กรรมทันตา อนณ 089-429-5655 tobeteam@yahoo.com Line : anon.nisarut
Group Blog
 
All Blogs
 
กรรมทันตา คุณแม่ที่รักยิ่ง ต่อ

คุณแม่ที่รักยิ่ง ต่อ

คราวก่อนเล่าเรื่อง คุณแม่ของผม ไปบ้างแล้ว
คงพอจะเห็นภาพนะครับว่า ท่านเป็นคนยังไง...
ในตอนเป็นวัยรุ่นก็ทำมาหากินเป็นช่างเย็บเสื้อ ตัดเสื้ออยู่ในตลาดวัดกลาง
ระหว่างที่ทำอยู่หลายปี ลูกค้าก็คนในย่านตลาดพลูน่ะแหละ
มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งมาเป็นลูกค้าประจำแต่ไม่ค่อยมีสตางค์
ค่อนข้างจน ชื่อ...ประไพ
แม่ผมท่านไม่มีน้องสาว เลยถูกโฉลกกับเด็ก...ประไพ นี่มาก
ตัดชุดให้ฟรีๆ ก็บ่อย บางทียังเอาผ้าเศษๆ ที่เหลือจากลูกค้ารายอื่น
มาดัดแปลงตัดแถมให้เป็นประจำ

หลังจากทำร้านขายขนมหวานใน วิทยาลัยครูบ้านสมเด็จเกือบ 10 ปี
ต่อมาเลิกร้านเพราะเหนื่อยมาก...ไม่ค่อยมีเวลาให้ครอบครัว
พออยู่บ้านได้ไม่กี่วันก็เบื่อ ไปสมัครงานที่...กองกษาปณ์
กองกษาปณ์...คือที่ผลิตเหรียญบาท เหรียญตรา รวมถึงพระพุทธรูป งานโลหะประดับต่างๆ ของหลวง
ในตอนนั้นต้องการลูกจ้างรายวัน เพื่อผลิตพระพุทธรูป...ภปร.
คือเมื่อหล่อออกมาเป็นองค์ท่านดิบๆ แล้ว
ต้องมาขัดตกแต่ง เจียร ให้สวยงาม ซึ่งถือว่าเป็นงานหนักพอดู
สมัยนั้น ที่นี่ต้องใช้เส้นสายพวกลูกหลานตระกูลช่าง ถึงจะก้าวหน้า
วันหนึ่งคุณแม่ผม เดินผ่านศาลพระภูมิเจ้าที่ ก็หยุดไหว้อธิษฐาน
...ขอให้หน้าที่การงานก้าวหน้าด้วยเทิด..ด...

ท่านเคยเล่าว่า พระภูมิที่กองกษาปณ์นี่ ท่านศักดิ์สิทธิ์ และดุมาก
ใครที่ขโมยของ ขโมยทอง เป็นโดนจับได้หมดไม่รอดซักราย
ที่เห็นกับตา คือ หัวหน้าช่างตกแต่งพระคนหนึ่งแกชอบกินเหล้า
วันนึงเข้ามาด้วยอารมณ์เสีย ขวางหูขวางตาไปหมด
มาถึงโต๊ะทำงานที่มีองค์พระ..ต้นแบบ...ที่ทำด้วยเทียน
ก็แสดงอาการกระแทกกระทั้น อย่างแรง
เพื่อนร่วมงานด้วยกัน ก็เตือนว่าระวังหน่อยเดี๋ยวองค์พระจะเสียหาย
แกก็โมโหจับองค์พระกระแทกอย่างแรง จนคอพระเกือบหัก...เศียรพระงอพับติดกับไหล่
คนที่อยู่ในเหตุการณ์หลายคน ก็บ่นว่า...ทำไมทำอย่างนี้ ทำกับพระได้ยังไง
แกก็เถียงว่า...ไม่ใช่พระ เป็นแค่เทียนต้นแบบเท่านั้นเอง
แล้วก็เอี้ยวคอหันไปมองหน้าคนที่บ่นว่าแก
เท่านั้นแหละ ทันทีทันใด...แกร้อง โอ๊ย..ย..คอเคล็ดพับค้างไปกับไปไหล่
ลักษณะเดียวกับองค์พระ ที่ชำรุดยังไง ยังงั้นเลย
หลายคนก็เข้าไปช่วยนวดเฟ้น ทายากันอยู่พักนึงก็ไม่หาย
สุดท้ายต้องประคองกันไปที่ศาลพระภูมิ จุดธูปขอขมากันยกใหญ่
อีกหลายวันกว่าจะหาย...บอก เข็ดจนตาย

