กรรมทันตา อนณ 089-429-5655 tobeteam@yahoo.com Line : anon.nisarut
Group Blog
 
All Blogs
 
กรรมทันตา โอ้..อินเดีย 28

โอ้..อินเดีย 28

สวัสดีครับ...
อย่างที่บอกไว้ตั้งแต่ตอนก่อนแล้วว่า การเดินทางแสวงบุญ
กราบสังเวชนียสถาน ในอินเดียของผมมาถึงคืนสุดท้าย
ได้ปฏิบัติ วิปัสสนากรรมฐาน ที่บริเวณ...มหาโพธิวิหาร
ใต้ต้น พระศรีมหาโพธิ์ ตลอดคืน

ในครั้งแรกที่เริ่มเขียนซีรี่ส์ โอ้..อินเดีย
ตั้งใจว่าซัก 3 หรือ 4 ตอนก็น่าจะจบ
แต่พอได้นั่งหน้าคอมพ์ ลงมือพิมพ์จริง ๆ แล้ว
ความทรงจำ ความรู้สึก ความตื้นตัน ประทับใจ มันพลุ่งพล่านออกมาตลอดเวลา
ในที่สุดก็กลายมาเป็น 28 ตอนเข้านี่แล้ว
ก็แปลกนะครับ ตลอดเวลาการเดินทางตะลอน ตะลอน อย่างทรหดอดทน
มันแป๊บ..บ...บ เดียวเอง
จำได้เลยว่าก่อนจะมาน่ะ...กลัวอินเดีย แทบเป็นแทบตาย
กลัวไปสารพัดบ้าบอคอแตก กลัวแม้กระทั่งว่า...จะฉี่ จะอึ กันยังไง
จะกิน จะนอน กันได้มั๊ยละเนี่ยะ
แต่พอเอาเข้าจริง ๆ เหอะ...สนุกจะตาย
หัวเราะกันไปซะแทบจะทุกเรื่อง
กินอาหารไทยที่แสนอร่อย และดีต่อสุขภาพทุกมื้อ
ได้เดินออกกำลังตั้งมากมาย
เดิน 8 วัน ระยะทางเท่ากับที่ผมเดินรวมกันมา 8 ปีได้มั๊ง
ได้ลดพุงลงไปตั้งเยอะ แต่แข็งแรงขึ้นมากเลยแหละ
ไม่รู้เพราะอากาศดีด้วยหรือเปล่า เย็นสบาย โอโซนสดชื่นที่สุด
คล้าย ๆ กับหน้าหนาวทางเหนือของบ้านเรา
แหม...ยิ่งตอน ฉี่ กลางทุ่งมันช่างสุขใจ สูดหายใจได้เต็มปอดดีจริง ๆ

ทั้งคน ทั้งเมืองอินเดีย มันมีเรื่องประหลาดมหัศจรรย์ให้ดูมากมาย
บางครั้งก็รู้สึกเหมือนย้อนเวลา กลับไปเป็นร้อย เป็นพันปี
ได้ดูธรรมชาติ ดูวิถีชีวิต ดูความเชื่อ ดูความสุข ความทุกข์ ของพวกเค้า
ก็เอามาย้อนมองดูตัวเอง แล้วก็เกิดความรู้สึกทั้งดีใจ ทั้งสงสารตัวเอง
ดีใจที่เราไม่ต้องมาตกระกำลำบาก ยากจนอย่างพวกเค้า
บ้านเมืองเรายุ่งวุ่นวายแค่ไหน ก็ยังดีกว่าเยอะ
รักเมืองไทย ภูมิใจขึ้นมาตะหงิด ตะหงิด
แต่ก็สงสารตัวเอง ที่มัววิ่งวุ่นหัวหมุนไปกับ ลาภ ยศ สรรเสริญ
เพลิดเพลินไปกับกิเลส ตัณหา ยุ่งไปหมด
ลืมสัจธรรม ลืมความสุขอย่างง่าย ๆ ที่ควรจะไขว่คว้าไว้
บางครั้งถึงกับอับอายในความหรหดอดทน ประหยัด รู้ค่าชีวิตของพวกเขา

