กรรมทันตา อนณ 089-429-5655 tobeteam@yahoo.com Line : anon.nisarut
Group Blog
 
All Blogs
 
กรรมทันตา โอ้..อินเดีย 21

โอ้..อินเดีย 21

สวัสดีครับ วันก่อนเล่าค้างไว้ถึงเมือง สาวัตถี
ที่เมืองนี้มีเรื่องราวที่เกี่ยวกับ พุทธศาสนา มากมายเหลือเกิน
คงเล่าได้ไม่หมด เอาแค่ที่เห็นสถานที่สำคัญ ๆ ก็แล้วกันนะ
เราไปดูซากสถูปแห่งหนึ่งซึ่งเป็นอนุสรณ์ถึงการแสดงปาฏิหารย์ ของพระบรมศาสดา
หรือที่เรียกว่า...ยมกปาฏิหารย์
สถานที่แห่งนี้เป็นเนินดินสูงมีซากสถูปเป็นอิฐหินเหมือน ๆ กับแถวสุโขทัยเรา อยู่ข้างบน
เรื่องมันเกิดก็เพราะว่า...
ตั้งแต่ พระพุทธเจ้า ตรัสรู้และออกประกาศศาสนาใหม่
ในตอนนั้นก็มี ลัทธิ หรือ ศาสนา อื่นอยู่แล้วมากหลาย
ผู้เป็นศาสดาต่างก็ประกาศตัวเป็น พระอรหันต์ กันแทบทั้งนั้น
ในบรรดาเหล่านี้ก็มีพวกที่ได้ ฌานสมาบัติ ถึงขั้นที่แสดงอภินิหารได้
โดยเฉพาะพวกที่เล่นทาง กสิณ อย่างใดอย่างหนึ่ง
หรือพวกที่ฝึกฝนการแสดงมายากล เพื่อหลอกลวงประชาชนก็มีอยู่เยอะ
มีคนหลงเชื่อฝากตัวเป็นลูกศิษย์ เอาลาภสักการะไปให้ก็มากมาย
แต่พอ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ออกประกาศพระศาสนาในช่วงแรก ๆ
พระองค์ท่านก็ยังเป็นหนุ่มอายุไม่เท่าไหร่ แถมยังไม่เคยแสดงปาฏิหารย์อวดใคร
นอกจากกรณีที่จำเป็นจริง ๆ ก็แสดงกันเฉพาะตัวต่อตัวซะมากกว่า
เรียกแบบสมัยนี้ก็ว่า พระองค์ท่านไม่ชอบโชว์ออฟ
ต่อมาเมื่อ พระเจ้าพิมพิสาร ได้หันมานับถือโดยละทิ้งพวกพราหมณ์ เดียรถีย์ หรือนิครณถ์ ที่เคยอุปถัมภ์อยู่
ทำให้พวกเขาเหล่านั้นเสียสปอนเซอร์อุปฐากรายใหญ่
แถมยังมีประชาชนคนที่เคยเชื่อ พากันเลิกสนใจหันไปนับถือ พระพุทธเจ้ากันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ทำให้สูญเสียรายได้ขนานใหญ่ ขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้อยู่เรื่อย ๆ คงจะแย่แน่
จึงหาวิธีโจมตีจุดอ่อน ซึ่งในความคิดของพวกนั้นคงมองว่า พุทธศาสนา คงเป็นเพียงแนวคิด ปรัชญา ซะมากกว่า
เลยใช้วิธีท้าทายในเรื่องการแสดงปาฏิหารย์ต่าง ๆ เพราะรู้ว่าพระองค์ท่านห้าม และไม่ชอบเรื่องแบบนี้