กลับมาที่คุณแม่ของผม หลังจากไหว้อธิษฐานกับศาลพระภูมิแล้ว
ไม่กี่วันต่อมา ผู้อำนวยการกองกษาปณ์ในขณะนั้น
ให้ลูกน้องที่เป็นหัวหน้าแผนกช่างเย็บผ้า เรียกตัวแม่ผมไปทดสอบความสามารถโดยเฉพาะ
แผนกผ้านี่ทำพวกผ้าริบบิ้น โบว์ประกอบเหรียญตรา เครื่องราชอิสริยาภรณ์ รวมทั้งงานผ้าต่างๆ นาๆ เป็นงานฝีมือ ต้องการความปราณีตมาก
คุณแม่ผมเป็นช่างเย็บผ้า ตัดเสื้อมาตั้งแต่วัยรุ่นก็เลยแสดงฝีมือให้ดู
เก้ๆ กังๆ ในตอนแรก แต่พอจับทางได้ก็อยู่มือ สบายมาก
เขาเลยให้บรรจุในตำแหน่งช่างเย็บผ้า เป็น...ข้าราชการประจำ ไปเลย
พวกที่เข้ามารุ่นเดียวกัน อิจฉาตาร้อน ถามว่าไปทำยังไง...ใช้เส้นใคร
ท่านเองก็งง เป็นไปได้ยังไง...บอก ใช้เส้นท่านพระภูมิ
มารู้เอาเมื่อท่าน ผอ.เรียกเข้าไปพบ เล่าว่า...
เห็นนามสกุลคุณแม่ของผมเมื่อวันก่อน ก็จำได้ว่าเป็นพี่สะใภ้ของเพื่อนที่เคยเรียน ม.จุฬาฯ เลยไปเล่าให้ภรรยาฟัง
ภรรยาก็ซักไซ้ไล่เรียงแล้วมีคำสั่งให้สามีไปหาทางย้ายคุณแม่ไปแผนกผ้า
เพราะมีความสามารถสูงแน่นอน
คุณแม่ก็ถามว่า...อ้าว แล้วรู้ได้ยังไง
ท่าน ผอ. บอกว่าภรรยาของท่านชื่อ...ประไพ
เด็กสาวที่คุณแม่ผม เคยตัดชุดให้ฟรี ๆ เมื่อ 20 ปีก่อน...
ตั้งแต่นั้นมา ใครๆ ก็ว่าแม่ผมเป็นเด็กเส้นของ...ท่านพระภูมิ
เป็นงั้นไป

กองกษาปณ์...สมัยนั้นอยู่ที่ ถ.ประดิพัทธ์ สะพานควาย
ตอนพักเที่ยง ท่านชอบไปเดินซื้อกับข้าวที่ตลาดสะพานควาย
ตลาดนี้ใหญ่ พลุกพล่านมาก
มีครั้งหนึ่ง กำลังเลือกดูปลา ดูผักเพลินๆ
มีผู้หญิงกลางคนแต่งตัวดีมาก ตีหน้าเลิ่กลั่กเข้ามาถามว่า...
เห็นกระเป๋าสตางค์ของเขามั๊ย สีชมพู...สงสัยตกแถวๆ นี้
คุณแม่ผมบอกไม่เห็น แล้วก็ช่วยหากันใหญ่...ก็ไม่เจอ
ผู้หญิงคนนั้นก็เดินไปอย่างรีบร้อน
ท่านก็เลือกซื้อของต่อไป

อีกเดี๋ยวก็มีผู้หญิงอีกคน แต่งตัวดีเหมือนกันเข้ามาถามว่า
...เมื่อตะกี้นี้ คนนั้นเขามาพูดอะไร
ท่านก็บอกว่า...กระเป๋าสตางค์เขาหาย เลยช่วยกันหา
ยายคนที่ถามก็บอกว่า...เหรอๆ กระเป๋าสตางค์สีชมพูใช่มั้ย ฉันเห็นคนที่เก็บได้ด้วยนะ
ท่านก็ว่า อ้าวงั้นก็ไปบอกเค้าซิ จะได้เอาไปคืน
ผู้หญิงคนนั้นก็รีบจูงมือแม่ผม ให้รีบไปตามหาคนที่เก็บได้กัน
ไปหาแป๊ปเดียวก็เจอ...ผู้หญิงอีกคนหนึ่ง แต่งตัวธรรมดามากนุ่งผ้าถุง
มือกำกระเป๋าสตางค์สีชมพู เดินอยู่ท้ายตลาด

