่าเสียดายอดีตคู่หมั้นอย่างที่พี่บี๊ว่าจริงๆ ค่ะ
โลกความจริงนั้นสำคัญกว่า

พูดถึงเรื่องต้นไม้ใหญ่ๆ หลายคนอยากตัดออก
เอิงขออยู่แบบน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า มีต้นไม้ใหญ่อยู่บ้าน
ก็ถือซะว่าเค้ามาช่วยดูดอากาศเสียออกไป
ช่วยลดมลพิษ ทำให้บ้านเมืองเราสดใสดีออกนะคะ


โดย: diamondsky วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:16:58:11 น.  

 
เล่ามาแบบสยองขวัญ จบลงแบบ สวยงาม นะคะพี่บี๊ ยังแทรกอารมณ์ขันตามสไตล์ได้อีก :))

อ่านไปก็ลุ้นไป ว่าตอนจบจะเป็นยังไง ... เรื่องแบบนี้ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่เหมือนที่พี่พูดจริง ๆ เนาะ บางครั้งเราก็มีแบบกลัว ๆ ด้วยค่ะ อิอิ ... แต่บางครั้งก็ไม่กลัว คงแล้วแต่ความแข็งแรงของจิต แต่ละขณะ รึเปล่าก็ไม่ทราบนะคะ


โดย: Tristy วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:0:25:39 น.  

 
แหม๋ คุณบี๊คะ

เล่นซะป้าอิ๋วสยอง เย็นสันหลังวาบ วาบ

ตื่นมาอ่านตอนที่ 5 เงียบๆ จิ้งจก 2 ตัววิ่งไล่กันตรงหน้า

ปร๊าดดดดดด สดุ้งสุดตัวเลย หุหุ อ่านแล้วจิตอ่อนเลย....

เรื่องแบบนี้ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่จริงๆ เนอะ

เรื่องเกี่ยวกับผู้หมวดต้อย เคยอ่านในหนังสือ นิยาย อะไรประมาณนั้น ไม่นึกว่าจะมีจริงนะคะนั่น...

อ่านนาน ติดตามจนวางไม่ลงเลย....หุหุ

สรุปสุดท้ายแล้วอยากกินกล้วยปิ้งเลยค่ะ กร๊ากกกก

ไปเอามาจากไหนน่ะ รูปนั่น อ๋อ เป็น collection หนึงของคุณบี๊ใช่ม๊า........


โดย: Sai Eeuu วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:6:08:38 น.  

 
เข้ามาอ่านแล้ว 1 เที่ยว ขอตัวเตรียมตัวไปทำงานก่อน

แล้วจะกลับมาอ่านอย่างละเอียดอีกครั้ง กลัว ครับ กลัว
คุณบ่งบ๊งหลอกเอา เลยไม่ได้ให้ความเห็น 555


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:6:14:33 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่บี๊

อ่านแล้วแปลกใจมากครับ
เดี๋ยวนี้ต้นตะเคียนไม่ค่อยมีให้เห็นแล้วด้วยมั้งครับ










โดย: กะว่าก๋า วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:7:41:43 น.  

 
พี่เปลี่ยนแนวมากๆ แต่อ่านแล้วเพลินดี
ปนขนลุกขนชัน


โดย: แม่ปู (ฮัลโลตอบหน่อย ) วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:11:10:44 น.  

 
ชีสเค้กผมไม่สันทัดครับพี่บี๊
ขอสองถ้วยเลยนะครับ 555




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:12:31:55 น.  

