กรรมทันตา อนณ 089-429-5655 tobeteam@yahoo.com Line : anon.nisarut
Group Blog
 
All Blogs
 
กรรมทันตา ทำกรรมกับงู

กรรมทันตา ทำกรรมกับงู

มีคนขอให้ผมเล่าเรื่องนี้ให้คนอื่นฟัง...เป็นอุทาหรณ์

คุณ สมพงษ์ รักโคตร
เมื่อปี 2541 ขณะนั้นอายุ 31 ปี
มีภรรยา และลูกชายฝาแฝด ขวบกว่า ๆ
นอกจากทำนา ปลูกผักนิดๆ หน่อยๆ แล้ว
ก็ยังเลี้ยง...ไก่

กลางดึกคืนวันหนึ่ง ต้องตกใจตื่นด้วยเสียงร้องของไก่ที่เลี้ยงไว้
เมื่อวิ่งไปถึง สิ่งที่ได้เห็นคือ...งูเห่า 2 ตัวผัวเมีย
กำลังไล่ฉก และกินไก่อย่างไม่ได้เกรงกลัวอะไรทั้งนั้น
ด้วยความโมโห และบวกกับความกลัวว่าจะเป็นอันตรายกับคนในครอบครัว
คุณสมพงษ์ คว้าได้เสียมขุดดินที่ใกล้มือที่สุดกวัดแกว่งเพื่อไล่ งูเห่า ทั้งคู่
สัญชาติญาณ งูผัวเมีย ก็พยายามทั้งชูแม่เบี้ยขู่ และเลื้อยหนี
งูตัวที่ใหญ่กว่า พยายามขู่ถ่วงเวลาให้อีกตัวหนึ่งหนีไปก่อน
เป็นจังหวะให้เขาใช้เสียมทิ่มเข้าไป หมายจะให้โดนหัวที่แผ่แม่เบี้ยอยู่
แต่มันเบี่ยงหลบ ทำให้เสียมแฉลบ
ไปปักเอา...กลางลำตัว ของงูตัวนั้น

ด้วยความแรง และความคมของเสียม
ทำให้กระดูกหลังมันหัก...ลำตัวเกือบขาด
งูเห่า โชคร้ายตัวนั้นดิ้นทุรนทุราย ด้วยความเจ็บปวดทรมาน
มันบิดตัวแล้ว บิดตัวอีก...มันบิดตัวแล้ว บิดตัวอีก
ดิ้นปั๊ด ๆ ด้วยความเจ็บปวด และโกรธแค้น

คนแทงเสียมเองก็ตกใจ ไม่นึกว่าจะเป็นแบบนี้
สยดสยองต่อสิ่งที่เห็น
แล้วทันใดนั้น
งูเห่า เคราะห์ร้ายตัวนั้นก็หยุดดิ้น
พยายามยกหัวแผ่แม่เบี้ย หันมาจ้องคนที่ทำกับมันอย่างอาฆาตแค้น
คุณสมพงษ์ ก็รู้แต่ว่าตีงูเห่าแล้ว...ต้องตีให้ตาย
เพราะมันเป็นสัตว์ที่ อาฆาตรุนแรง
แต่ความรู้สึกที่ถูกมันจ้องมอง ถึงกับ...
ขนลุกซู่ตั้งแต่ สันหลังไล่ขึ้นไปถึงกระหม่อมเลย
เป็นความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับตัวเองมาก่อน
รู้แต่ว่าสังหรณ์ใจบอกไม่ถูก
อึดใจใหญ่ ๆ มันถึงได้สิ้นฤทธิ์...ขาดใจตาย

ปรกติคนแถวนั้น ถ้าตีงูได้ก็จะเอาไปกินเป็นอาหาร
ยิ่งงูเห่าแล้ว ยิ่งถือว่าเป็นลาภปากเลยทีเดียว
แต่ด้วยเหตุการณ์ และความรู้สึกสยองในอก
ทำให้เขาตัดสินใจฝังมันแทน ด้วยเสียมด้ามนั้นนั่นแหละ
ในตอนเช้า ทุกคนที่รู้เรื่องก็เตือนให้ระวัง งูเห่า อีกตัวที่เป็นคู่ของมัน
มันต้องมาแก้แค้นแน่นอน...
เขาเลยต้องเอา จั่น มาดักเอาไว้ และมันก็มาจริง ๆ ด้วย
งูเห่า ตัวนั้นติดจั่นดิ้นไม่หลุดไปไหนไม่รอด...
เพื่อนที่ช่วยกันดักมาขอเอาไปกิน

