กรรมทันตา อนณ 089-429-5655 tobeteam@yahoo.com Line : anon.nisarut
Group Blog
 
All Blogs
 
กรรมทันตา อาชีพเชฟ...อาชีพทรหด 4


กรรมทันตา อาชีพเชฟ...อาชีพทรหด 4

พอขึ้นเรียน ปี 3

ก็ยังมีทั้งทฤษฎีวิชาการ และภาคปฏิบัติงานในครัวจริง
แต่เน้นหนักไปทางเข้าครัวแล้วหละ
ใส่ชุดเชฟกันทุกวัน ถ้ามีแค่ 2 ชุดเท่าที่ มหาลัยฯ แจกมาก็คงไม่พอ
ต้องหาซื้อเพิ่ม แล้วมันก็เลยทำให้ได้เข้าใจอีกหลายเรื่อง
อย่างที่เกริ่นไปเมื่อตอนก่อน ๆ นี้แล้วว่านอกจากเรียนตามตารางปรกติ ก็ต้องมีการออกฝึกงานนอกสถานที่
เพื่อเก็บเวลาการฝึกงานให้ครบ
เด็กบางคน โดยเฉพาะเด็กต่างจังหวัดมักจะมีปัญหาอย่างหนึ่ง
คือ...คิดถึงบ้าน
ช่วงเวลาวันหยุดยาว ๆ ก็มักจะเดินทางกลับบ้าน
แล้วก็พาลลางานจาก โรงแรม หรือร้านอาหารที่ไปขอฝึกงาน
ทำให้เวลามันกระพร่องกระแพร่ง ไม่ครบตามกำหนด
บางคนเรียนจบ 4 ปีแล้ว แต่ยังจบไม่ได้เพราะเก็บเวลาฝึกงานยังไม่ครบ
ต้องมาวุ่นวายไล่เก็บกันอีก

โลกของพวก เชฟ มันอยู่ใน...ครัว
ไม่ว่าโรงแรม ภัตตาคาร ห้องอาหาร รีสอร์ท ฯลฯ
มันเป็นห้องสี่เหลี่ยม ที่ไม่ได้กว้าง..ง นัก
ถึงแม้จะมีระบบระบายอากาศ ระบายควัน ระบายกลิ่น...แต่มันไม่มีแอร์ ฯ
แต่มีเตาไฟขนาดใหญ่หลายหัวเตา มีเตาอบ เตาทอด เตาย่าง เตาซาราเมนเดอร์
เวลาทำงานแล้ว อุณหภูมิในห้องครัวมันช่าง ร้อนน..น...น ถึงร้อนที่สุด
น่าจะราวๆ 50 องศาขึ้นไป
ชุดเชฟที่ใส่ มันถึงต้องมีคุณสมบัติพิเศษบางอย่าง
ไม่ว่า ชาย หรือหญิง ก็ต้องใส่กางเกงแสล็ค...ไม่ใช่ทรงเดฟ ขาลีบ
เพราะหากเกิดอุบัติเหตุ น้ำ หรือน้ำมันเดือด ๆ ในหม้อ ในกะทะหกราดรดลงมา
ลองนึกสภาพที่นุ่งกางเกงเดฟขาลีบติดตัว แล้วมันจะสาหัสสากรรจ์แค่ไหน
เสื้อเชฟ นี่ต้องเป็นพวก กระดุมแป๊ะ เป็นแถว
หากพลาดท่าติดไฟขึ้นมา สามารถกระชากออกได้ง่าย ๆ
แต่ที่สำคัญ...ใส่แล้วต้องไม่ร้อน
ต้องมีความหนากว่าเสื้อปรกติ เป็นพวกผ้าฝ้าย ระบายอากาศได้ดี
แต่ไอ้ฝ้ายคอตต้อน 100 % น่ะราคามันแพง
เชื่อมั๊ย เสื้อเชฟอย่างดีที่พวกมือโปร. มืออาชีพเค้าใส่กันน่ะ
ตัวละ 2,000 – 4,000 บาท ตัวละนะครับ ไม่ใช่โหล
ผ้ากันเปื้อน คุณสมบัติก็เหมือนเสื้อเชฟ ต้องระบายอากาศได้ดี
มีทั้งแบบตัวยาวเต็มตัว และสั้นครึ่งตัว
แต่พวกมืออาชีพเค้าใส่แบบตัวกว้าง อ้อมคลุมถึงข้างหลังได้ทั้งตัว
และยาวลงมาถึง ครึ่งแข้ง
พวกเค้าต้องใส่ทุกวัน เนื้อสัมผัสต้องถูกใจ...ผืนละ 800 – 1,200
ที่รู้ก็เพราะลูกสาวผม แกเสียดายสตางค์เลยไปพยายามหาซื้อผ้ามาตัดเอง
แล้วก็พาลตัดขายให้เพื่อน ๆ ด้วย ต้นทุนยังตกผืนละ 300 – 500 แน่ะ