 
อรุณสวัสด์ค่ะพี่บี๊ มาอ่านเรื่องนางตะเคียน ขนหัวลุกแต่เช้าเลยเรา ตู่เชื่อนะคะ เรื่องผี วิญญาณนี่ เพราะเคยเจอกะตัวเองหลายครั้งละ แต่มันก็พูดได้ไม่เต็มปากที่จะเล่าให้ใคร ๆ ฟังได้ เพราะมันแค่แว๊บ ๆ ไม่เหมือนคุณพี่ต้อยที่ใช้ชีวิตอยู่กับคุณพี่ตะเคียน หียย..แค่เขียนก็ขนลุกละ คิดว่าในหนัง ละคร เขาก็คงอิงมาจากเรื่องจริงนะคะ

คนรวยบาห์เรนเขาจะชอบมาเมืองไทยค่ะ มาช้อปปิ้ง มาหาหมอ และพักผ่อนน่ะค่ะ เพราะที่บาห์เรนไม่ค่อยมีอะไรสวย ๆ หรอกค่ะพี่บี๊ ไปไหนก็มีแต่ฝุ่น แต่ทราย Yatch Club ในภาพน่ะสวย แต่ลวงตาค่ะ ฮิฮิ.. แต่จริง ๆ สวยสู้บ้านเราไม่ได้หรอกค่ะ ที่นี่ก็จะเป็นแหล่งพบประสังสรรค์ของคนไฮโซของคนบาห์เรนเค้าค่ะ พวกท่านชีคชอบมาจัดงานปาร์ตี้ที่นี่ค่ะ รายล้อมไปด้วยสาว ๆ สวย ๆ อาหารนี่แพงหูดับเลยค่ะ


โดย: Candlelight Blues วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:12:36:57 น.  

 
ตอนแรกนึกว่าจะอัพบล็อกอาหาร มานั่งอ่าน อ้าว เรื่องผี ๆ นินา สงสารคุณต้อยเขานะคะ แล้วนี่ตอนนี้เป็นไงคะเนี้ย เสียดายเนอะ แต่เรื่องแบบนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่คะ นัทเคยเจอเหตุการณ์แปลก ๆ แบบนี้เหมือนกัน ตอนเรียน ป.ตรี ในมหาลัยที่กทม. แล้วอ่านหนังสือเตรียมสอบกับเพื่อนที่มหาลัยจนเกือบ ๆ ตี 5 ก็ออกจากตึกจะกลับหอ ช่วงรอลิฟท์ลงตึก ดันหันขวาไปมองกระจก ก็เห็นเป็นร่างคนโปร่ง ๆ ใส ๆ อะคะ ตอนนี้ก็ขยี้ตา เพราะนึกว่าเบลอเนื่องจากอ่านหนังสือแล้วคิดว่าเป็นเงาตัวเองหรือเงาเพื่อน แต่ปรากฏว่าไม่ใช่ เพราะมีอยู่ร่างเดียว แล้วถามเพื่อนที่มาด้วยกันว่า -พงษ์ เมิงเห็นเหมือนที่ตรูเห็นหรือเปล่าฟะ- (ขอพูดไม่เพราะหน่อยนะคะ) พงษ์เพื่อนก็หันไปมองด้านขวา เพ่งอยู่ซักพัก แล้วก็บอก เออวะ -ตรูเห็นเหมือนเมิงเลยฟะ- มองตากัน 1 วินาที ลิฟท์ไรไม่รอแล้ว ลงบันไดก็ได้ฟะ เผ่นกันแนบบแล้ว แหะ ๆ แต่เคยคุยกับพี่ที่เรียนที่นั่นเขาบอก ตึกที่พวกนัทเห็นได้ข่าวแบบนี้เยอะมากคะ แหม เล่นเอาเสียวเลย

ส่วนตัวชอบดูซีรี่ย์เรื่อง Ghost whisper คะ แต่ตอนพี่ ๆ น้อง ๆ ผีเขามา นัทชอบเปลี่ยนช่อง แหะ ๆ กลัว ๆ แล้วก็กลับไปดูต่อ

ยังฝังใจเรื่องพี่ต้อยคะ ยังไงช่วงบอกหน่อยนะคะ ว่าแกเป็นยังไงอะคะ ขอบคุณคะ

ปล. รูปสุดท้าย หายกลัวไปนิดนุง แหะ ๆ


โดย: We Are FroM BeLGiUM วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:12:39:35 น.  

