กรรมทันตา อนณ 089-429-5655 tobeteam@yahoo.com Line : anon.nisarut
Group Blog
 
All Blogs
 
กรรมทันตา รพ.รามา

รพ.รามา

เมื่อเดือนที่แล้ว คุณพ่อของผมไม่สบายมาก
ท่านอายุเกือบ 80 แล้ว มีโรคเบาหวานเป็นโรคประจำตัว
แต่ตอนนี้มีโรคไต เข้ามาเพิ่มด้วย...ก็ธรรมดาของสังขาร
แต่อีทีนี้ อยู่ดีๆ ก็เท้าขวามีอาการบวมแดง สีจากแดงเป็นปื้นกลายเป็นคล้ำ
ปวดจนเดินไม่ไหว

พอน้องสะใภ้โทร.มาบอก ก็รีบพาท่านไปหาหมอที่ รพ.รามา
ซึ่ง รพ.นี้ผูกพันกับครอบครัวผมมาตั้งแต่เด็กๆ เรียกว่าเป็น รพ.ประจำครอบครัวยังได้
พอแต่งงาน ภรรยาของผมก็มีญาติค่อนข้างสนิทเป็นเจ้าหน้าที่อยู่คลังเลือด
ลูกสาวทั้งสองคน ก็คลอดที่นี่
ผมกับครอบครัวเป็นหนี้บุญคุณ รพ.แห่งนี้อย่างยิ่ง

ตอนเด็ก ๆ ผมเบื่อการมา รพ.นี้มาก...
คนไข้เยอะ แน่นไปหมด ซึ่งก็คงเยอะทุก รพ.ของรัฐน่ะแหละ
มาแต่ละที รอแล้ว รออีก
คุณแม่ผมเคยผ่าไทรอยด์ ต้องนอนอยู่หลายวัน
รพ.รัฐเตียงว่างยากมาก ในสมัยก่อนเห็นเขาว่าต้องใช้เส้นหาเตียงเชียวแหละ
คุณแม่ผมนอนห้องรวม ท่านเคยเล่าว่า...
คืนที่สองหลังจากผ่าแล้ว นอนพักฟื้นอยู่
ตกดึกขณะกำลังหลับ...รู้สึกว่ามีใครเขย่าเตียง..ง...
พอลืมตาดู....อู๊ยย.ย.ย...ยืนอยู่ปลายเท้า ออกปากไล่ให้ออกไป นี่เตียงช้าน.น.น...
วันรุ่งขึ้น ท่านสั่งให้คุณพ่อไปขอหมอกลับบ้านด่วน...

ตอนที่ คุณหม่อง ภรรยาผมไปคลอด ก็อาศัยญาติคนที่ว่าช่วยยื่นบัตร จองคิว
หรืออื่นๆ ให้ตลอด แถมยังมากุลีกุจอคอยมาดูแลอยู่เสมอ
พวกพยาบาล เจ้าหน้าที่ คงจะเห็นว่าเป็นคนกันเอง ก็ยิ่งดูแลดีไม่มีปัญหา
ลูกคนแรกต้องผ่าออกโดยไม่ได้ตั้งใจ ต้องอยู่ห้องรวม 4 - 5 เตียง นี่แหละ
ก็ไม่มีปัญหาใดๆ ราบรื่นดี
พอคนที่สองก็เลยต้องผ่าด้วยเหมือนกัน อยู่ห้องรวม 4 - 5 เตียงเหมือนเดิม
หลังจากผ่าแล้ว คืนแรก คุณหม่อง บอกแทบไม่ได้หลับ เพราะมีอยู่เตียงหนึ่งยังไม่คลอด
แต่เจ็บท้องมาก..ก...ร้องทั้งคืน ร้องไป ด่าผัวไปตลอดเวลา
ต้องนอนเจ็บแผลทนฟัง...ทั้งคืน
ตอนเช้า แกก็ไปคลอดก็เลยเงียบเสียงไป คนในห้องทั้งหมดเลยได้นอนกลางวันกันทุกคน
แต่พอกลางดึกของคืนที่สอง ขณะกำลังหลับสบาย ๆ รู้สึกเหมือนเตียงมันสั่นเขย่า
พยายามลืมตาขึ้น ก็ไม่ไหว แต่ยังรู้สึกได้ว่า...เตียงมันวิ่งขึ้น วิ่งลง
ภรรยาผมเล่าว่าตกใจมาก พยายามลืมตาจนได้...แต่ไม่มีอะไร ทุกอย่างปรกติดี
มองไปรอบ ๆ ไฟก็สว่าง คนอื่น ๆ ก็นอนกันเงียบ
สุดท้ายเลยไม่กล้าหลับ ลุกขึ้นเดินไปเดินมา ทั้งๆ ที่เจ็บแผล...แต่ก็ดีกว่าอ่ะนะ
พอเช้า ก็แอบถามเตียงข้างๆ ...อู๊ย..ย...โดนเหมือนกัน
พอเจอหน้าผม เธอบอกคำเดียว...กลับบ้าน ไม่อยู่แล้ว