อย่างที่ท่าน...พระราชรัตนรังษี หัวหน้าพระธรรมทูตอินเดีย ได้เขียนไว้
ตั้งแต่ขึ้นรถบัสที่สนามบินกัลกัตตา พวกเราก็ใช้รถคันนี้เป็นเหมือนโบสถ์
มีพระอาจารย์วิทยากรเป็นผู้นำ สวดมนต์ ทำวัตร
ฟังท่านเทศน์ ตลอดการเดินทางนับเป็นหลายพันกิโลเมตร
ฟังท่านเล่าเรื่องต่าง ๆ สอนพุทธประวัติ ชี้ชวนให้ดูโน่น นี่ นั่น ตลอดทาง
ทั้งเรื่องตื้น ๆ ง่าย ๆ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ไม่เคยได้ยิน
ไปจนถึง ธรรมะ เรื่องอันลึกซึ้ง
บางครั้งฟังเพลิน..น...ถึงที่หมายแล้วยังไม่จบ ต้องคอยติดตามตอนต่อไป
แล้วท่านพระอาจารย์ ก็ชอบลืมต่อเรื่องเดิม โดดไปเรื่องใหม่อีกแล้ว

เอ้อ...มันแปลกนะ
พุทธประวัติ นี่เรียนมาตั้งแต่ชั้นประถม ยันมัธยมก็ว่าจำได้หมด
แต่ก็เป็นเพียงโครงเรื่องใหญ่ ๆ คร่าว ๆ
ตั้งแต่ทรงประสูติ เดินได้ 7 ก้าว จนแต่งงานอภิเสกกับเจ้าหญิงผู้เลอโฉมต่างเมือง
ต่อมาก็มีบุตร แล้วคืนนั้นท่านก็เสด็จขี่ม้าหนีออกไปแสวงหา สัจธรรม อันลึกซึ้ง
ทรมานตนอยู่ตั้ง 6 ปี จนสำเร็จวิชาอันสูงสุด....
เรียนมาฟังมา จำได้เหมือน...นิทาน
จำเอาไว้สอบพอให้ผ่าน แค่นั้นเอง