ผ่านไปอีกเดือนกว่า ทุกอย่างก็ถูกลืมเลือนไป
ขณะที่ คุณสมพงษ์ กำลังตัดต้นไม้อยู่
ตัดจนใกล้ล้มแล้ว ก็รีบถอยออกมายืนตรงข้ามกับทิศทางที่ต้นไม้ค่อย ๆ ล้มลง
แต่จังหวะที่ต้นไม้ต้นกำลังเอนล้มลงเรื่อย ๆ นั้น ...
มันกระแทกเข้ากับยอดของต้นไม้ที่เตี้ยกว่าอีกต้นหนึ่ง
เป็นเหตุให้เกิด...แรงดีด
เหวี่ยงให้ต้นที่กำลังล้ม สวิงมาฟาดเข้ากับตัวเขา
แรงกระแทกมันมาก ก ก..ก.ก จนตัวคุณสมพงษ์ กระเด็นไปเกือบ 3 เมตร
...หัว และ คอ กระแทกกับเนินดินคันนาอย่างแรง ถึงกับสลบทันที
หลังจากเพื่อน ๆ ช่วยกันปฐมพยาบาลฟื้นแล้ว
เขาก็พยายามจะลุกขึ้น
แต่...ร่างกาย มันไม่ตอบสนองใด ๆ ทั้งสิ้น
ความรู้สึกมีแค่ที่ หัว เท่านั้น
ตั้งแต่คอ ลงมาทั้งตัว...ไม่มีความรู้สึกใดๆ เลย
เหมือนกับว่าทั้งตัวเขา...มีแต่ หัว เท่านั้น
ขณะที่กำลังตกใจ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองกันแน่
ภาพ งูเห่า ที่แผ่แม่เบี้ยจ้องหน้าเขาก่อนตายก็พุดขึ้นมา
แล้วยังมีภาพจำ ที่ไม่เคยนึกถึงตามมาอีก...

ย้อนไปเมื่อ 16 ปี ก่อน
ขณะที่เขากับเพื่อน ๆ กำลังยิงหนังสติ๊กเล่นกัน
ก็มีคนชี้ให้ดู...งูทางมะพร้าว
ที่กำลังเลื้อยอยู่บนต้นไม้ห่างไปเกือบ 10 เมตร
พวกเขาก็หมายเอา งู ตัวนั้นเป็นเป้าซ้อมมือ
เพื่อน ๆ คนอื่นยิงไม่ถูก
แต่คุณสมพงษ์ ยิงถูกกลางหลังมันอย่างจัง
ตำแหน่งเดียวกันกับ งูเห่า ตัวนั้นเลย
มันตกลงมานอนบิดเป็นเกลียวด้วยความเจ็บปวด เพราะหลังหัก...
แล้วพยายามเลื้อยหนีรอดไปจนได้

และ...ยังมีอีกภาพที่แย่งผุดขึ้นมาในหัว อีกเหตุการณ์หนึ่ง
ก่อนเรื่องแรก ประมาณ 2 ปี
ตอนนั้นยังเด็กมาก ซัก 12 ขวบ ขณะที่เดินกลับบ้าน
ลุงของเขาที่แบกจอบมาด้วย เหลือบตาไปเห็น...งูสิง
ซึ่งลักษณะคล้ายงูเห่ามาก แต่ไม่มีพิษ
กำลังเลื้อยหนีหลบลงไปข้างทาง
ลุงบอกให้ช่วยกันวิ่งไล่กวด เพื่อจับมากิน
คุณสมพงษ์ ซึ่งยังเด็กก็ช่วยถือไม้วิ่งไล่ดักหน้า ดักหลังด้วย
จนมันกำลังจะหนีลงรูอยู่แล้ว
ลุงก็วิ่งมาทันพอดี
เหวี่ยงจอบฟันฉับเข้าให้กลางหลัง ตำแหน่งเดียวกันไม่มีผิด
ลำตัวขาดกลาง บิดเร่า ๆ ๆ ....ด้วยความเจ็บปวดทรมาน

