กรรมทันตา อนณ 093-149-9564 tobeteam@yahoo.com Line : anon.nisarut
Group Blog
 
All Blogs
 

วัดป่า...มหาสนุก 66

วัดป่า...มหาสนุก 66
 
( เล่าจากเรื่องจริง แต่ให้อ่านเป็นนิยาย...อย่าอ่านเอาเรื่อง นะครับ )
 
 
 
ชอบใส่บาตร กันมั้ยครับ
สมัยวัยรุ่นแต่ก่อนโน้น ผมไม่ค่อยได้ใส่บาตรเท่าไหร่
ด้วยเหตุผลนานาประการ
โดยเฉพาะ ไม่ค่อยชอบพระที่บุคลิกไม่น่าเลื่อมใส เดินไม่สงบ ไม่สง่างาม หรือพวกที่จีวร มอม ๆ แมม ๆ ไม่เรียบร้อย
 
 
อีกอย่างในอดีต ผมเคยมีความเกี่ยวพันกับ...พะ...ที่ไม่ค่อยดี
ตามประสาคนบาปอย่างผม
เรื่องที่กำลังจะเล่าต่อไปนี้ ค่อนข้างล่อแหลม
พ่อ แม่ ผู้ปกครอง ควรใช้วิจารณญาณ ในการรับฟัง
เนื่องจากเป็นเรื่องจริง แต่ผมกลัวถูกเหยียบ จึงขอใช้นามสมมุติ และสถานที่สมมุตินะครับ
 

อ้อ....เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อเกือบ 30 ปี สิ่งต่างๆ ที่เกิดในสถานที่นั้น ก็คงจะเปลี่ยนแปลงไปแล้ว
สิ่งชั่วร้ายต่างๆ ก็น่าจะหมดไปแล้วนะ.....หรือ ยัง ก็ ไม่ รู้
อย่างที่เคยเล่าในตอนก่อนๆ นี้แล้วว่า 
ผมได้เข้าไปอยู่ในวังวนของคนชั่วเลว และความชั่วร้าย
คนเลว ก็ชอบคบกับคนเลว คุยกันถูกคอ หนีกันไม่ค่อยพ้น
เหมือนที่ หลวงพ่อเตี้ย...ท่านพูดเสมอว่า 
ดี ดูดดี ...ชั่ว ดูดชั่ว
เมื่อผมยังเป็นวัยรุ่น ทำงานอยู่กับเถ้าแก่เต็นท์ขายรถแห่งหนึ่ง
แกชื่อ เฮียเฮง ซึ่งท่านที่ติดตามจะทราบว่า มีคุณสมบัติอย่างไร
ตัวเฮียเฮง มีนิสัยแปลกอยู่อีกอย่าง ( ความจริงมีหลายอย่าง )
คือชอบไปวัดภาชี แถวถนนเอกมัย...อะไร จำได้แต่มันใกล้ บขส.
 

แกมักจะแวะเมื่อผ่านเสมอ ๆ ไปหา พระ ซึ่งดูน่าจะเป็น .....พะ ซะมากกว่า
ไปหาหลวงพี่จวบ (นามสมมุติ) ซึ่งอายุประมาณ  25 - 30
มักจะไปคุยกันนาน ๆ ส่วนใหญ่ก็เรื่องเครื่องรางของขลัง ของวิเศษสารพัด
หรือไม่ก็เรื่องพลังจิตพิสดาร 
ในกุฏิที่ดูเหมือนห้องเช่านี้ จะมีโต๊ะหมู่บูชา อันมีพระพุทธรูปจมฝุ่น ประมาณไม่เกิน 2-3 องค์
แต่จะมี ฤาษี เทพฮินดู เทพจีน และเทพเทวา อีกหลายประเทศ
ซึ่งเฮียเฮงแกจะรู้สึกทึ่งในการบูชา แบบ...อินเตอร์เนชั่นแนล นี้มาก
 

พะพี่จวบ ก็จะสอนเฮียแกให้รู้จักคุณสมบัติเฉพาะของแต่ละเทพ แต่ละองค์
รวมถึงอิทธิฤทธิ์ในการดลบันดาลที่ต่าง ๆ กันไป โดยเฉพาะ ทรัพย์สิน เงินทอง ความร่ำรวย อย่างไม่มีเหตุผล
คุยกันไป แล้วก็กินข้าวที่ได้จากการ บิณฑบาต หรือที่คนเขาใส่บาตรมา
ผมเคยถามเฮียว่า ทำไมต้องมากินที่นี่
แกบอก มันไม่เสียตังค์ว่ะ กับข้าวก็ของดี ๆ ทั้งนั้น เลือกเอาเลย
ขอบอกนะครับ ในแต่ละวันของกินที่รับบิณฑบาตมา เยอะมาก..ก..
กินไม่หมด ต้องเลือกเอาที่ดี ๆ อร่อย ๆ  ห่อไหนน่าตาไม่ดี หรือดูไร้สกุลหน่อย 
หลวงพี่แกก็โยนออกนอกหน้าต่าง ลงคูน้ำข้างกุฏิ
อ้อ...ลืมบอกไป กุฏิแกอยู่ชั้น 2 แบ่งเป็นห้อง ๆ คล้าย ๆ ห้องเช่า
แต่หลวงพี่แกอยู่ห้องริม ติดกับคูระบายน้ำ
ซึ่งแกก็โยนมันทั้งห่อ ทั้งถุงพลาสติกทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้แกะนั่นแหละ
ผมเคยถามว่า .... ของที่เหลือ เราไม่เอาแล้ว ทำไมไม่เอาไปให้คนจน ๆ ล่ะ
แกบอก วุ่นวาย แล้วไอ้พวกนี้มันก็เรื่องมากเหมือนกัน โยนทิ้งไปดีกว่า
ผมว่า อย่างนี้มันก็คูคลองมันก็ตันนะซิ
แกบอก โยนทั้งถุง มันจะลอยน้ำไปเอง อย่าถามมาก....
มีอีกอย่างที่คุยกันได้นาน ๆ จนผมนอนหลับไป 2 ตื่นแล้วยังไม่จบ
ก็เรื่องพระเครื่อง พระห้อยคอ พระบูชา เครื่องรางต่าง ๆ
แต่จะออกแนวว่า ตอนนี้รุ่นนี้ดัง รุ่นนี้กำลังจะดัง รุ่นนี้อีกเดี๋ยวก็จะเริ่มดัง
ประมาณการกะเก็งประเมินคุณค่า จะเป็นการประเมิน ราคา ซะมากกว่า
 

ซึ่งหลังๆ เฮียเฮงแกพัฒนา สามารถหาพระเครื่องที่กำลังดัง
กำลังมีราคาหลายๆ องค์มาอวด อ้อ...ขายด้วย
อีกคนหนึ่ง ที่เจอเป็นประจำ ชื่อเฮียแดง
เป็นช่างซ่อมทีวี วิทยุ มีร้านอยู่แถวหน้าวัด อาชีพเสริมให้ พะ เนร เช่า วีดีโอ
ทั้งหนังธรรมดา และหนังโป๊ หนังอาร์ เอ็กซ์ วาย แซดดดด
มีบริการส่งถึงกุฏิ ด้วย..........
ในตอนนั้น ผมก็ได้แต่สงสัยว่า ไอ้พวกนี้มัน คน หรือเปล่าวะ ที่กล้าทำเรื่องแบบนี้.......
เคยแอบถาม ว่าท่านเจ้าอาละวาด เจ้าสำนักไม่ว่าอะไรเหรอ
แกก็ว่า ธุรกิจใคร ธุรกิจมัน ท่านเองก็มีบิสิเนสแบบเจ้าสำนัก
ประเภทอสังหาริมทรัพย์ เรียลเอสเตท.....อย่าลืมล่ะแถวนั้น ราคาที่ดิน ตารางวาละเท่าไหร่
อีกกิจกรรมหนึ่งที่ พะหลวงพี่จวบ กับเฮียเฮงและพวก
ชอบไปรวมหัวกันคือ วัดโพรงอวกาศ วัดดัง จ.ฉะเชิงเทรา ไปปรึกษาหารือเรื่องทำเหรียญ วัตถุมงคล
วางแผนการตลาดโดยการ ลงหนังสือแนวอิทธิฤทธิ์ปาฏิหารย์
ประมาณว่า ....ถูกยิงพรุน แต่ไม่เข้า หรือรถคว่ำแปดตลบ ยังพังประตูออกมายืนจังก้า บนฝากระโปรงได้ 
แล้วให้สัมภาษณ์บอกทั้งตัว ห้อยเหรียญนี้องค์เดียว
แต่ต้องให้มีหลากหลายเคส หลายตัวละคร หลายๆ เหตุการณ์
หรือ ลงทุนระยะยาวหน่อย เอาฝังไว้ใต้เจดีย์ ซักปี สองปี กรุแตกออกมาโดยบังเอิญ รับรองว่าราคาพุ่งปรี๊ดดด
ขอให้หนักโฆษณา ประชาสัมพันธ์เข้าไว้
ซึ่งเรื่องพวกนี้ผมก็ไม่รู้ว่าเจ้าอาละวาดที่นี่จะรู้มั๊ย 
 