พอใช้ชีวิตล้มเหลว ก็ค่อยสนใจศาสนาขึ้นมาบ้าง
หลาย ๆ เรื่องเคยตามอ่านจากตรงโน้น ตรงนี้ไม่ค่อยปะติดปะต่อ
เหมือนจิ๊กซอว์ ที่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง ยังขาดตัวเชื่อมต่อที่สำคัญอีกหลายชิ้น
แต่...พอมาถึง อินเดีย ได้ฟังพระอาจารย์ฯ เล่าทวนซ้ำความทรงจำ
ชี้ชวน ชักนำพาไปถึงที่เกิดเหตุ
ไปยืนอยู่ตรงนั้น...ตรงที่ พระพุทธองค์เมื่อยังทรงเป็นเจ้าชายน้อย ๆ
ไปสัมผัสก้อนหิน ผืนดิน ตรงที่ท่านเกิด แล้วก้าวเดิน...ก้าวแรก
ได้นั่งอยู่ต่อหน้า โพธิบัลลังก์
ได้ตั้งจิต ยังสถานที่เหล่าปัญจวัคคีย์ฟัง ปฐมธรรมเทศนา
ไปสวดมนต์ วิปัสสนาตรงกลางสถานที่ พระอรหันต์ 1,250 รูป
มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย
ได้ก้มกราบกรานสัมผัส พระแท่นบรรทม ที่พระพุทธองค์หลับตาลงครั้งสุดท้าย...ไม่ลืมตา ไม่ลุกขึ้นอีกเลย
ขนาดว่าผมเป็นพวก ศรัทธาน้อย ปัญหามาก ข้องใจซะทุกเรื่อง
แต่พอได้สัมผัสสถานที่แห่งนั้น ๆ ทุก ๆ แห่ง
จิตมันก็ดำดิ่งจินตนาการ เห็น และเข้าใจเหมือนได้ย้อนเวลาไปด้วยตัวเอง
เรื่องราวต่าง ๆ จิ๊กซอว์ทุกตัว ที่กระจัดกระจายสะเปะสะปะ ขาด ๆ หาย ๆ
ก็เกิดความเข้าใจ ร้อยเรียงเรื่องราว ได้ตามลำดับ
ปะติดปะต่อทั้งหมดเข้าด้วยกัน
แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นทันทีคือ...ศรัทธา บังเกิดความเชื่อมั่นอย่างเต็มหัวใจ
โอ้...เจ้าชายสิทธัตถะ พระพุทธเจ้า เราสัมผัสได้
เมื่อเกิดศรัทธา ท่วมท้นจนมากมายเพียงพอ...สิ่งมหัศจรรย์ ปาฏิหารย์
ก็แสดงตัวออกมาให้เห็น ให้รู้สึกได้เฉพาะตัว
ไม่รู้จะเอาอะไรยืนยัน...ปัจจัตตัง เวทิ ตัพโพ
แล้วที่ผุดขึ้นตามมา คือ...ปัญญา
สามารถเข้าใจแจ่มแจ้ง แทงทะลุ เรื่องที่เคยข้องใจทั้งหลาย ทั้งปวง
มันง่าย ที่จะเข้าใจ
ขนาดว่าผม บุญน้อย ยังได้รับตั้งมากมายขนาดนี้
แล้วท่านที่ตั้งใจปฏิบัติธรรม กันมาหนักหนาแล้ว
จะได้บุญกุศลมากมาย ท่วมท้นกันขนาดไหน
พอมันถึงขนาดแล้ว ความเพียร ขยันปฏิบัติฯ ก็จะตามมา
หลังจากกลับมาเมืองไทยแล้ว ทุกครั้งที่สวดมนต์ไหว้พระ
ก้มลงกราบ...ใจก็ประหวัดคิดถึง พระพุทธเมตตา
คิดถึง ต้นพระศรีมหาโพธิ์ แทบทุกครั้ง
ทุกคนที่เคยไปกราบ สังเวชนียสถาน มาแล้วเป็นกันทั้งนั้น...แทบทุกคน
เวลาที่สวดมนต์ มันก็ให้ระลึกได้ทั้ง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
ผมออกจะห่างไกล ครูบาอาจารย์ พระผู้ปฏิบัติดีที่คนอื่นเค้านับถือกัน
แต่ไปเที่ยวนี้ได้รู้จักพระสงฆ์ ในอีกรูปแบบหนึ่ง
ได้แอบเห็นวัตรปฏิบัติ เห็นความตั้งใจของ...พระธรรมทูต
และพระอาจารย์วิทยากร ที่ทุ่มเททั้งตัวและหัวใจ
เป็น พุทธบุตร ผู้ยัง...พระธรรมจักรให้หมุนไป

พระสงฆ์ อีกรูปหนึ่งที่ผมได้พบคือ...หลวงพ่อเทิด
พระป่า สายธรรมยุติฯ ที่ร่วมเดินทางไปด้วยกัน
ท่านเป็น พระ ที่นิ่งสงบมาก
โดยปรกติท่านก็เป็นพระที่ตั้งใจปฏิบัติฯ เต็มกำลังอยู่แล้ว
แต่หลังจากกลับมาแล้ว ผมได้มีโอกาสไปกราบท่านถึง วัดป่ากะพี้ อุดรฯ
คุยกับท่านแล้ว ท่านพูดน้อยมาก
แต่ท่าทางที่แสดงออกเห็นชัด อินเดีย ให้อะไรมามากมาย
ท่านบอกแค่ว่า...มุ่งมั่น ยิ่งกว่าเดิม
จะว่าไปแล้วนะ ท่านที่มีเงินมากมายแล้วอยากได้อานิสงส์แรง ๆ
ขอแนะนำให้ อุปถากออกเงินสนับสนุนให้ พระ ดี ดี ได้ไปกราบแผ่นดินพ่อ
ได้ไปสัมผัสก้อนหิน ก้อนดิน รอยพระบาทพุทธองค์
รับรองว่า บุญกุศล มากล้นพ้นประมาณ