แล้วยายคนที่จูงไปหา ก็เข้าไปถามว่า...นี่เธอเก็บกระเป๋าสตางค์ได้ใช่มั๊ย
ผู้หญิงคนที่เก็บได้ก็ทำเป็น อึก ๆ อัก ๆ
ยายคนแรกก็บอกให้เปิดกระเป๋าดูซิ...
พอเปิดแง้มให้ดู โอ้โฮ...สร้อยข้อมือทองคำ หนัก 5 บาท
แต่ให้ดูแค่แว๊บ..เดียว
แม่ผมก็ เฮ้ย...ทองนี่หว่า รีบเอาไปคืนเจ้าของกันเร็ว
ก็เดินหาเจ้าของกระเป๋ากันอีกรอบ เดินไปเดินมาก็ไม่เจอ
ยายผู้หญิง 2 คนนั่นก็ซุบซิบกันให้คุณแม่ผมได้ยิน...
...หาเจ้าของไม่เจอแล้ว เรามาแบ่งกันเหอะ
แล้วชวนคุณแม่ผมแบ่งด้วย
ท่านก็ถามว่า แล้วจะแบ่งกันยังไงล่ะ
ทองหนัก 5 บาทหาร 3 ก็คนละเกือบ 2 บาท
ผู้หญิง 2 คนนั่นก็บอกว่า เอายังงี้ ให้แม่ผมถอดสร้อยคอหนัก 2 บาท
ให้พวกเขา แล้วเอาไอ้ทองที่เก็บได้ 5 บาทไปแทน
คุณแม่ผม บอก...ไม่ได้ ๆ ยังงี้พวกเธอก็ขาดทุนนะซิ
พวกนั้นบอก...ไม่เป็นไรยอมขาดทุน อยากจะรีบไปแล้ว มีธุระ
คุณแม่บอก...เพื่อความยุติธรรม เดี๋ยวจะแบ่งให้เอง
พวกนั้นก็งง เอ๊ะ...จะแบ่งยังไง
แล้วท่านก็เดินไปร้านขายปลาขาประจำใกล้ๆ กันนั่น ขอยืมมีดอีโต้ถือมา
บอกให้ยายนั่นเอาทองออกมา...ไม่ต้องห่วง ทองมันอ่อน จะสับแบ่งให้อย่างยุติธรรมที่สุด
แต่แทนที่จะหยิบทองออกมา ยาย 2 คนนั่นดันต๊กกะใจร้อง เฮ้ย
แล้ววิ่งหนีไปกันคนละทางอย่างรวดเร็ว
คุณแม่ก็ยืนงง อ้าว...อยู่ดีๆ วิ่งหนีทำไมวะ หรือกลัวเราแย่งทอง
ตั้งใจจะสับแบ่งให้อย่างยุติธรรมต่างหาก ไม่น่าขวัญอ่อนเลย
กลับมาเล่าให้เพื่อนๆ ฟัง ทุกคนก็บ่นเสียดาย

อีกหลายปีถึงได้รู้ว่า ไอ้พวกนั้นมัน...แก็งค์ตกทอง นี่หว่า
โธ่ เอ้ย..ย...


อนณ 089-995-9377
tobeteam@yahoo.com



Create Date : 04 เมษายน 2554
Last Update : 4 เมษายน 2554 21:35:20 น. 1 comments
Counter : 603 Pageviews.

 
บุญรักษา ผู้ที่ทรงศีล เสมอค่ะ

คุณแม่ไม่ถูกหลอกเพราะท่านไม่มีความละโมบ อยากได้ของผู้อื่น... แผนตกทอง จึงต้องตกกระป๋องไป

ปล. ตอนเด็กๆ เรียนอยู่ รร.ผดุงประชาศึกษา แถวตลาดพลู ... นานแล้วไม่ได้ไปเลย คิดถึงเหมือนกันค่ะ


โดย: อินท์ IP: 124.120.165.53 วันที่: 13 เมษายน 2554 เวลา:22:23:53 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

tobeteam
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add tobeteam's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.