อย่างที่เล่าไปแล้วนอกจากเรียนตามปรกติแล้ว
วันหยุดยังไปอาสาเป็นผู้ช่วยเชฟ สอนทำอาหารใน ร.ร.การอาหารนานาชาติสวนดุสิต
ซึ่งก็ตั้งอยู่ใน มหาลัยฯ ราชภัฏสวนดุสิต นั่นแหละ
แต่ก็ต้องเก็บเวลาฝึกงานนอกสถานที่ด้วย
ซึ่งต้องพยายามเลือกขอไปร้านอาหารที่ดัง ๆ มีชื่อเสียง
ส่วนใหญ่ก็อยู่แถว ๆ ซอยทองหล่อ หรือราชประสงค์
หรือไม่ก็พวกในห้างสรรพสินค้าหรู ๆ
เริ่มเข้างาน 10 โมงเช้า มีพักเที่ยง พักเบรค
แต่พอครัวเปิดรันงานแล้ว....อลเวงหัวปั่น
ไปปิดเอาราว 4 – 5 ทุ่ม กว่าจะเก็บล้างก็โน่น...เลยเที่ยงคืน
กว่าจะถึงบ้าน โน่นตี 1 ตี 2
หัวถึงหมอนก็สลบ หลับยาวไม่ต้องฝัน
ส่วนอีพ่อ อีแม่ ก็ถ่างตารอไปทุกคืน...ทุกคืน...ทุกคืน ด้วยความเป็นห่วง
นี่ยังดีนะกลับมายังเจอหน้า พ่อแม่
แต่เพื่อน ๆ เด็กต่างจังหวัดนี่สิ ต้องพยายามหาเพื่อนไปฝึกงานที่เดียวกัน
เวลากลับจะได้กลับด้วยกัน
ส่วนใหญ่ไปขอฝึกงาน มักจะไม่ได้ค่าแรง น้อยแห่งที่จะให้ด้วย
เค้าถือว่าให้โอกาสมาฝึกทำงานวุ่นวาย ก็ดีตายย..ย แล้ว
แต่ดึกดื่นตอนกลับก็ต้องนั่งแท๊กซี่ วันละเป็นร้อย ทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน
เหนื่อยกลับมาก็ไม่เจอใคร...ว้าเหว่
เหนื่อยกาย เหนื่อยใจ กระเป๋าแฟบบ..บ ลงทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน

แต่มันก็กลับเป็นผลดีกับบางคน นะ
มันทำให้เขาเข้าใจชีวิต เข้าใจงาน เข้าใจอาชีพ
มันต้องเป็นอย่างนี้แหละ...ชีวิต เชฟ
บอกไว้ตรงนี้เลยนะ...เด็กที่มาจากครอบครัวธรรมดา ฐานะไม่ค่อยดี กลับได้เปรียบ
เพราะจะทรหด อดทน สู้งาน สู้ชีวิตกว่า...ลูกคนรวย
พวกที่มีแค่ใจรัก ใจชอบเห็นว่า เท่ห์หวือหวา
พอมาเจอของจริง มักจะถอย มักจะไม่สู้
พ่อแม่ เลี้ยงมาดีเกินไป ประคบประหงมเกินไป...กลายเป็นข้อเสียเปรียบ
เด็ก ม.ราชภัฏฯ ฟู้ดเซิร์บ นี่เข้ามาประมาณปีละ 250 คน
แต่สุดท้ายเหลือจบไปอย่างดีก็ แค่ 2 ใน 3
หายไประหว่างทางเยอะ...คิดดูให้ดีๆ ซะก่อนนะ
ใจ...สู้หรือเปล่า ไหวมั๊ยบอกมา
โอกาส...ของผู้กล้า ศรัทธาไม่มีท้ออ อ.อ..อ
ไม่ใช่วิ่ง 100 เมตรนะ แต่...วิ่งมาราธอน
รอบแรกก็เกาะกลุ่มกันดี แต่พอรอบที่ 3 ที่ 5 ที่ 7 ที่ 10 .......
มันจะเห็นความแตกต่างขึ้นเรื่อย ๆ
ทิ้งห่างกันไป ห่าง.ง ไป ห่าง.ง..ง ไป

ถ้าจะพูดถึงข้อดีก็มีมากมาย
ช่วงปี 4 จะมีเจ้าของร้านอาหารในต่างประเทศ หรือเชฟดัง ๆ
จะบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาดูตัว หาเด็กไปฝึกงาน ทำงานที่ต่างประเทศ
เค้าจะให้ลงมือทำอาหารจริง ๆ ต่อหน้าต่อตา
ทำไป อธิบายไป ซักถามไป ต้องพูดสื่อสารให้เค้ารู้เรื่องให้เข้าใจว่า เมนู อะไร
เรากำลังทำอะไร แล้วออกมาเป็นยังไง
ถ้าเค้าสนใจเอาเราไปทำงาน เราต้องออกค่าเดินทาง ค่าเอกสารต่าง ๆ เอง
ก็ประมาณ 70,000 บาท
แต่ได้ค่าแรงซัก 3 – 4 เดือน ก็ได้คืนแล้ว
อีทีนี้...ปัญหามันอยู่ที่เรื่อง ภาษา นี่แหละ
ถ้าเด็กคนไหนเรียนมาสาย ภาษา เหมือนลูกสาวของผมก็ดีหน่อย
แต่ก็ต้องปวดหัวกับ วิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ คำนวณ
ต้องฝ่าฟันผ่านให้ได้
บางคนมาสายวิทย์ หรือคำนวณ ก็จะมามีปัญหากับเรื่องภาษาแทน
ว่าไปแล้ว เชฟไทย เรามีฝีมือดีถึงดีมาก
อ่อนน้อม ขยันขันแข็ง หัวไว สู้งาน
แต่ไม่สามารถขึ้นเป็น เชฟใหญ่ หรือ เอ็กเสคคิวทิฟเชฟ
ก็เพราะไม่สามารถสื่อสารกับ เจ้าของกิจการ ซึ่งเป็นฝรั่ง
รวมถึงเอกสารมากมายก่ายกองที่เป็นภาษาอังกฤษ ทั้งน้าน.น..น