โอ๊ย..เลยไปซะไกล
จะเล่าว่าพอรีบพาคุณพ่อไปส่งตอนค่ำ ที่แผนกฉุกเฉินหน้า รพ.
ตั้งแต่นาทีแรกที่ไปถึง รู้สึกได้เลยว่าได้รับการดูแลอย่างดี
เจ้าหน้าที่คนแรกที่คอยจัดการโบกรถให้จอดกระฉับกระเฉง
จากนั้นก็จะมี อีกคนเอารถเข็นพุ่งปร๊าด..มารับถึงประตูรถ
ช่วยประคับประคองอย่างดี แล้วเข็นเข้าไปยื่นบัตรที่โต๊ะพยาบาล
ก็วุ่นวายกันไปจนกระทั่งต้องรอพบคุณหมอ
พอหายวุ่นวาย ผมก็ได้แต่นั่งรอ และก็ดูนั่นดูนี่ไปตามประสา

เท่าที่สังเกตดู คนป่วยเป็นคนแก่สูงอายุที่มาเพราะอาการกำเริบ กว่าครึ่ง
ห้องฉุกเฉิน จะมีคนไข้มาเยอะเหมือนกันเชียวแหละ
จนต้องมีกฎว่า ต้องมีญาติอยู่กับคนป่วย 1 คน ที่เหลือให้ไปรอนอกห้อง
เหตุที่ต้องให้มีญาติอยู่ด้วย 1 คน ก็คงเพราะเนื้อที่ห้องไม่พอ พยาบาลก็ไม่พอ
เราต้องช่วยกัน อะไรที่ญาติพอทำได้ก็ช่วยกัน เช่น พาคนป่วยไปห้องน้ำ
หรือประคองขึ้น ประคองลง
แต่พยาบาล และเจ้าหน้าที่ ที่ผมเห็น...ทุกคน
กระฉับกระเฉง สนใจทำหน้าที่ของตัวอย่างดี...เต็มที่
ซึ่งก็แน่นอน พวกเค้าเห็นความเจ็บปวด ทรมาน ของคนป่วยเป็นประจำอยู่ทุกวัน
ก็คงต้องจะชาชิน แต่ก็ไม่เพิกเฉย เฉื่อยชา
เพียงแต่ไม่ได้อย่างใจ พวกญาติๆ ที่กำลังร้อนใจไปบ้าง...เท่านั้นเอง
พวกพยาบาล และเจ้าหน้าที่ก็ต้องเสียงดัง ฟังชัด เพราะมันวุ่นวาย อุตลุดตลอดเวลา
ถ้าไม่ทำอย่างนี้ ก็คงคอนโทรลระบบระเบียบ ของคนทั้งหมดไม่ได้
พูดจริง จริง นะ...พวกเค้าทำงานอย่างดี น่าประทับใจเกินความคาดหมายของผมไปเยอะที่เดียว
ดูแล้วก็ออกจะชื่นชมทุกคนเลย