ถ้ามาย้อนคิดกันนะว่า...คนทั่ว ๆ ไปในทุกสังคม ทุกประเทศ
ก็จะชอบเรื่องปาฏิหารย์ มหัศจรรย์พันลึกกันทั้งนั้น
ที่ไหนแสดงได้แนบเนียนดี ก็พากันเฮละโลไปนับถือไม่ลืมหูลืมตา
แม้แต่พวกเราทั้งหลายก็เถอะ นะ...
นับถือครูบาอาจารย์ที่ ดี..ดี อย่างเช่น หลวงปู่ทวด หลวงปู่มั่น ครูบา...หลวงพ่อ...........อะไร ต่อมิอะไร กันมากมาย
ต้องขอประทานโทษนะครับ ผมมันพวกขวางโลกนิดหน่อย
เห็นคนห้อยพระ แขวนภาพบูชาหลวงพ่อองค์นั้น องค์นี้กันสารพัด
โดยที่ไม่เค๊ย..ไม่เคย ไปหาดูกันเลยว่า ท่านครูบาอาจารย์ทั้งหลายเหล่านั้น ต้องการสอนอะไร เน้นอะไร
กระผมเองแต่ก่อนก็...โง่ ไม่ใช่น้อย
เมื่อเกือบ 30 ปีก่อน เค้าว่าให้ไปหารูป...หลวงพ่อสด มาบูชาแล้วจะร่ำรวย ค้าขายดี
มองไปทางไหน ร้านไหน เค้าก็มีรูปท่านกันทั้งนั้น
ผมก็เอาบ้างซิ ไปซื้อมาจากวัดปากน้ำ ภาษีเจริญเลยแหละ
ไม่ใช่แค่รูปภาพท่านเท่านั้นนะ รูปเหมือนทำด้วยพลาสติกก็มี
จุดธูปบูชา ถวายน้ำ ถวายผลไม้ทู๊ก..ก..วัน
อ้อ...มีสารพัด ทั้งแม่นางกวัก กุมารทอง ต้นกาหลง แม้แต่ปลัดคิ๊ก ก็มี
สารพัดเค้าว่าอะไรดี เอาหมด
ถ้าแม่นางกวัก เฮี้ยนจริงก็คงเอา ปลัดคิ๊ก ขว้างหัวผมซะนานแล้ว
ฐานทะลึ่งเอาของน่าเกลียดอย่างนี้มาวางไว้ด้วยกันกับอิชั้น ได้ยังไง...บ้า
เปิดร้านได้สักระยะก็ เจ๊ง...เพราะความโง่ ความไม่รู้
ตอนที่เจ๊งใหม่ ๆ ไม่โทษตัวเองหรอก โทษว่าสิ่งศักดิ์สิทธ์สารพัดทั้งหลายไม่ยอมช่วย
หรือเราถวายเซ่นไหว้ไม่ครบเครื่อง แน่ะ

แต่พอหันมาสนใจ แก่นหลักพุทธศาสนา ก็ต้องเขกหัวตัวเองอย่างแรงซะหลายที
ผมเคยปากเปราะ ถามคนที่แขวนภาพหลวงพ่อทั้งหลาย หรือรูปเสด็จพ่อรัชการที่ 5
ว่า...ท่านเหล่านั้นศักดิ์สิทธิ์ ยังไง
โอ๊ย...ตอบกันมาหลากหลายสารพัด อย่างโน้น อย่างนี้
แต่พอถามต่อไปว่า...แล้วรู้มั๊ยว่า ท่านเหล่านั้นสอนอะไร เน้นอะไร ให้เราปฎิบัติอะไร
ถามไปหลาย..ย..คน เกือบจะเตะผมซะทู๊ก..ก คน
แปลกนะ...ตอบไม่ได้ก็โกรธด้วย แฮะ
เคยได้ยินท่าน ติช นัท ฮันห์ บอกว่า
คนเราไม่ได้สนใจเลยว่า ท่าน...ชี้ให้ดูอะไร
แต่ทะลึ่ง ดู อยู่แต่นิ้วท่านที่ชี้นั่นแหละ...