ลูกสาว เคยเล่าว่าเพื่อน ๆ ที่เข้ามาเรียนสายอาชีพนี้
ครึ่งหนึ่งเนี่ยะ มีพื้นฐานมาจากครอบครัวที่บ้านมีธุรกิจเกี่ยวกับอาหารอยู่แล้ว ทัศนคติด้านนี้เป็นบวก สุด สุด
อาจจะเป็นร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านอาหารตามสั่งเล็ก ๆ
หรือใหญ่ ๆ แบบห้องอาหาร ภัตตาคาร
บ้านทำซาลาเปาขาย หรือส่งวัตถุดิบเข้าตามห้องอาหาร สวนอาหาร
ลูกร้านลาบ ส้มตำ ก็มีเยอะ
ลูกร้านเบเกอรี่ ก็หลาย.ย..ย คน
เพื่อนสนิทคนหนึ่งก็ นังน้อง ปาล์มมี่ ที่เคยเล่าไว้ในเรื่อง
... กรรมทันตา เต้าหู้นมเด้ง
ลองไปหาอ่านดูนะครับ
หรืออีกคนนี่ พ่อแม่เค้าขายส้มตำ ลาบ แบบอีสานแท้ ๆ
อยู่หน้าโรงงานในซอยลาซาน
เธอบอกตั้งใจจะเอาดีทาง อาหารไทยอีสาน เพื่อไปเปิดร้านที่เมืองนอก

ผมเคยคุยกับท่านอาจารย์ที่สอน
เด็กนักศึกษาที่จบออกไปอย่างที่บอกประมาณไม่ถึง 200 คนต่อปี
แต่ครึ่งหนึ่งก็ทำงานในเมืองไทย ส่วนอีกครึ่งหนึ่งก็ไปอยู่ทั่วโลก
ตระเวณไปฝึกงาน ทำงานในร้านอาหารสารพัดประเภท
และมีทั้ง อเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลี ดูไบ ....
แต่ละคนก็มีช่องทางดิ้นรนไปกันจนได้...ด้วยตัวของเขาเอง
โลกของอาหาร โลกของเชฟ มันกว้างใหญ่
ยังขาด และยังต้องการคนอีกมาก
เรียนสายอาชีพนี้...ไม่มีตกงานหร๊อกก..ก
มีแต่เลือกงาน
ที่จริงแล้ว เด็กพวกนี้มีงานให้ทำกันตั้งแต่ที่ยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำ
อยู่แต่ว่าใครจะอึด ใครจะสู้ หรือใครจะถอดใจ
ที่น่าเป็นห่วงน่ะ...พวกลูกคนรวย
สถาบันที่หรู ๆ แพง ๆ ที่พวกบ้านรวยเค้าเรียนกัน
มันก็เหมือนกับแฟชั่น พอเรียนไป เรียนไป เหนื่อยหนักก็ไม่เอาแล้ว
พอจบคอร์สก็หนีไปทำอย่างอื่น
แต่...ก็มีนะ ไอ้เด็กที่บ้านมันรวย แล้วใจมันก็รักหลงไหลทางนี้
มีความพร้อมทุกด้าน ทางบ้านพร้อมแบ๊คอัพ
พวกนี้สิ...น่ากลัว

ผมก็ถามท่านว่า...แล้วพวกที่เรียน อาหารไทย เนี่ยะจะไปได้แค่ไหน
ท่านมองหน้าผม แบบ...ช่างไม่รู้อะไรบ้าง.ง..ง เล๊ย.ย..ย
แล้วบอกว่า เดี๋ยวนี้อาหารไทยน่ะ ได้กลายเป็นอาหารระดับหรู
เทียบได้กับพวกอาหารญี่ปุ่น ยังเหนือชั้นกว่าอาหารจีนซะอีก
จะเป็นรองก็พวกอาหารฝรั่งเศส เท่านั้น
ทั่วโลกมีร้านอาหารไทยไปเปิดเต็มไปหมด
ทั้งเจ้าของคนไทย และเจ้าของเป็นชาติอื่น
ไอ้ที่เจ้าของเป็นชาติอื่นไม่ต้องพูดถึง....มันทำซะรสชาดของเรามั่วไปหมดแล้ว
ฝรั่งนะเค้าอยากกินแบบรสชาด...ออริจินัล
เผ็ดเป็นเผ็ด เปรี้ยวเป็นเปรี้ยว ตายเป็นตาย
เค้าไปหากินกันรวยเป็นเศรษฐีเยอะแยะไปน่ะ....
เคยมีคนกระซิบกับผมว่า ม.ราชมงคล โชติเวช นี่เก่งเรื่องอาหารไทย ขนมไทย
ยังสอนเด็กให้รักษารสชาดไทยแท้ได้มาก มาก
เสียแต่สถานที่เรียน และอุปกรณ์อะไรต่าง ๆ ที่ด้อยกว่าไปนิด
คงติดเรื่องของงบประมาณ การหาเงินสนับสนุน...น่าเสียดาย