พอคุณหมอมาถึง ก็รีบตรวจอาการดูอย่างรวดเร็ว และเอาใจใส่
ไม่ได้ปล่อยผ่าน แม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ
มองไปรอบๆ สังเกตดู มีแต่หมอที่ ออกจะหนุ่มสาวทั้งนั้น อายุไม่เยอะ
แต่มีไม่พอ...คุณหมอทุกท่าน ต้องวิ่ง..ง...ไป วิ่ง..ง...มา
คอยดูเตียงโน้นเตียงนี้ ไม่ได้หยุด....เห็นแล้วเหนื่อย เห็นแล้วท้อใจแทน
แต่แววตา คุณหมอ ทุกท่านทุกคน มีแต่ความมุ่งมั่น ไม่ได้อิดโรยเหนื่อยอ่อนสักนิด
ผมว่าคนพวกนี้...ต้อง บอร์น ทู บี ตั้งใจมาเกิดเป็นหมอ เพื่อช่วยคนโดยเฉพาะ
ลูกสาวคนโตของผม เรียนเก่งตั้งใจเป็นหมออย่างมาก
แต่พออยู่ ม.4 รพ.ศิริราช เค้าจะให้พวกที่สนใจไปฝึกงานได้
ลูกผมไปฝึกห้องฉุกเฉิน ได้ 2 วัน...เจอหมอเจาะไขสันหลังคนไข้เท่านั้น
เป็นลมล้มอยู่ข้างเตียง พยาบาลต้องมาช่วยกันใหญ่
จากวันนั้น บอกไม่ไหว ยอมแพ้...มันน่ากลัวมาก

พอคุณหมอ ตรวจแล้วก็สั่งให้ไปซื้อยา
ผมก็วิ่งไปที่แผนกยาด้านหลัง ซึ่งตอนนั้นก็ดึกมากแล้ว
แต่สิ่งที่เจอ...เจ้าหน้าที่ น่ารักมาก กระตือรือร้น สนใจบริการอย่างที่สุด
และทำงานอย่างกระฉับกระเฉงตลอดเวลาที่เห็น...ผมละออกจะแปลกใจ
ดึกก็ดึก คนไข้ก็เยอะ ดูเอกสาร จัดยา ไม่ได้หยุด
แต่ก็ยังรักษาอารมณ์ให้ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพมาก

คืนนั้น คุณหมอ ให้ยาและรอดูอาการอีกสัก 2 – 3 ชั่วโมง ก็ให้กลับบ้านได้
แต่ก็ต้องพามาให้ตรวจอีก 2 – 3 ครั้ง
บางครั้งต้องพาไปที่แผนกเจาะเลือด ฉีดยาทางสายน้ำเกลือ
ทำให้ผมได้สัมผัสกับแผนกอื่นๆ อีก
ซึ่งก็เหมือนกันหมด...ทุกท่านน่ารักมาก
เอาใจใส่ในหน้าที่ ทำงานอย่างเกินความคาดหมายยิ่ง

ขณะนี้ คุณพ่อผมอาการดีจนเกือบหายจากการติดเชื้อแล้ว
แต่...ผมยังระลึกถึง เจ้าหน้าที่ พยาบาล และคุณหมอ ทุกท่าน
ไอ้เราน่ะกลับบ้านแล้ว สบายแล้ว
แต่พวกเขาล่ะ
ยังต้องทำหน้าที่อย่างเต็มเหนี่ยว...วิ่งไป วิ่งมา
รับผิดชอบชีวิตคน
ยังต้องทนต่ออารมณ์ ความรุ่มร้อนใจ ความวิตกกังวล สารพัดของมนุษย์
แล้วก็ไม่ใช่น้อย ๆ ...กลับบ้านไป 1 มาอีก 3 อย่างนี้ทุกวี่ ทุกวัน...เฮ้อ
บอกตรง ๆ ครับ....ประทับใจ และรู้สึกขอบคุณเป็นอย่างมาก
ยังแอบคิดอยู่เลยว่า สักวันจะซื้อขนมไปฝากท่านเหล่านั้น
และบอกดังๆ เลยว่า...ทุกคนทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยมมาก...ขอบคุณ ครับ
พวกเราต้องช่วยกันให้กำลังใจคน ดี ดี กันนะ

อยากรู้จริง จริง คนเหล่านั้น
มีอะไรเป็นแรงบันดาลใจ ให้ยืนหยัดทำหน้าที่ไม่รู้เหน็ดรู้เหนื่อย
มันต้องมีอะไรเป็นจุดยืนที่มั่นคงอยู่แน่ แน่
ในใจพวกเค้า คิดอะไรอยู่นะ
อยากรู้จริง จริง....