 
กลับมาเรื่องของเราดีกว่า.....
คุณพ่อตาผม พอ.ลิขิต สว่างวรรณ อาจารย์ ร.ร.นายร้อย จปร.
ท่านชอบใส่บาตร ใส่แทบทุกวัน วันละ 3 รูป
ผมเคยถามว่าทำไมชอบใส่บาตร
ท่านบอก ใส่บาตร...แล้วจะมีกิน
ก็คงจะจริงนะ ท่านเป็นนักกิน นักชิม ชอบเดินทางไปหาของกินต่างจังหวัดประจำ
ผมก็เลยหัดใส่บาตรบ้าง ปัจจุบันนี้บางช่วงถ้าไม่ค่อยได้กินของอร่อยๆ
ก็ต้องมาคิดดู.......สงสัยพักนี้เราไม่ค่อยได้ใส่บาตร
แต่ผมมีข้อเสียอยู่อย่าง คือใส่แต่ของที่ตัวเองชอบ
พวกหมูทอด หมูผัดพริก หมูปิ้ง แซนวิช หรือปลาทูน่าในน้ำเกลือ ฯลฯ
ภรรยาผมมักจะบ่นว่า เรื่องมาก ทำไมไม่ซื้อข้าวแกงที่ตลาดเอาล่ะ ง่ายดี
ผมก็ว่า คิดดูนะเธอ......ถ้าตายไป เจอแต่ข้าวแกงเต็มไปหมด ไม่แย่เหรอ
ยังไงก็ขอเจอแต่ของชอบ ๆ แล้วกัน.
นิสัยเสียมากอีกอย่าง คือ เลือกพระที่จะใส่บาตรมาก
รูปไหน ท่าทางไม่ค่อยน่าเลื่อมใสก็ไม่ใส่ หรือรูปไหนของเยอะแล้ว ยังบ้าหอบอีกก็ไม่ใส่ 
เลยทำให้ใช้เวลามากในแต่ละครั้ง
และแต่ก่อนนั้น จะอธิษฐาน.... ขอร่ำรวย โชคลาภ ความสำเร็จ.....ฯลฯ มากมายก่ายกอง
ทว่าต่อมาพอเริ่มปฏิบัติฯ ก็เพิ่งจะเข้าใจว่า ...การขอแบบนั้น จะพาไปตกนรก มากกว่า
เพราะจิต มันมีแต่ความ... โลภ ความอยากได้ไม่สิ้นสุด
 
 
หลวงตามหา และหลวงพ่อเตี้ย ท่านสอนเสมอว่า....จิตที่ว่าง ที่วางทั้ง ดี ชั่ว ต่างหาก ถึงจะเป็น จิตที่บริสุทธิ์ มีพลัง
แต่ผมก็ยังอดอธิษฐานไม่ได้ เลยมานั่งคิดว่า...เราจะอธิษฐานยังไงดี ที่จะไม่ต้องตกนรก
ภายหลังผมจะใช้คำอธิษฐาน ว่า...ขอจรรโลง พระศาสนา ให้ยั่งยืนต่อไป
อีกสิ่งหนึ่งที่ผมชอบทำมาก.ก..ก. แต่เป็นที่แปลกประหลาดของคนอื่น คือ
บางทีผมไม่ใส่เอง แต่ให้คนอื่นช่วยใส่ให้แทน
คืออย่างนี้.....แถวบ้านผม สี่แยกบ้านแขก
จะมีคนบางคนที่นิสัยดี แต่เขาน่าสงสาร เช่น คนที่ชื่อ พี่เบิร์ด 
แกพิการ คล้ายๆ คนเป็นโปลิโอ เดินกะย่องกะแย่ง ซึ่งแกก็จนมากนะ 
อยู่ได้เพราะเงินยังชีพคนพิการ ชีวิตลำบากเชียว
เคยคุยกัน แกบอกอุบัติเหตุ มอเตอร์ไซค์คว่ำ ผ่าตัดสมองหลายครั้ง สุดท้ายเป็นอย่างนี้
ทุกเช้า แกจะเดินออกกำลัง กะโผลก กะเผลกไป ยอมรับในชะตาอาภัพของตัวเอง
 
 
เค้าอยากทำบุญใส่ตัวเหมือนกัน แต่สติปัญญาที่มีก็รู้แต่เพียงว่า....การทำบุญมันต้องใช้เงิน
ลังพังกินอยู่แต่ละวัน ก็ยากลำบากสุดแสน ไม่ต้องพูดถึงการทำบุญ ทำทาน
อยากใส่บาตร นะ....แต่หาใส่ปากใส่ท้องตัวเอง ก็ยังยากแล้ว
 

ผมก็จะคอยดักแก แล้วชวนแกมาใส่บาตรด้วยกัน แล้วให้แกเป็นคนใส่
แกจะมือไม้สั่นไปหมด น้ำตาคลอทุกครั้ง ดีใจมากที่ได้ใส่บาตร สุขใจที่ได้ทำบุญกับเค้าบ้าง
ได้รู้สึกถึง..ความสุขอันเป็นทิพย์ของ บุญ กุศล
ผมแอบมองแล้วก็น้ำตาซึม เหมือนกัน.
 

หรือคนที่กวาดถนน เขามากวาดกันแต่เช้า ผมก็จะซื้อของใส่บาตรไปให้เขาช่วยใส่ให้ 
และมีขนมนมเนยฝากเขาส่วนตัวด้วย อยากขอบคุณเขาที่ช่วยกวาดถนนให้
พวกเค้าจะดีใจ ที่ได้ใส่บาตร ได้ทำบุญ แช่มชื่นจิตใจ
คุณหม่อง..ภรรยาบอกว่า ผมนี่ พิลึกคน ทำอะไรแปลกประหลาด......
 

มีอยู่ครั้งหนึ่ง ตอนช่วงปีใหม่ อากาศหนาวมากกว่าปรกติ
ครอบครัวผมตัดสินใจไปเที่ยวเชียงใหม่กัน ปรกติเราจะเดินทางตอนกลางวัน
แต่ครั้งนี้ ผมบอกว่า อยากไปใส่บาตร บนภูเขา ที่กันดาร ๆ ระหว่างทาง
น่าจะได้อารมณ์ ดีนะ......
ทุกคนเห็นด้วย เที่ยวนั้นเลยออกเดินทางตอนสี่ทุ่ม กะว่าไปถึงเชียงใหม่เช้ามืดพอดี
ระหว่างทางขับรถกันไป มี 6 คน ผมกับลูกสาวผลัดกันขับ 
เดินทางเที่ยวนั้น หนาว..ว..มาก 
จำได้ว่า ประมาณ ตี 4 ขับมาเหนื่อยแล้ว ประกอบกับหมอกเริ่มลงจัดมาก ยิ่งใกล้สว่างหมอกยิ่งหนาขึ้นทุกที
หมอกมันหนามาก....ขนาดมองไปได้ไม่เกินช่วง 1 เสาไฟฟ้า
ระยะทางที่อยู่ตอนนั้น ห่างเชียงใหม่พอควร รู้แต่กำลังขึ้นเขาลงเขาแทบตลอดทาง
หมอกหนามาก มองไม่ชัด เลยต้องหาที่จอด
 
 
ได้ที่จอดริมทางบริเวณหน้าสำนักงานทางหลวงอะไรซักแห่ง มีแสงไฟไม่มืดเท่าไหร่ 
เป็นลานสนามหญ้า สวยเชียวแหละ
เมื่อจอดได้ที่แล้ว ภรรยาผมก็เลยบอกให้รื้อของที่เตรียมมาซิ เดี๋ยวเจอหมู่บ้าน น่าจะได้ใส่บาตรกัน
ก็ช่วยกันปูเสื่อ เอาของลงมา 
ผมก็ตั้งใจอธิษฐาน ขอให้เจอ..พระ ดี ๆ ที่ควรแก่การเป็น สรณะที่พึ่งที่ระลึกของเราได้
 

หมอก.....หนาขึ้นเรื่อย ๆ มองไปมีแต่หมอกขาว..ว...ไปหมด อากาศเย็น.น..น
จู่ ลูกสาวชี้บอกดูซิ นั่น พระ ....ท่านออกบิณฑบาต
หันไปดูกัน เห็นสีจีวรเลือนลางในม่านหมอก ถึงได้รู้ว่าเป็น พระ
พวกเราเลยวิ่งไปปูเสื่อรอริมถนน นั่งรอกันเป็นแถว 6 คน สลอนเลย
ก็นั่งพับเพียบ ยกมือพนมคอยท่านแต่ไกล ไม่มีใครพูดอะไรกันเลย
ทุกคน หันหน้าไปทาง พระ ที่เดินมา....นั่งคอยท่านอย่างสงบ เย็นนน..น
ภาพที่ติดตาอยู่ทุกวันนี้ คือ.... ภาพที่พระอุ้มบาตร เดินออกมาจากกลุ่มหมอกหนา
จากเลือนลาง วับแวมอยู่ไกล ๆ  แล้วค่อย ๆ ใกล้เข้ามามากขึ้น เห็นชัดขึ้น
ท่านมาองค์เดียว ก้าวเดินอย่างสงบ สบาย ๆ  
เดินมาเรื่อย ๆ ไม่วอกแวก 
จับตามองท่านออกจากม่านหมอกมา .....
จนมาถึง เราใส่บาตรกันอย่างสงบเสงี่ยม เพราะบุคลิกอันน่าเลื่อมใสของท่านสะกดพวกเราอยู่เลย
ดูท่านสว่าง สงบ องอาจ แล้วท่านก็ให้พรเบา ๆ สั้น ๆ ....แต่กังวานใสชัด ชุ่มชื่นหัวใจ
พวกเราก้มลงกราบท่าน...นิ่ง...นาน... 
เงยหน้าขึ้นมา เห็นท่านค่อย ๆ เดินห่างไป....ห่างไป....ค่อย ๆ หายลับไปในสายหมอกหนา
เราทั้ง 6 คน นั่งพนมมือมองตามท่านหายเข้าไปในม่านหมอกจนลับตา
 