อ้าว... กลับมาต่อที่ว่า พวกเดียรถีย์...ทั้งหลายพยายามท้าทาย
หรือแกล้งพูดจากระทบกระเทียบ ทำนองว่า ถ้าแน่จริงมาแสดงอิทธิฤทธิ์แข่งกันมั๊ยล่ะ
พอเรื่องนี้พูดกันมาก ๆ เข้า พระพุทธองค์ ท่านคงจะเกรงว่า
บรรดาคนที่ไม่รู้เรื่องก็จะพากันคิดปรามาส พูดจาดูถูก พระอรหันต์ หรือเลยมาถึงท่านด้วย
อันจะเป็นเหตุให้พวกเขาเหล่านั้นต้องเป็นบาปกรรมหนัก
เลยประกาศว่าจะแสดงปาฏิหารย์ให้ดู ที่ใต้ต้นมะม่วง
บริเวณสวนมะม่วง ณ.เมืองสาวัตถี ในอีก 4 เดือนข้างหน้า

ฝ่ายตรงข้ามพอได้ยิน ก็รีบไปลงขันกันโค่นต้นมะม่วงซะหมดสวน หรือแทบจะหมดเมืองทีเดียว
ในตอนนั้น พระเจ้าปเสนทิโกศล พระราชาผู้เป็นใหญ่...มาก ของเมืองนี้
ก็ยังไม่ค่อยรู้จัก พระพุทธองค์ เท่าไหร่
แถมยังนับถือพวก พราหมณ์ เดียรถีย์ และชอบเรื่องการบูชายันต์อยู่มาก
เลยค่อนไปทางถือหางพวกนั้นด้วยซ้ำไป
ไม่รู้ว่าอันนี้จะเป็นเหตุหนึ่งหรือเปล่าที่ทำให้ต้องตัดสินใจ เปิดการแสดงข่มเดียรถีย์ให้อยู่หมัด
เมื่อถึงวันนัด ประชาชนคนทั้งเมืองก็แห่กันมาดู มาจับผิด
แต่ก็ไม่มีต้นมะม่วงเหลือซะแล้ว
ยังดีที่มีคนถวาย มะม่วงสุก ผลหนึ่ง
พระบรมศาสดา ท่านให้พระอานนท์นำไปฝานเอาเนื้อไปทำน้ำปานะ
คงจะเป็น น้ำมะม่วงคั้น ละมั๊ง
แล้วเอาเมล็ดมาปลูกกันเดี๋ยวนั้น เสร็จแล้วพระองค์ท่านก็ล้างพระหัตถ์ โดยเอาน้ำล้างมือนั้นรดลงไป
ทันใดนั้นเอง ท่ามกลางสายตาประชาชนที่มาคอยจ้องดู จ้องจับผิดทั้งหลาย
เกิดเหตุอัศจรรย์ ต้นมะม่วงค่อย ๆ โตผุดขึ้นจากพื้นดิน....
แล้วค่อย ๆ โตขึ้นตลอดเวลาอย่างรวดเร็วทันตาเห็น
จนออกกิ่งถึง 5 กิ่ง ยื่นยาวออกไปโดยรอบถึง 50 ศอก
พลันก็ออกดอก ออกผลเป็นทั้งผลดิบ ผลสุก อยู่อร่ามเต็มต้นไปหมด