เอ๊า...เล่าเรื่อยเปื่อยไปซะไกล
กลับมาที่การเรียนในปี 3 นี้
ทฤษฎีวิชาการที่ลูกสาวผมปวดประสาทมาก ก็พวกวิชา นูทรีชั่น
หรือพวกอาหารเพื่อสุขภาพ อาหารคนป่วยในโรงพยาบาล
ที่จริงมันเริ่มตั้งแต่วิชาการในปีที่ 2 แล้ว
จำไม่ได้ว่าวิชาอะไร แต่น้องโดนัทเล่าว่าเรียนแล้วอะไรก็กินไม่ได้
มันเป็นพิษ เป็นภัย ไปซะโหม๊ดดด..ทุกอย่าง
กินไอ้นี่แล้วจะเป็นไอ้นั่น พอกินไอ้นั่นมันพาลจะเป็นไอ้โน่น
อาหารแต่ละอย่าง มีคุณอนันต์ มาพร้อมทั้งโทษมหันต์
บางอย่างไม่มีฤทธิ์เดชเท่าไร แต่พอมาเจอกับอีกอย่าง
มันมีอันแผลงฤทธิ์เดชขึ้นมาทันที...แปลกดี เน๊อะ
พอมาเรียน วิชาอาหารในโรงพยาบาลแล้วปวดตับ
เคยถูกฝึกมาให้แยกรสชาติ หาวิธีเร่งเร้าความอร่อย
แต่เรียนวิชานี้...ไม่ด้าย.ย..ย ตามใจปากไม่ได้
ความสุขจากลิ้น ลืมไปได้เลย
คนป่วยในโรงพยาบาลอ่ะนะ ร่างกายอ่อนแอ ถึงอ่อนแรง และอ่อนไหว
น้ำตาล กรด ไขมัน เกลือ หรืออะไรสารพัดจะส่งผลทันที
อร่อยมาก รสเด็ดเผ็ดมัน ก็...เด๊ด.ด..ด ซะมอเร่
ต้องคำนวณยิบ ชั่ง ตวง กันละเอียดละออ
แต่ละถ้วย แต่ละคำ ที่ใส่เข้าไปในร่างกายคนป่วยกี่กรัม กี่แคลลอรี่
โซเดี่ยม ก็ไอ้เกลือนี่แหละตัวดี น้ำตาล ไขมัน มากก็พาลความดันขึ้น
เรียนแม้กระทั่ง... ภูมิปัญญาเอเซีย
อาหารที่มีเสริม ธาตุเย็น ธาตุร้อน โป้ววมั๊ยโป้วว
อาหารเพื่อปรับสมดุลย์ หรืออาหารที่เป็นพิษภัย
อาหารสำหรับคนนึงเป็น ยา แต่กับอีกคนกลับเป็น พิษ
มีผลต่อความดัน ความเข้ม ความใสของเลือดทันตาเห็น
อย่างนี้ละมั๊งที่เค้าว่า...เชฟ คือ ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร
ไอ้ลูกสาวผม ก็เคยแต่อร่อยเข้าว่าเจอวิชานี้หงอยไปเลย
บ่นแต่...ว่าแล้วทำไมอาหารโรงพยาบาลมันถึงได้รสชาดห่วยแตก


อนณ 093-149-9564
tobeteam@yahoo.com




Create Date : 05 กรกฎาคม 2556
Last Update : 10 ตุลาคม 2558 22:03:00 น. 0 comments
Counter : 2781 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

tobeteam
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add tobeteam's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.