 
สวัสดีคะ น้องพี่ทุกท่าน ... วันนี้เปลี่ยนเรื่องราว แต่ก็ยังมีน้องพี่แวะมาทักทาย
รอบนี้งดเรื่องอาหารการกิน ไม่ทำอาหาร งดทำขนม
แหมมม รู้น๊ะว่าเรื่องกินมันเรื่องใหญ่เรื่องสำคัญในชีวิตมนุษย์
แต่ก็อยากเปลี่ยนเรื่องราวไปบ้าง เพื่อให้ชีวิตมีรสชาติแบบหลากหลาย

***************************

@ ขอบคุณน้องเอิงสุดสวย นางงามสายสะพายอันดับหนึ่งห้องไกลบ้าน

@ ขอบพระคุณในความอบอุ่นที่มีให้ต่อกันเสมอมา ขอบคุณป้าอิ๋วของน้อง ๆ
เอ๊าๆๆๆ ป้าอิ๋วเคยได้รับฟังเรื่องราว หรือได้อ่านเรื่องนี้มาเหมือนกันหรือคะ
เอ .. ใครหนอเอาไปเขียน ไม่เห็นเพื่อนในกลุ่มบอกให้ฟังว่ามีเรื่องนี้ด้วย

@ ขอบคุณ คุณน้องฉวีสุดสวย นางงามสายสะพายประจำห้องอาหาร/ขนม

@ ขอบคุณสมุห์ตูน ขวัญใจแม่ยก มีหลากหลายเรื่องราวให้น่าติดตาม

@ สวัสดีน้องก๊ะก๋า ... ชายงามห้าสายสะพาย กระทู้ล้วนน่าสนใจทุกเรื่องราว

@ สวัสดีแม่ปู ... 5555 ตอนนี้มุกแป๊กเรื่องราวของอาหารและขนมคร๊า คริคริ

@ สวัสดีคะ น้องตู่ ... เมืองแขก เมืองคนรวยที่มีแต่เงิน บางเรื่องเลวร้ายสุด ๆ
พี่เจอเรื่องลึกลับกับตัวเองก็หลายครั้งนะคะ แต่ที่เห็นผีแบบจะจะครั้งเดียว
แต่เห็นแบบมาเป็นตัวเป็นตนแบบนี้ ผู้คนในตระกูลเห็นกันเกือบทุกคนคะ


@ สวัสดีคะน้องนัท ... ดีคะ มีเรื่องราวเอามาเล่าสู่กันฟัง ชอบฟังเรื่องพวกนี้คะ
พี่บี๊มีเรื่องผีจากคนรอบข้างที่พบเจอกันมาหลายสิบเรื่องราว น่ากลัวทั้งนั้น
พี่มีคุณอาเป็นอาจารย์หมอ มีเรื่องเล่าในโรงพยาบาลที่พบเจอให้ฟังบ่อย ๆ
ฟังไปขนหัวลุก ฟังแล้ววูบ ๆ วาบ ๆ แต่ใจจดจ่ออยากจะฟังไปเรื่อย อิอิ



หากใครมีเรื่องราวเกี่ยวกับ ปะปะปะ ปี๋ปี๋ แวะมาแชร์เล่าสู่กันฟังนะคะ
มาเล่าผ่านตรงกระทู้นี้หล่ะคะ คนอื่นผ่านเข้ามาจะได้อ่านให้ขวัญผวากัน
มนุษย์เรานี่ก็แปลกดีน๊ะ บางคนกลัวผีสุด ๆ แต่ก็อยากฟังเรื่องราวของผี
นั่งคุยกันมาทั้งคืนไม่มีเรื่องผี แต่พอตกดึกขุดคุ้ยกันหลากหลายเรื่องราว
เอามาเล่าสู่กันฟัง ฟังไปก็หนาว ๆ วูบวาบสันหลัง วังเวงกับบรรยากาศสุดๆ
หลายคนไปดูหนังผีในโรงหนัง ปิดตาดูข้างเดียวก็เอา ยอมซื้อตั๋วเข้าไปดู
5555 ดูไม่คุ้ม ใช้ตาข้างเดียวชม เพราะอีกข้างเอามือปิดไว้มิด เหอ ๆ


โดย: บ่งบ๊ง วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:13:49:17 น.  