ภายหลังมาฝึกหัด...ปฏิบัติธรรม ทางอีสาน
เป็นลูกศิษย์วัด เดินตาม หลวงพ่อ และครูบา ยิ่งได้เห็นวัฒนธรรม การใส่บาตรที่สนใจอีกหลายอย่าง
พ่อแม่ คนเฒ่าคนแก่ ก็จะพาลูกหลานออกมายืนหน้าบ้านกันเกือบทุกบ้าน
มีกระติ๊บใส่ข้าวเหนียว แต่ไม่ค่อยเห็นมีกับข้าวอื่น
เมื่อพระมาถึงเค้าก็ใส่กันคนละนิดละหน่อย ข้าวเหนียวแค่ก้อนเท่าหัวแม่มือ เท่านั้น
ส่วนกับข้าว ขนม ผลไม้ จะเอาไปถวายที่วัดทีหลัง เรียกว่า....จังหัน
 
 
หมู่บ้านนี้มี 100 กว่าหลัง แต่จะมีคนออกมาใส่บาตรกันประมาณ 40 - 50 กว่าครอบครัวในวันธรรมดา
ถ้าวันหยุด จะมีเพิ่มมาอีกเยอะ แค่ว่าใส่แต่ข้าวเหนียวเท่าหัวแม่มือ ก็ยังต้องถ่ายของออกจาก บาตร 2 – 3 รอบ
สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนมาก คือ... ความศรัทธา ความเชื่อมั่น ในพระพุทธศาสนา
พวกเค้าเชื่ออย่างสนิทใจว่า สิ่งที่พวกเค้ากำลังกระทำ มันคือ.... บุญ
สิ่งที่เค้าทำ มันไม่สูญหายไปไหน แต่จะกลับมาตอบแทนพวกเค้าในชาตินี้ หรือภพหน้า เท่านั้น
สิ่งที่ฉายชัดออกมาจากแววตา คือ... ความสุข ความอิ่มเอิบ
สิ่งที่ คนเฒ่าคนแก่ พ่อ แม่ ทำให้เห็นอยู่ทุกวัน.... มันติดแน่นในความทรงจำส่วนลึกของ เด็ก ๆ ลูก ๆ หลาน ๆ
เด็กน้อยพวกนี้ เค้าเห็น เค้าได้ช่วยพ่อแม่ใส่บาตร...ทู้กกก วัน
จิตใจพวกเค้า ก็จะถูกซักฟอกให้ขาวสะอาด ทุกวัน
การทำความดี การยึดมั่นในศาสนา การเสพสุขจากการทำบุญ มันเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเด็กพวกนี้
พอโตขึ้น พวกเค้าจะมีภูมิต้านทาน...ความชั่ว มากกว่าคนในเมืองหลวง เมืองใหญ่
เด็กพวกนี้ โตขึ้นจะฉลาดเฉลียว เชี่ยวชาญ การเรียน การหาเงิน เท่าพวกคนในเมืองมั้ย ก็ไม่รู้
แต่ที่แน่ ๆ พวกเค้าเป็น.... คนดี ในเนื้อแท้มากกว่า
 

พวกชาวบ้าน เค้าตื่นแต่เช้ามืด เอาสิ่งที่ดีที่สุด ที่เค้ามีมา....ใส่บาตร
ยกขึ้นเหนือหัว ตั้งจิตอธิษฐาน... 

...... นิพพานะ สัพพะโส นิพพานะ ปัจจะโย โหตุ

ขอให้ได้ถึงซึ่ง.... พ ร ะ  นิ พ พ า น  เทอญ.
 
 
 
 
อนณ นิศารัตน์
โทร. - ไลน์
093-149-9564
 




 

Create Date : 20 พฤศจิกายน 2562    
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2562 18:42:59 น.
Counter : 622 Pageviews.  

วัดป่า...มหาสนุก 65

วัดป่า...มหาสนุก 65
( เล่าจากเรื่องจริง แต่ให้อ่านเป็นนิยาย...อย่าอ่านเอาเรื่อง นะครับ )

เล่าเรื่อง การปฏิบัติธรรม ที่วัดอัมพวัน ครั้งแรกของผมมาหลายตอนแล้วยังไม่จบ ครบ 7 วันเลย

วันที่เจ็ด วันสุดท้าย
ช่วงเช้าวันนี้ก็สดชื่นดีคงจะอยู่ตัวแล้ว รู้สึกฟิตเปรี๊ยะ สบายอกสบายใจ
ในทุก ๆ วันผมตั้งใจปฏิบัติฯ อย่างมาก
แต่...มันชักคิดถึงบ้านแล้วแฮะ......อยากกลับบ้าน ขึ้นมาตะหงิด ๆ

เริ่มช่วงบ่าย ก็ยังดีนะ....แต่ก็เริ่มเวียนหัว ไม่ค่อยมีสมาธิเท่าวันก่อน ๆ 
เริ่มมีอาการโรคกะเพาะกำเริบ มีปวดท้องหน่อย ๆ
สงสัยเป็นเพราะไม่ได้กินข้าวเย็นมาหลายวัน
ปรกติแล้วจะต้องกินอาหารให้ครบ 5 มื้อ.........ไม่รวมก่อนนอน

โรคกระเพาะ กับผม เป็นโรคประจำตัวสมัยที่ยังทำงานประจำ 
เพราะมีแต่ความเครียด แต่ก็ห่างหายกันไประยะหนึ่งแล้ว
เวลาที่มันกำเริบ จะปวดกระเพาะ จุกเสียด จะมีลม มีแก๊สในกระเพาะ เรอเอิ๊กอ๊ากเป็นประจำ
ช่วงเวลาทุกวันที่ปฏิบัติ ฯ กินแต่อาหารอ่อน ๆ เบา ๆ หรือพวกอาหารมังสวิรัติ แค่ 2 มื้อ
ผมจะกินนม ไวตามิ้นทุกเย็น ถ้าไม่กินสู้ไม่ไหว
แต่วันนี้ อาการโรคกระเพาะชัดเจนมาก ซัดไวตามิ้นแล้ว ก็เอาไม่อยู่
ช่วงพัก ไปค้นตู้ยาที่หน้าห้องปฏิบัติฯ เห็นมีหลายอย่าง
ทั้งยาธาตุ ยาลม พออุ่นใจได้

หลังจากนั้นชักจะไปกันใหญ่ ในท้องทำไมมีแต่แก๊ส 
ต้องออกจากห้องมาข้างนอก กลัวรบกวนคนอื่นเขา เราจะเป็น...มาร ซะเอง
ช่วงค่ำอยากจะเข้าไปทำวัตรเย็น แต่ไม่ไหว....ใจไม่สู้
มีอาการจุกเสียดอย่างแรง 
ไปที่ตู้ยา กินยาธาตุน้ำขาว หมดไป 2 ขวด
แต่ก็ยังไม่ดีขึ้นเท่าไหร่

พอกัดฟันจะเดินเข้าไปในห้องปฏิบัติธรรมทีไร จุกเสียดจี๊ดขึ้นมาอีก แถมมีคลื่นใส้ เพิ่มมาด้วย
เริ่มมีอาการทรมานขึ้นทุกที ๆ ผมได้แต่เดินวนอยู่แถวหน้าห้อง
สุดท้ายอาการหนักขึ้น ถึงกับลงนั่งอาเจียร อยู่ข้างกอต้นไม้ 
แต่ไม่อาหารออกมา มีแต่ลม....เอิ๊กกก. เอิ๊กกกก
ทั้งเรอทั้งอาเจียรจนเหนื่อย นึกท้อใจเลย........ความรู้สึกมีแต่ อยากกลับบ้าน

บางครั้ง บางช่วง ค่อยดีขึ้นนิดนึง เห็นเขาเริ่มเดินจงกรม 
ก็อยากทำมั่ง แข็งใจลุกขึ้นก็จะ ...จุก เสียดขึ้นมาอีก
ที่นี้ เริ่มมีเวียนหัวด้วย เอ๊.....ชักแย่เข้าไปทุกที 
เลยไปเอายาหอมในตู้ยามาละลายน้ำร้อนกิน
โอ๊ย.....ทีนี้ยิ่ง เรอ กันหนักเข้าไปอีก พลิกดู.......ปัทโธ่....เขาบอกยาขับลม.