เมื่อ คุณสมพงษ์ รู้สึกตัวที่โรงพยาบาลอีกครั้ง...
เขาก็กลายเป็น อัมพาต
กระดูกไปกดทับเส้นประสาทที่สันหลัง
ประสาทสัมผัสเสียหายตั้งแต่ คอ ลงมา
พูดได้ รู้สึกนึกคิดได้
สติสัมปชัญญะยังมีครบถ้วน
ยกเว้น...ความรู้สึกตั้งแต่ คอ ลงมา
ชีวิตที่เหลือหลังจากนั้น...
ก็ได้แต่ นอน นิ่ง ๆ อย่างเดียว...เป็น ปี
โชคยังดี ครอบครัวนี้เป็นครอบครัวใหญ่
อยู่กันหมดทั้งพ่อ แม่ พี่ น้อง
รวมทั้งคุณสมพงษ์ ที่แต่งงานจนมีลูกแล้ว
ก็ยังไม่ได้แยกเรือนไป
ญาติ ๆ ก็อยู่บ้านติด ๆ กันทั้งนั้น ทุกคนก็ให้ความเป็นห่วงเป็นใยจากใจจริง
พยายามพาไปรักษาตัวทั้งโรงพยาบาล ทั้งสถานที่ต่าง ๆ
ที่ไหนว่าดี ก็พากันไปหมด ทั้งบีบ ทั้งนวด
ทั้งยาสมุนไพรสารพัด หากันมามากมาย
แต่ที่สำคัญที่สุด...ภรรยา
ที่เอาใจใส่ประคบประหงม คอยพูดให้กำลังใจ
...อย่าคิดมาก ต้องหายได้แน่นอน อีกไม่นานก็หาย ไม่ต้องห่วง
อีกทั้งความที่ห่วงใยลูกแฝด ที่เพิ่งจะขวบกว่า ๆ
สิ่งเหล่านี้แหละ ที่ช่วยค้ำจุนให้เขามีกำลังใจอยู่มาได้
เขาพบว่ายาวิเศษ ที่ดีที่สุดคือ...ความรัก
ความเอื้ออาทร ความ....ห่วงใย

แต่ถึงแม้จะมี ความรัก ความอบอุ่น จากครอบครัวคอยหล่อเลี้ยง
ความที่ต้องกลายเป็นคนพิการ นอนหงาย...นิ่ง
กระดิกกระเดี้ย อะไรก็ไม่ได้
ต้องเป็นภาระของคนที่รักเขาทั้งหลาย...มันช่างกัดกร่อนจิตใจยิ่งกว่า
หลังจากที่ทุกคนพยายามหาวิธีรักษาสารพัดมา...ปีกว่า
จนลูกแฝดทั้งคู่อายุได้ 3 ขวบ เริ่มพูดเก่งแล้ว
การที่ต้องนอนหงาย ทำอะไรไม่ได้มานาน..น..ทำให้จิตใจทดท้อ
สงสาร พ่อ แม่ และ เมีย ที่ต้องคอยห่วงใย
...ต้องคอยอุ้ม คอยแบกไป แบกมา
บวกกับความผิดหวังจากการรักษาสารพัดวิธี แต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น
มันผิดหวัง มันท้อ....จนคิด อยากตาย
อยากตาย...อยากตาย
...ไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว
จนใจแต่ว่าตัวเอง แม้แต่ความสามารถในการฆ่าตัวตาย...ก็ยังไม่มีปัญญา
ได้แต่บ่นน้อยใจชะตาชีวิตให้ภรรยาฟัง...ฉันอยากตาย จะได้ไม่เป็นภาระคนอื่น
บ่นเข้าหลาย ๆ ครั้ง จนภรรยาก็พลอยเครียดไปด้วย