 
ส้มตำไข่เค็ม ส้มตำกุ้งและปูนา ตับไก่ย่าง และไก่ทอด แม่เจ้า ทำร้ายจิตรใจ

ไข่เค็มนัทเคยดองเองคะ นาน ๆ ดองที ไม่งั้นต้องซื้อร้านเขาเอาอะคะ แพงมั๊ก ๆ ส่วนปูเค็มก็ซื้อแบบแช่แข็งเอา
พูดถึงตับไก่ย่าง ไม่เคยเอามาย่างเลย ทั้งที่ปกติชอบทานมากตอนอยู่เมืองไทย ว่าแล้วต้องลองซะหน่อย

ส่วนมะละกอ นัทเอาให้ลงในบล็อกชุดแซบอิลี่ : ตำปลาร้า-ซุปหน่อไม้-ลาบหมู-ยำวุ้นเส้น-ไก่ย่าง พร้อมข้าวเหนียวและผักแกล้มไปแล้วเมื่อ 2 วันก่อนคะ ที่นี่ตอนนี้ลูกละครึ่งโล ราคาปาไปแล้ว 6-7 ยูโร ของแพงมากเลยอะคะ แต่เข้าใจเพราะมะละกอนี่ความต้องการผู้ซื้อสูงมั๊ก ๆ คะ มะละกอกรอบใช้ได้นะคะ (ถ้าลูกสด แหะๆ) ปกตินัทตำแครอทตลอดเลยอะคะ ถูกกว่ากันเยอะ กิโลละยูโรกว่า ๆ เองคะ

ส่วนเรื่องประสบการณ์ทางวิญญาณ อ้อ มีอีกเรื่อง อันนี้ไม่เห็น แต่ได้ยินแต่เสียงหมาหอนอะคะ ตอนพ่อนัทเสียวันที่ 7 อะคะ ช่วงใกล้ตี 2 นัทกับหลานนั่งกันหน้าโลง (จัดงานกันที่บ้านคะ) เพราะนั่งเฝ้าธูปกันไม่ให้ดับ ซักพักได้ยินเสียงหมาที่บ้านหอนมาตั้งแต่หน้าบ้านวนไปถึงหลังบ้านเลยและตามหอนมาข้างในบ้านด้วย ซึ่งทุกคืนที่สวดไม่เคยหอน มาหน้ากันเลิกหลั่ก บอกหลานว่า เอ่อ น้าอ้อย ไปนอนก่อนนะ (บ้านนัทเขาเรียกนัทว่าอ้อยคะ บ้านนี้ลูกสาวสามคน ชื่ออ้วน ออด อ้อย แต่เพื่อนที่มหาลัยเขาจะเรียกนัทตามวีนัสกัน) แล้วก็เผ่นแน่บกันไปนอนในมุ้งในห้องกันหมดเลย แหะ ๆ นัทอฐิษธานบอกพ่อวันแรกที่ถึงไทยว่า ถ้าพ่ออยากมาหาก็มาได้นะ เลยบอกพ่อคืนนั้น มาแนวน่ากลัวไม่เอานะพ่อ แหะ ๆ กลัวคะกลัว แต่แม่บอกว่า ถ้าพ่อเอ็งเขาไปไม่สบาย เขาคงกลับมาแล้วหละ ยังงง แล้วจะกลับมาแนวไหนอะแม่ แม่บอกยังไม่เคยเห็นใครไปแล้วกลับมาซักคน เขาคงไปสบายกันแล้ว ไปชดใช้หรือได้อยู่ที่ดี ๆ ตามกรรมที่เขาได้ทำกันไว้ตอนมีชีวิตอะคะ

เห็นแม่บอกว่าหลังจากคนตายเสียไปแล้ว 7 วัน วิญญาณเขาจะรู้ว่าตายแล้ว แล้วกลับมาบ้านคะ จริงเท็จประการใจอันนี้แล้วแต่วิจรนญาญนะคะ (เขียนถูกไหมเนี้ย -วิจรนญาญ-) แต่น้าแถวบ้านบอกหมามันหอนแบบนี้ทุกคืนหละ ไม่จริงหรอก พวกนัทเลยเถียง ไม่จริงนะน้า พวกหนูนอนดึกทุกคืน ไม่เห็นมันหอนไรเลย ไมมันมาหอนเอาคืนนั้นคืนเดียวหละ หุ ๆ เล่นเอาอึ้งเช่นกัน