เหนื่อยมากๆ เข้า นึกในใจ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายครับ ช่วยลูกด้วย......
ในใจก็นึกอยากให้ท่านช่วย แต่มันไม่มีแรงอธิษฐาน แบบเรียกพลังไม่ขึ้นน่ะ
ตอนนั้น จิต ตก นึกน้อยใจ.............
เราตั้งใจทำความดีนะ แต่ทำไมเป็นแบบนี้ ไหนว่าทำแล้วได้ดี 
แต่นี่อดข้าวถือศีล กลับมาทรมานแทบตาย
นั่งหมดแรงอยู่ที่โต๊ะหิน มีหมาวัดมานั่งมองหน้า 2 - 3 ตัว
ทุกข์ที่เหมือนกันทั้งคน ทั้งสัตว์ คือ ความเจ็บป่วย ความตาย..........
เมื่อถึงเวลาใครก็ช่วยไม่ได้ นี่เราแค่ป่วยนิดหน่อย....ยังลุกไปปฏิบัติธรรมไม่ได้ 
จะเอาบุญกุศลอะไรก็ไม่ไหว ภาวนาไม่ขึ้นเลย
จากนั้น ความคิดมันต่อเนื่อง ว่า......
........นี่ถ้าเกิดเราใกล้ตายขึ้นมา ตอนนี้จะทำยังไง ทำบาปกรรมมาตั้งมากมาย 
หนี้บาปเท่าภูเขา.....จะให้ใครมา ก็ช่วยก็ไม่ไหว
สิ่งเดียวที่จะทำได้ คือต้องช่วยตัวเอง เอาบุญกุศลค้ำจุนไม่ให้ตกนรกเท่านั้น
แล้วตอนนี้ล่ะ เราทำบุญ ทำกุศลไว้เท่าไหร่กันเชียว....มองไม่เห็นเลย

คนเราขณะใกล้ตายไม่กี่วินาที สำคัญก็อีตอน....ชิงภพ 
จะไปทางไหนก็แล้วแต่ นึกถึง....บาป หรือ บุญ
โอ้โฮ......นึกปั๊บ......รายการบาปที่ทำมาแย่งกันผุดอุตลุตไปหมด.
แล้วรายการบุญอยู่ไหนหนอ.... 
เคยได้อ่านมาจากหนังสือ.... คู่มือดับทุกข์

..... เมื่อเจ้ามา มีอะไร มาด้วยเจ้า
เจ้าจะเอา แต่สุข สนุกไฉน
เมื่อเจ้ามา มือเปล่า จะเอาอะไร
เจ้าก็ไป มือเปล่า เหมือนเจ้ามา
.... ยศและลาภ หาบไป ไม่ได้แน่
เว้นเสียแต่ ต้นทุน บุญกุศล...................

โอ๊ย..ย...ผมมามือเปล่า  แต่ไม่ได้ไปเปล่านะซิ ......
ดั๊น..แบกเอาบาปกรรม ไปตั้งมากมาย
ตอนนั้นเข้าใจเลย.......ถ้าตายตอนนี้ นรก แน่นอน 
ใครก็ช่วยไม่ได้...

พญามาร ที่ขัดขวางทาง..บุญ คือ....ขันธมาร
ความแก่ ความเจ็บป่วย นี่แหละคือ มาร ที่มาขัดขวางการ ปฏิบัติภาวนา
ถ้าวันนี้ ที่เรายังแข็งแรง ยังมีกำลัง สติ ปัญญา แล้วไม่รีบเอา...บุญ ปฏิบัติภาวนา รักษาศีลห้า
ไปรอเมื่อร่างกาย ร่วงโรย มันก็ไม่ทันแล้ว

ทุกวันนี้ทั้งผม และภรรยา เห็นและเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ถึง ขันธมาร
พญามาร ผู้ใช้ความแก่ ความเจ็บป่วย ของเราเองนี่แหละ เพื่อมาขวางกั้นการปฏิบัติ ภาวนา
วันนี้ที่ยังมี...แรง มีสติ มีปัญญา ก็ให้รีบภาวนา...พุทโธ 
เพ่งพิจารณา....อนิจจัง  ทุกขัง  อนัตตา เข้าไว้
พรุ่งนี้ก็ไม่รู้ว่า เราจะมีอันเป็นอะไรไป

มีคนเคยบอกว่า....ตอนก่อนจะสิ้นใจ ให้รีบท่อง.... พุทโธ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ 
แล้วจะไม่ตกนรกผมขอบอกเลยว่า...ไม่จริง 
เพราะในขณะที่ ป่วย หรือใกล้สิ้นใจ มันเจ็บปวด เวียนหัว ทุกข์ทรมานอย่างที่สุด
ท่องอะไร หรือภาวนาอะไรก็ไม่รู้เรื่อง
ลองดูง่าย ๆ ก็ได้.....ตอนมีอาการไข้ไม่สบาย หรือ อาหารเป็นพิษ
คุณลองภาวนา ตั้งจิตให้นิ่งดูสิครับ....ว่าจะทำได้มั้ย

เพื่อนที่เป็น หมอ อยู่ใน รพ.ของรัฐบาล เคยเล่าว่า
มีโครงการปรับสภาพจิต ให้กับคนไข้ระยะสุดท้าย....ก่อนตาย
คือมีคนไข้บางประเภท ที่รักษาไม่ได้...แต่ไม่ตายทันที
หมายถึง ผู้ป่วยที่มีอาการของโรคต่างๆ ลุกลามจนรักษาไม่หาย และหมอก็หมดหนทางทำอย่างไรแล้ว
นอกจากรักษาดูแลแบบประคับประคองตามอาการจวบจนเสียชีวิต
แต่จะค่อย ๆ ตายไปทีละน้อย เพราะโรคบางอย่าง เช่น มะเร็ง หัวใจ ไต....อะไรพวกนี้
มันรักษาไม่ได้ สภาพร่างกายมันทรุดลงตลอดเวลา  มีแต่นอนรอความตาย
จะพบเห็นคนไข้ลักษณะนี้มีอยู่ทุกโรงพยาบาล ไม่ว่า รพ.จน ๆ หรือ รพ.หรูหราแค่ไหน
เค้าจะให้ พยาบาลที่ฝึกหัดมาด้าน...จิตวิญญาณ มาพูดคุยปรับสภาพจิตใจ เพื่อให้คนไข้จากไปอย่างสงบ

วิธีการ คือ
ให้ความรักและความเห็นใจ ความรักและกำลังใจจากลูกหลาน ญาติมิตร
อาจต้องบอกความจริงเรื่องโรค และให้เวลาฟังความรู้สึกจากผู้ป่วย 
ช่วยให้ผู้ป่วยยอมรับความตายที่จะมาถึง เป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลา ต้องรีบทำก่อนถึงวาระสุดท้าย 
หาวิธีให้จิตใจจดจ่อกับสิ่งดีงามที่ผู้ป่วยเคารพนับถือมาไว้ที่ห้อง และชวนให้สวดมนต์ตามหลักศาสนา
ช่วยปลดเปลื้องสิ่งที่ยังค้างคาใจ ภาระกิจการงานที่ยังคั่งค้าง ทรัพย์สมบัติ หรือความรู้สึกผิดบางอย่างอยู่ในใจ
แนะนำให้ผู้ป่วยปล่อยวางสิ่งต่าง ๆ ที่ยังยึดติดกับบางสิ่งบางอย่าง ควบคู่กับความกลัวที่จะต้องพลัดพรากสิ่งอันเป็นที่รัก 
อาจใช้วิธีทางศาสนามาช่วย เช่น เปิดบทสวดสรรเสริญพระเจ้า

แต่ได้พบว่า....คนที่เคยทำ บาปกรรม ทำชั่วมามาก ไม่สามารถทำใจให้สงบได้เลย
ยิ่งชวนคุยเรื่อง บุญกุศล เค้ากลับพาลไปนึกถึงแต่....กรรมชั่ว ที่เคยได้ทำไว้ในอดีต
ยิ่งชวนให้ภาวนา เค้าก็ยิ่งผุดความทรงจำอันเลวร้าย ขึ้นมามากขึ้นตลอดเวลา

เพื่อนหมอของผม เค้าบอกว่า...ตอนทำโครงการนี้
เคยทำกับคนไข้ประเภท...โจรลักเล็กขโมยน้อย หรือ นักเลงอันธพาล
ปรากฏว่า ยิ่งพูดให้นึกถึง บุญกุศล ที่ได้เคยทำมาในช่วงก่อนหน้านี้
แต่พวกเค้า กลับยิ่งทุรนทุราย นึกถึงแต่...เวรกรรม ที่ทำมามากมาย
เวลาให้นึกถึง พระ นึกภาวนา...พุทโธ 
มันยิ่งทำให้พวกเค้า ทุกข์ทรมานซะยิ่งกว่าถูกยิง ถูกแทงซะอีก
ถ้าลองเปรียบเทียบ ก็เหมือนกับคนที่....ว่ายน้ำไม่เป็น 
เมื่อถึงเวลาเรือจมแล้ว จะให้ไปหัดว่ายน้ำกันตอนนั้น...ก็คงไม่ทันการ

อีกอย่างหนึ่งที่ต้องคิดให้หนัก คือคนที่ไม่เคย ปฏิบัติธรรม ไม่เคยสวดมนต์ ไหว้พระ
หรือเคยทำความดีมาบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่เชื่อว่า ทำบุญแล้วได้บุญ
คนพวกนี้จะ...กลัวความตาย เป็นอย่างมาก
อันที่จริงเค้า...กลัว ที่ ๆ พวกเค้าจะต้องไป ต่างหาก
แต่ตรงกันข้ามกับ คนที่สนใจฟังเทศน์ ปฏิบัติธรรม สวดมนต์ภาวนา อยู่เสมอ 
คนเหล่านี้รู้แน่ชัดว่า สถานที่ ๆ พวกเค้าจะได้ไป...สวรรค์ หรือ ชาติภพใหม่ที่สวยหรู แน่นอน
ยังไงก็ไม่ต่ำกว่าชาติภพปัจจุบันแน่นอน
เพราะฉะนั้นพวกคนที่ ทำกรรมดี พวกนี้ช่วงเวลาก่อนตายเค้าถึงไม่ทุรนทุราย ไม่เกรงกลัวกับความตาย

รุ่งขึ้นไปที่กุฏิหลวงพ่อจรัญ ฯ ก้มกราบลาที่รูปท่านแล้วก็นึก
........ผมมา 7 วัน แทบเอาบุญกุศลไปไม่ได้เลย
คราวหน้าผมจะขอมาแก้ตัวใหม่นะครับ
ไฟล์ทนี้สะบักสะบอม แพ้ราบคาบ 
ถูกน๊อคยกสุดท้าย....เฮ้อ.