กระทั่งคืนหนึ่ง เขาก็นอนบ่นให้ภรรยาฟังอีกเช่นเคย...
แต่เที่ยวนี้ ความอดทนอดกลั้นของภรรยาก็พังทลาย
...ร้องไห้โฮ ออกมา
ความรู้สึกของทั้งคู่ตึงเครียดอย่างที่สุด
ลูกชายฝาแฝด 3 ขวบที่กำลังน่ารัก ที่นอนรับรู้บรรยากาศความรู้สึกอยู่ข้าง ๆ
ก็พูดขึ้นว่า...
...ถ้าพ่อตาย หนูก็จะตาย ด้วย..ย...ย
ณ.นาทีที่ได้ยิน ลูกพูดออกมาอย่างนั้น ก็คิดได้ทันที
เขาไม่ได้มีชีวิตอยู่ตัวคนเดียว...แต่ยังมีอีกอย่างน้อย 3 ชีวิต
ที่ยึดโยงอยู่ด้วยกัน อย่างแนบแน่น
เขาจะตายไม่ได้...ตายไม่ได้...
เขาต้องมีกำลังใจ ต้องรักษาตัวให้หายให้ได้...
เพื่อคนที่รักเขา ห่วงใยเขา

ตั้งแต่นั้นมา คุณสมพงษ์ ก็มีพลังฮึดสู้ขึ้นมา...
นอนฮึดสู้นี่แหละ
ต้องหาย...ต้องสู้...ต้องมีกำลังใจรักษาตัวให้ หาย
เอาเทปธรรมะ มาเปิดบ้าง ฟังรายการธรรมะจากวิทยุบ้าง
ทำให้ได้คิดว่า...มันต้องเป็น กรรม ที่ได้เคยกระทำไว้มาสนองแน่นอน
ต้องหาวิธี...ขออโหสิ...ขอให้เจ้ากรรมนายเวร ยอมยกโทษให้
เขาเริ่มตั้งใจ นอนสวดมนต์ แผ่เมตตา
อุทิศกุศลให้ผู้เป็น เจ้ากรรม เจ้าเวร...ตลอดหลาย.ย..ย เดือน
แล้วปาฏิหาริย์ ก็เกิดขึ้น...
มีโครงการที่เป็นเงินทุนจากประเทศ เยอรมัน เข้ามาที่จังหวัดของเขา
ต้องการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดย...ชุมชน
คุณสมพงษ์ เป็นหนึ่งใน 10 กว่าคนที่ได้รับเลือก
ตลอดเวลาการรักษาหลาย..หลาย เดือน
เขาก็ยังไม่ทิ้ง...การสวดมนต์ แผ่เมตตา ขออโหสิกรรม
มันได้ผล...เริ่มมีความรู้สึกเพิ่มขึ้นที่ หลังมือ ทั้ง 2 ข้าง
มีกำลังใจมากขึ้น ประสาทสัมผัสก็ยิ่งดีขึ้นเรื่อย ๆ
จนขยับมือได้
และขยับแขนได้บ้างนิดหน่อย
คนที่เข้าโครงการรักษาทั้งหมด...มีเขาคนเดียวเท่านั้น ที่มีอาการดีขึ้น
นอกนั้นไม่ได้ผลเลยซักคน

ที่หมู่บ้านของเขานอกจากทำนาตามฤดูกาลแล้ว
ยังมีการประกอบอาชีพ ทอผ้า
ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้ามัดหมี่
เขาได้ขอให้คนที่บ้านช่วยเอาผ้ามา โยง กับขื่อบ้าน
แล้วช่วยพยุงตัวขึ้นนั่ง
โดยเอาผ้าที่ทำเป็นบ่วงไว้ สอดเข้าใต้รักแร้พยุงตัวให้นั่งได้
และขอทำหน้าที่...กรอด้าย
เพราะเห็นว่าน่าจะพอทำได้ พอจะเป็นประโยชน์บ้างแม้นิดหน่อยก็ยังดี
หลังจากพยายามอยู่นาน.น..น
คุณสมพงษ์ ก็มีหน้าที่ กรอด้าย
ให้กับภรรยา และคนในหมู่บ้าน
เขาทำหน้าที่นี้...ด้วยความยินดี ดีใจ พอใจ
และภูมิใจ ที่ยังทำประโยชน์ได้
คนอื่น ๆ ไม่รู้ไม่เข้าใจ หรอกว่า...
ในตอนแรกๆ นั้นเขาต้องพยายามพยุงตัวด้วยความยากลำบาก และอดทนแค่ไหน
ถึงขนาดที่ว่า ผ้าที่ใช้รัดพยุงตัวมันบาดรักแร้ และสีข้างถลอกจนเลือดออกทุกวัน
มันเจ็บปวดทรมาน มาก
แต่เขาก็ไม่ยอม ปริปากบอกใคร...กลัวเขาจะไม่ให้ทำ
กลัวที่สุดคือ เป็นคนไร้ประโยชน์