ปล. ซีรี่ส์ชื่อ Ghost whisperer ไม่ใช่ Ghost whisper ที่แสดงโดย Jennifer Love Hewitt อะคะ โก๊ะอีกแล้วนัท


โดย: We Are FroM BeLGiUM วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:15:17:25 น.  

 
คุณพี่เปลี่ยนแบบมาในแนวสยองขวัญ ให้หลายๆคนตื่นเต้นกับสิ่งลี้ลับกับนางผีๆ มีจริงมั๊ยค่ะ นางผีต้นกล้วยตานี ทำใม สวย เอ็กซ์ เกินเหตุการณ์ค่ะคุณพี่ สวยแบบไม่น่าเชื่อว่าเป็นผี อิ...อิ ทำให้ผู้ชายหลายคนน้ำลายหก


โดย: Hachisu วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:17:35:13 น.  

 
ฉีกแนวดีค่ะพี่บี้ กลัวค่ะแต่ชอบอ่านเหมือนพี่บี้ปิดตาข้างนึงนั่นแหละ
ประสบการณ์ของตัวเองเหรอ อืม..ตอนพ่อเสียค่ะ เขาบอกว่า 7 วันจะกลับมาบ้านใช่มั๊ยคะ คืนนั้นพวกเรานั่งกันอยู่ในห้องนอนพ่อ พอถึงเวลาปรกติที่ตอนพ่อยังมีชีวิตพ่อเข้าห้องนอนเวลานั้น พวกเราทุกคนได้กลิ่นธูปคละคลุ้งไปทั้งห้องเลย สักพักก็จางหายไป พวกเราก็มองตากันแต่ไม่มีใครพูดอะไรตอนนั้นยังเด็กอยู่ก็กลัวอ่ะค่ะ พูดแล้วก็คิดถึงพ่ออ่ะพี่บี้ นี่ก็ผ่านไปตั้ง 20 ปีแล้วค่ะแต่พ่ออยู่ในความทรงจำลูกเสมอ
เบอร์โทรฝากไว้ที่หลังไมค์แล้วนะคะ โทรมาได้ตลอด 24 ชั่วโมง (แต่คงไม่ได้รับค่ะหลับ อิอิ..)


โดย: เนินน้ำ วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:21:07:21 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่บี๊







โดย: กะว่าก๋า วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:7:39:25 น.  

 
ปกติตามพี่แต่เรื่องอาหาร เกือบตกเรื่องน่าอ่านไปซะแล้ว
วันนี้คิดถึงค่ะเลยตั้งใจคลิกเข้าบล็อกพี่โดยตรง เจอเรื่องนี้
รวบรวมความกล้ารีบอ่านอย่างตั้งใจค่ะ

สองวันก่อนไปเว็ปคุณฝรั่งมา เค้าทำต้มยำหัวปลีก็มีประวัตินางตะเคียนมาลง
มาเจอที่บล็อกพี่อีก รีบอ่านอย่างไวค่ะ

อยากรู้ว่าเพื่อนพี่ต้อยตอนนี้เป็นอย่างไร ถ้าพี่เจอกระซิบถามมาเขียนลง
บล็อกอีกนะคะ น่าติดตามค่ะ ส่วนเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับพี่ต้อย อิอิ ช่วงนั้น
พี่เค้าคงมีความสุขมาก แต่ละวันคงเหนื่อยหมดแรง อิอิ

จำได้ว่า ดูข่าวทีวีปีที่แล้ว เห็นรายการอะไร คอฟฟี่ก็จำไม่ได้ค่ะ เค้าหาไม้ตะเคียน
ต้นตรงๆ เจอ และจะเข้าไปทำการตัด ต้องนิมนต์พระ ทำพิธีกันใหญ่โต เป็นสิ่งที่
ชาวบ้านและคนไทยเชื่อมาอย่างช้านานจริงๆ ค่ะ