พอเงยหน้าเพิ่งจะเห็น....รูปท่านยิ้มให้ด้วย อ่ะ
ทุกวันนี้ผมยังระลึกว่า เป็นศิษย์หลวงพ่ออยู่เสมอ........

อนณ นิศารัตน์
โทร. - ไลน์
093-149-9564

วัดป่า...มหาสนุก 66
https://pantip.com/topic/39423786




 

Create Date : 20 พฤศจิกายน 2562    
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2562 18:41:22 น.
Counter : 191 Pageviews.  

วัดป่า...มหาสนุก 64

วัดป่า...มหาสนุก 64
( เล่าจากเรื่องจริง แต่ให้อ่านเป็นนิยาย...อย่าอ่านเอาเรื่อง นะครับ )

คราวก่อน เล่าเรื่องตอนไปปฏิบัติธรรม ที่วัดอัมพวันไปบ้างแล้ว
แต่อย่างที่บอกน่ะ ผมไปอยู่ 7 วัน เจอเรื่องแปลกๆ ทุกวัน
ที่จะเล่าต่อเนี่ยะ เป็นวันต่อๆ มา

วันที่สี่ได้พบท่าน....มาทดสอบจิตใจ จนกระเจิดกระเจิง
บอบช้ำ เสียศูนย์ไปวันกว่า ๆ
พอมาวันที่ห้าช่วงเช้ารอดตัวมาได้ ก็ให้โล่งอก
กินข้าวเช้าแล้วสบายตัว สบายใจ
หลัง 8 โมงถึงเที่ยง ปฏิบัติฯ ได้ดีมาก...สงบนิ่ง เย็น...

ช่วงบ่ายเริ่ม บ่ายโมง ก็ยังดีอยู่มาก จิตใจโปร่งเบา
เดินจงกรมได้นิ่มนวล...ช้า...ชัด....รู้ตัว...รู้ตน...
ยิ่งจัวหวะ ขวา.....ย่าง......หนอ.........
ซ้าย.....ย่าง...........หนอ
ตอนที่เท้าแตะลงพื้น.... หนอ. นั้น รับรู้ได้เลยว่ามีพลัง
มีความหนักแน่น....มั่นคง......มั่นใจ
เหมือนกับมีบางอย่างสะท้อนกลับมาให้เรารู้ว่า
แม่พระธรณีที่มีพระคุณอันยิ่งใหญ่ ท่านไม่ได้วางเฉยต่อผู้ปฏิบัติ ฯ จงกรม ภาวนา
ท่านรับรู้ และคอยให้กำลังใจ ส่งพลังให้เราทุกย่างก้าว
ผมรู้สึกเลยนะ...รู้สึกมั่นใจ.......เรามาถูกทางแล้ว
เกิดมาชาตินี้คงเอาดีกับเค้าได้บ้าง 
คงไม่หลงทางเดินลงนรก แน่.........สาธุ

ในใจตอนนั้นหนักแน่นมาก แต่ก็มีสิ่งแปลกคือ
เมื่อถึงเวลานั่งปฏิบัติฯ นั่งได้นิ่งดี....ไล่ไปเรื่อย
รู้สึกที่ท้อง พอง..หนอ..........ยุบ..หนอ..............
รู้สึกถึงลมหายใจ แล่นเข้าแตะโดนปลายจมูก
วิ่งลงถึงคอ....แล่นไปที่อก......จบที่ท้อง.......พอง..หนอ.......
เป็นอย่างนี้สักพัก ก็จะมีสิ่งที่เกิดขึ้นแทรกขึ้นมาอีกอย่างคือ
รู้สึกถึงหัวใจเต้น..ตุ๊บ...ตุ๊บ...ตุ๊บ
รู้สึกถึงเส้นเลือดมันขยายทั่วตัว ตามแรงดันจากหัวใจ
พอทำไปนาน ๆ เข้า ทุกสิ่งที่อยู่รอบ ๆ ก็ตัวค่อย ๆ.....หายไป
เสียง...กลิ่น....สัมผัสอื่น ๆ มันเลือน ๆ
แต่จะไปจับอยู่ที่จังหวะหัวใจเท่านั้น
ซึ่งจะเป็นอย่างนี้ตลอดช่วงบ่าย…..จิตใจสงบ นิ่ง ดีมากเลย

ช่วงเย็น ผมเริ่มปฏิบัติ ฯ ด้วยความมั่นใจเต็มร้อย
เอาละ เราเดินหน้าภาวนา กรรมฐาน ให้เต็มที่
ทางสะดวก กำลังจิต กำลังใจ พร้อมเต็มที่...ลุย
ตอนเดินจงกรม ก็ยังไม่มีอะไร นิ่ง...ช้า....เนิบ.....ดี
แต่เมื่อนั่งปฏิบัติ สมาธิ นั่งไป...นั่งไป...ไล่ตามความสงบสุขไป เรื่อย ๆ
ยุบ..หนอ.......พอง..หนอ..........
ลมหายใจค่อยๆ เบา...เบา....เ บ า
เริ่มรู้สึกหัวใจเต้น ตุ๊บ....ตุ๊บ....ตุ๊บ
หายใจเข้า......รู้สึกถึงลมเข้า...เข้า.......เ ข้ า
ลมออก....ออก....อ อ ก
หัวใจเต้น ตุ๊บ....ตุ๊บ......ตุ๊บ.......ตุ๊ บ บ บ   มันเต้นช้าลง แต่จิตนิ่งดิ่งลง
........ทันใดนั้น.....เสียง
....อะแห่มมมม.......
ผมสะดุ้งเฮือกเลย......ตกใจ...ตกใจ....ตกใจ
เอ๊ะ....เสียงคนกระแอม…...ใครอ่ะ....โอ๊ย ตกใจหมด
อ๋อ....เค้าคงจะคันคอ.........แหม สะดุ้งเลย…..ช่างมันเหอะ
มาเริ่มกันใหม่ ......
ดึงลมหายใจเข้า.......ปล่อยลมหายใจออก
ไล่ไปเรื่อยๆ.....................
รู้สึกหัวใจเต้นแล้ว.....อ่า...ตุ๊บ.......ตุ๊บ.........ตุ๊บ............ตุ๊ บ บ บ
.......อะแห่มมมม.......
สะดุ้งเฮือก...ก....ก...........ตกใจ  ตกใจ อ่ะ
หัวใจวูบ..บ....เสียวแหว๊บ..บ บ 
ใจเต้น ตุ๊บ ตั๊บ ตุ๊บ ตั๊บบบ...........ใจสั่นสะท้าน
หลังจากนั้น โมโห ปรี๊ดเลย........ใครวะ
โอ้โฮ..ทำยังงี้ได้ยังไง........เกิดหัวใจวายไปทำไง
หันไปดู อ้อ.....เป็นคุณลุง อายุสัก 60 กว่า แก่ ๆ
แกนั่งไปทางข้างหลังผม ห่างกันไม่มาก
แถมทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อีก
ช่างมันเหอะ......ช่างแกเหอะ.......แกคงทนคันคอไม่ไหว
แต่คนอื่นไม่เห็นใครลืมตา สะดุ้งสะเทือนสักคน เลยแฮะ......นั่งกันนิ่งเชียว
ช่างมัน.......เริ่มใหม่........
แต่ทำยังไง ๆ ก็ไม่ได้ จิตไม่นิ่งแล้ว อู๊ย..ย...เสียดาย เวลาหมดแล้ว

ช่วงค่ำ ทำวัตรเย็น เดินจงกรม ก็ยังดีอยู่
พอปฏิบัติฯนั่ง ก็ยังดี....นั่งไป....นั่งไป......นั่งไป
.......อะแห่มมมม.......
ใจกระตุก เสียวแปล๊บ ที่ยอด อก
ใจเต้นไม่เป็นส่ำเลย...............
เอาอีกแล้ว..ว..ว......โว้ย....อะไรกันว๊ะ