อีกอย่างหนึ่งที่ได้ยินมา และได้กับตัวเอง...
ท่านที่เคยมี...อดีต อันเศร้าหมอง เลวร้าย ไม่ว่าเรื่องแย่ ๆ แค่ไหนก็ตาม
ที่มันชอบผุดพรายขึ้นมาทำร้ายเรา
ผมเองเป็นบ่อย โดนอดีตของตัวเองทำร้ายเอาตอนเผลออยู่เสมอ
ไปกราบอธิษฐาน ที่ลุมพินี...ขอเกิดใหม่
ตั้งจิตเป็นกุศล แล้วเกิดใหม่ใน พุทธศาสนา
ได้ผลนะ...อดีตไม่มีกำลังมาทำร้ายผมได้อีกเลย

พูดแล้วก็อดเล่าไม่ได้
ผมยังได้พบเรื่องมหัศจรรย์ ที่ไม่รู้จะหาเหตุผลไหนมาอธิบาย
เป็นเรื่องสุดท้าย ก่อนกลับเมืองไทยไม่กี่ชั่วโมง
หลังจากในตอนเช้า พวกเราต้องนั่งรถมาที่เมือง กัลกัตตา
เพื่อขึ้นเครื่องบิน ซึ่งต้องเดินทางรวดเดียวกว่า 7 ชั่วโมง
ด้วยความเหนื่อยอ่อน จากการปฏิบัติฯ กันมาทั้งคืนโดยที่ไม่ได้หลับเลยซักนิด
บวกกับเป็นหวัดมาด้วย ทำให้หลับกันมาในรถหลายชั่วโมง
พอมีแรงกันบ้างแล้ว พระอาจารย์ก็พาสวดมนต์ เอากุศลกันครั้งสุดท้าย
พระอาจารย์ท่านหนึ่ง คือ...พระปลัดเชาวลิต
วัดบางกะพ้อม อัมพวา สมุทรสงคราม
ท่านสวดมนต์ได้ไพเราะมาก...มาก
ยิ่งบทแผ่เมตตา พอท่านขึ้น...
ซาบ..บ เพ ซ๊าต..ต..ตา...อันว่าสัตว์ทั้งหลาย..ย..ทั้งปวง
ผมละมีอันน้ำตาร่วง ทู๊ก..ก ที
หลังจากสวดมนต์ อุทิศส่วนกุศลกันเรียบร้อยแล้ว
ผมก็คิดอธิษฐานในใจ ขอให้สวดมนต์ได้น่าฟัง มีพลัง อย่างท่านบ้าง
จากนั้นก็นั่งภาวนา ตามลมหายใจไปเรื่อย ๆ
แล้วด้วยความอ่อนเพลีย ระหว่างที่อยู่ในภวังค์
กึ่งหลับกึ่งตื่น อยู่นั้น...ได้ยินเสียงเทวดาผู้ชาย มาบอกว่า
...ต่อไปนี้ให้สวดมนต์บท ชัยมงคลคาถา แบบนี้นะ
จะทำให้มีพลังมาก...
แล้วก็ตามมาด้วยเสียง...ผู้ชาย ชาวอินเดีย สวดมนต์
ด้วยทำนองที่ผม...ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยในชีวิต
...บ่าฮุ้ม ซะฮัด สะมาภินี หมิตะสา.. วุดันตัง..ง...
คิริ เม๊ คะรัง อุดิตะโค ระสะเส นะมารัง
ด่านา ถิธัม มะวิธินา ฉิตะวา.. มุนิน..น...โท
ตั่น..น..เต๊ ชะสา ภะวะตุเต ชะยะมัง..ง..คะ ลานิ
แล้วก็ต่อไปอีกหลายท่อน
แต่ด้วยทำนอง และสำเนียง ที่ขอย้ำว่า...ไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิต
เป็นเสียงสวดที่แปลกหู คงเพราะเป็นเสียงคนอินเดียสวด
แต่ก็ไพเราะมาก
เป็นการสวดฯ ที่มีมิติ คือมีเสียง สูง ต่ำ หนักเบา
มีความหนักแน่น และพอจะแยกแยะได้อย่างที่พอจะอธิบายสั้น ๆ ว่า
แต่ละท่อน...ขึ้นต้นตื่นเต้นเร้าใจ เนื้อหาตรงกลางกลมกลืน
ตอนจบ จับใจ...
ยิ่งช่วง...ตั่น..น..เต๊ ชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมัง..ง..คะ ลานิ
มันมีแววของความภาคภูมิ ความสุข สบายใจ
เหมือนกำลัง ยิ้มไป สวดไป
แหม ไม่รู้จะอธิบายยังไง...