คุณสมพงษ์ ใช้งานเป็นการทำกายภาพบำบัด
ใช้การสวดมนต์ แผ่เมตตา เพื่อขอให้เจ้ากรรมนายเวร บรรเทาโทษให้
เขาแน่ใจ...มาถูกทางแล้ว ปฏิบัติถูกทางแล้ว
และจะต้องทำต่อไป

แล้วอยู่มาวันหนึ่ง เห็นภรรยามีปัญหาเรื่อง...ลายผ้า
เขาจึงอาสาลอกลายผ้าตัวอย่าง ที่เป็นลายดั้งเดิมของท้องถิ่นลงกระดาษ
ถือเป็นการฝึกการใช้มือ
แต่หลังจากลอกลายได้หลาย ๆ วันเข้า
จู่ ๆ ก็คิดว่า...เขาเข้าใจความซับซ้อนของลายพวกนี้อย่างทะลุปรุโปร่ง
มันแปลกมาก เพราะแม้จะเรียนจบ ม.6 กศน.
แต่ก็ไม่เคยมีหัวทางศิลปะเลย ซักนิดเดียว
คิดทบทวนแล้วยิ่งมั่นใจ
เขาเข้าใจ จนกระทั่งเห็นถึง ช่องโหว่ ข้อเสีย ของลายดั้งเดิมแบบนี้
มันเหมาะดีกับ ผ้านุ่ง แบบเดิม..เดิม
แต่ถ้าเอามาใช้กับเสื้อผ้าในปัจจุบัน ควรจะปรับปรุงซะหน่อยน่าจะดีกว่านี้
จากนั้นมาเขาก็ตั้งหน้าตั้งตา ออกแบบลายผ้า ลายมัดหมี่ แบบใหม่ ๆ
ถึงจะพิการ...เขาก็นอนหงาย คิดออกแบบลายผ้าอย่างไม่ย่อท้อ
แต่ก็ไม่เคยขาด การสวดมนต์ แผ่เมตตา ขออโหสิกรรม
ยิ่งโดยเฉพาะ วันพระ...จะเพิ่มการถือศีล 8 อย่างเคร่งครัดอีกด้วย
ผลที่เกิดตามมา...
ร่างกายค่อย ๆ มีความรู้สึกขึ้นมาทีละน้อย.ย..ย ทีละนิด.ด..ด
จนถึงช่วงเอว

คุณสมพงษ์ ได้คิดค้นออกแบบลายผ้า ลายมัดหมี่ ให้เหมาะสมสวยงาม
พัฒนาจนสามารถเป็นสินค้า โอทอป ประจำจังหวัดอุบลฯ
ปี 2545 กิจการดีขึ้นจนมีเงิน ปลูกบ้านชั้นเดียว หลังเล็ก ๆ แยกออกมาจากบ้านพ่อ แม่
ปี 2549 เขาได้เริ่มงานอาสาฯ ทำโครงการ…
ชมรมศูนย์การเรียนรู้โดยชุมชน
เพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาคนพิการโดยชุมชน ( CLC )
เคยได้รับเชิญออกรายการ...ยิ้มสู้
ได้เป็นบุคคลตัวอย่าง รับรางวัล และกำลังใจมากมาย
ได้เป็นตัวตั้งตัวตี ในสมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย...
ต้องมาประชุมสภาฯ ด้วย
ปัจจุบันนี้ คุณสมพงษ์ ยังทำหน้าที่ วิ่ง.ง.ง..ไปให้กำลังใจและช่วยเหลือคนพิการที่ถูกทอดทิ้งทั่วประเทศ
ทำมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เท่าที่จะทำไหว...ด้วยทุนส่วนตัว
ด้วยรถโดยสารสองแถว รถบัส รถ บ.ข.ส.