หันไปมอง เห็นแกดันมานั่งใกล้ ๆ อีกแล้ว
คราวนี้แกคงรู้ตัว ว่าผมยั๊ว…..แกหันมามอง แล้ว..ยิ้มให้
ผมก็นึกว่า โว๊ยย.....แย่จริง.....ยังงี้คนอื่นก็แย่นะซิ
คนอื่น....เอ๊ะ....ทำไมคนอื่นเค้าไม่เห็นสนใจ ไม่รู้สึกรู้สา สักคน
แสดงว่าคงฝึกกันมาดี พวกนี้คงสมาธิกล้าแข็งมั๊ง
คืนนั้นเลยรู้สึกโกรธค้าง คาอยู่ในใจเลย

เช้าวันที่หก ทำวัตรสวดมนต์เช้าเสร็จ
ผมรีบมองหาตาลุง คันคอคนนั้นก่อนเลย ว่าแกอยู่ตรงไหน
แล้วผมก็หนีห่างแกให้ได้มากที่สุด คนละมุมห้องเลย
เอาล่ะ เริ่ม เดินจงกรม ภาวนา ............ขวา....................ไปจนจบ
เริ่มนั่งฯ หายใจเข้า..........พอง.....................นิ่ง
หัวใจเริ่มเต้น...........ดี...........แต่ เอ๊ะ..........ตาลุงนั่นจะ กระแอมอีกมั๊ยนะ
ใจมันพะวง ยอมรับเวลาตกใจ มันเสียว เสียดแปล๊บที่อก ที่ใจ จริง ๆ
สรุปช่วงเช้า ได้บ้างไม่ได้บ้าง
ตอนเดินฯ น่ะ ดี สงบดี แต่ตอนนั่งสมาธิ พอเริ่มนิ่ง ใจมันกลัว....มันขยาด ไม่สงบ

หลัง 8 โมง พอจะเริ่ม ผมเลยหนีไปที่ลานดิน ข้างนอก
เห็นแล้วละ แกปฏิบัติฯ อยู่ในห้อง ห่างกันพอสมควร
ผมชอบที่ลานดินมาก ในห้องคนเยอะ ลานดินดีกว่า ลมเย็นดี อากาศโปร่งสบาย
ช่วงเดินจงกรม สบายใจ ชัดเจนมาก คงได้กุศลเยอะ
ถึงช่วงนั่งฯ ก็ยังสบายใจ เพราะมั่นใจ ลานดินนี่ปลอดภัยแน่
นั่งไป..นั่งไป....ไล่ไปเรื่อย.................
นิ่ง....สงบ.......รู้สึกถึงสายลมแผ่วๆ ที่กระทบตัว สบาย สงบ
.......อะแห่มมมม.......ม.......ม..........
หัวใจผมตกวูบ...บ......สะดุ้งเฮือก..ก....สุดตัว
ผมลืมตาขึ้น ลุกพรวดขึ้นไปมองหาแกเลย
ที่ลานดินข้างนอกนี่ ไม่มีแกนี่นา
เดินไปดูห้อง ชะเง้อดูทางหน้าต่าง
โอ้..คุณพระช่วย......แกนั่งอยู่ข้างหน้าต่าง ใกล้ ๆ ผมนี่เอง

ตอนนั้นพอเห็นแกแล้ว ผมก็ตกใจ 
แกก็นั่งเล่นเฉย ๆ ไม่ได้ปฏิบัติสมาธิภาวนาอะไรสักนิด
ทั้ง ๆ ที่ในห้องนั้น นั่งกันเป็นแถว ปฏิบัตินั่งสมาธิกันทุกคน 
ยกเว้นตาลุง คนนั้นคนเดียว
แกนั่งเล่น เฉย ๆ จริง ๆ.........

ผมรีบเดินหันหลังกลับ
พอกลับไปนั่งใจเต้นที่ลานดิน ที่เดิม นั่งนิ่ง ๆ คิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับเรา กันเนี่ยะ
เช็คสติ......อ้อ.....เรากำลังโกรธ..........โกรธหนอ..........โกรธหนอ
กำลังกลัว ด้วย..........กลัวหนอ.............กลับหนอ............เอ๊ะ เรากลัวอะไร..
กลัวตาลุงคนนั้นเหรอ.......กลัวทำไม........แล้วจะทำยังไงดี

ตอนเที่ยง ช่วงพัก ผมมีสภาพเหมือนนักมวย ที่ถูกถลุงชกมา น่วมไปหมด
เดินเซ หมดสภาพ .....เข้าไปกราบพระประธานที่โบสถ์ ขอเอาเป็นกำลังใจก่อน
แล้วก็นั่งมองท่าน มอง มอง....มองอย่างวิงวอน มองไป ก็คิดไป
พระประทานท่าน ปางผจญมาร แฮะ
แล้วก็นึกขึ้นมาได้......เราถูก พญามารมาผจญ อีกแล้ว
คราวนี้ท่านมาแบบใหม่ เล่นงานเราซะน่วม
ตาลุง นั่นต้องเป็น....พญามาร แน่นอน
แต่ เอาล่ะ.....ลองดู มาลองดูกันซักตั้ง
แล้วก้มลงกราบ พระประธาน อธิษฐาน.....
..... ขอให้ผม มีสติ มีปัญญา เอาชนะ...พญามาร ได้ด้วยเทิด

ตอนบ่าย เริ่มต้นกันใหม่
ผมออกไปปฏิบัติ เดินจงกรม ที่ลานดิน.....ลานดิน ที่เดิม
ตั้งหลัก เริ่มเดิน อย่าง..............มั่นใจ
ตั้งสติ....วางจิต สงบใจ...........สงบ ทุก ย่าง ก้าว

หลังจากนั้น พอเริ่มนั่งสมาธิ..... ผมยกมือพนม ตั้งจิตอธิษฐาน
..... ขอพระแม่ธรณี ผู้มีพระคุณอันยิ่งใหญ่ ผู้คุ้มครองผืนปฐพี 
ท่านประทานพืชพันธุ์ ต้นไม้ สายน้ำ และ สรรพสิ่งแก่สัตว์โลก
ขอให้ท่านได้โปรดคุ้มครองลูกด้วย
..... ลูกตั้งใจมาทำความดี หนีความชั่ว 
ตั้งใจปฏิบัติ สมาธิ ภาวนา กรรมฐาน
และจะทำต่อไป ....ขอได้โปรด ช่วยคุ้มครอง ปัดเป่า....พญามาร ที่มาผจญ
ช่วยเป็นพลังใจ ให้กับลูกด้วย เทิด......

จากนั้นผมก็สงบจิต เริ่มปฏิบัติ ภาวนา กรรมฐาน ไปตามขั้นตอน ทีละขั้น ทีละตอน
หายใจ...เข้า.........ไล่ไปเรื่อย
หายใจ...ออก........สงบ เย็น
ดิ่ง ลึก .....หัวใจเต้น...ตุ๊บ......ตุ๊บ.......ตุ๊ บ  แล้ววูบ บ บ.......
ไม่รู้สึกอะไรเลย ดิ่งลึก ..... จนหมดเวลาเลย
แต่ความรู้สึก มันช่าง สบาย สดชื่น มีพลังดี จริง ๆ
ผมลืม อีตาคุณลุงคนนั้นไปเลย.......ลืมไปสนิท หายไปเลย.

ช่วงค่ำ ทำวัตรสวดมนต์ ปฏิบัติฯ ทุกอย่างดีหมด
ได้เนื้อ ได้หนัง ได้กุศล เต็มที่
เฮ้อ....การต่อสู้กับ พญามาร ยกนี้ คะแนนจะเป็นยังไงก็ไม่รู้.....
หวุดหวิดเต็มที ...แต่โชคดีได้ พระประธาน ท่านชี้แนะ
ให้ไปขอความช่วยเหลือ จาก......พ ร ะ แ ม่ ธ ร ณี
ไม่ถึงกับแพ้น๊อค แต่ก็ไม่ชนะ
อย่างดี ก็คง ...เ ส ม อ

อนณ นิศารัตน์
โทร. - ไลน์
093-149-9564

วัดป่า...มหาสนุก 65
https://m.pantip.com/topic/39401768?




 

Create Date : 20 พฤศจิกายน 2562    
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2562 18:38:35 น.
Counter : 177 Pageviews.  