พอรู้สึกตัวตื่น ผมรีบไปท่องสวดตามที่ได้ยินมาให้พวก คุณหมอ แก็งค์บางบ่อฟัง
แต่ละคนทำหน้าแปลก ๆ บอกว่า...คล้าย ๆ เคยได้ยินมาก่อน
ไอ้ผมน่ะ ยืนยันอีกครั้งว่า ไม่เคยได้ยินที่ไหนมาก่อนในชีวิต
เมื่อกลับมาถึงเมืองไทย 3 วันแรก ไม่เป็นอันทำไรเลย
วิ่งไปตามร้านที่ขาย ซีดีธรรมะ ซีดีบทสวด
หาเท่าไหร่ก็ไม่ได้ ไม่เหมือนที่ได้ยิน
ลองไปค้นดูในเว็บไซด์สารพัด...ได้เรื่อง
ที่ใกล้เคียงที่สุด เป็นของ อาจารย์สุภีร์ ทุมทอง
เป็นทำนอง สรภัญญะ
ลองเปิดฟังดูนะครับ
https://www.youtube.com/watch?v=qWdAycW3Et8
แต่...แต่ นะครับ
ต้องขอประทานโทษท่าน อ. สุภีร์ ทุมทอง ด้วย
เสียงที่ผมได้ยินในภวังค์ มันหนักแน่น ไพเราะ มีพลัง มีมิติ
มากกว่าซัก 100 เท่าได้ละมั๊ง...ไม่รู้จะอธิบายยังไง
เฮ้อ....

ทุกวันนี้ผมก็ยังสวดมนต์แบบปรกติธรรมดาเหมือนเดิม
แต่พอว่าง ๆ ก็จะฮัมร้องสวด ตามที่ได้ยินในภวังค์
ที่แปลกก็คือ ถ้าสวดแบบนี้แล้ว...จิตรวมง่ายดี
เรื่องยุ่ง ๆ ในหัวจะหายไปอย่างง่ายดาย
ลองฟังแล้ว ลองสวด ดูนะครับ


อนณ 089-995-9377
tobeteam@yahoo.com



Create Date : 18 มิถุนายน 2555
Last Update : 18 มิถุนายน 2555 0:26:32 น. 2 comments
Counter : 3214 Pageviews.

 
ขอบคุณมากๆครับ ได้ฟังแล้ว(อ่าน) เหมือนว่าได้เดินทางไปกับคุณอนณ เลยครับทั้งสนุก ได้ความรู้ ขอบคุณอีกครั้งสำหรับคนที่ไม่มีโอกาศได้ไปครับ


โดย: ชัชวาลย์์์์ IP: 27.130.55.66 วันที่: 18 มิถุนายน 2555 เวลา:10:34:50 น.  

 
ขอบคุณมากๆค่ะ เขียนอีกนะคะ รออ่านค่ะ


โดย: คุณย่า IP: 58.8.249.164 วันที่: 18 มิถุนายน 2555 เวลา:22:16:29 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

tobeteam
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add tobeteam's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.