อนณ 089-995-9377
tobeteam@yahoo.com


มีผู้อ่านตอบมาในกระทู้...โดนใจมาก
อยากให้อ่าน
--------------------------------------

เท่าที่ผมพอจะตอบ ได้ ก็คือ พวกเค้ามี
จิตเป็นโพธิสัตว์ ไง ล่ะครับ ....

ก็คือ มีจิต ที่จะให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

ถ้าจะมีสิ่งตอบแทน นั่น ก็คือ ความสุขจาก
การให้ ไง ล่ะครับ ...

trialuck

---------------------------------------

ความคิดเห็นของคุณ trialuck

พอผมจบอ่าน...
รู้สึกจุกอก ตื้นแน่น...น้ำตาไหลเลย
ขอบคุณครับ...ขอบคุณ
ผมเพิ่งจะเข้าใจ คำว่า
พระโพธิสัตว์...จิตเป็นโพธิสัตว์...
เดี๋ยวนี้เอง
เพิ่งประจักษ์ว่า...คนเราธรรมดา ธรรมดา ทั่วๆ ไป
ก็เป็นพระโพธิสัตว์ได้ในทุกขณะ เป็นได้เรื่อยๆ
เติมบุญกุศลจากสิ่งรอบๆ ตัว...จากงานที่ทำ
แค่พลิกเปลี่ยนความน่าเบื่อ ความน่าอึดอัดรำคาญ
ให้กลายเป็นบุญกุศลมหาศาลได้เลย
โอ้...มันแค่นิดเดียว นิดเดียวเอง นะ

คิดอีกที...คงเหมือนที่ท่านพุทธทาส บอกว่า
เราสามารถ...นิพพาน...ได้ทุกขณะจิต
นิพพานน้อย น้อย...ไปบ่อยๆ เรื่อยๆ
ซาบซึ้งแล้ว...เข้าใจแล้ว...

ขอบพระคุณอย่างที่สุด ครับ

อนณ


Create Date : 14 มีนาคม 2554
Last Update : 15 มีนาคม 2554 19:24:58 น. 3 comments
Counter : 1290 Pageviews.

 
Very good..I like it very much.


โดย: Dorrit Kalisz IP: 94.18.144.160 วันที่: 15 มีนาคม 2554 เวลา:3:54:51 น.  

 
ครั้งหนึ่งได้พบเหตุการณ์ที่ห้องจ่ายยาของรามาฯ วันนั้นคนเยอะมากๆ คนไข้หลายคน กระสับกระส่ายกับการรอ แต่มีคนหนึ่งโทสะสุด ว่าเภสัชที่ช่องหนึ่งเสียงและถ้อยคำ บาดใจ คุณเภสัชนั่งเงียบ และกล่าวขอโทษ ฉันสงสาร และคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่าง ไม่งั้นคุณเภสัชจะแย่แน่กับอารมณ์ที่ตกสุด จึงเดินไปซื้อดอกกุหลาบ 1 ดอก เอามาวางตรงหน้าพร้อมกับยิ้มให้กำลังใจ


โดย: เพื่อน IP: 101.51.130.53 วันที่: 5 พฤษภาคม 2556 เวลา:11:28:19 น.  

 
หมอและบุคคลากร ห้องฉุกเฉินรามา ทำงานมีประสิทธิภาพมากค่ะ รวดเร็ว ฉับไว วิเคราะห์บนหลักการณ์แพทย์ เราเป็นคนอื่นแท้ ๆ ยัง ท่านยังใส่ใจกระตือรือล้น รักษาเรา ขอบคุณค่ะ


โดย: เพชร IP: 180.180.141.212 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2557 เวลา:12:04:31 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

tobeteam
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add tobeteam's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.