วัดป่า...มหาสนุก 63

วัดป่า...มหาสนุก 63
( เล่าจากเรื่องจริง แต่ให้อ่านเป็นนิยาย...อย่าอ่านเอาเรื่อง นะครับ )

เคยได้ยินว่า เมื่อเราเริ่มทำความดี หรือเริ่มปฏิบัติธรรมมักจะเจอมารผจญกันทั้งนั้น
ผมเองเมื่อครั้งไปปฏิบัติกรรมฐาน ที่วัดอัมพวัน ครั้งแรก ก็เจอเหมือนกัน
แต่จะว่าเป็น...มาร มาแกล้ง 
ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน เพราะเป็นเรื่องแปลก ๆ ซะมากกว่า
เช่น คืนวันแรก ได้ยินเสียงเปรตร้องดังลั่น สั่นประสาทไปหมด

วันที่สอง ที่สาม ก็จะเป็นเรื่องปวดเมื่อยไปตามเรื่อง แต่ก็สุดทรมานเลยละ
โดยเฉพาะผมมีโรคปวดหลังเป็นประจำอยู่แล้ว 
นอกนั้นก็จะเป็นมด เป็นยุง ซะมากกว่า

วันที่สี่ มีเรื่องที่ต้องผจญอย่างแรง
คือตั้งแต่วันแรกๆ แล้ว ผมมองไปรอบๆ จะเห็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
ผู้หญิงที่มาปฏิบัติ เมื่อนุ่งขาว ห่มขาวแล้ว จะดูดี มาก...ก
แต่ละคนเก็บเส้นผมเรียบ ไม่มีเครื่องสำอาง หน้างี้นวลผ่อง..ง คงจะอิ่มบุญน่ะ
กริยาก็สงบเรียบร้อย ยิ่งเดินจงกรม ก็จะเห็นได้ว่ายิ่งน่าดู น่าเลื่อมใสมาก เห็นแล้วประทับใจ
แต่ไม่ใช่เรื่องของกามนะครับ....แค่รู้สึกน่าศรัทธามาก

มายุ่งก็เพราะวันที่สาม ผมมองๆ พวกผู้หญิงแล้ว คิดในใจว่า เรานี่ก็ดีนะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องผู้หญิง 
ศีลข้อกาเมฯ เราน่าจะผุดผ่องดีนะ...มั่นอกมั่นใจ มาก.ก..ก
พอเช้าวันที่สี่ ทำวัตรเช้าตั้งแต่ ตีห้า กว่าจะเสร็จก็ 7 โมง ไปกินข้าว
เริ่มปฏิบัติอีกที 8 โมง .......
ผมออกไปปฏิบัติฯ เดินจงกรม ด้านนอกห้อง ที่เรียกว่า....ลานดิน 
ซึ่งเป็นลานกว้างๆ พื้นเป็นดินทราย
มีต้นไม้ใหญ่ๆ หลายต้น อากาศถ่ายเทดีมาก ๆ
ผู้ปฏิบัติก็แยกย้ายไปใต้ต้นไม้ ตามแต่ชอบ แต่ก็จะไม่ห่างกันมากนัก

ผมเดินจงกรมเสร็จ ก็ลงนั่งสงบนิ่ง.ง..ง...
รู้สึกได้ถึงลมอ่อนๆ กำลังดี บรรยากาศ และอารมณ์ สดชื่นมาก.......ดำดิ่ง...ได้ดีมาก
เมื่อครบ 45 นาที ก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ.....จนลืมเต็มตา.....โอ๊ะ...โอ่......โอ๊ยย

ภาพที่เห็นตรงหน้า เป็นภาพหญิงสาวคนหนึ่ง นั่งปฏิบัติสมาธิ ห่างไปประมาณ 5 เมตร
เธอนั่ง.... สงบนิ่ง หลังตรง สง่างามมาก 
มีแสงแดดอ่อน ๆ ส่องลอดใบไม้ลงมารอบตัวเธอคนนั้น อย่างเหมาะเหม็ง 
สายลมอ่อน ๆ ใบไม้ไหวน้อย ๆ ....เธอช่างสดใส ออร่าเปล่งประกาย
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะ ชุดปฏิบัติธรรม ชุดขาว มีผ้าสไบขาวพาด ด้วยหรือเปล่า
ที่ทำให้ยิ่งดู...สว่างไสว ไปทั้งตัว
เป็นแบบที่ผมชอบมาก ยิ่งกว่าคำว่า สเปค ร้อยเท่า
ปรกติผมเป็นคนชอบผู้หญิงอวบนิด ๆ ไม่ชอบพวกผอมแห้ง หุ่นนางแบบ
ชอบคนไม่แต่งหน้า ชอบผิวธรรมชาติ ....ซึ่ง เธอ ก็ช่างเป็นทุกอย่างที่เราชอบ

ผมเป็นคนรักครอบครัว และภรรยา มาก
ผมทำงานกับลูกน้องสาว ๆ สวย ๆ มามากมาย ทั้งๆที่ใกล้ชิด และพยายามมาชิดใกล้เยอะแยะ
แต่ก็ไม่เคยวอกแวก เพราะเคยผ่านเรื่องวุ่นวายแบบนี้มาแล้ว 
ทำให้เบื่อมาก รู้แน่แก่ใจว่า ความรัก มันเป็น... ทุกข์
ภูมิต้านทานด้านนี้เลยเยอะพอสมควร

แต่ภาพที่เห็นเต็มตาอยู่ตรงหน้านี้..... เธอช่างงดงาม เหลือเกิน
ซึ่งไม่ใช่สวยนะครับ แต่เป็นความงดงาม มาก 
โดยเฉพาะแดดอ่อน ๆ ส่องกระทบผิวเธอ อย่างกับมีความเรืองรองออกมาเลย
โอ้โฮ...ตอนนั้น สติ และสัมปชัญญะ ผิดชอบ ชั่วดี
หรืออะไรก็แล้วแต่มันถูกเธอคนนั้นดูดหายไปหมด
ความรู้สึกนึกคิด มันไม่มีเหลือเลย.....
ที่เค้าว่าต้องมนต์ คงเป็นอย่างนี้นี่เอง
ผมได้แต่นั่งมองดูเธอ....เธอ ค่อยๆ ลุกขึ้นช้าๆ อย่างมีสติ.....ยืนขึ้น เดินจงกรม ช้า... ช้า...
เธอก้าว ขวา...ย่าง...หนอ
ซ้าย...ย่าง...หนอ...........
มันเหมือนภาพสโลว์โมชั้น สโลว์สเตป จนกระทั่งหมดเวลา 45 นาที
ส่วนผมนะเหรอ ค่อยๆ รวมสติ ก้าว ขวา...หันไปดูหนอ
.....ซ้ายเหลือบตาดูหนอ จนหมดเวลา

จากนั้น ทั้งวัน ได้แต่คอยมองหาว่า...เธอไปนั่งปฏิบัติฯ อยู่ตรงไหน อยากรู้ อยากเห็น
อยากเข้าไปพูดคุยด้วยจังเลย
ช่วงค่ำ สวดมนต์ทำวัตรจบแล้ว ค่อยมีสติขึ้นมาหน่อย
คิดได้ว่า.... เรามาทำอะไร มาทำไม แล้วเกิดอะไรขึ้นกับเรา
จะมาบ้าผู้หญิง อย่างนี้ได้ยังไง....ไอ้บ้า เอ๊ย...ย
นี่เรากำลัง... หลง 
หลงรูป.....นี่หว่า
เมื่อปลงได้ก็ค่อยสงบใจ ปฏิบัติฯ เดินจงกรม นั่งภาวนา ได้พอสมควร
แต่ก็ยังเห็น... เธอ โผล่ตรงนั้น โผล่ตรงนี้ เฉียดไป เฉียดมา

ผมพยายามนึกถึงที่ได้ยินมา รูปไม่เที่ยงหนอ
ถ้าเอาหนังออก เนื้อออก คงจะแย่
พยายามหันไปดูคนแก่ๆ ที่มาปฏิบัติ แล้วคิด
อีกหน่อยก็ยังงี้เหมือนกัน มันจะไม่เหี่ยวให้มันรู้ไป.....

เช้าวันที่ห้า ทำวัตรเช้า แล้วผมก้มหน้า ก้มตาปฏิบัติฯ
ไม่อยากเห็น ไม่อยากดู ไม่อยากรู้ อะไรเกี่ยวกับ เธอ คนนั้น
ขอความสงบอย่างเดียว
จนถึงเวลากินข้าว....
ทุกคนก็จะเดินเข้าแถวเป็นระเบียบ ไปหยิบถาดหลุมเพื่อไปรับข้าวต้ม
เมื่อถึงคิวผม ผมยื่นถาดไป แต่....โอ๊ย.....โอ๊ยย........โอ๊ยยยยยยย
คนที่ตักให้เป็น เธอ คนนั้น คนที่ทำผม หลง ผมเป็นบ้า นั้นเอง.......
ผมนะใจเต้น ตุ๊บ..ตุ๊บ..ตุ๊บ...
แต่แล้วในชั่ววินาทีนั้น ฉุกใจคิดได้ทันทีเลย
เธอคนนี้ คือ...... มารผจญ

…..อาจจะเป็นเพราะผมชะงักไป ทำให้การตักเสียจังหวะ
เธอจึงเงยหน้ามามอง ทำตาโต แล้วยิ้มที่มุมปาก นิด ๆ
ผมถอนหายใจยาว นึกในใจ
.... ผมขอโทษ...ผมเข้าใจแล้ว...ผมจะไม่ประมาท อีกแล้วครับ...
เธอ คนนั้นก็ยิ่งยิ้มมากขึ้น ตาเป็นประกาย เหมือนกับ...ดีใจ ด้วย
ผงกหัว แล้วก็พยักหน้า เหมือนกับบอก ว่า
..... ดีแล้ว ถูกต้องแล้ว

นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมได้เห็น เธอ สาวน้อยผู้มี ออร่า เปล่งประกาย
หลังจากนั้นไม่ได้เห็น หรือรู้สึกถึงเธออีกเลย ก็แปลกดี
เฮ้อ....การต่อสู้ยกนี้ไม่รู้ว่า แพ้ หรือชนะ
แต่ที่แน่นอน ผมเกือบถูก น๊อค........