จากนั้น พระพุทธองค์ ได้เหาะขึ้นไปเดินจงกรม อยู่บนอากาศเหนือต้นมะม่วง
แล้วได้ทำให้เกิดประกายไฟออกทางพระวรกายด้านบน
ให้สายน้ำออกจากพระวรกายเบื้องล่าง
ให้ไฟออกทางเบื้องซ้าย น้ำออกทางเบื้องขวา
เป็นอย่างนี้โดยตลอด ซึ่งเป็นการแสดงฤทธิ์ที่ไม่มีผู้ใดทำได้
บรรดาพวกที่เล่นทางกสิณ ก็จะทำได้อย่างเก่งเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น
ไม่สามารถทำให้สิ่งตรงกันข้ามมาแสดงพร้อมกันได้อย่างนี้
หลังจากนั้น พระองค์ท่านได้เปล่ง...ฉัพพรรณรังสี
เป็นแสงสีสลับกันรวม 6 สี คือ
เขียว เหลือง แดง ขาว หงสบาท (สีแดงปนเหลือง,สีแดงเรื่อหรือสีแสด)
และประภัสสร (สีเลื่อมพราย เหมือนแสงอาทิตย์แรกขึ้น)
แล้วต่อด้วยการเนรมิตร่างเหมือนอีกหลายร่าง พูดโต้ตอบ
ถามปัญหาข้อธรรมะ และตอบชี้แจงธรรมะเหล่านั้นให้ได้ยินโดยทั่วกัน
ว่ากันว่า ในครั้งนั้นมีผู้ที่ได้ยินแล้วบรรลุเป็น พระอรหันต์ ตั้งมากมายเลยทีเดียว

พวกเราแทบทุกคนในคณะทัวร์แสวงบุญ ได้ปีนขึ้นไปบนซากพระสถูป
ยืนบนยอดแล้วมองออกไปรอบ ๆ จะเห็นวิวทิวทัศน์ไปได้ไกล
จินตนาการเห็นภาพเหตุการณ์ในวันนั้นได้อย่างไม่ยากเย็น
ไปกราบสักการะบูชา ทำให้ความรู้สึกดีใจที่ได้มายืนอยู่ ณ.จุดนี้ที่เป็นสถานที่ และเหตุการณ์สำคัญของศาสนาพุทธเรา
ไม่รู้ว่าในวันที่ พระพุทธเจ้า ทรงแสดงปาฏิหารย์อันยิ่งใหญ่นั้น
พวกเราอาจจะได้อยู่ร่วม เป็นแขกมุงกับเค้าด้วย
เพียงแต่บาปหนาไปหน่อย เลยไม่ได้บรรลุอะไรซักกะนิด
ดีแต่ว่ายังได้เศษ ๆ กุศลส่งให้มาเกิดเป็นคน
ได้พบ และสัมผัส แก่นพุทธศาสนา
แม้จะล่วงเลยมานานแล้วก็เถอะ

ท่านผู้สนใจเลื่อมใสใน แนวทาง ที่พระบรมศาสดาได้วางไว้
ได้ฟังครูบาอาจารย์ ร้อยคนเล่า พันคนอธิบาย
คงได้อ่าน ได้ศึกษา ได้ท่องจำ กันจนปรุหมดแล้ว
แต่ผมว่านะ...ยังไงก็ยังไม่อินน์ ไม่ถึงใจ
ไม่เท่ากับ สัมผัส ด้วยกาย ด้วยธาตุขันธ์
ของท่าน เอง...



อนณ 089-995-9377
tobeteam@yahoo.com



Create Date : 21 พฤษภาคม 2555
Last Update : 8 ตุลาคม 2555 19:55:45 น. 1 comments
Counter : 3113 Pageviews.

 
ขอบพระคุณคุณอนณมากค่ะ ที่กรุณาเขียนเล่าเรื่องชุด โอ้ อินเดีย ให้สาธารณะชนได้อ่านกัน เป็นธรรมทาน ชอบมาก สนุกมาก ได้ความรู้ ไม่ต้องไปเองให้เหนื่อยแบบคุณอนณและสตางค์ยังอยู่ครบด้วยค่ะ ขออนุโมทนาบุญกับการที่คุณอนณได้ไปนมัสการสังเวชนียสถานมาในครั้งนี้ รวมทั้งยังกรุณาสละเวลามาเขียนบันทึกธรรมะการเดินทางไปอินเดียชุดนี้นะคะ


โดย: yindee IP: 202.60.207.154 วันที่: 21 พฤษภาคม 2555 เวลา:14:36:58 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

tobeteam
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add tobeteam's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.