เนียไล่อ่านกำลังอิน เริ่มมองไปรอบข้าง กลัวนิดๆ พอมาเจอภาพล่างความกลัว
หายไปเลยค่ะ 555 น้องตะเคียนทำหน้าตาเซ็กซี่ได้อีก 555 ชอบค่ะ

ขอบคุณเรื่องราวน่าอ่านค่ะพี่



โดย: coffeebake IP: 124.122.213.64 วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:10:45:12 น.  

 
นั่นสิ พี่ต้อยตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง

เราว่า คงไม่ค่อยดีเท่าไรนัก หน้าตาหมองคล้ำ

ผีก็น่าอยู่ส่วนผี ไม่น่าจะมายุ่งเกี่ยวกันอย่างนี้

ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ไม่ไดีแน่ ๆ


โดย: เด็กน้อยตัวแสบ วันที่: 12 มิถุนายน 2554 เวลา:10:09:17 น.  

 
ผีต้นกล้วยรูปสุดท้าย นี่ยังไงๆนะคะ อิอิ


โดย: ceacar salad วันที่: 25 สิงหาคม 2554 เวลา:11:52:19 น.  

 
รออยู่นะค้คุงพี่ยังตืดตามอยู่


โดย: rat IP: 125.27.6.175 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:10:39:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

บ่งบ๊ง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1895 คน [?]




ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่บ้านแห่งความสุขค่ะ วันทั้งวันหมกมุ่นแต่เรื่องทำกิน ทั้งวี่ทั้งวันวุ่นวายแต่เรื่องในครัว เรื่องสังสรรค์เฮฮาพอมีประปราย

ยินดีต้อนรับทุกท่านที่แวะมาเยือน นำพามาซึ่งความสุขและสิ่งดีงามมีสาระ มาร่วมแชร์ความคิดเห็น นำเสนอเรื่องราวการทำอาหารและขนม รวมถึงเทคนิคต่าง ๆ แบบไม่ปิดบังซ่อนเล้น มีความสุขกับการเข้าครัวในทุกวัน ซึ่งถือเป็นการคลายเครียดอีกทั้งจรรโลงโลกใบนี้ให้น่าอยู่และงดงามตราบนานเท่านาน ....



เมี่ยงคำกลีบบัว

หมี่กรอบโบราณ

น้ำจิ้มเมี่ยงคำ

เมี่ยงมะม่วง

ยำส้มโอ

ข้าวตังหน้าตั้ง

กระทงทอง

มัสมั่นไก่และเนื้อ

เนื้ออบสูตรประจำตระกูล

ปีกไก่ทอดซีอิ้ว

กล้วยเชื่อมแดง

ไก่อบเกือบจะ S&P

Filipino Chicken Adobo

ซอสเย็นตาโฟในตำนาน

น้ำจิ้มสุกี้ชาบูเลอเลิศ

น้ำพริกสะระแหน่-น้ำจิ้มลุยสวน

น้ำจิ้มชนิดต่างๆ

ซอสเทอริยากิ

ไข่ตุ๋นเนื้อเนียน

Mango Cheese Cake

Strawberry Cheese Cake

Cheese Pie

New York Cheese Cake

เค้กมะตูมสูตรอร่อย

เค้กอินทผลัม Dates Cake

ปลาทูต้มเค็ม

ไข่พะโล้-ต้มเค็มพะโล้-ก๋วยจั๊บ

ข้าวหน้าไก่สูตรเด็ด

บะหมี่หน้าไก่

อุ๊กไก่-ไก่พม่า

ซุปไก่มุสลิม

ผักดอง-Veggies Chutney

ครองแครงกรอบสูตรประจำตระกูล

กุ้งหวานบ้านฉัน

เค้กกล้วยน้ำว้า

หลนกุ้ง

กะปิคั่ว-กะปิหลน

Friends' blogs
[Add บ่งบ๊ง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.