อนณ นิศารัตน์
โทร. - ไลน์
093-149-9564




 

Create Date : 09 พฤศจิกายน 2562    
Last Update : 9 พฤศจิกายน 2562 15:59:57 น.
Counter : 220 Pageviews.  

วัดป่า...มหาสนุก 62

วัดป่า...มหาสนุก 62
( เล่าจากเรื่องจริง แต่ให้อ่านเป็นนิยาย...อย่าอ่านเอาเรื่อง นะครับ )

เมื่อวันก่อนนั้น ได้เล่าเรื่องของ...ครูบาจุก
ที่ท่านออกไปธุดงค์ แล้วได้ไปสร้างสำนักสงฆ์ อยู่ที่ อ.โพธิ์ไทร
ก็มีท่านผู้อ่านหลายคน อยากจะเห็นว่าเป็นอย่างไร
ผมได้ขอให้ท่านถ่ายรูป ส่งมาให้ดู
และด้วยความโง่ ของผมเองที่ไม่รู้วิธีลงรูป ในกระทู้
จนกระทั่งมีคนมาสอนให้ เลยได้ลงภาพ สำนักสงฆ์ที่ ... ครูบา ท่านสร้างขี้นมากับมือท่านเอง
ลองเปิดดูนะครับ
https://m.pantip.com/topic/39385403?
สังเกตุดูในรูป จะเห็นว่า...กระเบื้องปูพื้น แปะข้างฝา
มันจะไม่ค่อยเหมือนกัน ไม่เป็นระเบียบ
ท่านบอกว่า ชาวบ้านเค้าบริจาคมา มันเลยไม่ค่อยเหมือนกัน
ทุกอย่างทั้งถมดิน ผสมปูน ก่อผนัง ฯลฯ ท่านทำกับมือเองทั้งนั้น
บอกแล้วว่า...พระทำ กับมือ
ทำไป ภาวนาไป

.....................................................................................................................................

เมื่อประมาณ 15 ปีก่อน ( 2548 )
ผมได้มีโอกาสไปปฏิบัติกรรมฐานที่ ...วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี ของหลวงพ่อจรัญ เป็นครั้งแรก
โดยมีความตั้งใจปฏิบัติให้ได้ 7 วัน
พอไปถึง ก็ให้ตื่นตา ตื่นใจ เพราะคนที่มา ปฏิบัติฯ กรรมฐาน เยอะมาก
อย่างน้อย ๆ ก็ร่วม 500 คน ต่อวัน มีทั้งผู้หญิง และผู้ชาย
แต่เท่าที่ดูแล้ว เป็นผู้หญิงซะ 70 - 80 เปอร์เซนต์
ถ้าจำไม่ผิดจะ เลี้ยงอาหาร 2 มื้อ ด้วยนะครับ

ผมเป็นประเภทเด็กใหม่ ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับเค้าเลย
สวดมนต์ก็ยังไม่ค่อยเป็น เรื่องการภาวนาก็ไม่รู้จักวิธี
พอมาถึง เจ้าหน้าที่เค้าให้ลงทะเบียน แล้วเข้าที่พักตามที่จัดให้
วันแรก ที่จริงคืนแรกเลย ได้ยินเสียงเปรตร้องโหยหวน ดังลั่นเลย
วันต่อๆ มาก็มีเรื่องแปลกๆ มากมาย มารผจญเกือบทุกวัน
แต่ที่อยากเล่าให้ฟ้ง คือประมาณวันที่ 3 ของการปฏิบัติฯ
วันนั้นผมรู้สึกมึนๆ และปวดหัวมาก โดยเฉพาะเมื่อกำหนด.... ยืนหนอ ยืนหนอ
จนกระทั่งนั่งลงทำสมาธิ ในใจก็นึกท้อ และต่อว่า...เทวดาฟ้าดิน ไปตามเรื่อง
ก็นึกว่า ทำไมเราต้องปวดหัวมากขนาดนี้ด้วย นะ
ไหนใครว่า คนที่ปวดหัวเพราะไป ทุบหัวปลา ไม่ใช่เหรอ....
ตัวเราก็ไม่เคยทำแบบนั้น ทั้งชีวิตนี้ก็ไม่เคยทำกรรมกับปลาสักหน่อย
ตอนเป็นเด็ก ๆ เคยตกปลาแค่ตัวเดียวเอง ซึ่งจากนั้นก็สงสารมัน
ไม่กล้าตกปลาอีกเลย....
เมื่อโตขึ้นมา ยังเคยซื้อปลาจากตลาดไปปล่อย ก็ออกจะบ่อย

ทันทีที่คิดจบเท่านั้น..........
ฉับพลันก็มีเสียงขึ้นมาในหัวทันทีว่า...
“ แน่ใจหรือ ที่ไม่เคยทำกรรมกับปลา ”
ในใจเราก็ตอบทันทีว่าไม่เคย มีแต่ทำบุญปล่อยปลาออกบ่อย ขอเถียงหน่อยเถอะ
เสียงนั้นก็ตอบว่า …..
“ เหอะ...คิดอย่างนั้น เหรอ  ถ้าอย่างนั้นจงดูนี่ ”

ความรู้สึกตอนนั้นมันดิ่งวูบ..บ.บ กลับไปในอดีตเมื่อตอนผมเป็นเด็ก 10 กว่าขวบ ( ขณะนั้นอายุ 48 )
ผมกลับไปยืนที่หน้าบ้านยายของผม ซึ่งอยู่ริมคลองบางหลวง ตลาดพลู
ผมเห็นถังตักน้ำซึ่งทำด้วยเหล็ก ที่คุ้นเคยมาก 
จำได้แม้กระทั่งรายละเอียด ลายรอบ ๆ ถังใบนั้น
ซึ่งไม่เคยนึกถึงมันมาเกือบ 40 ปี แล้ว....

ผมมองเห็นในถังมีน้ำ มีปลาซิว ปลาเข็มตัวเล็กๆ ที่ผมชอบไปช้อนเอามาดูเล่นเพื่อความสนุกตามประสาความเป็นเด็ก
ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้คิดฆ่ามัน แต่เมื่อช้อนมาแล้ว ก็ทิ้งเอาไว้ตากแดด กลางแจ้งอยู่ที่ชานบ้าน 
แล้วตัวเอง ก็วิ่งไปเล่นที่อื่น หรือไม่ก็ลงไปเล่นน้ำในคลอง ทั้งวัน ๆ
โดยปล่อยให้ถังเหล็กที่มีปลาว่ายอยู่ ตากแดด อยู่บนชานบ้านกลางแจ้ง....จนถังมันร้อน น้ำก็ร้อนขึ้น
ปลามันทุกข์ทรมาณ ..... ตายบ้าง รอดบ้าง
เมื่อนึกได้ หรือ บางครั้งยายมาเจอ ก็เททิ้งไป .....
เป็นอย่างนี้เป็นประจำ เล่นแบบนี้ ทำอย่างนี้อยู่หลายปี.... จนกระทั่งโตจึงเลิกเล่นไปเอง

พอจำเหตุการณ์ได้แล้ว ก็มีอาการวูบกลับมามีสติ พบว่านั่งอยู่ที่เดิม....
เอ๊ะ...แล้วเสียงนั้นน่ะ ใครล่ะ
แล้วทำไม เราถึงจำเหตุการณ์ได้แม่นยำ
ขนาดเห็นรายละเอียดของพื้นกระดาน ของถังเหล็กใบนั้น และสิ่งรอบตัว เหมือนกลับไปยืนที่ตรงนั้นเลย
ทั้งๆ ที่บ้านหลังนั้นถูกรื้อทิ้งไปตั้งเกือบ 30 ปีแล้ว

แต่ที่แน่ๆ ผมระลึกได้ทันทีเลยว่า ผมได้ทำกรรมกับปลาซิว ปลาเข็ม พวกนั้นจริง ๆ
โธ่ ...ไม่น่าเลย จริง ๆ 
จากนั้นผมก็นึกขออโหสิ กับพวกเขา ความปวดหัวก็ค่อย ๆ น้อยลง ๆ
ผมเข้าใจแล้ว ที่หลวงพ่อเคยบอกว่า กรรมฐานทำให้ระลึกชาติได้
ก็คงเป็นอย่างนี้เอง ถ้าตั้งใจปฏิบัติจริงจัง คงได้เห็นเรื่องราวในอดีตอีกมากมาย
การกระทำ หรือกรรมดี กรรมชั่ว ของเรามันคงถูกบันทึกไว้ในฮาร์ดดิสก์ 
ซึ่งก็คือ..... ดวงจิต ของเรานั่นเอง

ถ้าเราทำจิตให้นิ่งได้ เราอาจจะสามารถเปิดข้อมูลเก่า ๆ 
ย้อนไปถึง ชาติภพ ก่อน ๆ ได้แน่นอน...

อนณ นิศารัตน์
โทร. - ไลน์
093-149-9564

วัดป่า...มหาสนุก 63
https://pantip.com/topic/39392717
แก้ไขข้อความเมื่อ 19 นาทีที่แล้ว




 

Create Date : 09 พฤศจิกายน 2562    
Last Update : 9 พฤศจิกายน 2562 15:58:40 น.
Counter : 180 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  

tobeteam
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 33 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add tobeteam's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.