ส่วนลุงที่เอาจอบฟัน งูสิง ขาดกลางหลัง
ทุกวันนี้ก็เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต จากเส้นเลือดในสมองแตก
เพื่อน ๆ ที่เคยร่วมทำกรรม ก็มีอันชีวิตล้มเหลวต่าง ๆ กันไป

คราวหน้า ถ้าคุณไปเดินดูสินค้า โอทอป แถวๆ บู๊ทของจังหวัดอุบลฯ
อาจจะเห็น หนุ่มใหญ่หน้าตาสดใส นั่งรถวิลล์แชร์
คอยพรีเซนต์เสื้อผ้า และอวดลวดลายที่เขาออกแบบเอง
หรือ ถ้าสนใจลองเสริช ชื่อคน...คนนี้ดูซิครับ
โทร.ไปคุย ไปให้กำลังใจกับเขาก็ได้ นะ
082-862-5461
อ้อ...ทุกวันนี้ก็ยังขยัน สวดมนต์ อุทิศส่วนกุศล แผ่เมตตา
ขออโหสิกรรม...ถือศีล 8 อย่างสม่ำเสมอ
ทำอย่างง่ายๆ นี่แหละ...เปิดทีวีมีรายการทำวัตรเช้า ก็ตั้งจิตสวดตามไป
ก่อนนอนก็สวดบท อิติปิโสฯ บททั่วๆ ไปนี่แหละ
พิเศษก็เฉพาะ วันพระ จะตั้งใจปฏิบัติสมาธิ กรรมฐาน
เอาทุกข์ เอาร่างกายนี่แหละ มาพิจารณา...มันไม่ใช่ของเราเลย จริง จริง
ถ้าไปวัดใกล้บ้านได้ ก็จะไป
ถ้าไม่สะดวกก็ตั้งใจปฏิบัติฯ ที่บ้าน
ทำอย่างนี้สม่ำเสมอ...ทู๊ก.ก..ก วัน
ด้วยความหวังว่า...

...ซักวันนึง เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย คงจะเห็นใจ
และให้อภัย...


อนณ 089-995-9377
tobeteam@yahoo.com




Create Date : 30 มิถุนายน 2554
Last Update : 27 เมษายน 2557 22:34:10 น. 2 comments
Counter : 1012 Pageviews.

 
เรื่อง บาป เวร กรรม เชื่อเต็มร้อยเลยค่ะ ได้ฟังคุณอนณเล่ายิ่งเชื่อมากกว่าเดิม น่ากลัวเน๊อะ น่าสงสาร คนที่เค้าไม่เชื่อและยังหลงผิด หลงระเริง ยิ่งนึกภาพถึงคนพวกนี้แล้ว เฮ้อ..หดหู่ใจกับการกระทำของพวกเค้า แต่ ช่างเหอะ...มองไกล้ตัวดีกว่า คนในบ้านเดียวกันแท้ๆ เค้ายังไม่เชื่อเล้ย..เราก็ได้แต่สวดมนต์ภาวนาขอให้คนในครอบครัวของข้าพเจ้ามีดวงตาเห็นธรรมด้วยเถิด..


โดย: รุ่งราตรี นครสวรรค์ IP: 118.172.189.178 วันที่: 9 กันยายน 2554 เวลา:12:06:50 น.  

 
มันเป็นวิทยาศาสตร์หรือเปล่าครับ เรื่องเวรกรรมเนี่ย ?
กงกรรมกงเกวียนนี่น่ากลัวแฮะ


โดย: Itree IP: 172.21.40.74, 203.155.74.131 วันที่: 30 เมษายน 2555 เวลา:16:48:04 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

tobeteam
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add tobeteam's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.